Masukแอบดูอาจารย์จนโดนศิษย์พี่รังแก
โดย มาวิญญา
--------------------------------
แนะนำตัวละคร
เมิ่งเยว่หนิง คุณหนูสามสกุลเมิ่ง
หวังเหยา ศิษย์พี่รองหวัง บุตรชายของอาจารย์ใหญ่ซึ่งดูแลสำนักศึกษา
จางเหวิน ศิษย์พี่สี่จาง คุณชายรองของขุนนางใหญ่ซึ่งมีทั้งอำนาจและเงินทอง
ตอนที่หนึ่ง
อดอยากเพียงนั้นเชียว
เสียงผิดแปลกที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นหลังเสียงประตูหน้าหอตำราปิดดังปัง ทำให้ ‘เมิ่งเยว่หนิง’ ซึ่งกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่หลังชั้นตำรารีบลุกขึ้นมา
ครั้นคิดว่าควรจะเดินไปเมียงมองสักหน่อยหรือไม่ เสียงนั้นกลับดังใกล้เข้ามาพร้อมเงาร่างคนสองคนซึ่งผวาเข้าหากันพลางประกบริมฝีปากนัวเนีย
เมิ่งเยว่หนิง ซึ่งยังเป็นสตรีไร้เดียงสาถึงกับอ้าปากค้างสองตาจ้องเขม็งไปยังหญิงสาวซึ่งกระโดดขึ้นแล้วใช้สองขาเกาะเกี่ยวเอวชายหนุ่มไว้พลางประกบใบหน้ากับริมฝีปากเข้าพัวพันอย่างถึงลูกถึงคนจนกระทั่งถึงกลางโถงหนังสือ
“ใจเย็นหน่อย อดอยากถึงเพียงนั้นเชียว”
เสียงกระเซ้าเย้าแหย่ของชายหนุ่มซึ่งถอยมาทรุดนั่งลงบนเก้าอี้โดยยังมีร่างของหญิงสาวนั่งคร่อมอยู่บนตักพลางใช้มือซุกซนถอดเสื้อด้านบนของเขาออกอย่างรวดเร็วพลางหันหน้าแย้มยิ้ม
ปากของเม่งเยว่หนิงอ้ากว้างขึ้นอีก เมื่อตระหนักและจดจำได้ว่า สตรีผู้นั้นก็คือ
อาจารย์หญิงซู!
อาจารย์หญิงผู้เคร่งขรึม ยึดมั่นในกฎระเบียบและได้ชื่อว่าดุมาก
ภาพจำของนางคือร่างบางผู้มัดผมตึงเรียบในชุดสุภาพสีหม่น ใบหน้าของนางจัดว่างดงามเพียงแต่ไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมสงบนิ่งราวสระน้ำลึก เมื่อกวาดตามอง เหล่าศิษย์ทั้งหลายไม่ว่าผู้ใดล้วนต่างลดเสียงลงด้วยความกริ่งเกรงในบรรยากาศเคร่งสงบ
ช่างแตกต่างกับ...
สายตาตื่นตะลึงมองมือบางที่กำลังลูบไล้ไปทั่วกล้ามเนื้อมัดแน่นของชายหนุ่มผู้แข็งแกร่งด้วยท่าทางลุ่มหลงพลางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า
“เจ้าหายหน้าไปตั้งหลายวัน จะไม่ให้ข้าหิวโหยได้อย่างไร มานี่เลย มาให้ข้ากินเสียโดยดี”
อาจารย์หญิงซูส่งลิ้นเล็กตวัดเลียจุกสีน้ำตาลอ่อนกลางแผงอกหนาเพื่อกลืนกินดั่งคำพูด จากนั้นจึงลากไล่ไปโลมเลียทั่วกล้ามเนื้อแน่นของชายผู้นั้นจนเขาเงยหน้าขึ้นสูดปาก
จังหวะนี้เอง เมิ่งเยว่หนิงจึงได้เห็นใบหน้านั้นถนัดตาพลางเผลอตัวก้าวถอยหลังด้วยความตกใจ
อาจารย์หลี่!
อาจารย์ชายผู้สอนวิชาการต่อสู้จึงมีร่างกายกำยำแข็งแรง เม่งเยว่หนิงจดจำเสียงรองเท้ากระทบพื้นยามเดินผ่านระเบียงไม้ของเขาได้ดี ด้วยแต่ละก้าวช่างหนักแน่นน่าเกรงขามนัก
ตอนที่เก้า พวกเขารังแกนางแม้จะอยากโวยวายเรียกร้องความสนใจจากหวังเหยาแต่เขากลับเอาแต่ยืนถอยห่างแล้วชักลำท่อนของตัวเองขณะจ้องมองชุนหานเจี้ยนโยกขย่มรังแกนางปัก ปัก ป๊าบ ป๊าบด้วยท่วงท่าที่ถาโถมพร้อมมือที่ขยำขยี้ความอวบหยุ่นไว้ในกำมือ ศิษย์น้องชุนจึงออกแรงกระแทกกระทั้นลำท่อนเข้าใส่ร่องฉ่ำน้ำได้อย่างรัวเร็วสร้างเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องเสียงป๊าบ ป๊าบ สอดประสานกับเสียงหอบหายใจที่เริ่มฟังไม่ออกว่ามาจากทิศทางใดด้วยถูกขย่มทิ่มแทงจนหัวสั่นหัวคลอนกว่าหลี่เสวี่ยหลานจะรู้ตัวและหันมาเหลือกตามองเห็นชายหนุ่มทั้งสามคนที่กำลังยืนมองทั้งยังชักรูดลำท่อนของตนเองจนขยับขยายมองเห็นน้ำใสแต่งแต้มส่วนปลายหัวอันปูดโปนสายตาหื่นกระหายของพวกเขาก็จดจ้องอยู่แต่กับภาพเร้าสวาทและเสียงครางกระเส่าของนางแล้วอู๋หยุน! จางเหยียน!พวกเขา! มาตั้งเมื่อใด!ในใจของหลี่เสวี่ยหลานย่อมแตกตื่นเมื่อศิษย์น้องทั้งสามคนมากันครบถ้วนแต่นางไม่มีเวลาใคร่ครวญเมื
ตอนที่แปด โดนไปตั้งสามคราหวังเหยาย่อมมองออกแต่แรกว่าศิษย์น้องหญิงผู้นี้ชื่นชอบตนเองแต่เขามีสตรีในใจแล้ว ทั้งยังเห็นว่าคนที่ชื่นชอบและเหมาะกับนางก็คือ ชุนหานเจี้ยน ศิษย์น้องคนสนิทของตนที่ผ่านมาเขาจงใจเปิดโอกาสให้ศิษย์น้องชุนเสมอ แต่ชายซื่อบื่อผู้นั้นกลับเอาแต่ทำให้นางไม่พอใจกระทั่งเมื่อหลายคืนก่อนที่จู่ๆ ชุนหานเจี้ยนก็มาสารภาพว่าได้ล่วงเกินหลี่เสวี่ยหลานไปแล้วหวังเหยายังคิดว่าเรื่องคงจบลงด้วยดี อย่างเช่นเรื่องของเขากับเมิ่งเยว่หนิงที่เพียงมีสัมพันธ์สวาทกัน ความสัมพันธ์ก็คืบหน้าไปมากนี่สินะ ที่บอกว่า บางครั้งคำพูดไม่สำคัญเท่ากับการกระทำนับว่าศิษย์น้องชุนเรียนรู้ได้รวดเร็วหวังเหยาคิดในใจขณะพยักหน้าให้หลี่เสวี่ยหลานเดินตามเข้าไปด้านในหอตำราที่ด้านข้าง ด้วยเข้าใจว่านางจะเอ่ยปากเรื่องของนางกับชุนหานเจี้ยนแต่...หลี่เสวี่ยหลานกลับมองซ้ายมองขวาอยู่นาน เมื่อไม่เห็นผู้อื่น หญิงสาวจึงเม้มปากแน่นพยายามระงับความเขินอายเลื่อนมือไปยังสองเต้าอวบอิ่มของตนเองแล้วล้วงควักความเต่งตึงออกมาอวดต่อหน้า
ตอนที่เจ็ด จะอีกกี่ครั้งก็คงไม่ต่างกันหลี่เสวี่ยหลานเฝ้าหวังว่า ศิษย์น้องทั้งสามคนได้ปิดปากนางด้วยของใหญ่จนพอใจแล้ว คงไม่ป่าวประกาศเรื่องที่เกิดขึ้นให้นางต้องอับอายเมื่อคิดไปถึงต้นเหตุและภาพการร่วมรักเร่าร้อนของศิษย์พี่หวังเหยากับศิษย์พี่หญิงเมิ่งเยว่หนิงหลี่เสวี่ยหลานไม่อาจปฏิเสธว่าหลังจากเจ็บแสบในครั้งแรก หลังจากนั้นความรู้สึกช่างชวนติดใจจนเริ่มเข้าใจเมิ่งเยว่หนิงขึ้นมาอืม...ศิษย์พี่หญิงเมิ่งโดนกระแทกแรงเพียงนั้นยังร้องด้วยความเสียวจนสุดเสียงส่วนเมื่อคืน พวกเขายังคงทะนุถนอมนางอยู่บ้าง ใช่หรือไม่นะ หลี่เสวี่ยหลานพยายามคิดเข้าข้างตนเอง แม้จะเสียดายความบริสุทธิ์ที่ควรมอบให้สามีในคืนเข้าหอแต่หลังจากปลงตกด้วยไม่อาจเรียกคืนสิ่งที่เสียไปแล้ว หลี่เสวี่ยหลานกลับคิดอยากให้หวังเหยาร่วมรักกับตนเองบ้างหากข้าและศิษย์พี่หวังได้ร่วมรักมีสัมพันธ์สวาทกันสักครั้ง อาจสร้างความเสน่หาและยอมรับข้าบ้าง อย่างเช่นที่เขามักมองศิษย์พี่หญิงเมิ่งด้วยสายตาแว่วหวานไหนๆ ก็โดนไปทั้งสามคนแล้ว จะอี
ตอนที่หกเหตุใดต้องกลั่นแกล้งข้าการเร่งความเร็วในการขยับสะโพกจนเสียวซ่านช่างปลุกเร้าอารมณ์สวาทยิ่งนักทันทีที่ได้ยินสองเสียงที่สอดประสานครวญครางดังลั่นพร้อมความปรารถนาสีขาวข้นที่ไหลทะลักออกมาแขนแข็งแกร่งจึงรวบร่างบางเปลือยขาวเอาไว้แล้วจับนางหมุนเพื่อหันหน้าเข้าหาตัวเองก่อนจะจับขาข้างหนึ่งกางอ้าแล้วเสียบท่อนลำเข้าไปค้างคาในร่องรูที่ยังคงฉ่ำแฉะความจริงในใจของจางเหยียนย่อมอยากออกแรงกระแทกตอกทั้งแรงและเร็วที่สุดเพื่อไล่ตามเพื่อนๆ ให้ทันกับความซ่านเสียวที่พวกเขานำหน้าไปก่อนแล้วแววตามืดครึ้มพร้อมจะกลืนกินของจางเหยียนช่างน่ากลัว ทั้งเจ้าสิ่งที่มุดอยู่ตรงร่องกลางกายก็กระตุกขึ้นมาอวดความแข็งใหญ่กว่าทุกคนจนน่าตกใจหลี่เสวี่ยหลานสัมผัสได้ถึงความใหญ่ที่แตกต่างและเริ่มตื่นตัวจนถึงกับสะดุ้งด้วยอีกฝ่ายโถมกระแทกดุ้นลำเข้ามาพร้อมจับเอวของนางเอาไว้อย่างแน่นหนาจนตัวโยกคลอนไปหมดด้วยยืนอยู่ด้วยขาเพียงข้างเดียว แม้ด้านหลังจะพิงกับลำต้นไผ่ แต่ความรู้สึกเอนไปเอนมาย่อมสร้างความไม่ปลอดภัย ทั้งหลี่เสวี่ยหลานยังรู้สึ
ตอนที่ห้า เจ็บแค่ครู่เดียวศิษย์น้องอีกสองคนช่วยกันบีบขยำส่วนเต่งตูมไม่ยอมปล่อยทำให้หลี่เสวี่ยหลานไม่อาจดิ้นหนี โชคดีที่ยังมีชุนหานเจี้ยนหันไปเจรจากับอู๋หยุนเมื่อสัมผัสได้ถึงอาการสั่นสะท้านหวาดกลัวของหญิงสาว“ไม่ต้องกลัว เจ็บแค่ครู่เดียวเท่านั้น อาหยุน แท่งกายของเจ้าใหญ่โตเกินไป ให้ข้าเบิกหนทางก่อนดีหรือไม่”แม้จะรู้สึกขัดใจ แต่อู๋หยุนก็ยอมถอยโดยดี โดยมีจางเหยียนโอบร่างบางให้นอนลงบนตัวของเขาซึ่งยอมกลายเป็นเบาะอยู่บนพื้นแข็งชุนหานเจี้ยนอาศัยจังหวะนี้ก้าวขึ้นคร่อมร่างบางของหญิงสาวขณะที่นางทำตาโตมองแท่งเนื้อของเขาที่ถูกนำมาจ่ออยู่ตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึงปนหวาดหวั่นคิดว่าของเขาจะเล็กกว่า เหตุใดจึงใหญ่พอๆ กันเลยเล่า ใหญ่เพียงนี้จะสอดเข้าไปได้อย่างไรกันหลี่เสวี่ยหลานเผลอคิดไปถึงแท่งกายใหญ่โตของหวังเหยาที่นางเห็นมุดแทรกในร่องของเมิ่งเยว่หนิง ขณะที่ชุนหานเจี้ยนจับเรียวขาของนางให้อ้ากว้างเพื่อรอรับดุ้นลำที่พร้อมสอดแทรกเมื่อคิดว่าความใหญ่โตอาจเป็นเรื่องสามัญสำหรับแท่งเนื้อของชายหนุ่ม ยามชุนห
ตอนที่สี่ ทรวงอกกลมกลึงเต็มมือยิ่งเมื่อความขาวผ่องนวลเนียนกระจ่างตาเผยออกมาในทุกสัดส่วน คำขู่ของหลี่เสวี่ยหลานย่อมกลายเป็นลอยลมไร้ความใส่ใจ“โอ้!...ไม่น่าเชื่อว่า ศิษย์พี่หญิงจะงดงามนัก พวกเจ้าดูสิ ทรวงอกกลมกลึงเต็มมือยิ่ง ร่องดอกไม้ของนางยิ่งงามยามมีน้ำไหลเยิ้มศิษย์พี่หญิงหลี่ เชื่อข้าเถิดว่าเสียงครางกระเส่านั้นย่อมมาจากความซ่านเสียวที่ไม่อาจกักเก็บ หากได้ลองสักคราแล้ว ข้ารับรองว่าเจ้าจะติดใจจนต้องลอบออกมาหาความสุขอย่างเช่นศิษย์พี่หญิงเมิ่งอย่างแน่นอน”ชุนหานเจี้ยนพยายามกล่อมเกลาด้วยคำชื่นชมก่อนจะลงมือแย่งชิงความอวบหยุ่นเต่งตูมคนละข้างกับจางเหยียนร่างสูงกาวเข้าประกบด้านหน้าของหญิงสาวพลางซุกไซ้ไปตามลำคอระหง แล้วเลื่อนต่ำลงรวบเอาสองปทุมเด่นขึ้นมากอบกุมสายตาหิวโหยมองเม็ดสีชมพูที่ตั้งแข็งชูชันทั้งสองข้างด้วยช่างสะกดสายตายิ่งนักชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอแล้วก้มลงส่งลิ้นร้อนไล่เลียพลางดูดเม้มยอดอกสีชมพูกลางเต้าขาวอวบจนเกิดเสียงประหลาดหลี่เสวี่ยหลานไม่อาจดิ้นขยับสองเต้าหนี ด้วยไปทางซ้ายก็โดน







