Masuk“เอ้ย! เนยเป็นไงบ้างวะ” เขื่อนรีบเข้ามาจับไหล่ที่เปล่าเปลือยของฉันไว้ทั้งสองข้าง ด้วยความตกใจตัวฉันยังสั่น เงยหน้ามองคนที่เข้ามาช่วยประคอง
“เจ็บเข่า เจ็บมือ”
“ขอโทษนะมึง” เขื่อนช้อนร่างฉันขึ้นอุ้ม มือฉันขยุ้มปมผ้าเช็ดตัวซึ่งแน่นอนว่ามันแทบจะไม่ปิดอะไรเลย
“เปิดประตู” เสียงของเขื่อนเวลานี้แหบพร่า ไม่รู้เพราะว่าหนักหรือเพราะว่าอะไร ฉันใช้มือข้างที่จับปลายผ้าขนหนูส่วนล่างเอื้อมมือสั่น ๆ ไปบิดคันโยกของห้อง
จากนั้นเขื่อนก็ใช้ไหล่ดันประตู วางฉันไว้บนที่นอน จากนั้นเขาก็รีบหันหลังให้ทันที
“มึงเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวกูไปเอายามาทาให้” เขื่อนรีบพูดและเดินออกจากห้องทันที ส่วนฉันกำลังงงงันกับเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ได้ตั้งใจล้มเพื่ออ่อยเขาเลย เพราะมันเจ็บไง
ก้มมองเข่าแดง ๆ ของตัวเองแล้วอยากร้องไห้ ข้างหนึ่งถลอกด้วย ส่วนมือก็เจ็บข้อมือโคตร ทำไงดี
ครั้งแรกต้องใช้มือกับคุกเข่าไหมนะ หวังว่าฉันจะหายก่อนครั้งแรกของเรานะ
เดินออกมาจากห้องพร้อมกับชุดที
ทำไมกูรู้สึกว่าโดนอ่อยวะ ไอ้เนยมันอ่อยกูไหมวะ แต่มันจะลงทุนล้มจนเข่าเจ็บเหรอวะ ก็เห็นอยู่ว่าเข่ามันแดง ส่วนตัวมันโคตรขาว
หอมอีกต่างหากแม่ง! ผิวงี้แม่งนุ่มเนียนไปทั้งตัว ผมแอบเห็นด้วยว่าตรงนั้นของมันไม่มีขนสักเส้น แม่งเนียนทั้งตัวจริง ๆ ยิ่งคิดกูยิ่งแข็ง
ผมก้มมองส่วนล่างของตัวเองที่ยังดันกางเกงบอลออกมา ปกติผมอยู่บ้านก็ไม่ได้ใส่กางเกงในอยู่แล้วใครจะใส่วะอยู่บ้านมันก็อึดอัด
แล้วไอ้เนยโทรมาบอกว่าอยู่ข้างล่าง มีเรื่องจะขอความช่วยเหลือพอบอกนิติว่าให้มันขึ้นมาได้ผมก็คิดว่ามันจะมาคุยแป๊บเดียวที่ไหนได้เล่นหอบผ้าหอบผ่อนมาบอกว่าโดนไล่ออกจากคอนโคเพราะที่บ้านไม่มีเงินจ่าย
ตอนนั้นผมทั้งตกใจทั้งกังวลจึงไม่ได้ใส่ใจกับเสื้อผ้าของตัวเอง แล้วมันแม่งเหมือนตั้งใจอ่อยผมตั้งแต่เสื้อกล้ามที่คอกับแขนกว้างเกิน ผมแอบเห็นก้อนกลม ๆ ของมันด้วยตอนที่มันตักข้าวเข้าปากแต่ก็แค่วับ ๆ แวม ๆ แต่ตอนที่น้ำกระเด็นโดนเสื้อมันตอนล้างจานนั่น เห็นชัดเลยว่าของไอ้เนยแม่งกลมกลึงขนาดพอดีมือมากอยากลองจับ ลองบีบและลอง…
หยุดเลยนั่นเพื่อนมึงนะโว้ย!
สาบานว่าก่อนหน้านี้ผมไม่ได้คิดอะไรกับเนยเลยจริง ๆ ผมมองมันแค่เพื่อนและคิดด้วยซ้ำว่ามันเป็นเลส บางครั้งแฟนผมยังแอบมองมัน ผมยังเคยหวงมันกับแฟนผมเลย
แต่ใครจะคิดว่าแม่งโคตรหุ่นดี อก เอว สะโพก
อา…ถ้าได้จับเอวคอดไว้และกดกระแทกมันจากข้างหลังแม่งจะเป็นยังไงวะ
เพียะ!
“โอ๊ย!” มือผมนี่แหละที่ตบหน้าตัวเองให้ตื่นจากความคิดชั่วร้าย เพื่อนลำบากมาขอพึ่งพา กูก็แม่งมุ่งแต่หื่น
เมื่อคิดได้ผมก็รีบหากล่องปฐมพยาบาล ป่านนี้เนยรอแล้วมั้ง
“เนย กูเข้าไปได้ไหม”
“อืมเข้ามาเลย” เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปเนยอยู่ในชุดนอนเสื้อแขนยาวกางเกงขาสั้น นั่งหย่อนขาลงข้างเตียงเข่าเธอแดงและมีข้างหนึ่งมีรอยถลอก
ผมนั่งคุกเข่าตรงหน้ามันมองแล้วต้องถอนหายใจ ผิวบาง ๆ แบบเนยคงเจ็บน่าดู
“ทำไมมึงต้องวิ่งด้วย”
“กูลืมเอาเสื้อผ้าไปเปลี่ยน” เข้าใจว่ามันคงอายที่กลับออกมาด้วยผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ก็ห้องนี้ไม่มีห้องน้ำในตัวทำให้เนยต้องเดินไปอาบน้ำเสียไกล
“วันหลังก็อย่าลืม” ผมสั่งเสียงเข้ม ใช้สำลีชุบน้ำเกลือล้างทำความสะอาดแผล
“ซี้ด…” เสียงซี้ดปากของเนยแม่งทำผมต้องกัดกรามแน่นมองแค่เข่าของมันเท่านั้น อย่ามองตรงอื่นโดยเฉพาะต้นขาขาว ๆ และอะไรที่อยู่ระหว่างกลางขาทั้งสองข้าง อะไรที่มันอวบ ๆ อูม ๆ ได้แต่บอกตัวเองว่าอย่าคิดถึงมัน
เสียงซี้ดปากนี่ก็เช่นกัน มันเจ็บ มันก็ร้องไปแบบนั้น ไม่ใช่เสียงคราง ไม่ใช่นะไอ้เขื่อนมึงอย่าจินตนาการ
อย่าจินตนาการเวลาที่มึงดูด มึงเลียแล้วเนยกำลังคราง กูบอกว่ามึงอย่าจินตนาการไง อะไรอวบ ๆ นุ่ม ๆ หอม ๆ นั่นอย่าไปคิดถึงมันอย่าจินตนาการไง กูบอกมึงทำไมไม่ฟัง
“เขื่อน เขื่อน”
“ฮะ อะไร” ผมสะดุ้งกับเสียงเรียกเงยหน้ามองไอ้เนยที่นั่งอยู่บนเตียงโดยที่ผมคุกเข่าอยู่ข้างเตียง ท่าแม่ง! ผมอยากยกเท้ามันเหยียบไว้ข้างเตียงทั้งสองข้าง แยกขามันให้ออกจากกันและซุกหน้ากับตรงเนินเนื้ออูมไร้ขนของมันเสียจริง
“กูไม่อยากทาเบตาดีนมันแสบ” มันชี้มายังยาขวดสีเหลือง
“ไม่ได้มึงเป็นแผล” ผมไม่อ่อนข้อให้มัน รู้ว่าเบตาดีนทำให้แสบก็จริงแต่มันก็ดีกับแผลสด
“มันแสบอะ” คนกลัวยาทำหน้าง้ำ น้ำตาคลอ แม่งโคตรน่ารัก ผมสั้น ๆ ประบ่าของมันที่ส่ายไปมานั่นดูน่ารักกว่าทุกวันได้ไงวะ ผมยังไม่เข้าใจตัวเอง
“กูจะทำเบา ๆ ไม่เจ็บ” ทำไมเสียงผมเป็นอย่างนี้วะ กูใช้เสียงสองแบบนี้กับเนยได้ไงวะนั่นมันเพื่อนนะโว้ยไม่ใช่แฟน
แต่ตอนนี้เพื่อนมึงกำลังเสียขวัญไง ใช้เสียงสองกับมันก็ไม่เป็นไรหรอก
ตอนพิเศษ 1 บทสรุปคนชั่วคดีฟอกเงินของไฮโซชื่อดังอย่างศักดิ์สิทธิ์และอัญมณีมีคำสั่งพิพากษาให้ยืนตามศาลชั้นต้นจำคุกทั้งสองเป็นเวลายี่สิบปีทั้งสองคน ถือเป็นการต่อสู้คดีกันมาอย่างยาวนาน“ยังไม่เจอตัวคุณไอด้าเลยครับ” ในวันพิจารณาคดีไร้เงาลูกสาวเพียงคนเดียวของทั้งคู่“ส่งคนออกตามหาเพิ่มสิ” ลูกความที่เวลานี้ยังทำตัวราวกับว่ามีเงินมีทองล้นฟ้าเหมือนก่อนหน้านี้ ทั้ง ๆ ที่เวลานี้ค่าทนายของเขายังแทบไม่มีจ่ายเงินในบัญชีก็ถูกอายัด เงินสดบอกว่าลูกสาวรู้ว่าอยู่ที่ไหนก็ไม่เห็นลูกสาวโผล่หน้ามาหรือติดต่อได้สักครั้ง“คุณอัญต้องจ่ายเงินก่อนครับ ผมไม่มีเงินสำรองพอออกให้ก่อนได้” ทนายที่เพิ่งมารับงานได้ไม่นานตอบเสียงเรียบ“เออน่า รับรองว่าฉันจะจ่ายแกอย่างงาม” อัญมณีบอกปัดซึ่งเธอเองก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาเงินที่ซ่อนออกมาได้อย่างไร จะบอกให้ทนายคนนี้ไปเอามาก็กลัวว่ามันจะเชิดเงินเธอหนีและหายเข้ากลีบเมฆคนที่ไว้ใจได้ก็มีแค่ลูกสาวหากแต่ก็หายหน้าหายตาไปโดยที่ติดต่อไม่ได้ หรือความคิดของเธอกับสามีจะเป็นจริง ลูกสาวตัวดีอย่างไอรดาน่าจะหอบเงินหลักหลายร้อยล้านหนีไปต่างประเทศหรือเปล่านะนังลูกชั่ว! เธอกับสามีพยายามกันลูกขอ
อาหารวันนี้คัดมาแต่จานอร่อยมีชื่อของโรงแรมทั้งนั้น และสิ่งที่เรียกน้ำตาทั้งบ่าวสาวน่าจะเป็นคำกล่าวอวยพรของน้องเจ้าสาว“ก่อนหน้าเอินไม่เคยเชื่อเรื่องพรหมลิขิตหรือความรักเลย จนกระทั่งวันที่ได้เจอพี่สาวซึ่งเราสองคนไม่เคยรู้ถึงการมีอยู่ของอีกคน แต่แล้ววันหนึ่งก็มีคุณหมอคนหนึ่งเดินมาหาเอิน เพื่อมาดูให้แน่ใจว่าที่หน้าเราสองคนเหมือนกันนั้นจริงไหม ทุกท่านว่าเหมือนไหมคะ”แขกผู้ร่วมงานต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าเหมือน“และนั่นก็ทำให้เราสองคนรู้ว่าเราเป็นพี่น้องกัน และเมื่อไม่นานมานี้พี่เอยก็มาพร้อมผู้ชายคนหนึ่ง พร้อมทั้งบอกกับเอินและย่าว่าจะแต่งงาน แต่เมื่อดูเจ้าบ่าวแล้วเอินก็จำได้เลยว่านี่คือคนเดียวกับคนที่ไปดักเจอเอยที่คณะเมื่อสิบปีที่แล้วเพราะตอนนั้นพี่กายคิดว่าเอินเป็นพี่เอย”อิสรียายิ้มให้กับแขกและบ่าวสาว ก่อนจะพูดต่อ“เพราะแบบนี้เอินจึงไม่กังวลเลยที่จะฝากพี่สาวคนเดียวของเอินให้เจ้าบ่าวดูแล เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาได้พิสูจน์แล้วว่า ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารักคือพี่เอย”เสียงตบมือดังขึ้นพร้อมกับน้ำตาของบ่าวสาวและเพื่อน เพราะทุกคนที่มาร่วมงานวันนี้ล้วนเป็นเพื่อนสนิทที่รู้เรื่องราวความรัก
“โอ๋…ไม่งอนนะคะ น่ารักที่สุด ไม่ยักรู้ว่าพี่ตามหาเอยด้วย นึกว่าเกลียดกันแล้ว ไม่อยากเจอกันแล้ว” คนตัวเล็กขยับกายนั่งบนตักแกร่ง จุ๊บเขาทั่วหน้าอย่างที่อยากทำ“พี่ยอมรับว่าตอนแรกโกรธมาก แต่ก็อยากเจอเอย อยากรู้ว่าเป็นยังไง เมียทั้งคนเนอะอดห่วงไม่ได้” เขาตามหาเธอเพราะอยากเจอ อยากคุย อยากรู้เรื่องทุกอย่างจากปากเธอ ลึก ๆ ในใจเขาไม่ได้เชื่ออารีทั้งหมดมีหลายสิ่งหลายอย่างไม่สมเหตุสมผล แต่ในเวลานั้นเขาไม่มีเวลา บริษัทที่ไร้ผู้นำ ปัญหาต่าง ๆ กว่าจะสะสางได้ใช้เวลาเกือบปี“สุดท้ายเราก็เจอกัน” อริยาสรุป เรื่องราวในอดีตก็คืออดีต เธอไม่เก็บมาใส่ใจ รู้แค่ว่าปัจจุบันเธอกับเขารักกันและกำลังจะแต่งงานกัน“ไปฮันนีมูนที่ไหนดี” ชายหนุ่มเปลี่ยนจากเรื่องในอดีตกลับมาโฟกัสเรื่องที่กำลังจะมาถึง“พี่เรียงลำดับผิดหรือเปล่า พี่ต้องถามว่าแต่งงานที่ไหนดีไหมคะ” อริยาเอ่ยแย้ง“แต่งที่โรงแรมพี่แหละ งานเช้าก็จัดที่นั่นเลย ส่วนงานกลางคืนจัดที่ห้องอาหารชั้นรูฟท็อป พี่ให้คนเตรียมงานแล้ว เหลือแต่เราเถอะ ลางานได้วันไหน”“แม่พี่ยังไม่ได้มาขอเลยนะ” อริยาไม่คิดว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก“ก็อีกสองวันแม่ก็มาแล้ว จากนั้นก็จัดงาน
“เอยก็ตั้งใจจะพาพี่ไปกราบย่าอยู่แล้วค่ะ ตอนแรกตั้งใจจะเซอร์ไพรส์แต่วันนี้พี่ดันเจอหมอเอินเสียก่อน ความแตกเลย” เธอหัวเราะเบา ๆ กับความคิดของตัวเอง“พี่เห็นหมอเอินนึกว่าเป็นเอย กำลังจะเข้าไปตั๊นหน้าไอ้คนนั้นแล้ว มองข้างหลังรูปร่างหมอเอินเหมือนเอยมาก หันหน้ามาก็คล้ายนะ”เหมือนทีเดียวแหละ เขาเกือบสร้างเรื่องแล้วไหมละ ถ้าต่อยแฟนน้องสาวเธอมีหวังคนในอ้อมกอดเวลานี้จะงอนเอาได้“ย่าเอยใจดีมาก ย่าทำให้เอยคิดได้เรื่องของเรา”“หืม…ยังไงครับ” กายถามอย่างสนใจ มิน่าเล่ากลับมาคราวนี้เธอเปลี่ยนไปมาก ยิ้มเก่งขึ้น เอาใจเขามากขึ้นและที่สำคัญเธอดูมีความสุขมากขึ้น“เอยรักพี่ รักมาตลอด แต่เพราะสิ่งที่ย่าอารีทำ เวลาเอยมองหน้าพี่แล้วเอยก็คิดถึงแต่อดีต มันเจ็บในอก ในหัวมีแต่คิดว่าครอบครัวเขา ย่าเขาพรากแม่เราไป ทำให้แม่ตาย”กายลูบหลังคนเล่าอย่างอ่อนโยน เขารู้ว่าเธอคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไรและยินดีเดินออกจากชีวิตเธอเพราะรู้ว่าเธอเจ็บปวดที่มีเขาในเวลานั้น“แต่ย่าทำให้เอยรู้ว่าเราควรปล่อยวาง อย่าให้อดีตมาทำร้ายเราในปัจจุบันและอนาคต ทำให้เอยได้มีเวลาคิดไตร่ตรอง”เธอผละออกจากอกเขา ใช้มือบางประคองสองข้างแก้มของกายไว้ ก
“ขอโทษค่ะ เอยแค่เจ็บใจ ถ้าเรามีเงิน...ฮึก”“มันผ่านไปแล้วเอย เราแก้ไม่ได้แล้ว” เขาดึงร่างบางเข้ามากอดซบกับอกกว้างที่เปลือยเปล่า เธอแนบใบหน้างามกับอกแกร่งเนื้อตัวเขาเย็นสบายอย่างที่เธอชอบลูบไล้ทุกครั้งเวลาที่อยู่ด้วยกัน“ใส่สร้อยให้เอยหน่อย” เธอยื่นกล่องสร้อยเพชรให้เขาใส่ให้ ตอนที่ได้รับเธอไม่ได้ให้เขาใส่ให้เพราะยังเป็นเด็กมัธยม ไม่เหมาะกับของมีค่าเช่นนี้แต่เวลานี้ เธอเหมาะสมและคู่ควรกายบรรจงใส่สร้อยคอให้เธออย่างเบามือ ลูบผมนุ่มลื่นอย่างทะนุถนอม จูบริมฝีปากสีชมพูหวานอย่างหลงใหล“ของที่เป็นของเราสุดท้ายก็เป็นของเราเนอะ” อริยาพึมพำ ครั้งหนึ่งเธอคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้ใส่สร้อยเส้นนี้เสียแล้ว ใครจะคิดว่าวันเวลาผ่านไปตั้งหลายปีมันก็เดินทางกลับมาอยู่กับเธอจนได้“สร้อยเลือกเจ้าของไง เหมือนใจพี่ที่ต้องเป็นเอยเท่านั้น”“น้ำเน่าเข้าไปอีกคุณกายขา”“ถึงน้ำจะเน่าแต่พี่ก็เอามันนะ”“เกี่ยวกันตรงไหนเนี่ย” อริยาหัวเราะกับคำพูดของเขาที่วกพาเข้าเรื่องหื่น ๆ ได้ตลอด“ไม่เกี่ยวเหรอ นึกว่าเกี่ยวนะเนี่ย” แล้วเสียงหัวเราะของทั้งสองก็ดังขึ้นความทุกข์ทั้งหลายในเวลานี้ได้พ้นผ่านไปแล้วสินะ ต่อไปนี้ขอให้ชีวิตขอ
“คนมีผัวแล้วจะสนใจคนอื่นได้ไงจริงไหม” คนของใจอย่างกายรีบขยายความ คนมีผัวได้แต่หัวเราะคิกคักกับคำพูดของเขา“ว่าแต่ตัวเองเถอะมีคนมาชอบไหม” อริยาเปลี่ยนเรื่องของตัวเองเป็นเรื่องของเขาบ้าง“พี่เป็นคนมีเมียจะให้ใครมาจีบ ดูนี่” เขายกมือขึ้น เธอเห็นแหวนสีเงินบนนิ้วนางข้างซ้าย“นี่ไม่ใช่แหวนแต่งงานเรานี่”“ใครว่าใช่ล่ะครับ มันคือแหวนวัดอัตราการเต้นของหัวใจ จับการเดิน บันทึกคุณภาพการนอน แต่รูปร่างเหมือนแหวนแต่งงานไง คนก็เลยคิดว่าพี่ยังไม่ได้หย่า”เขาอธิบายยืดยาว อยากให้เธอเข้าใจ เดี๋ยวงอนอีกว่าเขาเอาแหวนใครมาใส่ ผู้หญิงเป็นประเภทมโนเก่งเดี๋ยวคิดไปทั่วอีก“น่ารักที่สุด” คนโดนชมหัวใจพองฟู โดยเฉพาะเวลาที่เธอใช้ริมฝีปากจูบใต้คาง แสดงออกถึงความรักใคร่และหลงใหลที่มีให้กัน“เออ พี่มีอะไรให้เราดู” เขาเดินไปหยิบกางเกงขาสั้นจากตู้มาสวมให้ตัวเอง และหยิบเสื้อสายเดี่ยวตัวเก่งที่เธอชอบใส่เมื่อครั้งเคยอยู่กับเขาก่อนเรียนจบที่เขายังเก็บไว้เป็นที่ระลึกเสมอ ส่วนล่างของเธอก็ให้ใส่เพียงขาสั้นเสมอแก้มก้น“ดูอะไรคะ” อริยาถามเมื่อเขาแต่งตัวเธอเสร็จก็พาขี่หลังเพื่อมาห้องทำงานของเขาเมื่อเข้ามาอยู่ในห้องอริยาก็รู้ท







