登入เราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ปีหนึ่งจนกระทั่งตอนนี้พวกเราอยู่ปีสี่และเขากำลังโสด เพราะคำยุยงของเพื่อนคนดีทำให้ฉันกล้าทำอะไรบ้า ๆ อย่างเช่นการอยากได้เพื่อน "มึงจะรอให้เขื่อนแต่งงานแล้วมาเสียดายไม่ได้นะ หมดเวลาแอบรักแล้ว ถึงเวลาอ่อยแล้วสาว" เพราะคำนี้คำเดียวที่ทำให้เรื่องราวของเราเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล เขาไม่พร้อมมีใครแต่พร้อมแค่มีเซ็กซ์ สถานะที่มีให้แค่เพื่อน จะไปต่อหรือพอแค่นี้
查看更多“มึงอยู่ที่นี่ได้เลยไม่ต้องเกรงใจกู” ฉันมองหน้าเพื่อนสนิท เราสองคนสนิทกันตั้งแต่เรียนปีหนึ่ง เพราะเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มผู้ชายทั้งสามคน
วิศวกรรมไฟฟ้าเป็นอีกสาขาที่ผู้หญิงเรียนน้อยมาก ซึ่งฉันก็เป็นหนึ่งในผู้หญิงเพียงห้าคนของสาขา ถ้าถามว่าฉันมีเพื่อนผู้หญิงไหมตอบว่ามีแต่อยู่คนละคณะ ส่วนอีกสี่คนที่เป็นเพื่อนในสาขาทั้งสี่ก็มีแฟนหมดแล้ว
เมื่อลำบากคนเดียวที่ฉันพึ่งได้ก็คือเขื่อน
‘ลำบาก คำนี้มึงช่างกล้าพูดเนอะอีเนย ลูกคุณหนูอย่างมึงลำบากตอนไหนก่อน ตอแหลที่สุด’ เสียงนางฟ้าในหัวของฉันกำลังต่อว่าตัวเอง
‘อีนางฟ้าเนย ถ้ามึงไม่ทำอย่างนี้จะได้มาอยู่บ้านเขื่อนไหม สามปีกูปล่อยมึงแสดงมาเยอะแล้วเป็นไงแดกแต่แห้ว ได้กินไหมผู้ชาย’ นั่นก็เสียงนางมารในหัวฉันเช่นกันค่ะ
ส่วนร่างจริงของฉันเวลานี้ยืนมองรอบ ๆ ห้องที่คอนโดของเขื่อนอย่างลิงโลดแต่ต้องกลั้นความดีใจไว้
“ขอบคุณมากนะเขื่อน ถ้าไม่ได้มึงกูไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน”
“ไม่เป็นไร เราเพื่อนกัน แล้วนี่เรื่องมันเป็นยังไงวะ” เขื่อนยืนมองฉัน โดยที่มีระยะห่างเกือบเมตร ส่วนฉันนั่งลงบนเตียงในห้องนอนที่เขื่อนเพิ่งยกให้
“ที่บ้านเรามีปัญหาเรื่องเงิน เราไม่มีที่ไป อึก” ฉันปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นก้มหน้าปล่อยให้น้ำตาหยดลงบนตัก จริง ๆ แล้วไม่อยากพูดอะไรเยอะ เดี๋ยวจำไม่ได้ว่าตอแหลอะไรเขื่อนบ้าง
เรื่องของเรื่องก็คือ ฉันอยากได้เขา อยากได้มาตั้งแต่ปีหนึ่ง แต่เพราะสถานะเพื่อนค้ำคอทำให้ฉันไม่กล้าทำอะไร ได้แต่ส่งยิ้มให้เขื่อนกับผู้หญิงคนแล้วคนเล่าของเขา
จนกระทั่งตอนนี้ เราสองคนอยู่ปีสี่อีกแค่ไม่ถึงปีเราสองคนจะจบแล้ว ฉันไม่มีเวลาอีกแล้ว การเป็นโสดครั้งนี้ของเขื่อนคือโอกาสครั้งสุดท้ายของฉัน
แผนคุณหนูตกอับและขอมาอยู่บ้านเพื่อนจึงผุดขึ้นมาในหัวเพราะเพื่อนรักอย่างเพียวแนะนำ ใช่ค่ะ ฉันมีเพื่อนชื่อเพียว สาวสวยประจำเอกของเรา ซึ่งแน่นอนว่านางเริ่ด นางสวยและมีผู้ชายห้อมล้อม
“มึงจะรอให้เขื่อนแต่งงานแล้วมาเสียดายไม่ได้นะ หมดเวลาแอบรักแล้ว ถึงเวลาอ่อยแล้วสาว”
คำแนะนำของเพื่อนบวกกับนางมารในใจ ฉันถึงมานั่งอยู่ตรงนี้ในห้องของเขื่อน
“ไม่ต้องเล่าแล้วก็ได้เนย ไม่เป็นไรนะมึง” เขื่อนหย่อนกายนั่งลงข้าง ๆ ฉันมือข้างหนึ่งของเขื่อนโอบบนไหล่ฉันพร้อมตบเบา ๆ
ฉันวางหัวลงกับไหล่ของเขาอย่างแนบเนียน กลิ่นโคโลญจน์หอมสะอาดหลังอาบน้ำของเขาทำฉันใจเต้นแรง เป็นครั้งแรกที่เขื่อนโอบฉันในที่ลับตาคนเช่นนี้
“ขอบคุณนะเขื่อน” ฉันใช้สองมือของตัวเองกอดรอบเอวของเขื่อนเบา ๆ รู้สึกได้ว่าตัวเขื่อนเกร็งขึ้นแต่ก็เพียงนิดเดียวเท่านั้น
“อืม…งั้นมึงพักผ่อนก่อนนะ เดี๋ยวกูไปหาอะไรให้กิน”
“โอเค…” แขนทั้งสองข้างของฉันจำต้องปล่อยจากเอวเขื่อน หัวก็ต้องยอมยกขึ้นจากไหล่อย่างแสนเสียดาย แต่ไม่เป็นไร นี่แค่วันแรกอย่างน้อยก็ได้กอดเอวได้ซบแล้ว
งือ…คนอะไรตัวก็หอม เอวก็แน่น
ภาพหนังลามกมายมายวิ่งเข้าในหัวฉัน อยากลอง อยากลองแบบนั้นกับเขื่อนจัง
หลังจากเขื่อนออกไปจากห้องแล้ว ฉันก็มีเวลาสำรวจห้องนอนที่เขื่อนให้ฉันอาศัย ห้องนี้เป็นห้องนอนแขกเตียงนอนก็เลยแค่ขนาดสามฟุตครึ่งและมีตู้เสื้อผ้าบิลต์อินขนาดเล็ก เล็กกว่าห้องนอนฉันสามเท่าได้ ถ้าไม่ใช่เพราะผู้ชายที่อยากได้จนตัวสั่นบอกเลยอีเนยจะไม่ลงทุนขนาดนี้
“เนยกินข้าว” เสียงของผู้ชายที่อยากได้เรียกให้ฉันกินข้าว นานแค่ไหนแล้วนะที่เราสองคนไม่ได้กินข้าวด้วยกันสองคน อืม ก็ไม่นานนะก่อนเปิดเทอมไม่กี่วันเอง
“มึง…กินได้ไหม” คำว่ามึงของเขื่อนชะงักทำให้ฉันค่อนข้างพอใจ เพราะตอนนี้ฉันเปลี่ยนเป็นชุดอยู่บ้าน ก็อากาศชลบุรีเวลาเที่ยงวันเช่นนี้ก็ร้อนแทบต้องแก้ผ้าเดิน ถึงเวลานี้เราสองคนจะไม่ได้ร้อนเพราะคอนโดของเขื่อนเปิดแอร์ เย็นฉ่ำทุกพื้นที่
แต่ชุดของฉันก็ใส่ตามอากาศร้อนข้างนอกนั้นแหละ เสื้อกล้ามตัวโคร่งที่ไม่มีแขน ไม่ได้โนบรานะแต่ใส่เป็นบราปีกนกเท่านั้นเอง ส่วนกางเกงก็ขาสั้นกุดที่เสื้อกล้ามตัวใหญ่อาจปิดมันมิดไปหน่อยจนเหมือนไม่ได้ใส่
“กินได้ ข้าวผัดไข่เหรอ” ฉันมองข้าวผัดไข่สีเหลืองทองตรงหน้า
“อืม ในตู้เย็นมีแค่ไข่ ถ้ามึงกินไม่ได้โทรสั่งเอาก็ได้นะ แต่ต้องลงไปเอานะ เขาไม่ให้ขึ้นมาข้างบน” เขื่อนอธิบายยืดยาวและมองฉันอย่างไม่เต็มตานัก เขินละสิ แน่ล่ะ เขื่อนไม่เคยเห็นฉันเวอร์ชันนี้มาก่อน
นี่แม่ของเธอจับได้ตัวซีเคร็ตมาหรือไรทำไมน้องชายถึงได้ทั้งน่ารักและน่าตีในเวลาเดียวกัน “โอ๋ ๆ พี่นินิวรักน้องขุนที่สุด” “ติงนะ” น้ำตาที่ไหลอาบทั้งสองแก้มหยุดราวกับผู้กำกับสั่งคัตสมกับที่พี่นินิวบอกว่า ‘ขุนการละคร’ แต่ก็นั่นแหละถึงน้องจะดื้อถึงน้องจะน่าตีหรือขุนเขาจะการละครแค่ไหน พี่นินิวก็รักน้องที่ประคบประหงมมาตั้งแต่ในท้องแม่ ก็รักตั้งแต่ยังไม่เคยเห็นหน้า “จุ้ม ๆ” มือป้อม ๆ สองข้างชูขึ้นเพื่อให้พี่สาวอุ้ม ตั้งแต่เลี้ยงน้อง นินิวรู้สึกว่าตัวเองแข็งแรงขึ้นโดยเฉพาะกล้ามแขน น้องขุนของพี่นินิวน้ำหนักไม่ใช่น้อย ๆ เสียเมื่อไหร่แต่นินิวก็ยังอุ้มไหว “พี่ไม่มีแรง” เมื่อพี่สาวบอกว่าไม่มีแรง เด็กชายขุนก็ลุกขึ้นทันที กอดคอพี่สาวจุ๊บแก้มซ้ายแก้มขวาเพราะรู้ว่านี่คือค่าจ้างที่พี่นินิวต้องการเมื่อได้จุ๊บจากน้องนินิวก็อุ้มน้อง เดินไปเดินมาสองสามก้าวก็วางลง เท่านั้นแหละเด็กชายขุนก็อารมณ์ดีหัวเราะเอิ๊กอ๊ากผู้เป็นพ่อแอบมองพี่เลี้ยงน้องแล้วก็ต้องอมยิ้ม แม้น้องชายจะดื้อแต่พี่นินิวก็ใจเย็นและดูแลน้องได้ดี อย่างเช่นตอนนี้ทั้งสองคนกำลังเล่นตัวต่ออยู่ในคอกกั้น พูดคุยกั
ตอนพิเศษ 2 พี่นินิว ค่ำคืนนี้ฉันตั้งใจจะพูดคุยกับเขื่อนเรื่องลูกคนที่สองอย่างเป็นจริงเป็นจังเพราะถ้าจะมีลูกครั้งนี้เราต้องมีการวางแผนอย่างจริงจัง การเลี้ยงเด็กเล็กสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย มีหลายคู่ที่เลิกรากันเพราะมีลูกคนที่สองฉันไม่อยากให้การมีลูกเพิ่มทำให้ครอบครัวเราแตกแยกกัน เขื่อนไม่เคยเลี้ยงลูกเล็กฉันไม่รู้ว่าเขาจะไหวไหม“พ่อแน่ใจนะว่าอยากมีลูกเพิ่ม” เราสองคนเปลี่ยนสรรพนามเรียกกันเป็นพ่อแม่ชินปากเสียแล้ว แรก ๆ ก็แค่พูดต่อหน้าลูกแต่เมื่อเวลาผ่านไปเราสองคนรู้สึกว่าคำเรียกแบบนี้ให้ความรู้สึกว่าเราเป็นครอบครัว“อืมแน่ใจ อยากมีหลาย ๆ คนเลย”“เลี้ยงเด็กไม่ใช่เรื่องง่ายนะ เหนื่อยมากตอนกลางคืนก็ไม่ได้นอนดีแล้วต้องตื่นมาทำงานแบบนอนไม่อิ่มอีกนะ” มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากจริง ๆ“งั้นเดี๋ยวพ่อลาออกจากงานดีกว่า มาเลี้ยงลูก” นั่นความคิดของคนรวยฉันกลอกตามองบน อยากออกจากงานเนี่ยคิดดีไม่ได้เลย“ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นเลยนะเนย เราออกจากงานเพราะอยากเลี้ยงลูกไม่ได้คิดเรื่องลามกอะไรเลย”“เรายังไม่ทันพูดอะไรเลยเขื่อน เธอนี่ร้อนตัวนะเนี่ย” ตุ๊กแกมันกินปูนร้อนท้องยังไงเวลานี้ผัวฉันก็กินปูนร้อนท้อ
เรียกว่าช่วงเวลานั้นเขื่อนตักตวงจากเมียรักแทบทุกวัน ทุกเวลาสามมื้อหลังอาหาร สุดท้ายเมียรักของเขาต้องตั้งกฎเหล็กโดยให้เขาไปทำการทำงานบ้างและให้เขาแค่วันละครั้งเท่านั้น น้อยครั้งที่จะยอมให้วันละสองยก ‘ครั้งหนึ่งตั้งสองสามน้ำเขื่อนไม่เหนื่อยเหรอ’ เขาส่ายหน้ากับคำถามนั้นทันที ไม่เหนื่อยบอกเลย เวลานั้นเขามีความสุขมากยิ่งได้กินเธอเขายิ่งเป็นอมตะ “พ่อจะพาแม่จ๋าไปฮันนีมูน นินิวต้องช่วยพ่อนะ” เด็กหญิงนินิวขมวดคิ้วกับคำว่าฮันนีมูน นินิวรู้จักคำนี้ตอนนั้นพ่อกับแม่ไปหลังแต่งงาน กลับมาแม่ตาคล้ำ ตัวซีด “ไปทำไม” เด็กหญิงไม่เห็นด้วยกับฮันนีมูนของพ่อ “เขาว่ากันว่าไปฮันนีมูนจะได้น้องกลับมานะครับ” ผู้เป็นพ่อยังหาข้ออ้างโดยเอาเรื่องน้องมาอ้างซึ่งนินิวก็ไม่ค่อยอยากเชื่อเท่าไหร่ “คราวที่แล้วไปก็ไม่ได้น้อง” เด็กหญิงยังบ่นอุบตอนนั้นคุณย่าคุณยายบอกว่าให้พ่อแม่ไปฮันนีมูนจะได้น้องกลับมา พวกท่านบอกว่าท้องแม่จะเริ่มโตขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นพอได้เก้าเดือนน้องก็จะออกมาจากท้องแม่ที่โรงพยาบาล แต่นี่ก็ผ่านมานานน่าจะนานเกินเก้าเดือนแล้ว นินิวนับปีนับเดือนเป็น
“งั้นขอเลียอีกนิดนะ เราชอบเวลาเธอละลาย” ว่าเสร็จเรียวขาฉันก็โดนอ้ากว้างมือข้างหนึ่งของเขื่อนช้อนใต้สะโพกยกให้สูงขึ้นเพื่อให้เขาได้ซดอย่างที่ชอบทำเรียวลิ้นที่ตวัดรัวเร็วทั่วกลีบสาว ฉันเสียวจนต้องครางออกมาเพื่อบรรเทาความร้อนในกาย นิ้วมือยาวสอดเข้าสุดทำงานประสานกับปลายลิ้นที่ไล้เลีย บางจังหวะเขารัวลิ้นกับปลายติ่งในบางจังหวะเขาก็ดูดติ่งเสียงดังจ๊วบจ๊าบหื่นกระหาย หยาบโลนแต่ฉันกลับชื่นชอบ ร้องครางอย่างไม่กลัวว่าใครจะได้ยิน ส่ายร่อนสู้กับปากลิ้นร้อนร้าย ตอดรัดนิ้วมือเขาแทบขาด เขื่อนครางในลำคออย่างพอใจเมื่อฉันปล่อยน้ำหวานให้เขาดูดกลืน“อ๊า อา” เสียงครางของฉันบ่งบอกว่าฉันแตกกระจายและสุขสมอีกครั้งสามน้ำในยกเดียว“โคตรตอด” เขาว่าในจังหวะที่ดึงนิ้วมือออกและฉันเองก็ผวาตามนิ้วมือ“เขื่อน” ฉันร้องขอและเขาก็รู้ว่าอะไรที่ฉันต้องการแทนที่นิ้ว“อา/อืม” สองเสียงของเราประสานกันในจังหวะที่กายประสานกาย ท่อนลำร้อนแทรกเข้าในกายฉันจนสุดลำในคราเดียว เสียวจนแทบแตกแค่เสียบครั้งเดียว เขื่อนเองก็คงเช่นกันเมื่อใบหน้าเขาเหยเกบ่งบอกว่ากำลังเสียวฉันใช้มือข้างหนึ่งจิกบนแก้มก้นของเขาพร้อมทั้งอ้าขากว้างยกเนินเนื้อให้แน