LOGINหลังจากเขื่อนออกไปจากห้องแล้ว ฉันก็มีเวลาสำรวจห้องนอนที่เขื่อนให้ฉันอาศัย ห้องนี้เป็นห้องนอนแขกเตียงนอนก็เลยแค่ขนาดสามฟุตครึ่งและมีตู้เสื้อผ้าบิลต์อินขนาดเล็ก เล็กกว่าห้องนอนฉันสามเท่าได้ ถ้าไม่ใช่เพราะผู้ชายที่อยากได้จนตัวสั่นบอกเลยอีเนยจะไม่ลงทุนขนาดนี้
“เนยกินข้าว” เสียงของผู้ชายที่อยากได้เรียกให้ฉันกินข้าว นานแค่ไหนแล้วนะที่เราสองคนไม่ได้กินข้าวด้วยกันสองคน อืม ก็ไม่นานนะก่อนเปิดเทอมไม่กี่วันเอง
“มึง…กินได้ไหม” คำว่ามึงของเขื่อนชะงักทำให้ฉันค่อนข้างพอใจ เพราะตอนนี้ฉันเปลี่ยนเป็นชุดอยู่บ้าน ก็อากาศชลบุรีเวลาเที่ยงวันเช่นนี้ก็ร้อนแทบต้องแก้ผ้าเดิน ถึงเวลานี้เราสองคนจะไม่ได้ร้อนเพราะคอนโดของเขื่อนเปิดแอร์ เย็นฉ่ำทุกพื้นที่
แต่ชุดของฉันก็ใส่ตามอากาศร้อนข้างนอกนั้นแหละ เสื้อกล้ามตัวโคร่งที่ไม่มีแขน ไม่ได้โนบรานะแต่ใส่เป็นบราปีกนกเท่านั้นเอง ส่วนกางเกงก็ขาสั้นกุดที่เสื้อกล้ามตัวใหญ่อาจปิดมันมิดไปหน่อยจนเหมือนไม่ได้ใส่
“กินได้ ข้าวผัดไข่เหรอ” ฉันมองข้าวผัดไข่สีเหลืองทองตรงหน้า
“อืม ในตู้เย็นมีแค่ไข่ ถ้ามึงกินไม่ได้โทรสั่งเอาก็ได้นะ แต่ต้องลงไปเอานะ เขาไม่ให้ขึ้นมาข้างบน” เขื่อนอธิบายยืดยาวและมองฉันอย่างไม่เต็มตานัก เขินละสิ แน่ล่ะ เขื่อนไม่เคยเห็นฉันเวอร์ชันนี้มาก่อน
ก็ทุกครั้งไม่ได้ตั้งใจอ่อยแต่ครั้งนี้ตั้งใจอ่อยจริง ๆ ไม่โกรธกันนะเขื่อนจ๋า
“กินได้ เราชอบ…” ฉันเงยหน้ามองเขาในจังหวะที่กำลังเขี่ยข้าวผัดไปมา
“กูชอบข้าวผัดมึง” ในใจอยากจะบอกว่ากูชอบมึง แต่มันไม่ได้ปะวะเวลานี้เดี๋ยวเขื่อนมันตกใจเพิ่งมาอยู่วันแรก
“กินเยอะ ๆ ไม่ต้องคิดมาก มึงนอนได้ใช่ไหม ห้องแคบไปนิด” เขื่อนเอ่ยถามในจังหวะที่ฉันก้มหน้าก้มตากินข้าว พอเงยขึ้นมาเพื่อสบตามันก็หลบสายตาฉันวูบ
“อืม อยู่ได้” ห้องแคบไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด
“กูดูทีวีตรงนี้ได้เปล่า” ฉันชี้ไปยังโซนห้องรับแขกที่อยู่ด้านหลังตัวเอง ห้องของเขื่อนมีสองห้องนอน ห้องน้ำน่าจะมีสองห้องด้วยเช่นกัน ห้องหนึ่งฉันเดาว่าน่าจะอยู่ในห้องนอนเขา ส่วนอีกห้องก็คือห้องที่อยู่ติดห้องครัวและโซนห้องซักล้าง
ส่วนห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขกจะเป็นห้องที่เดินเข้ามาจะเจอโซฟาแบบนั่งและแบบนอนวางอยู่ติดกันเป็นชุดและมีจอทีวีขนาดใหญ่ติดผนัง
“ได้สิ มึงดูได้เต็มที่เลย” เขื่อนตอบแบบเต็มใจและยิ้มให้ฉัน
“ขอบคุณนะเขื่อน มึงโคตรใจดี”
“เลิกชมได้แล้วกูขนลุก” ฉันย่นจมูกใส่เขา ขนลุกนี่หมายความว่าไง
หลังจากกินข้าวผัดกันจนหมดจานฉันอาสาล้างจานให้เขื่อน
“มึงทำเป็นแน่นะ” เขื่อนทำหน้าเหมือนไม่เชื่อใจ ในสายตาของพวกมันฉันคือคุณหนู ทำงานบ้านอะไรพวกนี้ไม่เป็น
“ทำได้สิ” รับปากเขื่อนแข็งขัน ทั้งที่ตัวเองก็ไม่มั่นใจ ดีนะที่ถอดเล็บเจลออกแล้วจึงเหมาะกับตำแหน่งคุณหนูตกอับหน่อย
“อืม” เขื่อนรับคำอย่างไม่เชื่อใจฉันเท่าไหร่นักแต่ก็ยอมย้ายตัวเองไปนั่งหน้าทีวีเพื่อเปิดซีรีส์ฝรั่งเรื่องหนึ่งที่กำลังนิยมในตอนนี้
ฉันแอบชำเลืองมองเขื่อนเป็นพัก ๆ เขื่อนใส่กางเกงบอลกับกล้ามสีขาว ท่อนแขนของเขื่อนเป็นมัด ๆ น่านอนหนุนทั้งคืน
“ว้าย!” เพราะเอาแต่คิดถึงกล้ามผู้ชายน้ำที่ไหลกระทบจานมันแฉลบมาโดนตัวฉันที่ไม่ทันตั้งตัว เปียกหมดเลย
“เนย!” เขื่อนที่มาถึงตัวฉันทันทีและช่วยปิดน้ำ
“โทษที พื้นเละหมดเลย” ฉันรีบกระวีกระวาดหาผ้ามาเช็ดพื้นที่มีน้ำเปื้อนอยู่
“มึง ไม่ต้องมึง” เสียงห้ามของเขื่อนมาพร้อมมือที่เขาจับมือฉันไว้แน่น เราสองคนมองหน้ากันในขณะที่มือเขาจับหลังมือฉันไว้
“มึงไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ เดี๋ยวกูทำเอง” เขื่อนปล่อยมือฉันและยืนขึ้นเพื่อเดินไปหยิบไม้ถูพื้นมาเช็ด ฉันก้มมองหน้าอกตัวเองแล้วก็ต้องลอบยิ้ม ที่เขื่อนหูแดงเพราะอย่างนี้สินะ เสื้อกล้ามสีขาวของฉันเปียกน้ำและลู่ตามผิวเนื้อ ถึงจะมีบราปีกนกแต่มันปกปิดแค่ส่วนยอดถันความกลมกลึงทั้งเต้าเขื่อนต้องเห็น
อา…รู้สึกดีจังโดนเขื่อนโลมเลียทางสายตาแม้จะเพียงนิดเดียวก็เถอะ
ฉันเดินกลับเข้าห้องนอนแขกซึ่งเวลานี้เขื่อนยกให้เป็นห้องนอนของฉัน เขาว่าไงนะ อ๋อ ให้ฉันไปอาบน้ำใช่ไหมในเมื่อห้องนี้ไม่มีห้องน้ำ ฉันต้องกลับออกไปอาบที่ห้องน้ำข้างนอกสินะ
ฉันเปิดประตูออกจากห้องอย่างเบามือลอบมองเห็นเขื่อนกำลังยืนล้างจานคาดว่าน่าจะใกล้เสร็จแล้ว ฉันหยิบเพียงผ้าเช็ดตัวแล้วรีบเดินเร็ว ๆ ไปยังห้องน้ำ
ห้องน้ำขนาดไม่ใหญ่มากมีโซนเปียกที่กั้นไว้ให้อาบน้ำ ฉันเข้าไปจัดการถอดเสื้อผ้าที่ชุ่มน้ำของตัวเองพาดไว้บนขอบอ่างล้างหน้า จัดการรีบอาบน้ำแบบลวก ๆ
ใช้เวลาอาบน้ำเพียงสิบนาทีฉันก็เดินออกจากห้องน้ำโดยนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว เขื่อนที่นั่งอยู่หน้าทีวีหันมามองฉันแวบเดียวแล้วก็หันกลับไปสนใจหน้าจอทีวีต่อ
ฉันรีบกึ่งวิ่งไปห้องของตัวเอง
“ว้าย! โอ้ย!” เพราะรีบร้อนทำให้สะดุดขาตัวเองก่อนจะถึงห้องและล้มหน้าคะมำจับกบ มือทั้งสองข้างที่เคยหอบเสื้อผ้าที่เปียกน้ำวางอยู่บนพื้นเพื่อพยุงตัวเอง
ตอนพิเศษ 1 บทสรุปคนชั่วคดีฟอกเงินของไฮโซชื่อดังอย่างศักดิ์สิทธิ์และอัญมณีมีคำสั่งพิพากษาให้ยืนตามศาลชั้นต้นจำคุกทั้งสองเป็นเวลายี่สิบปีทั้งสองคน ถือเป็นการต่อสู้คดีกันมาอย่างยาวนาน“ยังไม่เจอตัวคุณไอด้าเลยครับ” ในวันพิจารณาคดีไร้เงาลูกสาวเพียงคนเดียวของทั้งคู่“ส่งคนออกตามหาเพิ่มสิ” ลูกความที่เวลานี้ยังทำตัวราวกับว่ามีเงินมีทองล้นฟ้าเหมือนก่อนหน้านี้ ทั้ง ๆ ที่เวลานี้ค่าทนายของเขายังแทบไม่มีจ่ายเงินในบัญชีก็ถูกอายัด เงินสดบอกว่าลูกสาวรู้ว่าอยู่ที่ไหนก็ไม่เห็นลูกสาวโผล่หน้ามาหรือติดต่อได้สักครั้ง“คุณอัญต้องจ่ายเงินก่อนครับ ผมไม่มีเงินสำรองพอออกให้ก่อนได้” ทนายที่เพิ่งมารับงานได้ไม่นานตอบเสียงเรียบ“เออน่า รับรองว่าฉันจะจ่ายแกอย่างงาม” อัญมณีบอกปัดซึ่งเธอเองก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาเงินที่ซ่อนออกมาได้อย่างไร จะบอกให้ทนายคนนี้ไปเอามาก็กลัวว่ามันจะเชิดเงินเธอหนีและหายเข้ากลีบเมฆคนที่ไว้ใจได้ก็มีแค่ลูกสาวหากแต่ก็หายหน้าหายตาไปโดยที่ติดต่อไม่ได้ หรือความคิดของเธอกับสามีจะเป็นจริง ลูกสาวตัวดีอย่างไอรดาน่าจะหอบเงินหลักหลายร้อยล้านหนีไปต่างประเทศหรือเปล่านะนังลูกชั่ว! เธอกับสามีพยายามกันลูกขอ
อาหารวันนี้คัดมาแต่จานอร่อยมีชื่อของโรงแรมทั้งนั้น และสิ่งที่เรียกน้ำตาทั้งบ่าวสาวน่าจะเป็นคำกล่าวอวยพรของน้องเจ้าสาว“ก่อนหน้าเอินไม่เคยเชื่อเรื่องพรหมลิขิตหรือความรักเลย จนกระทั่งวันที่ได้เจอพี่สาวซึ่งเราสองคนไม่เคยรู้ถึงการมีอยู่ของอีกคน แต่แล้ววันหนึ่งก็มีคุณหมอคนหนึ่งเดินมาหาเอิน เพื่อมาดูให้แน่ใจว่าที่หน้าเราสองคนเหมือนกันนั้นจริงไหม ทุกท่านว่าเหมือนไหมคะ”แขกผู้ร่วมงานต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าเหมือน“และนั่นก็ทำให้เราสองคนรู้ว่าเราเป็นพี่น้องกัน และเมื่อไม่นานมานี้พี่เอยก็มาพร้อมผู้ชายคนหนึ่ง พร้อมทั้งบอกกับเอินและย่าว่าจะแต่งงาน แต่เมื่อดูเจ้าบ่าวแล้วเอินก็จำได้เลยว่านี่คือคนเดียวกับคนที่ไปดักเจอเอยที่คณะเมื่อสิบปีที่แล้วเพราะตอนนั้นพี่กายคิดว่าเอินเป็นพี่เอย”อิสรียายิ้มให้กับแขกและบ่าวสาว ก่อนจะพูดต่อ“เพราะแบบนี้เอินจึงไม่กังวลเลยที่จะฝากพี่สาวคนเดียวของเอินให้เจ้าบ่าวดูแล เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาได้พิสูจน์แล้วว่า ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารักคือพี่เอย”เสียงตบมือดังขึ้นพร้อมกับน้ำตาของบ่าวสาวและเพื่อน เพราะทุกคนที่มาร่วมงานวันนี้ล้วนเป็นเพื่อนสนิทที่รู้เรื่องราวความรัก
“โอ๋…ไม่งอนนะคะ น่ารักที่สุด ไม่ยักรู้ว่าพี่ตามหาเอยด้วย นึกว่าเกลียดกันแล้ว ไม่อยากเจอกันแล้ว” คนตัวเล็กขยับกายนั่งบนตักแกร่ง จุ๊บเขาทั่วหน้าอย่างที่อยากทำ“พี่ยอมรับว่าตอนแรกโกรธมาก แต่ก็อยากเจอเอย อยากรู้ว่าเป็นยังไง เมียทั้งคนเนอะอดห่วงไม่ได้” เขาตามหาเธอเพราะอยากเจอ อยากคุย อยากรู้เรื่องทุกอย่างจากปากเธอ ลึก ๆ ในใจเขาไม่ได้เชื่ออารีทั้งหมดมีหลายสิ่งหลายอย่างไม่สมเหตุสมผล แต่ในเวลานั้นเขาไม่มีเวลา บริษัทที่ไร้ผู้นำ ปัญหาต่าง ๆ กว่าจะสะสางได้ใช้เวลาเกือบปี“สุดท้ายเราก็เจอกัน” อริยาสรุป เรื่องราวในอดีตก็คืออดีต เธอไม่เก็บมาใส่ใจ รู้แค่ว่าปัจจุบันเธอกับเขารักกันและกำลังจะแต่งงานกัน“ไปฮันนีมูนที่ไหนดี” ชายหนุ่มเปลี่ยนจากเรื่องในอดีตกลับมาโฟกัสเรื่องที่กำลังจะมาถึง“พี่เรียงลำดับผิดหรือเปล่า พี่ต้องถามว่าแต่งงานที่ไหนดีไหมคะ” อริยาเอ่ยแย้ง“แต่งที่โรงแรมพี่แหละ งานเช้าก็จัดที่นั่นเลย ส่วนงานกลางคืนจัดที่ห้องอาหารชั้นรูฟท็อป พี่ให้คนเตรียมงานแล้ว เหลือแต่เราเถอะ ลางานได้วันไหน”“แม่พี่ยังไม่ได้มาขอเลยนะ” อริยาไม่คิดว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก“ก็อีกสองวันแม่ก็มาแล้ว จากนั้นก็จัดงาน
“เอยก็ตั้งใจจะพาพี่ไปกราบย่าอยู่แล้วค่ะ ตอนแรกตั้งใจจะเซอร์ไพรส์แต่วันนี้พี่ดันเจอหมอเอินเสียก่อน ความแตกเลย” เธอหัวเราะเบา ๆ กับความคิดของตัวเอง“พี่เห็นหมอเอินนึกว่าเป็นเอย กำลังจะเข้าไปตั๊นหน้าไอ้คนนั้นแล้ว มองข้างหลังรูปร่างหมอเอินเหมือนเอยมาก หันหน้ามาก็คล้ายนะ”เหมือนทีเดียวแหละ เขาเกือบสร้างเรื่องแล้วไหมละ ถ้าต่อยแฟนน้องสาวเธอมีหวังคนในอ้อมกอดเวลานี้จะงอนเอาได้“ย่าเอยใจดีมาก ย่าทำให้เอยคิดได้เรื่องของเรา”“หืม…ยังไงครับ” กายถามอย่างสนใจ มิน่าเล่ากลับมาคราวนี้เธอเปลี่ยนไปมาก ยิ้มเก่งขึ้น เอาใจเขามากขึ้นและที่สำคัญเธอดูมีความสุขมากขึ้น“เอยรักพี่ รักมาตลอด แต่เพราะสิ่งที่ย่าอารีทำ เวลาเอยมองหน้าพี่แล้วเอยก็คิดถึงแต่อดีต มันเจ็บในอก ในหัวมีแต่คิดว่าครอบครัวเขา ย่าเขาพรากแม่เราไป ทำให้แม่ตาย”กายลูบหลังคนเล่าอย่างอ่อนโยน เขารู้ว่าเธอคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไรและยินดีเดินออกจากชีวิตเธอเพราะรู้ว่าเธอเจ็บปวดที่มีเขาในเวลานั้น“แต่ย่าทำให้เอยรู้ว่าเราควรปล่อยวาง อย่าให้อดีตมาทำร้ายเราในปัจจุบันและอนาคต ทำให้เอยได้มีเวลาคิดไตร่ตรอง”เธอผละออกจากอกเขา ใช้มือบางประคองสองข้างแก้มของกายไว้ ก
“ขอโทษค่ะ เอยแค่เจ็บใจ ถ้าเรามีเงิน...ฮึก”“มันผ่านไปแล้วเอย เราแก้ไม่ได้แล้ว” เขาดึงร่างบางเข้ามากอดซบกับอกกว้างที่เปลือยเปล่า เธอแนบใบหน้างามกับอกแกร่งเนื้อตัวเขาเย็นสบายอย่างที่เธอชอบลูบไล้ทุกครั้งเวลาที่อยู่ด้วยกัน“ใส่สร้อยให้เอยหน่อย” เธอยื่นกล่องสร้อยเพชรให้เขาใส่ให้ ตอนที่ได้รับเธอไม่ได้ให้เขาใส่ให้เพราะยังเป็นเด็กมัธยม ไม่เหมาะกับของมีค่าเช่นนี้แต่เวลานี้ เธอเหมาะสมและคู่ควรกายบรรจงใส่สร้อยคอให้เธออย่างเบามือ ลูบผมนุ่มลื่นอย่างทะนุถนอม จูบริมฝีปากสีชมพูหวานอย่างหลงใหล“ของที่เป็นของเราสุดท้ายก็เป็นของเราเนอะ” อริยาพึมพำ ครั้งหนึ่งเธอคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้ใส่สร้อยเส้นนี้เสียแล้ว ใครจะคิดว่าวันเวลาผ่านไปตั้งหลายปีมันก็เดินทางกลับมาอยู่กับเธอจนได้“สร้อยเลือกเจ้าของไง เหมือนใจพี่ที่ต้องเป็นเอยเท่านั้น”“น้ำเน่าเข้าไปอีกคุณกายขา”“ถึงน้ำจะเน่าแต่พี่ก็เอามันนะ”“เกี่ยวกันตรงไหนเนี่ย” อริยาหัวเราะกับคำพูดของเขาที่วกพาเข้าเรื่องหื่น ๆ ได้ตลอด“ไม่เกี่ยวเหรอ นึกว่าเกี่ยวนะเนี่ย” แล้วเสียงหัวเราะของทั้งสองก็ดังขึ้นความทุกข์ทั้งหลายในเวลานี้ได้พ้นผ่านไปแล้วสินะ ต่อไปนี้ขอให้ชีวิตขอ
“คนมีผัวแล้วจะสนใจคนอื่นได้ไงจริงไหม” คนของใจอย่างกายรีบขยายความ คนมีผัวได้แต่หัวเราะคิกคักกับคำพูดของเขา“ว่าแต่ตัวเองเถอะมีคนมาชอบไหม” อริยาเปลี่ยนเรื่องของตัวเองเป็นเรื่องของเขาบ้าง“พี่เป็นคนมีเมียจะให้ใครมาจีบ ดูนี่” เขายกมือขึ้น เธอเห็นแหวนสีเงินบนนิ้วนางข้างซ้าย“นี่ไม่ใช่แหวนแต่งงานเรานี่”“ใครว่าใช่ล่ะครับ มันคือแหวนวัดอัตราการเต้นของหัวใจ จับการเดิน บันทึกคุณภาพการนอน แต่รูปร่างเหมือนแหวนแต่งงานไง คนก็เลยคิดว่าพี่ยังไม่ได้หย่า”เขาอธิบายยืดยาว อยากให้เธอเข้าใจ เดี๋ยวงอนอีกว่าเขาเอาแหวนใครมาใส่ ผู้หญิงเป็นประเภทมโนเก่งเดี๋ยวคิดไปทั่วอีก“น่ารักที่สุด” คนโดนชมหัวใจพองฟู โดยเฉพาะเวลาที่เธอใช้ริมฝีปากจูบใต้คาง แสดงออกถึงความรักใคร่และหลงใหลที่มีให้กัน“เออ พี่มีอะไรให้เราดู” เขาเดินไปหยิบกางเกงขาสั้นจากตู้มาสวมให้ตัวเอง และหยิบเสื้อสายเดี่ยวตัวเก่งที่เธอชอบใส่เมื่อครั้งเคยอยู่กับเขาก่อนเรียนจบที่เขายังเก็บไว้เป็นที่ระลึกเสมอ ส่วนล่างของเธอก็ให้ใส่เพียงขาสั้นเสมอแก้มก้น“ดูอะไรคะ” อริยาถามเมื่อเขาแต่งตัวเธอเสร็จก็พาขี่หลังเพื่อมาห้องทำงานของเขาเมื่อเข้ามาอยู่ในห้องอริยาก็รู้ท







