Share

ตอนที่11ที่ซุกหัว2

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-18 23:14:03

"ตกปลา ล่าไก่หรือ เจ้าเป็นสนมอยู่ในวัง เป็นลูกขุนนาง คงไม่รู้ว่าเรื่องพวกนี้ทำยากขนาดไหน กว่าจะใช้ธนูยิงมาได้แต่ละตัว พวกข้าก็ไม่มีธนูตอนนี้"

จือจือทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา

"พวกเจ้านี่ไม่คิดจะพัฒนาบ้างหรือไร ไม่ต้องคิดมาก เดี๋ยวข้าสอนวิธีดีๆ ให้ มีร้อยแปดวิธีในการจับไก่"

โจวชวี่เลิกคิ้วขึ้นอย่างสนใจ

"เจ้าเอาเครื่องมือมาหรือ ดีเลย"

จือจือส่ายหน้าอย่างอารมณ์ดี

"ข้าจะทำเองให้พวกเจ้าต่างหาก แต่ว่าต้องใช้เวลา"

นางเอามือลูบท้องตัวเองที่ร้องประท้วงไม่หยุด เสียงดังจ๊อกเบาๆ

"ตอนนี้เรื่องสำคัญอันดับหนึ่งคือข้ากำลังหิวมาก ไก่ย่างของพวกเจ้าก็เอามาแบ่งเท่าๆ กัน รองท้องไปก่อนเถอะ อิ่มด้วยกัน อดด้วยกัน"

จือจือเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายอย่างคนเห็นภาพอนาคตไกล

"ข้ารับรองว่าต่อจากนี้เราจะมีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีสังกะสีคุ้มหัว เจ้าไม่ต้องห่วง"

เหมยจิ้งยืนมองนายหญิงของตนอย่างตะลึง ส่วนเด็กหนุ่มทั้งสองยืนนิ่งไปชั่วอึดใจ โจวชวี่กับชูอวี่เผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว ความสดใสของจือจื่อทำให้บรรยากาศในตำหนักร้างที่มืดหม่นดูอ่อนลง หญิงอ้วนผู้มีแววตาสดใสคนนี้ประหลาดจริงเชียว

โจวชวี่ก้มลงหยิบไก่ย่างที่ยังอุ่นหอมกลิ่นควันไฟ ส่งให้จือจือด้วยท่าทีไม่ถือตัว

"เจ้าสองคนเอาไปกินเถอะ ที่จริงพวกข้าพึ่งกินไปเอง ยังอิ่มอยู่มาก แต่เจ้านี่สิ อ้วนแบบนี้แปลว่าปกติคงไม่ได้อดอยาก คงทนหิวไม่ได้นานเท่าไหร่"

จือจื่อหัวเราะเบาๆ รับไก่มาอย่างไม่ถือสา ก่อนจะยื่นส่งให้เหมยจิ้งอีกที สีหน้ากลับจริงจังขึ้นเล็กน้อย

"เจ้าเอาไปแบ่งเป็นสี่ส่วน แล้วไปเอาเข็ม ด้าย แล้วก็เชือกมา ข้าจะทำเบ็ดตกปลากับบ่วงจับไก่ให้พวกเขา"

เหมยจิ้งรับไก่ไปอย่างว่าง่าย พยักหน้าตามคำสั่งแต่ยังหันกลับมามองนายหญิงด้วยแววตาเป็นห่วง นางไม่เคยเห็นจือจื่อทำเรื่องเช่นนี้มาก่อนเลย 

จือจื่อเห็นสายตานั้นก็ยิ้มให้เล็กน้อย ก่อนจะหันไปพาโจวชวี่กับชูอวี่เดินตามเหมยจิ้งเข้าไปด้านใน ระหว่างทางนางกวาดตามองรอบตำหนักร้างที่รกครึ้ม พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงมั่นใจเพราะกำลังวางแผนใหญ่ ที่นี่กว้างขวาง หากปรับปรุงเสียหน่อยก็จะดีที่สุดน่าอยู่ที่สุด

“อาณาจักรของช้านนนนน”

“อะคืออะไรท่านพูดถึงอะไร”

"อืมมมมอย่าใส่ใจข้าก็แค่เพ้อไปตามเรื่อง คราวนี้ฟังนะที่นี่เรามีเครื่องมือดีๆ แล้ว พวกเจ้าก็พยายามหน่อย จับไก่มาเยอะๆ เลยละกันแต่อย่าจับมาหมดล่ะเหลือไว้ให้คนอื่นเขาบ้าง ชนบทแบบนี้ไก่ป่าเยอะแยะ เราเอามาเลี้ยงไว้ด้วยวันหน้าจะได้มีไข่กินอีก"

โจวชวี่พยักหน้ารัว ดวงตาเป็นประกายอย่างคนเห็นอนาคตตรงหน้าทำไมเขาคิดเรื่องนี้ไมไ่ด้นะ ส่วนชูอวี่เอียงหัว มองจือจื่อจากหัวจรดเท้า สีหน้าเต็มไปด้วยความฉงน และในที่สุดก็แพ้เสียงในหัว

"แล้วเจ้าเป็นสนมของฮ่องเต้ เหตุใดต้องมาทำเรื่องพวกนี้ด้วย เจ้าไม่มีเงินทองหรืออาหารติดตัวมาด้วยหรือ"

โจวชวี่ถึงกับเบิกตากว้าง คิดตามน้องชาย

"หรือว่าเจ้าตกอับจริงๆ"

คำพูดนั้นทำให้จือจื่อชะงักไปนิ๊สหนึ่ง จือจื่อเบ้หน้าเล็กน้อย สีหน้าดูไม่สบอารมณ์แต่แฝงความดื้อดึงในแววตา

"พวกเจ้าอย่าได้สงสัยในตัวข้า ข้าไม่ได้ตกอับ ข้ายังทรงคุณค่าตามเดิม" จือจื่อยกมือขึ้นแตะอกตนเองเหมือนย้ำเตือนศักดิ์ศรี ก่อนจะถอนหายใจยาว

"นี่ ข้าจะเล่าให้ฟัง ข้าแต่งเข้าไปตั้งนาน แต่ฮ่องเต้ไม่เคยสนใจ ข้าเป็นแค่สนมหนึ่งในกองสนมมากมาย กองสนมเจ้าได้ยินไหมกองสนมกองเล็กกองใหญ่ ถูกลืม ถูกปล่อยให้อยู่ลำบาก ถูกคนรังแกอย่างไม่เป็นธรรมมาตลอด จนสุดท้ายข้าทนไม่ไหว จึงก่อเรื่องอย่างไม่ไว้หน้าใคร แล้วยังด่าพวกขุนนางชั่วไปอีกยกขุนนางกรมคลังที่ข้าด่าเจ็บปวดแทบกระอักเลือดด่าขุนนางฉแฝ่าบาท…แล้วก็ถูกส่งมาที่นี่"

โจวชวี่และชูอวี่ชะงักพร้อมกัน สีหน้าจากขำขันเปลี่ยนเป็นตะลึงงัน ชูอวี่ตาโตเหมือนเด็กได้ฟังเรื่องเล่าผจญภัย

"เจ้าช่างกล้าหาญนักมีใครกล้าด่าขุนนางฉแฝ่าบาทบ้างเล่าสนอกจากเจ้า นับถือๆ" เขาหัวเราะเบาๆ ด้วยแววตาชื่นชม

"ข้าเองก็คิดเหมือนเจ้าเลย ซื่อสัตย์ต่อตนเอง ไม่ชอบก็จัดการซะ อยู่แบบข้าดีกว่าเป็นไหนๆ ไม่ต้องฝืนใจสวมหน้ากากเข้าหากัน พวกเข้าสองคนจำไว้อย่าไปคบค้ากับพวกขุนนางชั่วพวกนั้นเลย ดีแต่รังแกชาวบ้าน"

“จริงที่สุดเจ้าเก่งจริงๆ แม่นาง”

จือจื่อเหมือนได้พวกเดียวกัน เสียงนางเริ่มคึกคักขึ้น

"ใช่ๆ ชั่วจริงๆ นะ ข้าจะบอกให้ฟัง ตอนข้าไปเที่ยวหอโคมเขียวนั่งได้แป๊บเดียวทุกคนรุมมาฟ้องข้ายกใหญ่ว่าขุนนางพวกนี้ทำอะไร ร้องไปก็ไม่ถึงหูใครเพราะพวกกันทั้งนั้น ตอนข้าถูกจับแค่ข้าพูดปกป้องตัวเอง ไอ้ไต้เท้าหวังก็ยุยงจะให้ข้าตายให้ได้ เจ้ารู้จักไหมไต้เท้าหวังนั้นน่ะ"

ทั้งสองส่ายหน้าพร้อมกันอย่างไม่ใส่ใจ

"หึ ใครกัน"

จือจื่อกระแทกเสียงด้วยความโมโห มือกำแน่น

"นั่นแหละ เป็นแค่ไต้เท้าหวัง ไต้เท้าหวังแล้วอย่างไร นี่ยังมีลูกสาวไต้เท้าหวังคนนั้นถึงกับตามมาลากข้าไปโบย รุมรังแกข้าอย่างไม่ยุติธรรมต่อลับหลังคน โบยข้าจนหลังลาย หึยพูดละเจ็บแผล” จือจื่อสูดลมหายใจแรง

"คิดแล้วก็หงุดหงิด"

"โหดร้ายจริงๆ จากหนีออกมาก็ดีแล้ว ที่นี่ห่างไกล ไม่มีใครมารังแกเจ้าอีกแล้วขุนนางพวกนั้นสมควรถูกเจ้าสั่งสอนแล้ว เลวสิ้นดี" โจวชวี่พยักหน้ารัว สีหน้าเคร่งขึ้น

ชูอวี่รีบเสริมด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น

"ใช่ๆ จริงๆ ที่นี่ไม่ใช่เมืองที่ถูกทิ้งหรอก คนที่อยู่ล้วนเป็นคนที่ไม่อยากจากไปและตั้งใจมาอยู่เองกันทั้งนั้น หากไม่อยากอยู่ คงเป็นเมืองร้างจริงๆ ไปนานแล้ว ที่นี่ห่างไกลเรื่องวุ่นวาย มีผู้คนมากมายที่หลบหนีมา พวกเราไม่ได้เลวร้ายอะไรแค่จนไปหน่อยเท่านั้นเอง"

โจวชวี่พยักหน้าเห็นด้วย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สนมอ้วนที่ฮ่องเต้ไม่รัก   ตอนที่93เตรียมแผนรับมือ

    ประตูไม้หนาถูกผลักเปิดอย่างแรงก่อนที่ร่างของจือจื่อจะถูกทหารโยนเข้าไปด้านใน ห้องสี่เหลี่ยมแคบปิดทึบแทบไม่มีหน้าต่าง มีเพียงตะเกียงดวงเล็กแขวนอยู่บนผนังให้แสงสลัวประตูปิดดังปังทันทีเสียงกลอนเหล็กด้านนอกขยับดังกรึบจือจื่อถอนหายใจ องครักษ์หลายคนยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูไม่ห่างจือจื่อลุกขึ้นนั่งช้าๆ ปัดฝุ่นบนแขนเสื้อก่อนจะมองสำรวจห้องเงียบๆ สีหน้าไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อยก็ดีกว่าที่คิดไว้อย่างน้อยก็ไม่ถูกประหารตรงนั้นถูกขังแบบนี้ยังมีโอกาสหนี เพียงแค่รอคนขจองเมืองอี้กับโจวชวีและชูอวี่ นำระเบิดที่ขนมาเพื่อเปิดทางให้จือจื่อและคนอื่นๆ ได้หนีในอีกด้านหนึ่งของตำหนัก หานเย่ถูกจับแยกไปคุมขังในห้องเล็กอีกห้อง กระบี่คู่ใจถูกยึดไปตั้งแต่ตอนถูกล้อมตัว เขายืนพิงผนังกอดอกแน่น สีหน้าเคร่งขรึม"ท่านองครักษ์ เราจะทำอย่างไรดี"เสียงของหรูหรันที่หวั่นใจกว่าใคร เอ่ยขึ้นอย่างร้อนใจ"ท่านลุงหนานซ่ง เราจะช่วยจือจื่อได้อย่างไร"หานเย่หันมองไปยังหนานซ่งที่นั่งอยู่ใกล้กำแพง สีหน้าของชายวัยกลางคนกลับสงบนิ่งอย่างประหลาดกระบี่ของเขาก็ถูกยึดไปแล้วเช่นกัน แต่ท่าทางยังคงมั่นคงหนานซ่งถอนหายใจเบาๆ"นายหญิงคาดการณ์ไว้อ

  • สนมอ้วนที่ฮ่องเต้ไม่รัก   ตอนที่92คนที่ไม่ต้องทนเหม็นขี้

    เช้าวันต่อมา ภายในตำหนักไทเฮาเต็มไปด้วยความวุ่นวายเล็กน้อย ขันทีและคนงานจำนวนหนึ่งกำลังขนหีบไม้ ท่อดินเผา ชักโครก และเครื่องมือช่างเข้ามาอย่างระมัดระวังใต้เท้าหลินยืนประสานมืออยู่ด้านหน้า คอยกำกับการทำงานด้วยสีหน้าจริงจังขันทีชราที่ดูแลตำหนักไทเฮามองกองอุปกรณ์เหล่านั้นด้วยความสงสัย"ใต้เท้าหลิน สิ่งของเหล่านี้คืออะไรกัน"ใต้เท้าหลินยิ้มบางก่อนจะตอบอย่างสุภาพ"สิ่งที่เมืองอี้เรียกว่า ชักโครกขอรับ"ขันทีชราขมวดคิ้ว"ชัก… อะไรนะ"ใต้เท้าหลินจึงอธิบายช้าๆ"เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ทำให้การขับถ่ายสะดวกและสะอาดยิ่งขึ้น เพียงใช้น้ำชำระ ทุกอย่างก็จะไหลลงไปตามท่อ ไม่ต้องให้คนมาคอยขนของเสียออกจากตำหนักทุกวัน พระสนมเยว่จือบุตรีของข้านางตั้งใจส่งมอบสิ่งนี้เพื่อไทเฮาจะได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น"ขันทีหลายคนเบิกตากว้างทันทีหนึ่งในคนงานเปิดหีบไม้ เผยให้เห็นโถกระเบื้องขาวเรียบมันวาวอย่างประณีต"นี่หรือ"ขันทีชราก้มมองอย่างประหลาดใจใต้เท้าหลินพยักหน้า"ใช่แล้วบุตรีข้านางเป็นผู้คิดค้นมันขึ้นมาด้วยตัวเองตอนนี้หากใครผ่านไปที่เมืองอี้ก็จะได้ลองใช้ อ่อ /ที่จวนของข้าก็ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว หากอยากจะลองก็ไปลองที่จวนข

  • สนมอ้วนที่ฮ่องเต้ไม่รัก   ตอนที่91คิดจะหลอกข้าหรือ

    เฉินเปียวจ้องหน้าหญิงทั้งสองครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะเบาๆ แล้วค่อยๆ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสบายราวกับพูดเรื่องธรรมดา"ข้าเปลี่ยนใจแล้ว"ลานจัดเลี้ยงเงียบลงอีกครั้งเฉินเปียวกวาดสายตามองไปรอบโต๊ะ ก่อนจะหยุดที่หรูหรัน"ข้าไม่ถามแล้วว่าเจ้าจะอยู่ที่นี่หรือไม่"มุมปากของเขายกขึ้นช้าๆ"แต่ข้าจะคุมตัวเจ้าไว้ที่นี่เสีย ไม่ให้กลับไปที่เมืองอี้"ขุนนางหลายคนก้มหน้าลงทันทีหรูหรันชะงักเล็กน้อย นางหันหน้ามองด้านหลังอย่างรวดเร็วจือจื่อที่ยืนอยู่ในคราบสาวใช้กลับยิ้มเย็นนางก้าวเข้ามาใกล้อีกก้าว ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือของหรูหรันเบาๆ ราวกับกำลังช่วยจัดชายแขนเสื้อริมฝีปากของจือจื่อขยับเพียงเล็กน้อย"ไม่ต้องห่วง"เสียงกระซิบแผ่วจนมีเพียงหรูหรันที่ได้ยิน"เรามีแผนสอง ท่านมียาสลบในมือ หากเขาบังคับกดดันท่านก็แค่ใช้ยาสลบนั่นเสีย"จือจื่อยังคงก้มหน้าเหมือนกำลังรับคำสั่งนายหญิง"แล้วเราจะหนีออกไป ข้าส่งสัญญาณให้คนของเราเข้ามาช่วยในทันที ที่หานเย่ไม่กลับออกไปในค่ำคืนนี้"หรูหรันกระพริบตาเล็กน้อยก่อนกระซิบตอบ"เจ้าหมายความว่าอย่างไร"จือจื่อยังคงยิ้มบาง"ใจเย็นไว้พี่สาว"นางพูดแผ่วๆ"ข้าตกลงกับคนของเราไว้ หากหานเย่ไ

  • สนมอ้วนที่ฮ่องเต้ไม่รัก   ตอนที่90ต่อรอง

    เสียงพูดคุยในลานจัดเลี้ยงค่อยๆ เบาลงเมื่อหนานซ่งก้าวออกมาด้านหน้า ชายวัยกลางคนประสานมือคารวะอย่างสุภาพต่อฮ่องเต้เฉินเปียว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นคงจริงจัง"สิ่งประดิษฐ์ทุกอย่างของเมืองอี้ ล้วนถูกจดจองแสดงความเป็นเจ้าของหมดแล้ว หากผู้ใดต้องการจะนำมาสร้างหรือผลิตขึ้นใช้ในบ้านเมืองของเขา จะต้องขออนุญาตหรือซื้อแบบร่างอย่างเป็นทางการ ""ไม่จำเป็นต้องให้นายหญิงมาที่นี่พ่ะย่ะค่ะแต่ห้ามลักลอบผลิตหรือทำขึ้นเลียนแบบทุกอย่างถ่ายทอดโดยไม่ใช้ตัวคน นายหญิงเป็นคนต้นคิดและคนเขียนแบบร่างขึ้นมาและคือเจ้าของสิ่งประดิษฐ์ทั้งหมด"เขาพูดช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ สายตาของหนานซ่งยังคงสงบนิ่งขุนนางหลายคนเริ่มกระซิบกระซาบกันเบาๆ บางคนขมวดคิ้ว บางคนทำสีหน้าประหลาดใจเฉินเปียวกลับนิ่งฟังจนจบก่อนที่จู่ๆ เขาจะหัวเราะเบาๆ แล้วปรบมือขึ้นสองสามครั้ง เสียงปรบมือดังชัดกลางลาน"ดี"เขาพูดพร้อมรอยยิ้มกว้าง"ดีมาก"เฉินเปียวมองหนานซ่งอย่างพินิจ ก่อนจะเอนตัวพิงพนักเก้าอี้เล็กน้อย"เมืองอี้ไม่เพียงมีสตรีที่เก่งกาจ ยังมีพ่อบ้านที่พูดจาฉลาดเช่นนี้อีก"เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นจากบางโต๊ะเฉินเปียวยังคงยิ้ม แต่แววตาบ่งบอกว่าไม่หวั่น

  • สนมอ้วนที่ฮ่องเต้ไม่รัก   ตอนที่89แกมบังคับ

    ลานจัดเลี้ยงในวังหลวงสว่างไสวด้วยโคมไฟนับร้อย โต๊ะยาวเรียงรายเต็มไปด้วยสุรา อาหาร และผลไม้หายาก ขุนนางแคว้นใต้จำนวนมากนั่งเรียงกันสองฝั่ง ต่างหันสายตามองแขกผู้มาเยือนจากเมืองอี้อย่างสนใจเฉินเปียวลุกขึ้นจากที่นั่งก่อนจะผายมือเชื้อเชิญด้วยท่าทางอารมณ์ดี"วันนี้ข้าจัดงานเลี้ยงเพื่อต้อนรับแขกสำคัญจากเมืองอี้ หวังว่าทุกท่านจะร่วมดื่มร่วมสนุก แม่นางจือจื่อเชิญทางนี้"หรูหรันในคราบจือจื่อหันไปสบตากับจือจื่อที่ยืนอยู่ด้านหลังในฐานะสาวใช้เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะก้าวเดินอย่างสง่างามไปยังที่นั่งด้านหน้าคือโต๊ะของฮ่องเต้เฉินเปียวผายมืออีกครั้ง"เชิญนั่ง"ที่นั่งของนางอยู่ด้านซ้ายมือของเขา ส่วนด้านขวาคือฮองเฮาผิงฉือฮองเฮานั่งนิ่ง ใบหน้างดงามเรียบเฉยราวรูปปั้น นางไม่แม้แต่จะเอ่ยทักทายหรูหรันแม้แต่น้อยหรูหรันเพียงยิ้มบางแล้วนั่งลงอย่างไม่ใส่ใจงานเลี้ยงเริ่มขึ้น เสียงพิณและขลุ่ยดังแผ่ว ขุนนางเริ่มยกจอกสุราพูดคุยกันเบาๆเวลาผ่านไปครู่หนึ่งเฉินเปียววางจอกสุราลงก่อนจะหันมามองหญิงงามข้างกาย"ข้าได้ยินว่าเจ้าสร้างสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ มากมาย เจ้าเรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาจากไหนกัน"หรูหรันยิ้มหวานหยด รอยยิ้

  • สนมอ้วนที่ฮ่องเต้ไม่รัก   ตอนที่88ติดค้างในใจ

    ขบวนม้าของฮ่องเต้หยงชิงหยุดลงตรงซุ้มประตูเมืองอี้ ฝุ่นทรายจากการเดินทางไกลยังลอยจางอยู่กลางอากาศ ชายผู้หนึ่งในชุดของคนงานเมืองอี้คนของหนานซ่งรีบก้าวออกมาจากซุ้มประตูประสานมือคุกเข่าลงตรงหน้าอย่างนอบน้อม"ถวายบังคมฝ่าบาท"หยงชิงชะงักเล็กน้อย ดวงตาคมกวาดมองไปรอบเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่อาจมองเข้าไปในเมืองอี้ที่ยังปิดประตูเมืองมิดชิด ก่อนจะหันกลับมามองคนตรงหน้า"มีเรื่องใดกันจึงมาขวางข้าไว้แบบนี้" น้ำเสียงเรียบสงบ แต่เย็นจนคนฟังเผลอกลืนน้ำลาย“นั่นสินี่พวกจเ้ากล้าดีอย่างไร ฝ่าบาทมาถึงนี่ยังไม่รีบเปิดประตูเมืองอีกหรือชายผู้นั้นก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิมก่อนตอบอย่างรวดเร็ว"ฝ่าบาท นายหญิงกับท่านพ่อบ้านเดินทางไปที่แคว้นใต้แล้วพ่ะย่ะค่ะท่านพ่อบ้านให้ข้าน้อยมากดักพบฝ่าบาทที่นี่"ประโยคนั้นทำให้บรรยากาศรอบข้างเงียบลงทันที หลงเกอที่ยืนอยู่ข้างหลังถึงกับเบิกตากว้าง หยงชิงไม่พูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง เพียงจ้องมองชายคนนั้นนิ่งๆ"พวกเขาไปแล้วหรือ ข้าส่งจดหมายให้หนานซ่งรั้งที่นี่เพื่อรอข้าเหตุใดจึงเดินทางไปที่แคว้นใต้ก่อนที่ข้าจะมาถึง""พ่ะย่ะค่ะ สองวันก่อนพวกเขาทั้งหมดออกเดินทาง ท่านพ่อบ้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status