LOGINเด็กหญิงฝาแฝด โชคชะตาจำพราก คนน้องยังเป็นเพียงเด็กหญิงในหุบเขา แต่คนพี่กลับได้เป็นถึงท่านหญิงแห่งวังอ๋อง วันเวลาผันผ่าน พี่สาวมีคู่หมั้นเป็นถึงอ๋องรูปงามสูงศักดิ์ ทว่าเขาอำมหิตเกินไป โหดเหี้ยมเกินมนุษย์ นางจึงรับไม่ไหว การใช้น้องสาวฝาแฝดมาสวมรอยแต่งงานแทนจึงเกิดขึ้น ‘ให้น้องสาวได้สามีเป็นอ๋องมัจจุราช ส่วนนางผู้เป็นพี่สาว ควรได้สามีที่ดีพร้อมยิ่งกว่า สูงส่งยิ่งกว่า ถึงจะถูก’ ชะตากรรมมิอาจฝืน วาสนายากลิขิต แต่พันธนาการแห่งชีวิตกลับสร้างขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพื่ออำนาจอันหอมหวานยั่วยวนชวนฝันถึงกลับนำพาความรักที่คาดไม่ถึง รัดรึงไว้ตลอดกาล…
View Moreชะตากรรมมิอาจฝืน วาสนายากลิขิต
แต่พันธนาการแห่งชีวิตกลับสร้างขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เพื่ออำนาจวาสนาอันหอมหวานยั่วยวน
กลับนำพาความรักที่คาดไม่ถึง รัดรึงไว้ตลอดกาล
ชีวิตดุจดั่งสายน้ำ เมื่อลงเรือล่องมาแล้ว มิอาจสวนกระแสหรือหวนกลับได้อีก
และเมื่อนางถูกพี่สาวจับตัวมาสวมรอยให้แต่งงานกับเขา พันธนาการลึกซึ้งที่คาดไม่ถึงจึงเกิดขึ้นตลอดกาล...
***********************
อำนาจหอมหวานช่างยั่วยวนชวนฝันถึง
พันธนาการเส้นหนึ่งพี่สาวจึงเลือกรัดรึงให้น้อง
คล้ายโซ่ตรวนคล้องคอ หาใช่โซ่ทองคล้องใจใคร
ส่วนอีกเส้นย่อมเป็นพี่ที่เลือกรัดเกล้ากับเขาไว้
คือโซ่ทองคล้องทุกสิ่งตามประสงค์ของหัวใจจะบันดาล...
ซือเร่อพี่สาวเฟิงลี่
***********************
YYY
เฟิงลี่รับรู้ได้ถึงฝ่ามือร้อนผ่าวที่ลูบไล้ร่างอย่างหลงใหล เขาลูบไล้เอวคอดของนางแผ่วเบา ลูบผมของนางอย่างอ่อนโยน ทาบทับตัวนางอย่างนุ่มนวลเอาใจใส่ พร้อมกระซิบเสียงทุ้มต่ำอย่างเป็นห่วงเป็นใย
“เจ็บหรือไม่?”
แน่นอนว่านางเจ็บ ทั้งเจ็บทั้งแสบ แต่นางไม่อาจตอบ ทั้งยังทำได้เพียงใช้วงแขนและเรียวขารัดรึงพันธนาการร่างแกร่งเอาไว้มิให้ผละจาก แรงกระตุ้นครั้งแล้วครั้งเล่าที่คล้ายดูดกลืนวิญญาณคนเป็นสิ่งที่นางหวงแหน
ยามรับรู้ได้ว่าเขาผ่อนแรงและกำลังจะถอนกายออกไป นางยังต้องรีบกอดเขาเอาไว้
กระแสความร้อนไหลบ่าท่วมท้นไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย นางเผลอครางออกมาอย่างเสียวซ่านน่าอาย
หยาดเหยื่อผสานหยาดน้ำตาค่อยๆ ไหลลงอาบแก้มช้าๆ
นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองกำลังเผชิญกับเรื่องราวอะไรอยู่
YYY
**************************************
คำนำ
เด็กหญิงฝาแฝด โชคชะตาจำพราก คนน้องยังเป็นเพียงเด็กหญิงในหุบเขา แต่คนพี่กลับได้เป็นถึงท่านหญิงแห่งวังอ๋อง
วันเวลาผันผ่าน พี่สาวมีคู่หมั้นเป็นถึงอ๋องรูปงามสูงศักดิ์ ทว่าเขาอำมหิตเกินไป โหดเหี้ยมเกินมนุษย์ นางจึงรับไม่ไหว การใช้น้องสาวฝาแฝดมาสวมรอยแต่งงานจึงเกิดขึ้น
‘ให้น้องสาวได้สามีเป็นอ๋องมัจจุราช ส่วนนางผู้เป็นพี่สาวควรได้สามีที่ดีพร้อมยิ่งกว่าถึงจะถูก’
ชะตากรรมมิอาจฝืน วาสนายากลิขิต แต่พันธนาการแห่งชีวิตกลับสร้างขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เพื่ออำนาจอันหอมหวานยั่วยวนชวนฝันถึงกลับนำพาความรักที่คาดไม่ถึง รัดรึงไว้ตลอดกาล…
**************************************
แนะตำตัวละคร
เฟิงลี่
แฝดคนน้อง นิสัยใจร้อน ไม่ยอมคน
ซือเร่อ
แฝดคนพี่ นิสัยอ่อนโยนอ่อนหวาน ช่างออดอ้อน เป็นที่รักใคร่
เจิ้งเซียวเล่อ
เจี้ยนอ๋อง หล่อเหลาคมคาย นิสัยโมโหร้าย เย่อหยิ่ง ทะนงตน ไม่สนหัวใคร
เจิ้งซงหยวน
องค์รัชทายาท หล่อเหลาสง่างาม สุภาพอ่อนโยน
เจิ้งเทียนฉี
อ๋องเฒ่า มากด้วยอำนาจบารมีค้ำชูราชวงศ์
เจิ้งเหวินไท่
องค์ชายสี่ ฉายาบุรุษเจ้าสำราญไร้ใจ
*****************************
คำเตือน
นิยายเรื่องนี้ไม่อ้างอิงประวัติศาสตร์
ไม่มีฉากรุนแรงทางร่างกาย
ไม่มีฉากทารุณทางเพศ
พระเอกรักนางเอกมาก...๙
กระทั่งกลับวังเจี้ยนอ๋อง หลี่เค่อจึงลองถามอย่างอกสั่นขวัญผวาว่า “ท่านอ๋องสมควรโกรธคู่หมั้นกับรัชทายาทผู้เป็นพี่ชายของพระองค์นะพ่ะย่ะค่ะ ทำตัวดีเลิศไร้ที่ติเช่นนี้ กระหม่อมเกรงว่าพระองค์คงเสียใจจนสติผิดปกติแล้ว”อ๋องหนุ่มไม่ตอบ เขาเพียงนั่งจิบชารอองครักษ์คนสนิทอยู่เงียบๆ อยู่ในตำหนักจิ่นเล่อของตนจางฉวนยิ่งไม่เคยปล่อยให้นายเหนือหัวต้องรอนาน เขากลับมาพร้อมคำรายงานว่า“เดือนแปดวันที่สิบห้า ท่านหญิงหยี่ซินได้ถูกเชิญเที่ยวชมเมืองจากคุณหนูใหญ่ตระกูลเฉิน นางแต่งกายอาภรณ์สีแดง นั่งรถม้าหรูหราของตระกูลเฉิน ออกจากวังฝูอ๋องตั้งแต่ยามเช้ากลับเข้ามายามเย็นพร้อมเครื่องประดับผ้าพับเต็มรถม้าพ่ะย่ะค่ะ”เจิ้งเซียวเล่อชะงักงันนิ่งฟัง ยังไม่ทันได้คิดตามกลับได้ยินจางฉวนกล่าวอีกหน“แต่กระหม่อมสืบได้อีกว่า แท้จริงท่านหญิงลอบนัดพบกับองค์รัชทายาทต่างหาก พวกเขาแอบไปล่องเรือและดื่มชาเพียงสองต่อสองจนถึงยามเซินสี่เค่อ เรื่องนี้เจ้าแห่งวังฝูไม่ทรงทราบเพราะไว้ใจบุตรสาวบุญธรรมยิ่งนัก เพียงดีใจเรื่องขนจิ้งจอกหิมะจึงเรียกนางไปพบเพื่อย้ำเตือนความนัยของท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”แต่ไหนแต่ไรมา การสืบข่าวลับ จับข่าวกรอง ไม่ว่าจะ
ซือเร่อเงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาของชายตรงหน้า “หม่อมฉันกับเจี้ยนอ๋องแค่พบพานเพียงผิวเผิน ไหนเลยจักเทียบเท่าบุรุษรูปงามที่ได้คบหามานานหลายเดือน ถึงขั้นบ่มเพาะฟูมฟักความสัมพันธ์จนกลายเป็นคนรู้ใจ”“หืม...” เจิ้งซงหยวนเลิกคิ้ว “ใครกันนะ?”หญิงสาวทุบอกแกร่งไปหนึ่งที “รัชทายาทก็ทรงรู้นี่เพคะ ว่าใครและเพราะเหตุใด ทำไมหม่อมฉันถึงได้ลงทุนทำขนาดนี้”ชายหนุ่มขยับยิ้มเจ้าเล่ห์ ทำสีหน้ายียวน แปะคำว่า ‘ไม่รู้’ เอาไว้บนวงหน้าขาวกระจ่าง ส่งผลให้สตรีมีท่าทีแง่งอน“ท่านแกล้งข้า รู้ว่าข้ารักท่าน ยังจะเฉไฉ ข้าไม่แต่งกับใครนอกจากท่านนะ”รัชทายาทคลี่ยิ้มกว้าง ส่งสายตาหวานละมุนแต่ร้อนแรง ก่อนก้มหน้าจุมพิตบนกลีบปากนุ่มนิ่มแผ่วเบา ทอดเสียงอ่อนโยนยามไล้ริมฝีปากนุ่มนิ่ม“ข้ารู้...ข้าเองก็จะไม่แต่งกับใครนอกจากเจ้า”“รู้แล้วยังแกล้งกัน”เจิ้งซงหยวนหัวเราะแผ่วต่ำเบาๆเขาก้มหน้าแนบชิดหญิงสาวอีกครา เพิ่มนุ่มนวลยิ่งขึ้น ซือเร่อตอบสนองอย่างยินดี มีความเสน่หาเต็มเปี่ยมในจุมพิตนั้นทั้งสองคลอเคลียเคล้าคลึงด้วยริมฝีปากเนิ่นนานพวกเขาแสดงออกว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งตรึงใจปานนั้น ยิ่งตอกย้ำสถานะคู่รักคู่ใคร่อย่างมิต้องสงสัย
ฉากหน้าเปื้อนยิ้มเปี่ยมเมตตามากไมตรี แต่ฉากหลังกลับเป็นชายโฉดที่ชั่วช้าที่สุดในบรรดาพวกเขาทั้งสามคนแน่นอนว่าคนอย่างเจิ้งเซียวเล่อสามารถเข้าไปถล่มได้กระทั่งโรงน้ำชาให้แหลกลาญคามือจนไม่เหลือแม้เศษซาก มิให้ชายหญิงคู่นั้นมีสถานที่พลอดรักโดยสะดวกอีกต่อไป ช่วยประกาศให้ใต้หล้ารู้ว่าขณะนี้มีคู่ยวนยางเน่าเฟะกำลังสมสู่เฉกเช่นสัตว์เดรัจฉานอยู่ตรงนั้นคู่หนึ่ง หลังจากนั้นก็ถอนหมั้นให้สะเทือนฟ้าสะท้านแผ่นดินทว่าหากทำลงไป เสด็จลุงของเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ยังมีเสด็จพ่ออีกที่ต้องแบกรับความอัปยศของบุตรชายผู้เป็นถึงองค์รัชทายาท เจิ้งเซียวเล่อไม่อาจไม่ใส่ใจต่อผู้อาวุโสแต่ในเมื่อกระทำการโหดร้ายอย่างอุกอาจเอิกเกริกมิได้ ก็ถล่มแค่โต๊ะดื่มชาในห้องของสองชายหญิงชั่วช้าคู่นั้นให้พังราบ จับพวกมันมัดแขนขาแล้วพาไปทิ้งกลางทะเลทรายสักเดือนก็พอที่สำคัญต้องมิให้พวกมันรู้ว่าเป็นฝีมือของผู้ใด และต้องไร้หลักฐานเอาผิดด้วยจึงจะดี ให้อัดอั้นคับข้องใจตายไปเลยทั้งสามหรี่ตามองหน้ากันเงียบงันก่อนยกยิ้มเยียบเย็นนิสัยเฉกเช่นหนุ่มน้อยเลือดร้อนจอมซนสามคนเสมือนเมื่อวัยเยาว์พลันบังเกิดพวกเขามักจับกลุ่มก่อปัญหาเยี่ยงอันธพาลค
เดิมทีเจิ้งเซียวเล่อมิได้เชื่อถือสักเท่าไหร่เพราะเขาเป็นบุรุษหนักแน่นดุจขุนเขามิใช่คนหูเบาปานปุยนุ่นหากมิใช่บังเอิญเห็นสองคนนั้นลอบนัดพบกันในยามนี้แบบคาตา ตัวเขาก็คงเป็นแค่คนโง่เขลาเบาปัญญาเช่นเดิมสถานที่แอบพบของชายโฉดหญิงชั่วคู่หนึ่งคือโรงน้ำชาริมชานเมืองห่างไกลบ้านเรือนอื่นใด ปราศจากผู้คนพลุกพล่าน รอบด้านยังเป็นทุ่งนาเวิ้งว้างอ๋องหนุ่มมองเห็นภาพบาดตาจากโรงเตี๊ยมอีกฝั่งเขาคาดว่าเรื่องที่หยี่ซินนัดเจอเจิ้งซงหยวนคงเป็นความลับสุดยอด กระทั่งเสด็จลุงเองก็คงไม่ล่วงรู้เจิ้งเซียวเล่อรู้ดีว่าเหตุใดสองคนนี้ถึงมิให้เสด็จลุงล่วงรู้ นั่นก็เป็นเพราะว่าอีกฝ่ายได้พูดจาหมายตาหยี่ซินไว้ให้เขาแล้วเรื่องผ่านความเห็นชอบจากฮ่องเต้ผู้เป็นพระบิดาแล้ว และสินสอดของหมั้น ตัวเขาก็ส่งให้แล้วโดยสมบูรณ์เช่นกันรอเพียงพิธีปักปิ่นผ่านพ้น คนสองคนก็ถึงคราวเข้าพิธีมงคลประกาศตนเป็นสามีภรรยาอย่างถูกต้องริมระเบียงบนชั้นสามของโรงเตี๊ยมตรงข้ามกับโรงน้ำชา อ๋องหนุ่มยืนอยู่เงียบๆ มองชายหญิงทั้งสองหยอกเย้ากันอยู่ไกลๆดวงตาคมดำสงบนิ่งคู่นั้นแฝงความผิดหวังเต็มเปี่ยม มีกลิ่นอายสังหารเย็นเยียบลอยวนอยู่รอบกายแกร่ง











