Masuk“จ้องขนาดนั้นไม่สิงร่างไปเลยล่ะ” ในขณะที่คนอื่นลุ้นว่าเมื่อไรหญิงสาวที่อคิณพามาจะฟื้นคืนสติ กาอินก็ประชดประชันศิลปินในความดูแลที่เอาแต่จ้องมองหญิงสาวที่เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ แต่ดูเหมือนว่าเสียงของเธอจะเป็นเหมือนลมที่พัดผ่านไปเท่านั้น
“นานแล้วนะ ทำไมยังไม่ฟื้น” เดวิดคิ้วขมวดมุ่นอย่างครุ่นคิด
“หรือจะได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง” อินซูตั้งข้อสงสัย
“ถ้าเกิดเธอความจำเสื่อมขึ้นมาจะทำยังไง” อาแจ๊กซ์แสดงความเป็นกังวล
“พวกนายจะคิดมากเกินไปแล้ว” แบคฮยอนทำหน้าเบื่อหน่ายความคิดของอินซูกับอาแจ็กซ์
“ใช่ ทุกคนกำลังคิดมากเกินไป พี่อคิณบอกไม่ได้ขับรถชนเธอนะ” ไดชิย้ำเตือนสิ่งที่อคิณเคยพูด
“ตกใจจนช็อคไง” อาแจ็กซ์ยังไม่คลายความกังวล คิดไปต่างๆ นานา
“อคิณ นายดื่มอะไรอุ่นๆ หน่อยไหม เธอคงยังไม่ตื่นมาตอนนี้หรอก” พี่ใหญ่อย่างแจยุนแสดงความเป็นห่วง ช่วงเวลานี้สุขภาพของทุกคนสำคัญยิ่งนัก
“ผมกลัวเธอจะเป็นอะไรไป” เสียงนั้นเต็มไปด้วยความหวงหาอาทร ชนิดที่ทำให้เพื่อนร่วมวงแปลกใจ อคิณที่ไร้หัวใจจนส่งผลกับการเปิดอัลบั้มใหม่ แต่กลับให้ความใส่ใจผู้หญิงคนนี้
“อื้อ...” เสียงนุ่มทุ้มปลุกให้หญิงสาวค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา
“เธอฟื้นแล้ว” เสียงตื่นเต้นระคนดีใจของทุกคน ยกเว้นอคิณที่เพียงยิ้มบางๆ ด้วยความโล่งอกที่เธอไม่เป็นอะไร
“นี่พวกนายเป็นใคร แล้วพวกนายทำอะไรฉัน” หญิงสาวเบิกตากว้างเมื่อถูกผู้ชายรายล้อม ลนลานกระถดตัวหนี สำรวจร่างกายตัวเอง แม้ชายหนุ่มในที่นี่จะมีเบ้าหน้าฟ้าประทาน แต่จิตใต้สำนึกก็บอกว่า ผู้ชายกับผู้หญิงอยู่ด้วยกันแบบนี้ย่อมอันตราย
“อคิณ เธอเป็นคนไทยใช่ไหม” อยู่ด้วยกันมาหลายปี จึงทำให้เดวิดและทุกคนรู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าพูดภาษาไทย และเสียงพูดภาษาอังกฤษของเขาทำให้คนที่เพิ่งฟื้นคืนสติเอียงคอสงสัย
“ไม่ต้องกลัว พวกเราไม่ได้ทำอะไรเธอ” ในสายตาอคิณ เธอเหมือนลูกนกน่าสงสารที่หวาดกลัวจนตัวสั่น
“คุณเป็นคนไทยเหรอคะ”
“ใช่ ฉันเป็นคนไทย เธอชื่ออะไร บอกฉันได้ไหม”
“ชื่อ...” เสียงหวานถูกกลืนหาย เพราะสายตา 6 คู่ ที่จับจ้องด้วยความสงสัย คล้ายกำลังอยากรู้
“พวกนายหลบไปได้แล้ว จ้องแบบนั้น เธอก็กลัวหมดสิ” กาอินฝ่าวงล้อมของหนุ่มๆ และนั่นทำให้หญิงสาวโล่งใจที่ยังมีผู้หญิงอีกคนอยู่ด้วย
“โห่~~พี่กาอิน” เสียงเซ็งๆ ของอาแจ็กซ์กับไดชิ
“ถอยไปทุกคนเลย ให้อคิณอยู่คนเดียวพอ” เสียงดุๆ ของกาอินทำให้ทุกคนถอยออกมา
“เธอเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” เสียงของความห่วงใย และได้ถ่ายทอดผ่านแววตาที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ มันช่างน่าหลงใหลจนทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นหลายจังหวะอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
สองสายตาสบประสานราวกับต้องมนต์สะกด
“เฮ้ อคิณ อคิณ! อคิณ!!” เสียงเรียกจากกาอินดังขึ้นเรื่อยๆ จนแทบเป็นตะโกน
“คะ...ครับพี่กาอิน”
“มันดึกแล้ว จะเอาไงก็รีบๆ หน่อย อย่าลืมสิว่าพรุ่งนี้พวกนายมีถ่ายโปรโมตอัลบั้ม โดยเฉพาะอคิณ ถ้ายังถ่ายทอดอารมณ์ออกมาไม่ได้ แย่แน่ๆ” กาอินมองเวลา และมันดึกมากแล้ว พรุ่งนี้ทุกคนมีงานต้องทำก็คือถ่ายโปรโมตอัลบั้ม ซึ่งวันนี้อคิณไม่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้จึงตกยกเลิกไป และเป็นเหตุให้เขาเจอกับผู้หญิงที่กำลังเป็นปัญหาอยู่นี้
“เธอชื่ออะไร”
“กันตาค่ะ”
“ฉันอยากรู้ว่าทำไมกันตาถึงตัดหน้ารถฉัน ถ้าฉันเบรกไม่ทัน กันตาอาจตายได้เลย”
“กันตา...กันตาไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว กันตาไม่อยากอยู่อย่างโดดเดี่ยวที่นี่แล้ว ทำไมคุณไม่ขับรถชนกันตา กันตาจะได้ไปจากที่นี่...” กันตาพรั่งพรูความรู้สึกออกมาพร้อมหยาดน้ำตาที่รินไหลไม่หยุด เสียงร้องไห้ของเธอสร้างความเวทนาให้กับคนที่ได้ยิน แม้จะไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูดออกมา
“กันตาใจเย็นๆ เธอมีฉันอยู่ตรงนี้” แขนแข็งแรงกอดคนตัวเล็กแน่น ปล่อยผ่านความอุ่นจากผิวกายโอบล้อมร่างเล็กเอาไว้ อคิณหวังช่วยปลอบประโลมความเดียวดายและสร้างหลุมหลบภัยในช่วงเวลาที่เหนื่อยล้าอ่อนแรงให้เธอ
อคิณก้มลงมองคนในอ้อมกอดอย่างสงสารจับใจ อ้อมแขนแกร่งกระชับแน่นขึ้นเมื่อร่างเล็กสั่นเทาน้อยๆ เพราะความหนาว ตวัดผ้าห่มผืนหนาห่มทับหวังคลายความหนาวให้กับอีกฝ่าย มือขวายกขึ้นมาลูบศีรษะแผ่วเบา นิ้วเรียวแข็งแกร่งค่อยๆ ปาดหยาดน้ำตาให้อย่างนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เสียงสะอื้นแผ่วของคนหลับยังคงไม่จางหาย พร้อมๆ กับหยาดน้ำใสที่ค่อยๆ ไหลออกมาจากดวงตาที่หลับพริ้มอยู่นั้นยังคงไม่ยอมหยุดไหล
เสียงตัดพ้อพร้อมกับทำนบน้ำตาที่ไหลพราก มันยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าอยากปกป้องเธอ ร่างผอมบางที่อ่อนแรงจากการร้องไห้หลับลงทั้งน้ำตาเมื่อหลายนาทีก่อนจวบจนวินาทีนี้ น้ำตาที่คอยซับให้เสมอก็ยังไม่ยอมหยุดไหล
“เปิดกางประชุมใหญ่เบิ้ม” แฝดสามประสานเสียง เมื่อได้เวลาเปิดการประชุม และครั้งนี้เป็นการประชุมสำคัญที่ยิ่งใหญ่กว่าครั้งไหนๆ“อูนิคัมแบ็ค...” มาลิคเปิดหัวข้อการประชุม แต่ก็ส่อแววว่าการประชุมจะล่มตั้งแต่เริ่มต้น“โอนิกซ์!!” มายากับนายาบอกพร้อมเพียง และยังทำหน้าเอือมระอาน้องชายฝาแฝดที่เรียกชื่อวงของอาปากับบรรดาลุงๆ ผิด“มาหยิกหิวแน่เยย” มายามองค้อน คิดว่ามาลิคน่าจะกำลังหิว เพราะอูนิ คือ ไข่หอยเม่น ที่คนส่วนใหญ่เรียก ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วมันคืออวัยวะเพศหรืออวัยวะสืบพันธุ์ของหอยเม่น อาหารอันโอชะแห่งท้องทะเล นับว่าเป็นวัตถุดิบพรีเมียม ที่หาทานได้ค่อนข้างยาก พบได้ในแหล่งน้ำเย็นที่สะอาด มีรสชาติที่เฉพาะตัวและโดดเด่นมาก ไข่หอยเม่นที่สดใหม่มีรสชาติหวานและเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม เค็มนิด สดชื่น มีกลิ่นของทะเล ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่ชอบรับประทานอาหารทะเลแบบญี่ปุ่น“มาหยิกเพิ่งกิงบะหมี่ชามเบิ้มเองนะ หิวอีกแย้วหยอ” นายาจำได้ว่าก่อนเรียกประชุม มาลิคกำลังกินบะหมีชามใหญ่อยู่กับอาปา“มาหยิกไม่หิว อิ่มแย้ว” มาลิคไม่ได้รู้สึกหิว แอ่นพุงให้พี่สาวฝาแฝดดูว่าตนนั้นอิ่มแปล้มากแค่ไหน“พูดใหม่” มายากับนายาใ
กระเช้าลอยฟ้าพาทุกคนลงจอดที่บริเวณ Zootopia ที่นี่มีสัตว์ตัวน้อยใหญ่มากมายอย่าง สิงโต เสือ หมีขาว เพนกวิ้น สิงโตทะเล เต่ายักษ์ สล๊อต ลิง เเรคคูน งู ฯลฯ“ฉวงฉัดพี่ชี พี่แชง มีเต่าเบิ้มเยอะ” มายาจำได้ ตอนไปบ้านอาปาที่ภูเก็ต สวนสัตว์ของพี่ซีกับพี่แซนด์ ลูกชายฝาแฝดของอาวาฬกับอาพริก ก็มีเจ้าเต่ายักษ์ตั้งหลายตัว“นายาคิดถึงพี่ชี พี่แชง คิดถึงพี่ยังตา พี่อังดา ด้วย” พอมายาพูดถึงลูกพี่ลูกน้องที่อยู่ประเทศไทยก็ทำให้นายาคิดถึงพี่ซีกับพี่แซนด์ รวมถึงพี่ลันตากับพี่อันดาด้วย“มาหยิกคิดถึงพี่มายิง คิดถึงพี่มิยา คิดถึงพี่วิกฉะเตอร์ด้วย” มาลิคก็พลอยคิดถึงพี่มาริน พี่มิรา และพี่วิคเตอร์ด้วย“แล้วถ้าทุกคนมาอยู่ด้วยที่นี่ มายา นายา มาลิค จะดีใจมากไหมครับ”“ดีใจฉุดๆ เยยค่ะ // ดีใจฉุดๆ เยยค่ะ // ดีใจฉุดๆ เยยฮับ” แน่นอนว่ามายา นายา และมาลิค ต้องดีใจมากที่สุด ถ้าพี่ๆ ทุกคนอยู่ด้วยกันที่นี่“จ๊ะเอ๋!!”“ตกใจหมดเยย” แฝดสามโผกอดกันกลมด้วยความตกใจที่จู่ๆ ลูกพี่ลูกน้องจากภูเก็ตก็มาปรากฏตัวตรงหน้าแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย“ไหนบอกถ้าเจอพวกพี่แล้วจะดีใจไง” มารินกับน้องๆ ต่างแปลกใจที่แฝดสามไม่เข้ามากอดหรือกระโดดโลดเต้นแสดงค
ครอบครัว ONYX พาทายาททั้งห้าคนตะลุยเที่ยวที่สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ (Everland) สวนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่และดีที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้ จนได้รับการขนานนามว่าเป็นดิสนีย์แลนด์เกาหลี และจัดเป็นหนึ่งในสี่สวนสนุกยอดนิยมของโลกอีกด้วยการปรากฏตัวของ ONYX ยังคงสร้างความฮือฮาให้กับนักท่องเที่ยว กาลเวลาไม่อาจทำให้ความหล่อเหลาของสมาชิกทั้งเจ็ดคนลดน้อยลงไปเลย“The Triplet Boom” ดูเหมือนว่าไม่ได้มีแค่ ONYX ที่มีแฟนคลับมากรี๊ดกร๊าด การปรากฏตัวของ The Triplet Boom ของแฝดสามก็เป็นที่ฮือฮาของเหล่าแฟนคลับตัวน้อย ที่ชักชวนให้ผู้ปกครองพาเข้ามาขอถ่ายรูปกับทั้งสามคน รวมทั้งเร็นกับเซย์กิที่มีแฟนคลับตั้งแต่สมัยติดตามผู้เป็นพ่อทัวร์คอนเสิร์ต“ซุปตาร์น้อยของออมมากันตา นี่แค่ปล่อยไปซิงเกิลเดียวนะ ยังมีแฟนคลับแล้ว ถ้าปล่อยซิงเกิลที่สองแฟนคลับจะเยอะขนาดไหน” กาอินเอ่ยแซว“เร็นกับเซย์กิก็ฮอตไม่แพ้พี่ไดชิเลยนะคะ”“วัดรอยเท้ากันเลยแหละ ส่วนเราสองคนก็เป้นผู้จัดการซุปตาร์ตลอดไป”“จะว่าไปก็คิดถึงบรรยากาศคอนเสิร์ตนะคะ” กันตาคิดถึงวันวาน การได้เห็นคนที่รักยื่นอยู่บนเวทีมันช่างเบิกบานใจ และเป็นปลื้มทุกครั้ง“คิดถึงบรรยากาศคอนเสิร
เรื่องการแต่งตัวของมายา นายา และมาลิค กันตาจะให้ทั้งสามคนได้เลือกเสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องประดับด้วยตัวเอง เพราะเป็นการช่วยส่งเสริมความเป็นอิสระ ความมั่นใจในตนเอง และทักษะการตัดสินใจ โดยมีพี่เลี้ยงคอยดูแลอย่างใกล้ชิด“ชุดนี้ฉวย” มายาหยิบชุดสวยออกมาจากตู้แล้วหันไปหานายาราวกับขอความเห็น และจะใส่ชุดนี้“ชุดนี้ก็ฉวยนะ” นายาก็หยิบชุดสวยออกมาเช่นกัน ชุดนี้ก็สวยมากในความรู้สึก และเลือกใส่ชุดนี้“มายาติดกิ๊บฉีพู” เมื่อได้ชุดแล้ว มายาก็ไปเลือกเครื่องประดับ เลือกกิ๊บสีชมพู สีเดียวกับชุด“นายาติดกิ๊บฉีฉ้ม” นายาเลือกกิ๊บสีส้ม ที่เหมาะกับชุดลายตารางสีส้มขาว“ชุดนี้หย่อมาก ใฉ่หมวกเท่ด้วย” มาลิคเลือกชุดเสื้อยืด แจ็คเก็ต กางเกงยีน และหมวกแก๊ปเข้าชุดสุดเท่“ผู้หญิงไม่หย่อ ผู้หญิงจะฉวย” มายาส่ายหน้า ผู้หญิงไม่หล่อ ผู้หญิงจะสวยกัน“มาหยิกหย่อคงเดียวนะ” นายายื่นมือไปแตะที่ไหล่ของน้องชายฝาแฝด ให้มาลิคหล่อคนเดียว“มาหยิกหย่อเดียวได้” มาลิคเชิดหน้าพูด เดินถือชุดไปให้พี่เลี้ยงช่วยใส่ เมื่อไม่มีใครใส่ชุดหล่อ ตนหล่อคนเดียวก็ได้ ในขณะที่สองสาวน้อยคุยกระหนุงกระหนิงช่วยกันเลือกเครื่องประดับแฝดสามตามพ่อกับแม่เข
“อาปา ออมมา” เสียงของมายา นายา และมาลิค ดังลั่นบ้าน พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาทุกที“แต่ละวัน” ฉลามยกมือขึ้นมานวดขมับเพียงแค่ได้ยินเสียงของแฝดสาม ไม่รู้ว่าวันนี้จะต้องรับมือความป่วนอะไรบ้าง“เดี๋ยวพอไปโรงเรียนแล้วพี่ฉลามจะเหงา”“วันนี้พวกเยาจะช้อมเต้งค่ะ” มายาประกาศเสียงดังลั่น พร้อมสวมแว่นตาแฟชั่นอันใหญ่ และผูกโบว์สีสันสดใส หลังจากเรียนรู้งานเบื้องหลังกันมาแล้ว วันนี้จะทำงานเบื้องหน้ากันบ้างให้สมกับเป็นลูกของซุปเปอร์สตาร์“อาปาเปิดห้องช้อมให้หน่อยค่ะ” นายามาในชุดสไตล์ Hip Hop สุดเท่ “ห้องช้อมใหญ่ฉุดเยยนะฮับ” มาลิคก็เท่ไม่แพ้พี่สาวฝาแฝด เรียกร้องห้องซ้อมเต้นที่ใหญ่ที่สุด“นายาจะเป็งเช็งเตอร์” นายาจะเต้นในตำแหน่งเซ็นเตอร์“ไม่ได้นะ มายาต้องเต้งเปิด” มายาจะเต้นเปิดเป็นคนแรก“ขอมาหยิกอยู่ตรงกลาง แต่ไม่ต้องหมุงตัวได้ไหม เหนื่อย” มาลิคก็อยากอยู่ตรงกลาง ซึ่งเป็นตำแหน่งเซ็นเตอร์ แต่ขอไม่หมุนตัวเพราะเหนื่อย“ได้” พอเป็นมาลิค มายากับนายาก็ยินยอมสละตำแหน่งเต้นนี้ให้ เพราะเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวย่อมโดดเด่น“แล้วจะเต้นเพลงอะไรกันคะ”“บิงชูตุ๊บป่อง เวอชั่งยีมิกคูงฉามฉะปีดค่ะออมมา” มายาบอกชื
“มาหยิกจะตายไหม มาหยิกน่าจะตาย...” มาลิคหน้าละห้อย ขาดขนมเหมือนจะขาดใจ คิดว่าตัวเองจะต้องตายแน่ๆ“ชีวิตจะขาดหวางไม่ได้” นายาจะไม่ยอมให้ชีวิตตัวเองต้องขาดความหวานจากขนม“เยาต้องทวงคืงช็อกแยต” มายาฮึกเหิมที่จะทวงคืนช็อกโกแลต“ทวงคืงช็อกแยต” นายากับมาลิคก็เห็นด้วยพร้อมกับยื่นมือข้างหนึ่งไปข้างหน้า โดยมือของมาลิควางทับมือของมายา ก่อนนายาจะวางมือไปบนมือของมาลิคพร้อมใจกันทวงคืนช็อกโกแลต “ทวงคืงช็อกแยตกัง”ไม่ทันข้ามวันของบทลงโทษงดขนมสิบวัน สามพี่น้องฝาแฝดก็วางแผนย่องเข้าห้องครัว โดยแต่ละคนถือตุ๊กตาที่ทำขึ้นมาโดยมีหน้าของตัวเองเป็นต้นแบบกันตาทำเป็นมองไม่เห็น และส่งซิกให้กับสามีทำเช่นเดียวกันกับเธอ พัฒนาทางด้าน IQ EQ จะดีเกินวัย เพราะรู้สึกว่าความแสบ ความซน ของลูกๆ จะมีพัฒนาการแบบก้าวกระโดดขึ้นทุกวันหนทางที่จะได้ช็อกโกแลตช่างปลอดโปร่งในความรู้สึกของแฝดสาม ประตูตู้เย็นที่ค่อยๆ เปิดออก ราวกับมีแสงสว่างเปล่งประกายเจิดจ้า ช็อกโกแลตในกล่องสีทองนั้นราวกับหีบสมบัติ“ว้าวๆ” มายา นายา และมาลิค ตาลุกวาวกับหนทางรอดชีวิตจากที่ร่างกายขาดความหวานมาร่วมสามชั่วโมง ยื่นมือไปหยิบช็อกโกแลต“หยุดเลย!” เสียงของ







