分享

บทที่ 4

作者: แจ็ก ออเธอร์
เขายิ้ม เป็นรอยยิ้มที่เชื่องช้าและแฝงไปด้วยการคำนวณ

"ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องอะไรก็ช่าง..." เขาพึมพำ "...ถ้าคนพวกนั้นรู้เข้า เธอคงรู้กฎของตระกูลดีใช่ไหม?"

ดวงตาของเขามืดมนลง น้ำเสียงแผ่วเบาแทบเป็นเสียงกระซิบ "เธอ. ได้. ตาย. แน่"

ความหวาดกลัวแล่นเกร็งสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่าง

ฉันสะดุ้งผวา เพราะรู้ดีว่าเขาพูดความจริง ทันทีที่เขาพาฉันกลับไป ฉันก็คงตายแน่ๆ

ไม่มีใครช่วยฉันได้แน่... ฉันจะทิ้งลีออนไปไม่ได้ ฉันไม่มีวันทิ้งเขา ลีออนยังต้องการฉัน

เขาเห็นความกลัวในดวงตาฉัน... และเขาก็ชอบมันด้วย

"เพราะงั้นเธอรีบบอกเหตุผลมาดีกว่า" เขาพูด เสียงเบาลงกว่าเดิม "ทำไมเธอถึงหนีไป อาริเอลล่า?"

เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้เล็กน้อย จ้องมองฉันนิ่ง

"กลัวว่าฉันจะทำร้ายเธอหรือไง?" น้ำเสียงของเขาคล้ายกำลังหยอกเย้าและยั่วยวน "ความกลัว—หลังจากที่เธอทำลายความเชื่อใจของฉันลงไปแล้ว—มันเป็นสิ่งที่สั่งให้เธอหนีไปใช่ไหม?"

ฉันกำลังดิ้นรนหาทางรอดสุดชีวิต ฉันดูออกว่าเขาอยากให้ฉันตอบว่าใช่ เขาอยากให้ฉันยอมรับว่าฉันกลัวเขา

ฉันเลยทำตามนั้น ฉันพยักหน้า ตัวสั่นระริก คอยหลบสายตาเขา เขายิ้มที่มุมปากอย่างสะใจ

"ดีมาก"

เขาเชิดคางฉันขึ้น บังคับให้ฉันต้องสบสายตากับเขา

"ฉันชอบความกลัวของเธอจัง" เขาพูดพลางเลียริมฝีปาก จากนั้นเขาก็ขยับตัว มือทั้งสองข้างเลื่อนต่ำลง

เรียวนิ้วของเขาปลดเข็มขัด เสียงคลิกของหัวเข็มขัดดังสะท้อน ตามมาด้วยเสียงรูดซิป

และทันใดนั้น—เขาก็ดึงน้องชายออกมา น้องชายที่ใหญ่โตนั้นจ่ออยู่ตรงหน้าฉันพอดี มันทั้งร้อนผ่าวและดุดัน เส้นเลือดปูดโปนชัดเจนจ่ออยู่แทบชิดใบหน้า ฉันทำอะไรไม่ถูก ตัวชะงักค้างอยู่กับที่

เขาคาดหวังให้ฉันทำอะไรกันแน่?

จากนั้นเขาก็เริ่มใช้นิ้วมือลูบผมฉันอย่างเบาๆ พลางพูดขึ้น "เป็นเด็กดีแล้วอ้าปากซะ"

"ทำไมต้องทำกับฉันขนาดนี้ด้วย?" ฉันถามเขา เสียงแผ่วเบาเมื่อเริ่มตระหนักได้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นตรงนี้

"ลองเลียมันดูหน่อยเป็นไง จะได้รู้ว่ารสชาติเป็นยังไง?ฉันยังจำได้ดีว่าเธอชอบอมให้ฉันขนาดไหน อีกอย่าง... เธอมีทางเลือกอื่นด้วยหรือไงจริงไหม?" เขาพูดแต่ยังคงลูบผมฉันอย่างเบา นุ่มนวล ราวกับว่าเขาห่วงใยฉันจริงๆ

แต่ฉันรู้ดีว่านั่นมันไร้สาระทั้งเพ

"ฉันกำลังให้ทางเลือกเธอ จะกลับไปในฐานะคนทรยศ หรือจะกลับไปในฐานะอีตัวของฉัน? เธอเลือกได้แค่ทางเดียวเท่านั้น"

ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย ได้แต่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงนั้น คิดหนักว่าตัวเองต้องทำยังไง ทั้งสองทางเลือกฟังดูแย่พอๆ กับการกลืนปูนลงคอ ไม่มีทางไหนเลยที่ฉันอยากเลือก

"ว่าไง จะเอายังไง?" เขาถาม

ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าเรากำลังคุยกันในสภาพที่เขาควักน้องชายออกมาจ่อหน้าฉัน และฉันกำลังคุกเข่าอยู่แบบนี้

"ถ้าฉันยอมทำ... นายจะปล่อยฉันไปใช่ไหม? แค่ต้องมาทำแบบนี้มันก็อับอายขายหน้ามากพออยู่แล้ว แต่ถ้าฉันทำ ถือว่าสัญญาได้ไหมว่าจะยอมปล่อยฉันไป แค่กลับไปใช้ชีวิตของนาย แล้วลืมฉันซะ"

เขาทำเสียงหึๆ ในลำคอ "เรื่องนั้นฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ แต่มาดูกันดีกว่าว่าเธอจะเก่งแค่ไหน ถ้าเธอทำให้ฉันเสร็จในปากเธอได้... ฉันจะยอมรักษาสัญญาที่เธอขอ"

"อ้าปาก" เขาสั่ง น้องชายของเขาห่างจากหน้าฉันแค่ไม่กี่นิ้ว

ส่วนปลายของน้องชายเขาเริ่มมีน้ำไหลเยิ้มออกมาแล้ว เขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้น "แลบลิ้นออกมา" เขาสั่ง

ฉันยอมทำตาม แลบลิ้นออกมา เขาเริ่มรูดน้องชายตัวเองขึ้นลงสองสามครั้ง ก่อนจะใช้มือป้ายน้ำเยิ้มๆ ลง บนลิ้นของฉัน

"กลืนลงไป" เขาสั่ง ฉันกลืนลงคอไป

"อ้าปาก" เขาย้ำอีกครั้ง ฉันอ้าปากขึ้น "ดูดตรงหัว... แบบนั้นแหละ..." เขาสั่ง

ฉันเริ่มอมตรงหัวน้องชายเขา เริ่มจากแค่ส่วนปลาย จากนั้นก็ลึกขึ้น เรื่อยๆ และลึกยิ่งขึ้นในแต่ละครั้ง มือทั้งสองข้างของเขาขยุ้มผมฉันไว้ จิกดึงให้อยู่ในตำแหน่งเอาไว้ ฉันเงยหน้ามองเขา ตกอยู่ในสภาพถูกจองจำ และถูกบังคับให้ต้องจ้องมองเขา

ลมหายใจของเขาเริ่มกระแทกออกมาทางจมูกเป็นเสียงหอบกระสัน ไม่มีคราบความอ่อนโยนในดวงตาของเขาเลยแม้แต่น้อย ไม่มีแม้เศษเสี้ยวของความเสน่หา มีเพียงตัณหาที่ดิบเถื่อนและความโกรธแค้นที่ผสมปนเปกันอยู่ ก่อนที่ฉันจะทันตั้งตัว เขาก็กระแทกน้องชายเข้ามาในปากฉันจนสุดโคน

มันรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปนานเป็นชั่วโมง ปากฉันเมื่อยล้าไปหมด กรามเกร็งจนรู้สึกเหมือนจะล็อก เขากระแทกน้องชายเข้าออกแบบนั้น ลิ้มรสชาติทุกช่วงเวลาอย่างใจเย็น ทุกครั้งที่เขาใกล้จะถึงเสร็จ เขาก็จะดึงมันออกเพื่อให้มันเร่าร้อนและยืดเวลาออกไปอีก ฉันไม่รู้ว่าจะจัดการกับประสบการณ์นี้หรือความรู้สึกแปลกประหลาดที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาข้างในยังไงดี—ความรู้สึกที่ฉันพยายามหลบเลี่ยงปัดมันทิ้งไปสุดชีวิต

นี่ไม่ใช่เวลาจะมาคิดเรื่องนั้นตรงนี้ ในเวลาแบบนี้ ฉันกำลังดิ้นรนต่อสู้เพื่อแลกกับชีวิต อิสรภาพของตัวเอง และของลีออน นั่นคือสิ่งเดียวที่ฉันโฟกัส

ฉันไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่าเขาใกล้จะเสร็จแล้ว เพราะเขาเอาแต่ยืดเวลาความสุขเอาไว้ตลอด พอเขาดึงน้องชายออกไป ฉันเลยใช้เวลานี้พยายามผ่อนคลายกรามที่ล็อกอยู่ออก ฉันเลยทั้งตกใจและผวาเมื่อเขาปล่อยน้ำสีขาวพุ่งเลอะไปทั่วทั้งใบหน้าและผมของฉัน... มันเป็นปริมาณที่เยอะมากจริงๆ

มันติดอยู่ตามเส้นผม หยดไหลลงมาตามกรอบหน้า ฉันตกใจมากจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่รู้สึกถึงน้ำแห่งตัณหาที่เปรอะเปื้อนไปทั่วเปลือกตา และริมฝีปาก ฉันไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้นได้ ไม่ทันได้เตรียมใจว่าจะเจอแบบนี้ ได้แต่นั่งคุกเข่าอยู่อย่างนั้นด้วยความช็อก หลับตาแน่นในขณะที่น้ำตัณหาของเขาค่อยๆ หยดลงมาจากใบหน้า

หลังจากตกอยู่ในความเงียบชั่วครู่ ฉันก็ได้ยินเสียงรูดซิป และรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังแต่งตัวจัดการตัวเองให้เรียบร้อย

ฉันรีบถามขึ้นด้วยความหวัง

"งั้น... จบแล้วใช่ไหม? นายจะยอมปล่อยฉันไปแล้วใช่ไหม?"

สิ่งที่ฉันได้รับกลับมาคือเสียงหัวเราะในลำคอก่อนเขาจะพูด "ยังไม่ใกล้เคียงเลยล่ะ ฉันไม่มีวันปล่อยเธอไปหรอก อาริเอลล่า... ไม่มีวัน"

ฉันรู้สึกได้ถึงความโกรธที่แล่นพล่านขึ้นมา

"หมายความว่ายังไง?! นายสัญญาแล้วนะ นายบอกเองว่าถ้าฉันทำให้นายเสร็จ นายจะปล่อยฉันไป นายบอกเองไม่ใช่เหรอว่านายไม่เคยกลืนน้ำลายตัวเอง!" ฉันเค้นเสียงต่อว่าด้วยความอัดอั้น

เขาหัวเราะขึ้นมาอีกครั้งและพูดว่า "เธอควรรู้จักตั้งใจฟังให้ดีกว่านี้นะ อาริเอลล่า ฉันไม่ได้บอกว่าถ้าฉันเสร็จ... ฉันบอกว่าถ้าฉัน 'เสร็จในปากเธอ' ต่างหากถึงจะยอมปล่อยไป แล้วอย่างที่เราทั้งคู่เห็นๆ กันอยู่ ฉันไม่ได้เสร็จในปากเธอ เพราะงั้นคำตอบคือ ไม่... ฉันไม่ปล่อยเธอไปหรอก" น้ำเสียงของเขาต่ำลง และเต็มไปด้วยความเป็นนักล่า

"นาย... นาย... นายหลอกฉัน!"

เขาหัวเราะออกมาอีกครั้ง เป็นเสียงที่ทำเอาสันหลังฉันเย็นวาบ

"เมื่อไม่กี่นาทีก่อน เธอควรจะอมและยื้อน้องชายฉันไว้ในปากให้ดีกว่านี้สิ ถ้าทำได้ ป่านนี้เธอก็คงบินหนีเป็นอิสระเหมือนนกไปแล้ว"

บางอย่างในตัวฉันขาดสะบั้นลง ทั้งความกลัว ความอับอาย และความเอาเปรียบจากคำพูดของเขา...

"ไปตายซะ แอชเชอร์!" ฉันสบถใส่หน้าเขา

เขาหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงมืดมนและสนุก

"ฉันก็กะว่าจะเสพสุขเอาเธอทุกวัน... ในทุกๆ ท่วงท่าอยู่แล้วล่ะ"

ฉันรู้สึกได้ถึงน้ำตาที่เริ่มเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง ความสิ้นหวังระลอกใหม่เข้ากลืนกินฉันจนหมดสิ้น ใบหน้าของฉันยังคงเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตัณหาของเขา สภาพฉันในตอนนี้มันแหลกเหลวไม่เหลือชิ้นดี

ทว่าน้ำเสียงของเขาที่ปราศจากความรู้สึกใดๆ ก็พูดแทรกผ่านความสิ้นหวังของฉันขึ้นมา

"เพราะงั้นฟังสิ่งที่เธอต้องทำต่อไปนี้ให้ดีๆ ตั้งใจฟังให้ดีนะ อาริเอลล่า"

เขาเว้นจังหวะ ความเงียบเข้าครอบงำพร้อมการขู่แบบไร้เสียง "ฉันจะให้เวลาเธอสองชั่วโมง ในสองชั่วโมงนี้ ฉันต้องการให้เธอไปลาออกจากงาน แล้วกลับไปที่อพาร์ตเมนต์รูหนูห่วยๆ ของเธอเพื่อเก็บกระเป๋า เอาไปเฉพาะของที่จำเป็นจริงๆ ชิ้นไหนดูเหมือนขยะก็ทิ้งมันไว้ตรงนั้นซะ... เดี๋ยวจะมีคนไปรับเธอที่อพาร์ตเมนต์เพื่อพาไปส่งที่สนามบิน เจอกันในอีกสองชั่วโมง"

"ไม่! เดี๋ยวก่อน!" ฉันร้องลนลาน พยายามใช้แขนและชายเสื้อเช็ดคราบเหนียวเหนอะหนะออกจากใบหน้าเพื่อจะได้มองหน้าเขาให้ชัดๆ

"ฉันไม่กลับบ้าน! ฉันกลับไปที่นั่นไม่ได้!" ฉันพูดพลางส่ายหน้าปฏิเสธอย่างรุนแรง ฉันหวาดกลัวจนสติแทบหลุด

เขายิ้ม ริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มของนักล่า ตอนที่เขาก้าวตรงเข้ามาหาฉัน

"ไม่ต้องห่วงหรอก อาริเอลล่า ฉันไม่ได้จะพาเธอกลับไปหาพ่อกับแม่หรอก ฉันจะยกอพาร์ตเมนต์ของฉันให้เธอห้องหนึ่ง แล้วเธอจะต้องอยู่ที่นั่น คอยเป็นของเล่นชิ้นงามให้กับฉัน"

เขายิ้มพลางใช้นิ้วลูบผมที่เปียกของฉัน

"ฉันจะให้ทุกอย่างที่เธอต้องการ ทั้งอัญมณี เงินทอง เสื้อผ้า หรืออะไรก็ตามที่เธอปรารถนา และสิ่งตอบแทนก็แค่เธอเลิกใช้สมอง เลิกคิดดิ้นรนใช้กำลัง สิ่งเดียวที่ฉันต้องการให้เธอทำ คือแต่งตัวสวยๆ และยอมให้ฉันเอาเธอในทุกๆ ท่าและทุกๆ ทางก็พอ"

ข้อเสนอที่ถูกประเคนเข้ามาเหมือนของขวัญ แท้จริงแล้วมันคือกรงขังประดับด้วยทองดีๆ นี่เอง เขาต้องการใช้กับดักหักขาฉัน เพื่อกักขังให้ฉันมีชีวิตอยู่อย่างกลวงเปล่าและไร้ค่า

"นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการ!" ฉันตะโกนใส่หน้าเขา

"ฉันบอกเธอไปแล้วไงว่าเธอมีแค่สองทางเลือก—ตาย หรือเสพสุขบนกองเงินกองทองเพื่อชดใช้บาปของเธอ เธอจะเลือกทางไหน?"

ฉันไม่ได้ให้คำตอบเขา... เพราะฉันไม่มีคำตอบให้

เขายิ้ม รอยยิ้มของผู้ชนะ ตอนที่เขาเริ่มก้าวเดินออกไป มือของเขาแตะอยู่ที่ลูกบิดประตูแล้ว ฉันเพิ่งตระหนักขึ้นได้—เขาทำเป็นไม่รู้รายละเอียดที่สำคัญที่สุดไปได้ยังไง!

"เดี๋ยวก่อน!" น้ำเสียงของฉันสั่นเครือและสิ้นหวัง "ฉันมีคนที่ต้องคอยดูแล! ฉันทิ้งเขาไปไม่ได้!"

เขาหันกลับมา สายตาเฉียบคมและเต็มไปด้วยคำถาม "อะไรนะ?" เขายิ้มเยาะเย้ย "แฟนใหม่เหรอ? แล้วเธอจะพูดอะไรต่อล่ะ? บอกว่าแต่งงานแล้วงั้นสิ?"

เขาหัวเราะราวกับความคิดที่ว่าฉันจะมีแฟนหรือมีสามีเป็นเรื่องน่าตลกไร้สาระ

"ไม่ใช่..." ฉันตอบ คืนคำพูดประชดประชันกลับไป

"แล้วตกลงเป็นใคร?!" เสียงของเขาแข็ง เต็มไปด้วยความหงุดหงิดเหมือนฉันกำลังทำให้เขาเสียเวลา

ฉันอึกอัก ไม่อยากพูดมันออกมา ไม่อยากบอกเขาเลย... แต่ฉันรู้ดี—รู้ว่าถ้าฉันไม่พูด เขาก็จะลากตัวฉันไปทั้งที่ฉันกำลังดิ้นรนกรีดร้องอยู่อย่างนี้แน่ๆ มันไม่มีทางให้ออกไปจากตรงนี้ได้เลย

"อะไร?!" เขาถามเสียงดังขึ้น "แล้วอย่าคิดจะหนีเด็ดขาด ต่อจากนี้ไปเธอจะถูกจับตามองตลอดเวลา ถ้าคิดจะหนี เธอต้องชดใช้อย่างหนัก เพราะงั้นอย่าแม้แต่จะคิด... ฉันไม่มีทางเสียเธอไปเป็นครั้งที่สองแน่"

ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก และก่อนที่ฉันจะทันได้ห้ามตัวเอง ก่อนจะได้ทันไตร่ตรองอีกครั้ง...

"ฉันมีลูกชาย"

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • สยบรักท่านดอนมาเฟีย   บทที่ 30

    ฉันไม่ได้เป็นคนโดดเด่นอะไร ไม่ใช่สาวป็อปปูลาร์คนนั้นด้วยซ้ำ ฉันเป็นแค่เด็กสาวธรรมดาๆ ที่ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว และทำเรื่องของตัวเองไป—เป็นผู้หญิงประเภทที่ชอบจมหายไปกับฉากหลังมากกว่าฉันส่งเสียงร้องอุทานหลุดปาก "ขอโทษค่ะ" คิดว่าคำนั้นจะทำให้เขาปล่อยผ่านแล้วเดินจากไป แต่นั้นเอง เขากลับมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น... ฉันไม่รู้จะอธิบายยังไงดี เพราะอยู่ๆ ความโกรธก็ผุดขึ้นมาในดวงตาของเขาเขามองฉันเหมือนฉันไปทำความผิดร้ายแรงใส่เขา และสายตาคู่นั้นก็ทิ่มแทงมาดุจมีดบิน ดวงตาของเขาล็อกประสานกับฉันแน่นิ่ง และฉันสาบานเลยว่าสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากสายตานั้น เหงื่อซึมโชกไปทั่วตัว นึกเสียใจที่เผลอไปทักทายเขาฉันหวังว่าคำว่า "ขอโทษ" จะทำให้เขาเดินหนีไป แต่กลับกลายเป็นว่ามันยิ่งยั่วโทสะเขาให้หงุดหงิดยิ่งกว่าเดิมฉันรู้ดีเรื่องอารมณ์ร้ายของแอชเชอร์ ใครๆ ต่างก็เรียกเขาว่า 'เทพเจ้าแห่งความโกรธา' และฉันก็ดันไปจุดชนวนเพลิงโทสะของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ ฉันถึงขั้นแอบคิดจะโกยอ้าววิ่งหนีไปซะ... โง่ชะมัด ฉันรู้ตัวดีแต่แล้วเขาก็พูดขึ้น น้ำเสียงเย็นชา "ไม่... ฉันอยากรู้ว่าทำไมเธอถึงเข้ามาทักฉัน? ฉันรู้จักเธอเหรอ?"ท

  • สยบรักท่านดอนมาเฟีย   บทที่ 29

    ฉันเคยรักแอชเชอร์ โรมาโน่... มีตรงไหนของเขาบ้างล่ะที่ไม่น่ารัก?คุณน่าจะได้เห็นเขา... ทั้งรอยยิ้ม และประกายตาที่วิบวับยามเขาพูดถึงสิ่งที่ทำให้เขาสนุกหรือตื่นเต้น มันมีเสน่ห์ดึงดูดใจเป็นบ้าคุณน่าจะได้เห็นเขาเวลาหงุดหงิด สีหน้าแบบนั้นของเขาก็ฮอตสุดๆ เหมือนกันแอชเชอร์ก็มีมุมโกรธเหมือนกัน คนอื่นมักบอกว่าเขาเป็นคนอารมณ์ร้อน ในฐานะที่เขาเป็นทายาทและต้องขึ้นสืบทอดตำแหน่งในวันข้างหน้า ใครๆ จึงคอยเตือนให้เขาลดความใจร้อนลงหน่อย แต่เขาเคยบอกฉันว่าบางทีเขาก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ เวลาเขาโกรธ ดวงตาคู่นั้นจะลุกโชนไปด้วยไฟอารมณ์ สันกรามเกร็งแน่น เข่นเคี้ยวเคี้ยวฟัน และกำหมัดแน่น... คุณน่าจะได้เห็นเขาในมุมนั้น... ดุดันและมีเสน่ห์ชวนหลงใหลชะมัดฉันนี่มันโง่หัวปักหัวปำเพราะเขาจริงๆฉันตกหลุมรักแอชเชอร์มาเกือบจะทั้งชีวิต มันเริ่มขึ้นตั้งแต่อายุยังน้อย เขาแก่กว่าฉันห้าปี คนอื่นเลยมักจะหัวเราะเยาะความรักแบบเด็กๆ ของฉัน ผู้หญิงตั้งมากมายต่างก็หลงใหลคลั่งไคล้ แอชเชอร์ โรมาโน่ ทั้งผู้หญิงจากตระฉันลใหญ่ผู้มีพร้อมทุกอย่าง ซึ่งเป็นคนที่มีโอกาสสมหวังกับเขาจริงๆ...ไม่มีใครคิดหรอกว่าคนอย่างฉันจะได้เขามาครอบครอ

  • สยบรักท่านดอนมาเฟีย   บทที่ 28

    "ใครอนุญาตให้เธอมาแตะต้องตัวฉัน?""โอเคค่ะ... พอแล้ว! ฉันขอโทษ ฉันจะไม่แตะตัวนายอีกแล้ว มือฉันจะหักแล้วนะ!" ฉันตะโกนลนลาน เสียงสั่นเครือด้วยความตกใจ เพราะแรงบีบที่ข้อมือเริ่มหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ จนแทบเกินทนแล้วเขาก็นั่งอยู่ตรงนั้นบนเตียง หันหน้ามาหาฉัน ดวงตาเย็นชาและแข็งกร้าว ขณะเค้นเสียงถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแผ่วเบาจนน่าขนลุก"แล้วถ้าฉันอยากจะหักแขนเธอขึ้นมาจริงๆ ล่ะ? แล้วถ้าฉันอยากจะหักคอเธอซะเลยล่ะ จะทำไม?" เขาพูดพลางปล่อยมือฉันออก การปลดปล่อยอย่างกะทันหันส่งคลื่นความโล่งอกผสมปนเปกับความหวาดกลัวแล่นผ่านไปทั่วร่างแต่แล้วในชั่วพริบตาเดียวนั้น มือก็นิ้วสอดเลื่อนตรงมาที่ลำคอฉัน รังสีคุกคามคละคลุมชัดเจน เศษเสี้ยวของชายหนุ่มที่ฉันเคยรู้จักอันตรธานหายไปสิ้น เหลือไว้เพียงชายแปลกหน้าไร้หัวใจตรงหน้าคนนี้"แล้วถ้าฉันอยากจะหักคอเธอจริงๆ ล่ะ? ถ้าฉันจะทำขึ้นมาจริงๆ จะว่ายังไง?" เขาถาม เสียงกระซิบเย็นเยียบไปถึงขั้วหัวใจจากนั้นเขาก็ผลักฉันออกไปข้างๆ อย่างรวดเร็วแล้วปล่อยตัวฉันเป็นอิสระ การปลดปล่อยที่ไม่ทันตั้งตัวทำเอาฉันหอบหายใจไม่ทัน... แต่อย่างน้อยรอบนี้เขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะบีบคอฉันจริงๆ

  • สยบรักท่านดอนมาเฟีย   บทที่ 27

    แอชเชอร์พูดเป็นเชิงสั่งให้ฉันทำลาซานญ่า... ลาซานญ่าเนี่ยนะ! รู้ไหมว่ามันต้องใช้เวลานานขนาดไหน?! ฉันรู้ว่ามันเป็นของโปรดของเขา แต่นี่มันกลางดึกแล้วนะ!เริ่มแรกต้องผัดซอฟฟรีตโต หั่นผักเป็นลูกเต๋าชิ้นเล็กชิ้นน้อย จากนั้นก็เคี่ยวน้ำซอสโบโลเนส ใช้เวลาเป็นชั่วโมงในการเคี่ยวเนื้อบด ไวน์แดง และมะเขือเทศ ระหว่างนั้นฉันก็ต้องทำเบชาเมลซอส คอยตะกร้อคนนมกับเนยจนแขนล้าไปหมดขั้นสุดท้ายคือการจัดเรียงเป็นชั้นๆ แผ่นพาสต้า ซอสเนื้อ ริคอตต้าชีส มอสซาเรลล่าชีส และเบชาเมลซอส ซ้ำไปซ้ำมาหลายๆ ชั้น จากนั้นก็นำเข้าเตาอบนานเกือบชั่วโมง จนกระทั่งชีสปุดๆ กลายเป็นสีเหลืองทองสวยงามฉันสาบานเลยว่ามันใช้เวลาอย่างน้อยสามชั่วโมง หรืออาจจะมากกว่านั้นอีก นั่งหลังขดหลังแข็งทำอาหารตั้งหลายชั่วโมง ทั้งที่เพิ่งถูกปลุกให้ตื่นจากนอน! แต่ก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่ากลิ่นหอมของมันทำเอาฉันน้ำลายสอได้เหมือนกันระหว่างที่รอลาซานญ่าอยู่ในเตาอบ ฉันก็ใช้เวลานี้คั้นน้ำผลไม้สดให้เขา ฉันรู้ดีว่าเขาชอบดื่มน้ำผลไม้สดขนาดไหน โดยเฉพาะน้ำแอปเปิ้ล ฉันเลยหยิบแอปเปิ้ลสีแดงกรอบๆ มาทำน้ำแอปเปิ้ลคั้นสดให้เขา พอถาดอาหารเสร็จเรียบร้อย เสียงชีสซู่ซ่าปุดๆ

  • สยบรักท่านดอนมาเฟีย   บทที่ 26

    วันนี้ฉันเหนื่อยเหลือเกิน เลยตัดสินใจพาลีออนเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเหนื่อยขนาดนี้ บางทีอาจเป็นเพราะฉันนั่งรอเขาจนดึกดื่นมาหลายคืน ติดอยู่กับความคิดที่ว่าแอชเชอร์จะโผล่หัวมา... ซึ่งมันโง่สิ้นดี ในเมื่อเราต่างก็รู้กันอยู่แก่ใจว่าเขาไม่เคยมาเลยสักครั้ง ฉันก็แค่หาเรื่องยืดเวลาความทรมานของตัวเองออกไปก็เท่านั้นแถมฉันยังตื่นเกร็งและระแวงไปหมด คอยคิดว่าแอชเชอร์กำลังวางแผนอะไรอยู่ และเขาจะมาปรากฏตัวในรูปแบบไหน ซึ่งนั่นไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลย สภาพฉันตอนนี้ดูทรุดโทรมมาก ขอบตาคล้ำเป็นวงกว้าง เครื่องสำอางอาจจะพอช่วยกลบได้ แต่นาทีนี้ฉันเหนื่อยเกินกว่าจะลุกขึ้นมาแต่งสวยแล้ว เหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไรทั้งนั้น คืนนี้ฉันจะนอนพักให้เต็มอิ่ม และถ้าแอชเชอร์นึกอยากจะโผล่หัวมา เขาก็เชิญมาตามสบายเหอะแต่วันนี้ฉันเหนื่อยเกินไปแล้ว และจะไม่ยอมเล่นตามเกมปั่นหัวของเขาอีก ฉันจะไม่ปล่อยให้เขาคอยปั่นหัวเล่นสนุกตามใจชอบได้อีกต่อไปฉันอาบน้ำอย่างรวดเร็วแล้วสวมเสื้อยืดธรรมดาๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอนทันที และในวินาทีที่หัวของฉันสัมผัสหมอน ตอนที่กำลังจัดท่าทางให้นอนสบาย เสียงเปิดประตูก็ดังข

  • สยบรักท่านดอนมาเฟีย   บทที่ 25

    ฉันไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อครู่นี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่แต่ฉันรู้ดีอยู่สิ่งหนึ่ง... เรื่องในวันนี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่างน้ำจิ้มเบาๆ ของอนาคตที่ฉันต้องเผชิญต่อจากนี้เท่านั้นเช้าวันรุ่งขึ้น ฉันเพิ่งสังเกตเห็นว่าแอชเชอร์ทิ้งร่องรอยไว้บนลำคอของฉัน ฉันจึงต้องประโคมเครื่องสำอางกลบกลืนรอยพวกนั้นเอาไว้ เพื่อไม่ให้ลีออนสังเกตเห็นและก็เป็นจริงตามคำพูดของเขา มาเรียบอกฉันว่าพวกเขาสรรหาครูสอนพิเศษได้แล้ว เพราะงั้นภายในสัปดาห์หน้า ลีออนจะเริ่มเรียนโฮมสคูลที่ห้องหนังสือกับครูคนใหม่ได้เลยฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องดี ทั้งที่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่สิ่งที่ฉันปรารถนาให้ลูกเลยสักนิด ฉันอยากให้ลีออนได้ไปโรงเรียน ได้มีเพื่อน ได้เข้าสังคมปฏิสัมพันธ์กับเด็กคนอื่นๆ ได้วิ่งเล่น และได้สร้างมิตรภาพตามวัยแต่ถ้าแอชเชอร์จะกักขังฉันไว้ที่นี่ แล้วให้ลีออนเรียนโฮมสคูลกับครูสอนพิเศษ นั่นก็หมายความว่าเราสองคนแม่ลูกจะต้องตกเป็นนักโทษไปตลอดชีวิต โดยไม่อาจสร้างปฏิสัมพันธ์หรือผูกพันกับใครในโลกภายนอกได้อีกเลยสำหรับตัวฉันเอง... ฉันคิดว่าฉันทนได้แต่สำหรับลูกชายของฉันล่ะ? ฉันต้องการให้เขาเติบโตขึ้นมาอย่าง

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status