Masukเมื่อความรักพังทลายเพราะความเข้าใจผิด มิรันตี (มีร่า) ดีไซเนอร์สาวสวย ตัดสินใจเดินหันหลังให้กับ คามิน ธนเวคิน มาเฟียหนุ่มทายาทธุรกิจอาวุธสงครามผู้ทรงอิทธิพล หลังจากที่เธอเข้าใจผิดว่าเขาซุกซ่อนมั่วผู้หญิงในคลับ ความเจ็บปวดทำให้เธอเลือกที่จะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับ 'ความลับ' สำคัญที่เขายังไม่มีโอกาสได้ล่วงรู้ มีร่ากลับมาใช้ชีวิตเป็นพนักงานประจำในห้องเสื้อชื่อดังที่กรุงเทพฯ พร้อมกับภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่คือการเป็นซิงเกิลมัม สองเด็กหญิงสุดแสบที่อยู่ในท้องเป็นดั่งแก้วตาดวงใจ แต่แล้วโลกใบเล็กที่สงบสุขของเธอก็ต้องสั่นคลอน เมื่อเส้นทางการทำงานที่ห้องเสื้อ นำพาให้เธอกลับมาเผชิญหน้ากับ 'ถ่านไฟเก่า' อย่างคามินอีกครั้ง จากมาเฟียสายโหด สู่โหมดคุณพ่อสายเปย์ ทันทีที่คามินรู้ความจริงว่ามีร่าท้อง มาเฟียผู้เคยเย็นชาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ความจริงในอดีตและทวงคืนตำแหน่ง 'สามี' และ 'คุณพ่อ' กลับมา
Lihat lebih banyakภายในคฤหาสน์หรูใจกลางอาณาเขตของตระกูลธนเวคิน แสงไฟสีนวลตาขับให้ห้องแต่งตัวดูอบอุ่น มีร่ายืนมองตัวเองในกระจกบานใหญ่ ชุดเดรสผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มตัวสวยขับผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่น หลังจากที่คามินยื่นคำขาดว่าไม่อยากให้เธอออกไปทำงานประจำให้เหนื่อยล้า เขาปรนเปรอเธอด้วยทุกอย่างที่ต้องการจนบางครั้งเธอก็รู้สึกเหมือนนกน้อยในกรงทองที่ได้รับความรักจนล้นปรี่ แต่ก็นั่นแหละ ใครจะปฏิเสธคนที่ทุ่มให้ได้ขนาดนี้กันล่ะ
"แต่งตัวเสร็จหรือยัง" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสอบอุ่นจากมือหนาที่โอบกอดเอวบางไว้แน่น คามินในชุดสูทสั่งตัดเนี๊ยบขยับเข้ามาประชิด เขาเกยคางไว้ที่ไหล่บางพร้อมกับสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ จากซอกคออย่างหลงใหล "เสร็จแล้วแต่พี่คามินหล่อเกินไปแบบนี้ หนูเริ่มไม่มั่นใจแล้วนะ" มีร่าหันไปยิ้มให้ ดวงตาสดใสเป็นประกาย "หล่อแล้วไม่ดีเหรอ" คามินยิ้มมุมปาก มือเรียวเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาให้อย่างเบามือ "พี่ก็หล่อแบบนี้ให้แค่เธอคนเดียวนั่นแหละ ไปดินเนอร์กันเถอะ พี่จองร้านโปรดของเราไว้แล้ว" ณ ร้านอาหารสุดหรูที่เป็นจุดรวมตัวของบรรดาไฮโซและนักธุรกิจในกรุงเทพฯ ทันทีที่ร่างสูงใหญ่ของคามินก้าวเข้ามาพร้อมกับหญิงสาวข้างกาย สายตาของคนทั้งร้านต่างก็พุ่งเป้ามาที่พวกเขา คามินคือชายหนุ่มที่ใครๆ ก็รู้ว่าเขารวยล้นฟ้า มีอำนาจล้นมือ และความหล่อเหลาที่ราวกับรูปสลักนั้นทำให้สาวๆ ในร้านอดไม่ได้ที่จะเหลียวมองด้วยความอิจฉา คามินเลื่อนเก้าอี้ให้มีร่านั่งอย่างสุภาพ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม “คนมองพี่เต็มเลยอะ...ชิ" มีร่าเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังลิ้มรสไวน์รสเลิศ "สวยๆ ทั้งนั้นเลยด้วย พี่อึดอัดบ้างไหมที่มีคนมองขนาดนี้" คามินวางมีดและส้อมลง เขาประสานสายตาคู่คมเข้ากับดวงตาของหญิงสาวอย่างหนักแน่น "พี่ไม่ได้สนใจคนอื่นหรอก สิ่งเดียวที่อยู่ในสายตาพี่ตอนนี้ก็คือเธอ" มีร่าหัวเราะเบาๆ ก่อนจะแกล้งหยอก "ปากหวานจังนะ ถ้าวันไหนพี่คามินเริ่มเจ้าชู้ หรือแอบไปมีคนอื่น หนูบอกไว้ก่อนเลยนะ ว่าหนูจะเลิกกับพี่ทันที ไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น จำไว้ด้วยนะ!" คามินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มอ่อนโยนที่นานๆ ครั้งจะปรากฏขึ้นบนใบหน้ามาเฟียผู้ดุดัน เขาเอื้อมมือไปกุมมือเล็กของเธอไว้บนโต๊ะแล้วบีบเบาๆ "คนอย่างคามิน ธนเวคิน ไม่ทำแบบนั้นหรอก" เขาเว้นจังหวะ น้ำเสียงนุ่มทุ้มจริงจังจนหัวใจคนฟังเต้นรัว "เธอมีค่าสำหรับพี่มากนะมีร่า รู้ใช่ไหม เราคบกันมาปีนึงแล้วนะ และสำหรับพี่เธอคือผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้พี่อยากกลับบ้านมาเจอทุกวัน" มีร่ารู้สึกเขินจนหน้าแดงก่ำ เธอก้มหน้าหลบสายตาคมคู่นั้นก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ "จำไว้ด้วยนะค่ะ พี่เป็นผู้ชายคนแรกของหนูนะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พี่ต้องไม่ลืมตรงนี้" คามินฟังคำสารภาพนั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความหวงแหน "พี่ไม่มีวันลืมหรอก และพี่สัญญา ว่าพี่จะเป็นคนสุดท้ายของชีวิตเธอด้วย" อาหารมื้อค่ำดำเนินไปท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น คามินคอยดูแลตักอาหารให้มีร่าไม่ห่าง แถมยังคอยเช็ดมุมปากให้เบาๆ สาวๆ โต๊ะข้างๆ พากันเหลียวมองด้วยความอิจฉาจนแทบจะกินอาหารไม่ลง แต่มีร่าไม่ได้สนใจสายตาเหล่านั้นเลย เธอสนแค่แววตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหลของคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามเท่านั้น "อิ่มแล้วเหรอ" คามินถามพลางวางแก้วไวน์ลง "อิ่มค่ะแต่อยากได้ของหวานมากกว่า" มีร่าอมยิ้มกวนๆ ส่งสายตาหวานเชื่อมให้คนตรงหน้า คามินหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้นทันทีเมื่อเข้าใจความหมายของประโยคนั้น เขาเรียกพนักงานมาเช็กบิลอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกุมมือเรียวของเธอเดินออกจากร้านท่ามกลางสายตาของบรรดาสาวๆ ที่ยังคงมองตามมาเฟียหนุ่มอย่างไม่ลดละ รถคันหรูเคลื่อนตัวออกจากร้านด้วยความเร็วพอเหมาะ ไม่นานนักก็มาจอดสนิทที่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ ทันทีที่ประตูห้องนอนปิดลง คามินก็ไม่รอช้าที่จะรวบเอวบางเข้าหาตัว "ของหวานที่ว่าจะเป็นแบบไหนดีล่ะ" เขาถามเสียงพร่าพลางซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น มีร่าโอบรอบคอหนาแน่นขึ้น กลิ่นน้ำหอมผู้ชายคามินก้มลงไปมอบจูบที่เร่าร้อนและโหยหาอีกครั้ง มือหนาฟ้อนเฟ้นไปตามส่วนโค้งเว้าอย่างรักใคร่มือหนาข้างหนึ่งรวบข้อมือเล็กของมีร่าขึ้นไปตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียว บังคับให้เธอต้องแอ่นอกรับสัมผัสอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก่อนจะใช้เข่าแกร่งแทรกกลางถ่างขาเรียวสวยให้แยกออกกว้าง“อ๊ะ พี่คามิน” มีร่าครางเสียงสั่นเมื่อปลายนิ้วเรียวยาวของเขาเริ่มทำหน้าที่ชอนไชเข้าไปในร่องรัก เขาจงใจบดคลึงและเกี่ยวเน้นตรงจุดกระสันแรงๆ จนร่างบางสะดุ้งสุดตัว“อื้อออ พี่คามิน อย่าแกล้ง อ๊า! ตรงนั้นมันเสียวค่ะ อ๊าาา!” เธอร้องครางประท้วงพลางเด้งสะโพกมนเข้าหาปลายนิ้วที่รัวจังหวะกระแทกกระทั้นเข้าออกอย่างหนักหน่วง เสียงเนื้อกระทบกันผสมกับเสียงชื้นแฉะดังก้องห้องนอนที่เงียบสงัด“ชอบแบบนี้ใช่ไหมคนดี? หืม?” คามินกระซิบถามเสียงพร่า แววตาคมกริบจ้องมองใบหน้าเหยเกด้วยความเสียวซ่านของเมียรักอย่างหลงใหล “ชอบก็ร้องออกมาดังๆ เลยนะ พี่อยากฟังเสียงของหนู อยากรู้ว่าหนูเสียวแค่ไหน”“อ๊ะ อ๊ะ อ๊าาา! มันเสียว เสียวจริงๆ ค่ะพี่คามิน อ๊าาา!” มีร่าส่ายหน้าไปมาบนหมอน ผมเผ้ากระจายเต็มที่นอน ความเสียวพุ่งพล่านจนเธอแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้“เสียวเหรอคะ?
บทที่36 ท้องฟ้าของเราNCค่ำคืนที่เงียบสงัดหลายวันต่อมา สายลมเย็นพัดโบกมาเอื่อยๆ พาให้บรรยากาศบนระเบียงกว้างของห้องนอนคฤหาสน์ธนเวคินดูรื่นรมย์กว่าที่เคย หลังจากที่เจ้าตัวแสบทั้งสองอย่างมินนี่และรินนี่เข้าสู่นิทราไปพร้อมกับนิทานก่อนนอน คามินและมีร่าก็พากันออกมานั่งพักผ่อนชมจันทร์กันเพียงลำพังมีร่านั่งพิงพนักเก้าอี้บุนวมนุ่ม เธอหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเปิดดูอะไรบางอย่างด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปหาชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ "พี่คามินคะ หนูมีอะไรจะถาม""หืม? ว่าไงครับ มีอะไรคาใจหรือเปล่า?" คามินละสายตาจากดวงดาวบนฟ้าหันมามองใบหน้าสวยหวานของเมียรักมีร่ายื่นหน้าจอโทรศัพท์ที่เปิดค้างหน้าแชทส่วนตัวของเขาและเธอให้เขาดู ในนั้นเต็มไปด้วยรูปภาพท้องฟ้าหลากหลายช่วงเวลา ตั้งแต่แสงอรุณเบิกฟ้าไปจนถึงหมู่ดาวระยิบระยับในยามค่ำคืน "พี่ชอบส่งรูปท้องฟ้ามาให้หนูตลอดเลยนะคะ ตั้งแต่ตอนเราคบกันแรกๆ จนถึงตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้าหรือกลางคืน ยิ่งคืนไหนมีดาวสวยๆ พี่ก็จะส่งมาให้หนูเสมอ แม้แต่ทุกวันนี้พี่ก็ยังทำอยู่ทำไมเหรอคะ?"คามินมองดูรูปภาพเหล่านั้นด้วยแววตาอ่อนโยน ในรูปหนึ่งที่เขาส่งมาเมื่อไม่กี่วันก่อน มีการใช้นิ้วเขี
เมื่อเวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงมืดค่ำ แสงไฟในคฤหาสน์ธนเวคินถูกปรับให้สลัวลงเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ แม่บ้านหลายคนช่วยกันยกถาดอาหารค่ำและของว่างนานาชนิดมาเสิร์ฟที่ห้องดูหนังหรูขนาดใหญ่ซึ่งบุด้วยพรมหนานุ่ม มีโซฟาเบดตัวยาวที่รองรับคนได้ทั้งบ้านมีร่า คามิน และสองแฝด เดินเข้ามาในห้องด้วยชุดนอนเข้าชุดกัน หลังจากอาบน้ำจนตัวหอมฉุยกันหมดแล้ว สองแฝดมินนี่และรินนี่ในชุดนอนน่ารักรีบวิ่งถลาเข้าไปหาปู่กับย่าทันที"คุณปู่ขา! วันนี้เราจะดูเรื่องมังกรน้อยกันใช่ไหมคะ" รินนี่ถามพลางปีนขึ้นไปนั่งบนตักเจ้าสัว"มังกรน้อยอะไรกันลูก พี่คามินเปิดเรื่องการ์ตูนผจญภัยสิคะ เด็กๆ จะได้สนุก" มีร่าเอ่ยยิ้มๆ ขณะช่วยคุณย่าดารินทร์จัดวางจานขนม"มาแล้วครับๆ หนังเริ่มแล้ว!" คามินกดรีโมตเปิดหน้าจอขนาดมหึมา แสงจากจอฉายให้เห็นสีสันสดใสของหนังการ์ตูนเรื่องดังแต่ดูเหมือนหนังจะเริ่มได้ไม่นาน ความวุ่นวายก็บังเกิด เมื่อถาดขนมวางอยู่ตรงหน้าเด็กๆ มินนี่คว้าคุกกี้ชิ้นใหญ่ขึ้นมาพลางเคี้ยวจนแก้มตุ่ย "อื้อหือขนมอร่อยที่สุดเลย""มินนี่! แบ่งเค้าบ้างสิ!" รินนี่ร้องประท้วงพลางยื้อแย่งคุกกี้ในมือพี่สาว"ไม่ให้! รินนี่กินป๊อปคอร์นไปสิ" มินนี่
บทที่35 ไม่ปิดบังภายในร้านอาหาร คามินเลือกโต๊ะในมุมที่ลับตาคนที่สุดเพื่อความปลอดภัย เขาสั่งเมนูโปรดของลูกสาวแฝดและเมียรักมาเต็มโต๊ะ แต่น่าแปลกที่บรรยากาศกลับดูขรึมลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อมีร่าเอาแต่จ้องหน้าสามีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม"พี่คามิน" มีร่าเปิดฉากขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะที่มือยังคงกุมมือน้องรินนี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ "บอกมีร่ามาเถอะค่ะ อากิวคือใคร? แล้วทำไมจู่ๆ เขาถึงโทรมาพูดจาเหมือนพี่ไปเป็นหนี้ชีวิตเขาขนาดนั้น"คามินถอนหายใจยาวพลางลูบหน้าตัวเองเบาๆ เขาหันไปดูมินนี่กับรินนี่ที่กำลังก้มหน้าก้มตาเคี้ยวไก่ทอดกรอบๆ อย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้เมียรักแล้วตัดสินใจเล่าความลับที่ปกปิดมานาน"ไอ้กิวมันเคยเป็นรองหัวหน้าแก๊ง Red Dragon ตอนที่ครอบครัวพี่ยังอยู่ที่สิงคโปร์ พ่อของพี่คือนายใหญ่ที่นั่น พวกเราทำทุกอย่าง ทั้งบ่อนคาสิโน ค้าอาวุธ หรือแม้แต่สิ่งที่พี่ไม่อยากจำอย่างการค้ามนุษย์" คามินหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นแววตาตกใจของมีร่า "ตอนนั้นพวกพี่รุ่งเรืองมาก ลูกน้องเดินกันเต็มสิงคโปร์ ที่นั่นคือถิ่นของพี่ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะสบตาคนในตระกูลธนเวคิน""แล้วทำไมพี่ถึงทิ





