مشاركة

บทที่ 3 ฝนเป็นใจ

last update تاريخ النشر: 2025-02-02 17:36:29

          เฟิ่งหวงนั่งลงที่ข้างกายของนางและเข้ามาโอบกอดนางไว้เพื่อคลายหนาวใบหน้าทั้งสองอยู่ห่างกันแค่คืบมือ เสียงฝนยังคงกระหน่ำเทลงมา

          “อื้อออ” เฟิ่งจูบนางอีกครั้งเพื่อให้มั่นใจในความรู้สึกของตัวเองที่มีให้นาง มือหนาเริ่มเลื้อยไปมาเหมือนงู

          “ข้า ข้า...”

          “เจ้ายอมเป็นของข้าได้หรือไม่เหม่ยเหม่ย”

          เฟิ่งหวงสบตาของนางอย่างลึกซึ้งหากนางไม่ยินยอมเขาก็จะไม่ทำอะไรนางเด็ดขาด

          “ขะ ข้ายอม...อื้ออ”

          พูดไม่ทันขาดคำชายหนุ่มจึงประคองในนางนอนลงบนขอนไม้ขนาดใหญ่เฟิ่งหวงยืนมือไปคว้าเอาเสื้อของตัวเองมาปูไว้เพื่อหญิงสาวได้นอนอย่างสบาย

          “ข้าจะดูแลเจ้าให้ดี” เฟิ่งหวงยื่นมือมาปลดเชือกที่ชุดของนางออกในล้วงมือเข้าไปจนถึงยอดปทุมถันอันแสนงดงามที่เขาเพิ่งเคยได้สัมผัสเป็นครั้งแรก

          “อื้อ..อ่าส์...เฟิ่งหวง” นางครางออกมาเมื่อปลายลิ้นอุ่นๆ แตะสัมผัสกับยอดปทุมถันสีสวย ไป๋หลานสั่นสะท้านไปทั่วร่างกายกับสัมผัสที่ไม่เคยพบเจอที่ไหนมาก่อนความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามา

          “เจ้าสวยเหลือเกิน” เฟิ่งหวงพูดอย่างมาหลังที่ที่ได้สัมผัสยอดปทุมถันคู่นั้น

          “อ๊ะ อ่าส์” ไป๋หลานเกาะคำคอของเขาไว้แน่นและแอ่นอกรับสัมผัสของเฟิ่งหวงชีวิตหนึ่งนางจะมอบกายให้คนที่รักเท่านั้น

          “ข้าชักอยากจะชิมอย่างอื่นแล้ว”

          “เจ้าจะอำอันใด อ๊ะ เฟิ่งหวง” ชายหนุ่มแทรกใบหน้าเข้าไประหว่างเรียวขาคู่งามและแหวกสิ่งปกปิดของสวยงามออกจนเจอเข้ากับผิวเนื้อสีหวานเป็นครั้งแรกที่เฟิ่งหวงได้เห็น

          “ข้าจะชิมมัน” พูดจบจึงใช้ลิ้นค่อยๆ สัมผัสกับผิวเนื้อเพื่อกระตุ้นให้นางปล่อยน้ำหวานออกมาให้เขาได้ลิ้มลองลิ้นหนาลากไปทั่วบริเวณจนทำให้นางยกสะโพกขึ้นเล็กน้อยและใช้มือดึงทึ่งกลุ่มผมของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่าน

          กลิ่นกายของนางช่างหอมหวานจนทำให้เฟิ่งหวงละห่างจากตัวนางไม่ได้ลิ้นหนายังคงหยอกล้อกับผิวเนื้อและขึ้นมาดูดเลียกับปุ่มเสียวยามที่ปากหนาครอบครองทำให้นางครางออกมา เมื่อเห็นว่าเสียงตัวเองน่าอายจึงใช้มือปิดปากไว้แน่น

          “เอามือออกข้าอยากฟังเสียงของเจ้า”

          “อ่าส์ อืม ขะข้ารู้สึกทรมาน” ยามที่ชายหนุ่มเร่งจังหวะลิ้นนางยิ่งเกร็งเมื่อใกล้จะถึงจุดเสียวนางยิ่งยกสะโพกให้เขาได้สัมผัสอย่างสะดวก ร่างบางเกร็งตัวและปลดปล่อยน้ำหวานออกมาเฟิ่งหวงปาดเลียจนสะอาด

          “ข้าชอบน้ำของเจ้าที่สุด” เฟิ่งหวงขึ้นคร่อมร่างของนางและจุมพิตอย่างอ่อนโยนเพื่อไม่ให้นางเป็นกังวลเพราะยามที่เขาลงลิ้นตัวนางสั่นสะท้านไปหมด

          “อื้อออ เฟิ่งหวง”

          “ข้ารักเจ้า”

          ไป๋หลานมองไปที่แท่งหยกที่แข็งขืนมันทั้งใหญ่ทั้งยาวไม่รู้ว่าร่างกายของนางจะรับไหวหรือไม่ หรือบางทีอาจจะเข้ามาในตัวของนางไม่ได้ด้วยซ้ำไป

          “เจ้าอย่ากังวลไปเลย อ่าส์”

เฟิ่งหวงจับแท่งหยกถูไถที่กลีบร่องเพื่อให้หญิงสาวไม่เกร็งตัวและอาศัยทีเผลอกระแทกเข้าไปจนมิดด้ามและกดแช่เอาไว้

          กึด!

          “กรี้ดดดด ข้าเจ็บ” น้ำตาไหลออกมาจากหางตาของนางอย่างน่าสงสารเยื่อพรหมจรรย์สีแดงไหลออกมาเปรอะเปี้อนกับแท่งหยกของเขา นางเจ็บราวกับร่างกายจะปริแตก

          “ข้ารู้ว่าเจ้าเจ็บแต่เจ้าอย่าดิ้นเลยข้าก็ทรมานไม่แพ้เจ้า”

          แรงตอดรัดแท่งหยกทำให้เฟิ่งหวงทรมานเช่นเดียวกับนางใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวดยิ่งนางดิ้นเขาก็ยิ่งเจ็บเมื่อเห็นว่าไป๋หลานเริ่มปรับตัวได้เขาจึงขยับเอวสอบ

          “เจ้าบอกข้า เจ้าเป็นของใคร”

          “ข้าเป็นของเจ้า อื้อออ”

          “เจ้าเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว หากเจ้าทิ้งข้าไปข้าก็จะลากตัวกลับมา” เฟิ่งหวงกระแทกแท่งหยกเข้าออกจนเหงื่อไหลออกมาตามไรผมเสียงครางของทั้งดังแข่งกับเสียงฝนที่ตกไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเปลวไฟที่ว่าร้อนก็ยังไม่เท่าเฟิ่งหวงในเวลานี้

          “ข้าเจ็บ อื้อ” นางครางออกมาและรู้สึกเหนื่อยแต่เฟิ่งหวงไม่มีท่าทีว่าจะหยุดชายหนุ่มยิ่งกระแทกกายหนาเข้ามาเรียวขางามเกาะเกี่ยวสะโพกของเฟิ่งหวงไว้แน่นแสงจากเปลวไฟทำให้ทั้งสองมองเห็นใบหน้ากันได้ชัดเจนจนนางรู้สึกเขินอาย

          “ไม่ต้องอายอะไรแล้วข้าเห็นมาหมดแล้ว”

          “ข้า ข้ารู้เหมือนอะไรก็ไม่รู้”

          “ปล่อยตัวให้สบายและเสร็จสมไปพร้อมข้า” เฟิ่งหวงรีบเร่งขยับสะโพกเพื่อที่จะส่งนางขึ้นสวรรค์ กลิ่นกายของนางทำให้เขายากตลอดเวลา

          “อร้าย / โอ้ว” เฟิ่งหวงปลดปล่อยสายธารเข้าไปในตัวของไป๋หลานเมื่อถอนแท่งหยกออกมาสายธารก็ไหลย้อนกลับจนล้นออกมาด้านนอก ชายหนุ่มมองผลงานตัวเองอย่างพึ่งพอใจและหยิบเสื้อของเขาขึ้นมาเช็ดให้

          “เจ้าขยับออกไป”

          “ไม่ต้องอายข้าเห็นหมอแล้ว”

          “เจ้าจะทำอะไร”

          “ข้ายังไม่อิ่ม” เฟิ่งหวงเริ่มใช้ปากดูดเลียที่ซอกคอขาวเนียนอย่างหิวกระหายตอนนี้เขานอนช้อนหลังของนางและจับเรียวขายกขึ้นข้างหนึ่งอ้าออกกว้างจนได้องศา

          “ให้ข้าได้เข้าไปอีกครั้งเถิด” เฟิ่งหวงไม่รอช้าที่จะบอกรักนางอีกครั้งเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยามพายุรักจึงสงบลงไป๋หลานนอนกอดเอวเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเฟิ่งหวงจะหายไปไหน

          “เจ้าดีขึ้นแล้วหรือยัง” ชายหนุ่มมองใบหน้าของนางแล้วไม่ลืมที่จะจุมพิตหน้าผากข้างนอกฝนเริ่มหยุดตกแล้วเหลือไว้เพียงอากาศเหน็บหนาวยามค่ำคืนจนนางห่อตัวเข้าหาไออุ่นจากเฟิ่งหวง

          ยามเหม่าไป๋หลานรู้สึกตัวเพราะเสียงนกร้องนางจึงลุกออกมาดูบรรยากศภายนอกถ้ำ เมฆหมอกปกคลุมไปทั่วบริเวณไป๋หลานยังคงครุ่นคิดว่าจะต้องทำอย่างไรกับเหตุการณ์ในครั้งนี้

          “หากท่านพ่อตามหาข้าเจอ ข้าต้องกลับไปเข้าพิธีอภิเษกอยู่ดี หรือไม่ก็ตามหาข้าไม่เจออีกเลย”

          เพราะเป็นธิดาองค์เดียวของฮ่องเต้แคว้นเป่ยเฟิงการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างของแคว้นนางจึงต้องรับภาระหน้าที่ไป แต่คิดว่าถึงเวลาต้องจากเขาไปไยนางถึงรู้สึกเจ็บปวดนัก

          เฟิ่งหวงใช้แขนคว้านหาตัวนางมากอดแต่ก็ต้องพบแค่ความว่างเปล่าทำให้เขาต้องดีดตัวขึ้นมาและมองไปรอบๆ ไม่มีนางอยู่แล้วความร้อนรนจึงรีบออกตามหานาง

          “เหม่ยเหม่ย เจ้าอยู่ไหน” ชายหนุ่มเดินออกมาหน้าปากถ้ำก็เจอเข้ากับนางที่นั่งอยู่บนโขดหินใบหน้งอันแสนงดงามเหม่อลอยราวกับมีเรื่องให้ครุ่นคิด

          “เหม่ยเหม่ย!”

          “เจ้ามาตั้งอต่เมื่อไร ข้าตกใจหมด”

          “ข้าเรียกเจ้าหลายครั้งแล้วเจ้ามีเรื่องอันใดให้คิดหนัก หากเป็นเรื่องเมื่อคืนข้ายินดีรับผิดชอบเจ้า” เฟิ่งหวงเกรงว่านางจะคิดมากเรื่องที่ผ่านมา

          “ข้าแค่อยากจำเรื่องราวของตัวเองได้”

          นางเลือกที่จะพูดปดหากวันนั้นมาถึงต่อให้เฟิ่งหวงเกลียดนาง นางก็พอจะเข้าใจชีวิตของนางไม่มีทางเลือกมากนัก

          “หากเจ้าจำได้เจ้าจะไปจากข้าหรือ ข้าไม่ยอม” ชายหนุ่มเดินเข้ามากอดนางไว้แน่นต่อให้พลิกแผ่นดินหานางเขาก็จะทำและจะไม่มีอะไรพรากนางไปจากเขาได้

          “ข้าจะไปจากเจ้าได้อย่างไร เรากลับกันเถอะข้าเริ่มหิวแล้ว”

          “เจ้าขึ้นหลังข้ามา” เฟิ่งหวงแบกนางขึ้นหลังและเดินลงจากเขากว่าจะถึงหมูบ้านก็เกือบถึงยามเฉินเฟิ่งหวงมาส่งนางที่กระโจมก่อนที่จะกลับกระโจมของตัวเอง

          “มาได้เสียทีเจ้าลูกคนนี้”

          “ท่านแม่รอข้าหรือขอรับ”

          “เจ้าหายไปทั้งคืนทำให้แม่เป็นห่วง”

          “ฝนตกหนักข้าเลยกลับไม่ได้ขอรับ” เฟิ่งหวงจึงทำท่าทีว่าง่วงนอนและเดินไปล้มตัวลงบนเตียง

          “หากเจ้าไปทำอะไรที่ไม่ดีไม่งามมาแม่จะลงหวายที่หลังของเจ้า” เจ๋อหรานส่ายหน้านับวันลูกชายยิ่งเหมือนพ่อเข้าไปใหญ่ นางเดินกลับที่กระโจมและหยิบสร้อยของไป๋หลานขึ้นมา

          “หรือเจ้าไม่ใช่คนธรรมดา” สร้อยที่สลักเพชรพลอยไว้อย่างสวยงามและลวดลายที่ปราณีตอาจเป็นของประจำตระกูลเจ๋อหรานจึงจะส่งคืนเจ้าของ

          “ข้าเอาของมาคืน”

          “ของอะไรหรือเจ้าคะ” ไป๋หลานมองไปที่สร้อยเส้นนั้นซึ่งเป็นสร้อยประจำตระกูลของนาง ทีแรกนางคิดว่าหายไปแล้วแต่โชคยังดีที่อยู่กับเจ๋อหราน

          “นี่เป็นสร้อยอะไรไยถึงสวยงามนัก”

          “ข้า ข้าจำยังไม่ได้เจ้าค่ะ” ไป๋หลานโกหกออกไปไม่รู้ว่าจะโกหกทุกคนได้นานแค่ไหน

          “เจ้าคิดอะไรกับลูกชายของข้า”

          “ข้า ข้า เอ่อ...” นางถึงกับพูดไม่ออกตอนนี้กำลังสับสนนางต้องเข้าพิธีอภิเษกแต่ก็ยังปล่อยตัวให้กับเฟิ่งหวง

          “หวงเอ๋อร์โตมากับข้าแค่สองคน พ่อของเขาใจร้ายกับข้ามาก ข้าไม่อยากเห็นลูกต้องเจ็บปวดเพราะความรักเช่นเดียวกับข้า” สิ่งที่นางจะทำได้ก็คงได้แต่เตือนลูกชายเพราะไม่สามารถไปบังคับจิตใจของลูกได้

          “ข้าชอบเฟิ่งหวง” ไป๋หลานพูดออกไปไม่ใช่เพราะกลัวว่าเจ๋อหรานจะต่อว่าแต่เพราะหัวใจของนางสั่งให้พูดแบบนั้น เฟิ่งหวงคือรักแรกและจะเป็นรักเดียวของนาง

          “ชายหญิงอยู่ใกล้กันมากไม่ดี เมื่อถึงเวลาที่เจ้าต้องกลับบ้าน ลูกข้าคงอยู่ไม่ได้เจ้าควรอยู่ให้ห่างจากหวงเอ๋อร์”

เจ๋อหรานกลัวว่านางผู้นี้จะทำให้ลูกของนางเจ็บปวดเช่นเดียวกับที่นางเคยโดน

          “สงสารข้าเสียเถิดข้ามีลูกคนเดียว”

          “เจ้าค่ะ เมื่อถึงเวลาข้าจะกลับบ้าน” ไป๋หลานก้มหน้าและรับปากเจ๋อหราน

          “ข้าหวังว่าเจ้าจะรักษาคำพูด” เจ๋อหรานอยากให้นางกลับบ้านกลัวว่าลูกชายจะถลำลึกไปมากกว่านี้ นางผู้นี้ต้องเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์

          “เจ้าเอายานี้ไปกิน”

          “ยาอะไรหรือเจ้าค่ะ”

          “ยาคุมกำเนิด” ไป๋หลานมองไปที่ถ้วยยาและยกขึ้นดื่มจนหมดหากมีลูกเกิดมาอีกเกรงว่าทุกอย่างจะยุ่งยากไปมากกว่านี้ นางได้แต่โทษโชคชะตาหากเลือกได้นางขอเป็นชาวบ้านธรรมดาไม่ต้องมียศบรรดาสูงศักดิ์ที่แม้แต่ชีวิตตัวเองก็ไม่มีสิทธิ์ได้เลือก

          “ข้าขอโทษ”

          นางได้แต่ขอโทษชาย

อันเป็นที่รักไม่รู้ว่าจะได้อยู่ใกล้กับเฟิ่งหวงได้อีกนานแค่ไหน

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทส่งท้าย ดวงใจ

    ชนเผ่าอวิ่น ฮ่องเต้เฟิ่งหวงพาฮองเฮากลับมาเยี่ยมบ้านเกิดและองค์รัชทายาทตงหยางพร้อมกับองค์หญิงอ้ายเสิน ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปมาก “ซินอี้” “ถวายบังคมฮองเฮาเพคะ” ซินอี้ก้มลงเพื่อทำความเคารพฮองเฮาที่ครั้งหนึ่งนางเคยคิดจะกำจัด “ตอนนี้อยู่นอกวังเจ้าไม่ต้องมีพิธีอะไรมาก เจ้าสบายดีหรือไม่” ไป๋หลานไม่คิดโกรธเคืองนางเลยสักนิดเวลาผ่านไปคนเราก็สามารถเปลี่ยนกันได้ “หม่อมฉันสบายดีเจ้าค่ะ” “ไทเฮาบอกว่าเจ้ากำลังจะมีลูกน้อย” “เพคะหม่อมฉันกำลังตั้งครรภ์” ซินอี้แต่งงานกับคุณชายแซ่เหลียงและได้ออกไปเปิดโรงน้ำชาด้วยกันจนมีพยานรักที่กำลังเติบโตอยู่ในครรภ์ของนาง “ข้ายินดีกับเจ้าด้วยอดีตผ่านไปแล้วเจ้าก็ได้บทเรียนแล้ว เราแค่ลืมและเดินหน้าต่อไป” “หม่อมฉันขออภัยในครั้งนั้นด้วยเพค่ะ” “ข้าไม่ถือโทษโกรธเจ้าหรอก” ไป๋หลานไม่ใช่คนที่เจ้าคิดเจ้าแคว้นในวันนี้นางคิดได้แล้ว ก็ต่างคนต่างมีชีวิตและเดินตามเส้นทางของตัวเอง “หม่อมฉันขอบพระทัยฮองเฮาเพคะ” ไป๋หลานเดินกลับมาและนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ เฟิ่งหวงที่นั่งดูลูกๆ วิ่ง

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 24 ลูกน้อยของข้า

    วันเวลาผ่านไปจนครบเก้าเดือนองค์หญิงไป๋หลานได้ให้กำเนิดลูกฝาแฝดโอรสและธิดาสร้างความปีติยินดีให้กับทุกคนโดยเฉพาะเฟิ่งหวงที่เฝ้ารอพระชายาอยู่หน้าตำหนักไม่ยอมไปไหน “หวงเอ๋อร์พระชายาของลูกแค่หลับเพราะเหนื่อยอย่ากังวลไปนักเลย” “ลูกเป็นห่วงนาง” เฟิ่งหวงนั่งไม่อยู่กับที่เขาเดินไปเดินมาเพื่อรอว่าเมื่อไรนางจะฟื้นขึ้นมา ตอนที่เขาได้ยินเสียงกรีดร้องของนางใจเขาแทบขาด “หวงเอ่อร์ลูกจะให้โอรสและธิดาชื่อว่าอะไร” เฟิ่งหวงเดินเข้ามาใกล้ลูกทั้งสองและมองหน้ากันสลับไปมาลูกของเขาทั้งสองเกิดจากความรักของพ่อและแม่ “โอรสให้ชื่อตงหยาง ธิดาให้ชื่ออ้ายเสิน” “ดีๆ พ่อชอบชื่อนี้” ฝ่าบาททรงตามใจลูกในการตั้งชื่ออีกไม่นานเฟิ่งหวงจะต้องขึ้นครองบัลลังก์แทนฮ่องเต้ ไป๋หลานค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยความเจ็บปวดสิ่งแรกที่นางนึกถึงคือลูกทั้งสองนางได้ยินเสียงร้องก่อนที่นางจะหมดสติไป ไป๋หลานพยายามที่จะขยับตัว “พระชายาอย่าเพิ่งลุกเพค่ะ” “น้องหญิงเป็นยังไงบ้าง” เฟิ่งหวงรีบเข้ามาดูอาการทันทีเมื่อเห็นว่านางปลอดภัยเขาก็หายห่วง “ลูกของน้อง...”

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 23 ความรักขององค์รัชทายาท

    “หม่อมฉันจะไปตามหมอมาให้เพคะ” “ไม่ต้องหรอกหวงเอ๋อร์ไม่เป็นอะไร” จากที่นางได้ฟังเรื่องราวมาจากไป๋หลานและองครักษ์จึงพอจะเดาได้ว่าเฟิ่งหวงเป็นอะไรถึงได้ไม่สบายแบบนั้น “น้องหญิงแล้วหวงเอ่อร์ไยถึงไม่สบาย” ฮ่องเต้แปลกใจเฟิ่งหวงเกิดอาการแบบนี้มาหลายวันแล้วแต่ก็ไม่มีอาการดีขึ้น “หวงเอ่อร์แค่แพ้ท้องแทนไป๋หลาน คนท้องมักจะชอบกินของรสเปรี้ยวซึ่งหวงเอ่อร์ไม่ชอบและเกลียดส้มจะตาย” เจ๋อหรานรู้ว่าลูกชายชอบหรือเกลียดอะไร เฟิ่งหวงเป็นแบบนี้ก็เพราะแพ้ท้องแทนพระชายา “เฟิ่งหวงจะทรงหายหรือไม่เพคะ” “ไม่ต้องห่วง” ไป๋หลานจึงอยู่ดูแลเฟิ่งหวงเมื่อคิดถึงคำพูดของเจ๋อหรานนางถึงกับหน้าแดงขึ้นมา เจ๋อหรานบอกว่าบุรุษที่แพ้ท้องแทนแม่ของลูกแสดงว่าเขานั้นรักนางมาก “อย่าดื้อกับเสด็จพ่อนะลูก” ไป๋หลานหันไปพูดกับลูกน้อยตอนนี้สีหน้าของเฟิ่งหวงดูซีดเซียวนางจึงคอยดูแลไม่ห่าง กำหนดการเดินทางกลับแคว้นนางคงจะต้องเลื่อนออกไป “น้องไป๋หลาน” “เสด็จพี่” “พี่จะกลับแคว้นแล้วน้องต้องดูแลตัวเอง” “ไยถึงเร็วแบบนั้นเพค่ะ” ไป๋หลานใจหายที่เสด็จพี่จ

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 22 ชาตินี้ไม่ขอพบเจอ

    เฟิ่งหวงกำลังจัดการงานต่างๆ ด้วยความยากลำบากเขาทรงงานอย่างหนักเพื่อจะรีบกลับไปหาไป๋หลานที่เขาคิดถึงคะนึงหา ฮ่องเต้ทิ้งให้องค์รัชทายาทต้องเผชิญกับปัญหาและปล่อยให้เขาจัดการกับคนร้าย “องค์รัชทายาทท่านพักผ่อนหน่อยเถิดพ่ะย่ะค่ะ” โม่โฉวเห็นองค์รัชทายาทมุ่งหน้าทำแต่งานที่ประชาชนร้องเรียนมา อีกไม่นานองค์รัชทายาทก็จะได้ขึ้นครองบัลลังก์ต่อจากฮ่องเต้ “ตอนนี้ท่านอาเป็นอย่างไรบ้าง” “ทุกคนยังคงไว้อาลัยให้องค์ชายหลานซวนพ่ะย่ะค่ะ” เฟิ่งงหวงหยักหน้าเขาเห็นใจหวางไห่เถิ่งที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก และเรื่องที่หลานซวนก่อขึ้นมาทำให้วงศ์ตระกูลเสียหายโทษต้องกักขังไปยังญาติพี่น้องแต่เฟิ่งหวงก็ไม่ยอมเพราะหวางไห่เถิงไม่มีส่วนรู้เห็น “องค์รัชทายาท! ตามหมอหลวงเร็วเข้า” โม่โฉวหันไปเรียกกงกงเมื่อองค์รัชทายาททรงเป็นลมไป ทำให้ทั้งตำหนักวุ่นวายไปหมดใบหน้าซีดเผือดขององค์รัชทายาทนอนหลับอยู่บนเตียงกว้าง “องค์รัชทายาทน่าจะทรงงานหนักให้พักผ่อนสักหน่อยจะดีขึ้นเองขอรับ” “ท่านให้คนไปส่งหมอหลวง” “พระชายาไม่อยู่นั้นกระหม่อมจะดูแลท่านเอง” โม่

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 21 อย่าได้เห็นหน้ากันอีก

    “ท่านพ่อหมายความว่าอย่างไรเพคะ” ลู่เสียนเกรี้ยวกราดขึ้นมาเมื่อแม่ทัพหลิงหยุนมาบอกข่าวร้าย “องค์รัชทายาททรงส่งเจ้ากลับจวน” “กรี๊ดดดด องค์รัชทายาทจะทำแบบนั้นกับข้าไม่ได้” ลู่เสียนกับมาคิดดูแล้วสิ่งที่องค์รัชทายาททำไปก็แค่ใช้นางเป็นเครื่องมือและส่งองค์หญิงออกไปนอกวัง หลอกให้นางดีใจพอเรื่องราวจบก็ส่งนางกลับจวน “ลูกพ่อองค์รัชทายาทยกเลิกที่จะรับลูกเป็นสนม” หลิงยุนไม่มีสิทธิ์โต้แย้งเพราะคือคำขาดจากองค์รัชทายาทในอนาคตก็จะขึ้นครองบัลลังก์ “ลูกไม่ดีตรงไหนทำไมองค์รัชทายาทถึงหลงใหลมันนัก” “ลูก! เจ้าระวังคำพูดด้วย” ลู่เสียนโกรธและพร่ำเพ้อออกมานางเห็นใบหน้าขององค์รัชทายาทครั้งแรก ก็ตกหลุมรักหาวิธีที่จะได้เข้าใกล้และทรงขอร้องท่านพ่อให้เข้าไปกราบทูลฮ่องเต้ให้รับนางเป็นสนมขององค์รัชทายาท นางดีใจจนแทบบ้าที่ได้รับข่าวดี แต่พอมาวันนี้ทุกอย่างเป็นแค่แผนหลอกให้นางไปเสี่ยงตายแต่กับปกป้ององค์หญิงไป๋หลาน “องค์รัชทายาทตรัสไว้ชาตินี้จะไม่รับสนมจะมีแค่พระชายาคนเดียว” “ทำไมนางถึงไม่ตายตั้งแต่ตอนนั้น” ลู่เสียนโกรธแค้นที่สุดท้ายแล้วนาง

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 20 ภัยร้าย

    ไป๋หลานเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าตำหนักของเฟิ่งหวงนางกำนัลมาแจ้งข่าวว่าเขากำลังจะรับสนมเข้ามาในตำหนักวันนี้ ถึงแม้ไม่อยากจะเชื่อแต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากับทำในนางเจ็บปวดไม่น้อย “องค์หญิง” “เจ้ากำลังคิดจะทำอะไรเฟิ่งหวง” ไป๋หลานมองไปที่องค์รัชทายาทด้วยแววตาที่แสนเจ็บปวดที่เห็นเขากำลังนั่งอยู่ใกล้นางสนมคนนั้น “ก็อย่างที่เจ้าเห็นข้าจะรับนางเป็นสนม” เฟิ่งหวงเห็นแววตาที่แสนเจ็บปวดนั้นก็หันใบหน้าหนีเขาใจไม่แข็งพอที่จะเห็นน้ำตาของนาง “หม่อมฉันเลี่ยงซูเพค่ะองค์หญิงไป๋หลาน” “ข้าไม่อยากรู้จักเจ้า! เจ้าตอบข้ามาคำว่ารักที่เจ้าพูดหรือมันแค่หลอกลวง” ไป๋หลานเจ็บปวดเหลือเกินที่เห็นเขาไม่แยแสนางหรือที่เขาทำเพื่อจะแก้แค้นนาง “เจ้าพูดเหมือนไม่เคยหลอกข้า ออกไปข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้า” “เจ้าต้องการแก้แค้นข้าหรือ” ไป๋หลานปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเมื่อคิดว่าที่ผ่านมาเขาจะรักนางแต่ทุกอย่างกับไม่ใช่เขาแค่ต้องการแก้แค้นนาง “หรือหากเจ้ารับไม่ได้เจ้าก็กลับบ้านเมืองเจ้าไปเสียพิธีอภิเษกของเราถือว่ายกเลิก” เฟิ่งหวงพยายามที่จะกลั้นใจพูดออกมาเพื่อให้นางเกลียดเขา

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 6 ร่างกายหัวใจของเจ้าเป็นของข้า

    “เจ้าว่าอะไรนะ โง่” ซินอี้ถึงกับกรีดร้องออกมานางจ้างวานให้เฟยอินเอายาปลุกกำหนัดไปใส่ในเหล้าในเฟิ่งหวงดื่มและจะออกอุบายให้มาหานางแต่ผิดคาด “ข้าก็เอาไปให้แล้วแต่แม่นางเหม่ยเหม่ยเป็นคนกินเข้าไป เจ้าอย่าลืมค่าจ้างข้า” เขาถือว่าทำงานลุล่วงเพราะแค่น้ำยาไปใส่ให้เหล้าใครจะดื่ม

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 5 ออกอาการหวง

    วันฉูชี (วันส่งท้ายปี) ซึ่งจัดขึ้นในวันสุดท้ายของเดือน 12 เป็นวันที่ครอบครัวอยู่พร้อมหน้า และร่วมรับประทานอาหารกันตั้งแต่เย็น ร่ำสุราไปจนถึงเช้า เป็นค่ำคืนที่สนุกสนาน “พี่สะใภ้ใหญ่สวยราวกับเทพธิดา” อาเจิงถึงกับตาค้างที่เห็นไป๋หลานสวมชุดสีชมพูสะอาดหน้าใบที่แต่งแต้มจนสวยงาม

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 4 รักษาระยะห่าง

    สองวันมาแล้วที่ไป๋หลานหลบหน้าหลบตาเฟิ่งหวงจริงอย่างที่แม่ของเขาบอก สักวันนางต้องกลับบ้านเมืองของนางไม่สร้างความผูกพันกันไปมากกว่านี้ “เจ้าหลบหน้าข้าหรือเหม่ยเหม่ย”เฟิ่งหวงเดินเข้ามาใกล้นางเพราะสองวันที่ผ่านมานางไม่ยอมมาเจอหน้าเขาเลย จนทำให้เขาร้อนใจว่าเขาทำอะไรผิดไป “

  • สยบรักมังกรหลงถิ่น   บทที่ 2 สอนใช้ชีวิต

    เกือบ 2 เดือนแล้วที่ไป๋หลานใช้ชีวิตอยู่ที่เผ่าเฟิงอวิ๋นตอนนี้ร่างกายของนางกลับมาแข็งแรงเหมือนคนปกติทั่วไป เฟิ่งตามติดชีวิตของนางตลอดเวลาจนได้ยินเสียงเล่าลือว่าเฟิ่งหวงนั้นมีใจให้นาง“เจ้าอยู่นี้เองข้าตามหาตั้งนาน” ซินอี้ไม่พอใจที่นางเข้ามาทำให้เฟิ่งหวงหวั่นไหวซินอี้ชอบเขามาเนิ่นนาน“เจ้ามีธุระอันใด

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status