Mag-log inทะลุมิติมาเป็นภรรยากำมะลอที่รอวันหย่าร้างตามข้อตกลงการแต่งงาน นอกจากครอบครัวสามีไม่ปลื้ม ยังมีศัตรูทางธุรกิจจ้องเล่นงาน มีลูกบุญธรรมที่ต้องเลี้ยงดู โธ่!! สวรรค์ เกิดใหม่ทั้งที ให้มีชีวิตราบรื่นกว่านี้ก็ไม่ได้
view moreปี 2024 ณ ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าเดอะฟิวเจอร์ ใจกลางกรุงปักกิ่ง
“นั่นคุณจะทำอะไร” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและกังวล
มีดปลายแหลมที่ถูกยื่นมาตรงหน้า คนที่ถือมันคือสามีอันเป็นที่รัก เขากำลังเดินเข้ามาด้วยแววตาที่เย็นชาและอำมหิต ข้างหลังคือผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทของเธอ กำลังยืนยิ้มแล้วกอดอกมองดูด้วยสายตาที่ดูเย็นชาและไร้ความเมตตา
“เสียใจด้วยนะ ถ้าคุณไม่ตาย ผมกลับอี้หลิวก็คงจะไม่มีทางสมหวังในความรัก”
“ไป่หานเฉิน จะทำเกินไปแล้วนะ ถึงกับจะต้องฆ่าฉัน เพื่อเปิดเส้นทางรักของพวกคุณอย่างนั้นหรือ” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความผิดหวังและเสียใจ สามีที่แต่งงานกันไม่ถึงปี ที่แท้ก็ไม่เคยรักตนเลยสักนิด
“หึ ไม่เพียงแค่เราได้สมหวังกัน แต่สมบัติทุกอย่างของคุณจะตกเป็นของผม ขอบคุณที่ทำงานหนักเพื่อเรานะม่านอวี้” ผู้เป็นสามีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น แล้วหันไปยิ้มให้กับมู่อี้หลิวชู้รักของตน
“ถ้าคุณฆ่าฉัน คุณก็ต้องได้รับโทษทางกฎหมาย ไม่มีวันได้แตะต้องทรัพย์สมบัติของฉันหรอก” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความโกรธแค้น นอกจากจะทรยศเธอแล้วก็ยังต้องการที่จะกำจัดเธอเพื่อครอบครองทรัพย์สินที่เธอสร้างมันด้วยน้ำพักน้ำแรง
“ผมจะติดคุกได้อย่างไรล่ะ ในเมื่อผมเตรียมแผนการทุกอย่างเอาไว้แล้ว ว่าคุณจะต้องถูกฆ่าชิงทรัพย์ ผมก็จะรับบทสามีที่น่าสงสาร อี้หลิวเข้ามาปลอบใจทำให้เกิดความรักระหว่างเราขึ้นหลังจากที่คุณเสียชีวิตไปแล้ว หลังจากนั้นผมจึงตกหลุมรักเธอแล้วเราก็แต่งงานกัน ทุกอย่างก็เป็นไปอย่างราบรื่น” เมื่อได้ยินอย่างนั้น จางม่านอวี้ก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก
ทั้งสองคบชู้กันลับหลัง แล้วยังวางแผนฆาตกรรมเธอเป็นฉาก ๆ ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจคบหากันก่อนเธอ แล้วหลอกแต่งงานตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ
ขาเรียวค่อย ๆ ถอยไปให้ห่างจากทั้งคู่จนไปถึงระเบียงด้านหลังก็สิ้นหนทางที่จะหลบหนี สายตาเรียวที่หวาดหวั่นมองลงไปข้างล่าง เธออยู่ลานจอดรถบนชั้นหก หากตกลงไปคงไม่ต่างกัน
“ที่นี่ไม่มีกล้องวงจรปิด ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะใช้เงิน ของคุณให้คุ้มค่าและมีความสุขที่สุด” พูดจบผู้เป็นสามีก็พุ่งตรงเข้ามา นาทีแห่งความเป็นความตายนั้น หญิงสาวตัดสินใจที่จะไม่ยอมตายโดยเสียเปล่า ทรัพย์สินของเธอทุกอย่างเขาจะไม่มีวันได้ใช้มัน
เมื่อไป่หานเฉินพุ่งตรงเข้ามาพร้อมกับมีดปลายแหลมในมือ หญิงสาวก็ไม่รอช้า เธอคว้าคอเสื้อของเขาเอาไว้ขณะที่ปลายมีดปักลงที่กลางอก ความเจ็บปวดที่บาดแผลไม่เท่ากับความปวดร้าวในจิตใจ
มุมปากยิ้มน้อย ๆ สบตาผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีด้วยความเคียดแค้น เธอรักเขาและไว้ใจเขา แต่สิ่งที่ได้ได้รับตอบแทนคือการทรยศ จากนั้นก็รวบรวมแรงสุดท้าย ใช้ทักษะการป้องกันตัวที่เรียนมาเหวี่ยงเขาตกลงไปที่ชั้นล่างพร้อมกับร่างของตนเอง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของเพื่อนทรยศที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
ในขณะที่ร่างทั้งสองลอยละลิ่วกำลังตกถึงพื้น ริมฝีปากแดงเรื่อก็เผยรอยยิ้มออกมา เท่านี้หญิงโฉดชายชั่วก็ไม่มีวันได้สมหวัง หลังเธอตายทุกอย่างจะตกเป็นขององค์กรการกุศลตามที่ตั้งใจเอาไว้
************************
“จางม่านอวี้ ตื่นได้แล้ว” เสียงเรียกชื่อของเธอทำให้หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย นี่เธอยังไม่ตายหรอกหรือ หรือว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่ในปรโลก แล้วยมทูตกำลังเรียกชื่อเธอให้ติดตามไปยังโลกหลังความตาย
“งานเลี้ยงจัดตอนเช้า อย่าให้คุณย่าท่านรอ” น้ำเสียงฟังดูเป็นเชิงออกคำสั่งเล็กน้อย หญิงสาวจึงขยับเปลือกตา กะพริบตาเพื่อปรับการมองเห็นแล้วจ้องหน้าอีกฝ่ายที่ยืนอยู่ปลายเตียง
ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาดีในชุดเสื้อคลุมสีดำในแบบเจ้าพ่อยุค 60 และมีผ้าพันคอสีขาวที่คล้องคอเอาไว้ ถือหมวกสีดำเข้ากับชุด นี่มันเกิดอะไรขึ้นผู้ชายคนนี้แต่งตัวย้อนยุคเหมือนกับหลุดออกมาจากหนังเรื่องเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ก็ไม่ปาน
“ผมไปรอข้างล่างนะ เดี๋ยวจะให้คนมาช่วยแต่งตัว” ก่อนที่จะเอ่ยปากถามออกไป สุภาพบุรุษรูปหล่อในชุดย้อนยุคสีดำที่ดูน่าเกรงขามนั้น ก็เดินออกไปข้างนอกเสียแล้ว
จางม่านอวี้รู้สึกงุนงง ความรู้สึกเหมือนว่าเธอกำลังหายใจและยังมีชีวิต แต่ทำไมไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลย มือเรียวเล็กจับที่กลางอกของตัวเองแล้วมองว่าแขนขายังคงอยู่ดี หรือว่าเธอนอนสลบรักษาตัวอยู่หลายเดือนจนหายดีแล้วเพิ่งฟื้นขึ้นมา แต่มันก็ต้องมีบาดแผลให้เห็นบ้างสิ
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” หญิงสาวได้แต่พึมพำกับตนเอง จากนั้นก็ดึงคอเสื้อชุดนอนกระโปรงสีขาวออก สำรวจดูที่หน้าอกแต่ก็ไม่เห็นรอยของมีดที่ถูกปักมากกลางอกด้วยฝีมือของผู้เป็นสามี
“คุณนายคะ ต้องรีบอาบน้ำอาบน้ำแต่งตัวแล้วนะคะ วันนี้คุณต้องไปงานเลี้ยงที่บริษัทของคุณถัง” สาวใช้เดินเข้ามาแจ้ง เจ้าหล่อนแต่งตัวด้วยชุดแบบโบราณราวกับออกมาจากละครพีเรียด พร้อมกับเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อที่จะนำชุดกี่เพ้าออกมาให้แก่เธอได้สวมใส่
“ฉันอยากโทรศัพท์” จางม่านอวี้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกสับสนและงงงวยกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“แต่งตัวเสร็จแล้วค่อยไปใช้โทรศัพท์ที่ห้องโถงด้านล่างก็ได้ค่ะ”
“ยืมโทรศัพท์มือถือของเธอหน่อยสิ” ประโยคนั้นทำให้สาวใช้ทำหน้าประหลาดใจ โทรศัพท์มือถือหรือ สาวใช้เงินเดือนไม่ถึงร้อยหยวนอย่างเธอจะซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่ราคาหลักร้อยหยวนได้อย่างไร
“ฉันไม่มีหรอกค่ะ” สาวใช้ปฏิเสธพร้อมกับมองใบหน้าของคุณนายของบ้าน เพิ่งแต่งงานได้ข้ามคืนก็ทำตัวแปลกไปจากเดิม
จางม่านอวี้จึงลุกขึ้นจากเตียง มองไปรอบ ๆ ห้อง เพื่อหาประตูห้องน้ำแต่ก็ไม่มี สมัยนี้ยังมีห้องนอนใหญ่แต่ไม่มีห้องน้ำในตัวแบบนี้อยู่หรือ แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน อย่างน้อยหากจะฟื้นขึ้นมามีชีวิตอยู่ก็ควรจะอยู่ที่โรงพยาบาลไม่ใช่หรือ
“ห้องน้ำอยู่ไหน”
“อยู่ด้านนอกตรงสุดทางเดินค่ะ” สาวใช้ขมวดคิ้วพูด แม้ว่าเธอเพิ่งแต่งงานกับเจ้านายของตนก็จริง แต่ก่อนหน้านี้ก็พักอยู่ที่บ้านหลังนี้มานานกว่าสองสัปดาห์แล้ว ตั้งแต่ที่ถังเจิ้นพาเข้ามาอยู่ที่นี่ ทำไมจึงถามราวกับว่าไม่รู้จักห้องหับในบ้าน
จางม่านอวี้เดินออกจากห้องนอนใหญ่ที่มีผ้าสีแดงประดับที่เหนือประตูห้อง เดินไปยังทางเดินในขณะที่นึกสงสัยว่าที่นี่คือที่ไหน ทั้งการแต่งกาย ทั้งของตกแต่ง ทุกอย่างดูวินเทจไปหมด
พอเข้าไปในห้องน้ำ ใบหน้าที่สะท้อนออกมาผ่านกระจกเงาทำให้หญิงสาวถึงกับอ้าปากค้าง แล้วรีบเอามืออุดปากของตนเองไม่ให้กรีดร้องออกมา เมื่อเงาสะท้อนที่เห็นไม่ใช่เงาของตนเอง
เธอถูกสามีฆาตกรรมและตกตึกลงมาพร้อมกัน แต่ฟื้นขึ้นมากลับไม่มีบาดแผลหรือรู้สึกถึงความเจ็บปวดใด ๆ คงไม่ใช่ว่าตายแล้วทะลุมิติมาอยู่ในอดีตเหมือนอย่างในละครที่เคยดูหรอกนะ
“นี่ปีค.ศ. อะไร” หญิงสาวลองถามสาวใช้ที่เดินตามมาดู หากเดาไม่ผิดการแต่งกายสไตล์เจ้าพ่อของผู้ชายคนเมื่อครู่ น่าจะอยู่ในช่วงปี 1960 เพราะช่วงปีนั้นมีพวกเจ้าพ่อผู้มีอิทธิพลชอบแต่งกายในสไตล์นี้ แต่ถูกกวาดล้างไปหมดในยุค 70 หากเธอตายแล้วเกิดใหม่จริง ๆ ก็น่าจะอยู่ราว ๆ ช่วงปี 60 – 70 ละมั้ง
“ปี 1980 ค่ะ” คำตอบนั้นทำเอาเธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ปีนี้ไม่น่ามีเจ้าพ่อหลงเหลืออยู่แล้ว แล้วทำไมผู้ชายคนเมื่อกี้ถึงใส่ชุดแบบนั้นล่ะ
ยังไม่ทันที่จะอ้าปากถามถึงความสงสัยนี้ ความทรงจำบางอย่างก็ไหลเข้ามาเรื่อย ๆ เธอถอยหลังเซไปจนหลังชนผนังห้องน้ำแล้วทรุดตัวนั่งลง เอามือวางทาบหน้าอกตนเองแล้วหายใจหอบแรง หัวใจเต้นแรงและแน่นหน้าอก เมื่อจู่ ๆ ความจำทุกอย่างก็ถาโถมเข้ามาในหัว
เธอทะลุมิติมาเกิดใหม่ในร่างของผู้หญิงที่ชื่อและแซ่เหมือนกันกับเธอ เพียงแต่ว่าอยู่ในคนละยุคสมัย แล้วสิ่งที่น่าตกใจมากกว่านั้น คือเธอเพิ่งแต่งงานเมื่อวานนี้ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง
************************
ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา จางม่านอวี้ก็ให้กำเนิดทารกน้อยอย่างราบรื่น เสี่ยวซานและเสี่ยวจ้านผุดลุกผุดนั่งรอคอยการกลับมาของมารดาและน้องของพวกตนด้วยความตื่นเต้น“น้องจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายครับ ผมอยากเห็นแล้ว” ถังเจ๋อจ้านพูดขึ้นมาด้วยเสียงเล็ก ๆ ของเขา แล้วลุกขึ้นเดินไปส่องที่หน้าประตู ก่อนจะเดินกลับมานั่งอีกครั้ง“เดี๋ยวพ่อเธอไปรับแม่มาก็จะเห็นเองนั่นแหละ เจ้าลูกลิงพวกนี้จะตื่นเต้นอะไรนักหนา” ลู่เหว่ยพูดพลางส่ายหน้าอย่างเอ็นดู“ผมอยากได้น้องสาวครับ เด็กผู้หญิงน่ารัก ผมชอบเด็กผู้หญิง” เจียงจื่อซานพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น เขาอยากได้น้องสาวมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่หากจะมีน้องชายอีกคนก็ไม่เป็นไร เขาก็จะรักอยู่ดี“พี่ใหญ่อยากได้น้องสาว แต่ผมอยากได้น้องชาย เด็กผู้ชายแข็งแรง ไม่ขี้แยร้องไห้เหมือนเด็กผู้หญิง” ถังเจ๋อจ้านเองก็ออกความเห็นบ้างลู่เหว่ยมองเหลน ๆ ด้วยความเอ็นดู ตนรู้แล้วว่าทายาทของสกุลถังเป็นเพศใดตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว แต่ปิดเงียบเอาไว้อยากให้เด็ก ๆ ได้ลุ้นกันเองเสียงรถที่แล่นเข้ามาจอด ทำให้ลู่เหว่ยเองก็อดใจยืนขึ้นชะเง้อมองไม่ได้ เด็ก ๆ ทั้งสองเองก
จางม่านอวี้กำลังเดินไปเดินมาต่อหน้าบุตรชายทั้งสอง ในมือของหญิงสาวถือพัดเคาะที่มือของตนเองไปด้วยอย่างใช้ความคิด ใบหน้าดูเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด คิดไม่ตกกับเรื่องที่เกิดขึ้นเด็กน้อยทั้งสองยืนเรียงแถวกันก้มหน้าด้วยใบหน้าที่สำนึกผิด“แม่ครับได้โปรดลงโทษผมคนเดียวเถอะครับ เป็นผมที่ผิดคนเดียว น้องไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้” เสี่ยวซานในวัยแปดขวบพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด“ได้อย่างไรเล่า พี่ใหญ่ไม่ได้ทำคนเดียวเสียหน่อย หากจะลงโทษก็ต้องลงโทษผมด้วย” เสียงเจื้อยแจ้วของเสี่ยวจ้านในวัยที่ย่างเข้าสามขวบพูดขึ้นมาอย่างกล้าหาญ ไม่ยอมให้พี่ชายถูกลงโทษเพียงลำพัง“แม่ต้องลงโทษทั้งสองคนแน่ รู้หรือไม่ว่าแจกันที่ลูกเพิ่งทำแตกไปคุณพ่อเพิ่งจะได้มาเป็นของขวัญ ชั้นวางก็ไม่ได้ตั้งอยู่ในที่ที่ลูกจะเดินมาชนได้ อยู่ในตู้แบบนั้นจะหล่นลงมาตกแตกเองได้อย่างไรหากไม่ใช่ว่าตั้งใจนำลงมาเล่น” น้ำเสียงของผู้เป็นมารดาเต็มไปด้วยความกังวลมากกว่าจะโกรธเคืองเด็กทั้งคู่“เอาน่าอาม่าน เธอกำลังท้องอยู่ อย่าได้โมโหไป เดี๋ยวเด็กในท้องจะพลอยเครียดตามไปด้วย มานั่งลงได้แล้ว ย่าเวียนหัว” คุณย่าถ
ที่โรงเรียนประถมเมืองซีเฉิง รถคลาสสิกสีเปลือกไข่วิ่งมาจอดที่หน้าอาคารเรียนหลังแรกที่อยู่ด้านหน้า ตอนนี้เหลือนักเรียนอยู่ไม่กี่คน เสี่ยวซานยืนรออยู่พร้อมกับคุณครูประจำชั้นของเขา พร้อมกับเด็กอีกคนที่ยืนกับพ่อแม่ด้วยสีหน้าที่ดูเคร่งเครียดจางม่านอวี้ลงจากรถไปรับลูกชาย พอเห็นว่าผู้ปกครองของเจียงจื่อซานมาถึง พ่อแม่ของเด็กอีกคนที่ยืนรออยู่ก็เปิดฉากขึ้นมาทันที“สั่งสอนลูกอย่างไรให้เป็นอันธพาล ดูสิมาทำร้ายอาหยวนของเราแบบนี้”“เกิดอะไรขึ้นคะ” จางม่านอวี้หันไปถามครูประจำชั้น ในขณะที่เจียงจื่อซานยืนนิ่ง“เสี่ยวซานต่อยหน้าเสี่ยวหยวนค่ะ” ครูประจำชั้นวัยยี่สิบต้น ๆ กล่าวด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ“จะชดใช้ค่าเสียหายอย่างไรก็ว่ามา” แม่ของเด็กโวยวายไม่หยุดจางม่านอวี้คุกเข่าลง แล้วจับไหล่ทั้งสองข้างของลูกชายให้หันมาสบตากับตน แล้วถามเขา “เสี่ยวซาน ลูกทำอย่างนั้นจริงหรือไม่”“ครับ”“แล้วลูกทำเพื่อนทำไม”“เขาบอกว่าผมเป็นแค่ลูกบุญธรรม สักวันก็ต้องถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง แต่ผมบอกว่าไม่มีวัน พ่อกับแม่รักผมมากและไม่เคยลำเอียง แต่เขาไม่ฟังแล้วยังล้อเลียนผม ผ
ห้างสรรพสินค้าเดอะฟิวเจอร์ กลายเป็นแหล่งรวมร้านค้าที่ทันสมัยและยิ่งใหญ่ที่สุดในย่านซีตันการบริหารงานของถังเจิ้นโดยมีภรรยาช่วยเหลือในตำแหน่งรองประธานบริหารเป็นไปอย่างราบรื่น แม้เขาเองจะไม่ต้องการให้ภรรยาต้องลำบาก แต่เธอก็อยากที่จะช่วยเหลืองานของเขา จึงตกลงกันว่าจะให้ภรรยาเข้ามาทำงานเฉพาะวันสุดสัปดาห์เท่านั้นจางม่านอวี้ส่งเสี่ยวซานไปโรงเรียนประถมในเมืองซีเฉิงเสร็จ ก็ให้ลุงเฉียนไปส่งที่ห้างสรรพสินค้าของสามีเพื่อทำงานตามหน้าที่ของตน“วันนี้เสี่ยวซานมีเรียนแค่ครึ่งวัน เดี๋ยวฉันกับประธานถังจะไปรับเขาด้วยตัวเอง ลุงเฉียนกลับไปพักผ่อนเถอะ” เธอบอกคนขับรถเก่าแก่ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน“ครับคุณนาย” ลุงเฉียนรับปากแล้วยิ้มรับกับความเป็นกันเองของคุณนายถัง ก่อนจะขับรถออกจากลานจอดรถด้านหลังของห้างสรรพสินค้าจางม่านอวี้เดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าด้วยท่าเดินที่มั่นคง ชุดทำงานของเธอตัดเป็นแบบสมัยนิยม กระโปรงทำงานสีน้ำเงินเข้ม ตัดกับเสื้อคอเต่าสีขาวแล้วคลุมทับด้วยเสื้อสูทสีเดียวกันกับกางเกง ถือกระเป๋าสีดำที่สั่งทำพิเศษ มืออีกข้างกอดแฟ้มเอกสารเอาไว้ ยิ้มทักทายพนักงานเปิ





