ทะลุมิติมาเป็นภรรยากำมะลอของประธานมาเฟีย

ทะลุมิติมาเป็นภรรยากำมะลอของประธานมาเฟีย

last updateآخر تحديث : 2026-01-21
بواسطة:  ฝ้ายสีครามمستمر
لغة: Thai
goodnovel16goodnovel
لا يكفي التصنيفات
49فصول
1.7Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ทะลุมิติมาเป็นภรรยากำมะลอที่รอวันหย่าร้างตามข้อตกลงการแต่งงาน นอกจากครอบครัวสามีไม่ปลื้ม ยังมีศัตรูทางธุรกิจจ้องเล่นงาน มีลูกบุญธรรมที่ต้องเลี้ยงดู โธ่!! สวรรค์ เกิดใหม่ทั้งที ให้มีชีวิตราบรื่นกว่านี้ก็ไม่ได้

عرض المزيد

الفصل الأول

ตอนที่ 1 ตายไปไม่เสียเปล่า

ปี 2024 ณ ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าเดอะฟิวเจอร์ ใจกลางกรุงปักกิ่ง

“นั่นคุณจะทำอะไร” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและกังวล

มีดปลายแหลมที่ถูกยื่นมาตรงหน้า คนที่ถือมันคือสามีอันเป็นที่รัก เขากำลังเดินเข้ามาด้วยแววตาที่เย็นชาและอำมหิต ข้างหลังคือผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทของเธอ กำลังยืนยิ้มแล้วกอดอกมองดูด้วยสายตาที่ดูเย็นชาและไร้ความเมตตา

“เสียใจด้วยนะ ถ้าคุณไม่ตาย ผมกลับอี้หลิวก็คงจะไม่มีทางสมหวังในความรัก”

“ไป่หานเฉิน จะทำเกินไปแล้วนะ ถึงกับจะต้องฆ่าฉัน เพื่อเปิดเส้นทางรักของพวกคุณอย่างนั้นหรือ” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความผิดหวังและเสียใจ สามีที่แต่งงานกันไม่ถึงปี ที่แท้ก็ไม่เคยรักตนเลยสักนิด

“หึ ไม่เพียงแค่เราได้สมหวังกัน แต่สมบัติทุกอย่างของคุณจะตกเป็นของผม ขอบคุณที่ทำงานหนักเพื่อเรานะม่านอวี้” ผู้เป็นสามีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น แล้วหันไปยิ้มให้กับมู่อี้หลิวชู้รักของตน

“ถ้าคุณฆ่าฉัน คุณก็ต้องได้รับโทษทางกฎหมาย ไม่มีวันได้แตะต้องทรัพย์สมบัติของฉันหรอก” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความโกรธแค้น นอกจากจะทรยศเธอแล้วก็ยังต้องการที่จะกำจัดเธอเพื่อครอบครองทรัพย์สินที่เธอสร้างมันด้วยน้ำพักน้ำแรง

“ผมจะติดคุกได้อย่างไรล่ะ ในเมื่อผมเตรียมแผนการทุกอย่างเอาไว้แล้ว ว่าคุณจะต้องถูกฆ่าชิงทรัพย์ ผมก็จะรับบทสามีที่น่าสงสาร อี้หลิวเข้ามาปลอบใจทำให้เกิดความรักระหว่างเราขึ้นหลังจากที่คุณเสียชีวิตไปแล้ว หลังจากนั้นผมจึงตกหลุมรักเธอแล้วเราก็แต่งงานกัน ทุกอย่างก็เป็นไปอย่างราบรื่น” เมื่อได้ยินอย่างนั้น จางม่านอวี้ก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก

ทั้งสองคบชู้กันลับหลัง แล้วยังวางแผนฆาตกรรมเธอเป็นฉาก ๆ ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจคบหากันก่อนเธอ แล้วหลอกแต่งงานตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ

ขาเรียวค่อย ๆ ถอยไปให้ห่างจากทั้งคู่จนไปถึงระเบียงด้านหลังก็สิ้นหนทางที่จะหลบหนี สายตาเรียวที่หวาดหวั่นมองลงไปข้างล่าง เธออยู่ลานจอดรถบนชั้นหก หากตกลงไปคงไม่ต่างกัน

“ที่นี่ไม่มีกล้องวงจรปิด ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะใช้เงิน ของคุณให้คุ้มค่าและมีความสุขที่สุด” พูดจบผู้เป็นสามีก็พุ่งตรงเข้ามา นาทีแห่งความเป็นความตายนั้น หญิงสาวตัดสินใจที่จะไม่ยอมตายโดยเสียเปล่า ทรัพย์สินของเธอทุกอย่างเขาจะไม่มีวันได้ใช้มัน

เมื่อไป่หานเฉินพุ่งตรงเข้ามาพร้อมกับมีดปลายแหลมในมือ หญิงสาวก็ไม่รอช้า เธอคว้าคอเสื้อของเขาเอาไว้ขณะที่ปลายมีดปักลงที่กลางอก ความเจ็บปวดที่บาดแผลไม่เท่ากับความปวดร้าวในจิตใจ

มุมปากยิ้มน้อย ๆ สบตาผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีด้วยความเคียดแค้น เธอรักเขาและไว้ใจเขา แต่สิ่งที่ได้ได้รับตอบแทนคือการทรยศ จากนั้นก็รวบรวมแรงสุดท้าย ใช้ทักษะการป้องกันตัวที่เรียนมาเหวี่ยงเขาตกลงไปที่ชั้นล่างพร้อมกับร่างของตนเอง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของเพื่อนทรยศที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

ในขณะที่ร่างทั้งสองลอยละลิ่วกำลังตกถึงพื้น ริมฝีปากแดงเรื่อก็เผยรอยยิ้มออกมา เท่านี้หญิงโฉดชายชั่วก็ไม่มีวันได้สมหวัง หลังเธอตายทุกอย่างจะตกเป็นขององค์กรการกุศลตามที่ตั้งใจเอาไว้

************************

“จางม่านอวี้ ตื่นได้แล้ว” เสียงเรียกชื่อของเธอทำให้หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย นี่เธอยังไม่ตายหรอกหรือ หรือว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่ในปรโลก แล้วยมทูตกำลังเรียกชื่อเธอให้ติดตามไปยังโลกหลังความตาย

“งานเลี้ยงจัดตอนเช้า อย่าให้คุณย่าท่านรอ” น้ำเสียงฟังดูเป็นเชิงออกคำสั่งเล็กน้อย หญิงสาวจึงขยับเปลือกตา กะพริบตาเพื่อปรับการมองเห็นแล้วจ้องหน้าอีกฝ่ายที่ยืนอยู่ปลายเตียง

ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาดีในชุดเสื้อคลุมสีดำในแบบเจ้าพ่อยุค 60 และมีผ้าพันคอสีขาวที่คล้องคอเอาไว้ ถือหมวกสีดำเข้ากับชุด นี่มันเกิดอะไรขึ้นผู้ชายคนนี้แต่งตัวย้อนยุคเหมือนกับหลุดออกมาจากหนังเรื่องเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ก็ไม่ปาน

“ผมไปรอข้างล่างนะ เดี๋ยวจะให้คนมาช่วยแต่งตัว” ก่อนที่จะเอ่ยปากถามออกไป สุภาพบุรุษรูปหล่อในชุดย้อนยุคสีดำที่ดูน่าเกรงขามนั้น ก็เดินออกไปข้างนอกเสียแล้ว

จางม่านอวี้รู้สึกงุนงง ความรู้สึกเหมือนว่าเธอกำลังหายใจและยังมีชีวิต แต่ทำไมไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลย มือเรียวเล็กจับที่กลางอกของตัวเองแล้วมองว่าแขนขายังคงอยู่ดี หรือว่าเธอนอนสลบรักษาตัวอยู่หลายเดือนจนหายดีแล้วเพิ่งฟื้นขึ้นมา แต่มันก็ต้องมีบาดแผลให้เห็นบ้างสิ

“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” หญิงสาวได้แต่พึมพำกับตนเอง จากนั้นก็ดึงคอเสื้อชุดนอนกระโปรงสีขาวออก สำรวจดูที่หน้าอกแต่ก็ไม่เห็นรอยของมีดที่ถูกปักมากกลางอกด้วยฝีมือของผู้เป็นสามี

“คุณนายคะ ต้องรีบอาบน้ำอาบน้ำแต่งตัวแล้วนะคะ วันนี้คุณต้องไปงานเลี้ยงที่บริษัทของคุณถัง” สาวใช้เดินเข้ามาแจ้ง เจ้าหล่อนแต่งตัวด้วยชุดแบบโบราณราวกับออกมาจากละครพีเรียด พร้อมกับเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อที่จะนำชุดกี่เพ้าออกมาให้แก่เธอได้สวมใส่ 

“ฉันอยากโทรศัพท์” จางม่านอวี้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกสับสนและงงงวยกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“แต่งตัวเสร็จแล้วค่อยไปใช้โทรศัพท์ที่ห้องโถงด้านล่างก็ได้ค่ะ”

“ยืมโทรศัพท์มือถือของเธอหน่อยสิ” ประโยคนั้นทำให้สาวใช้ทำหน้าประหลาดใจ โทรศัพท์มือถือหรือ สาวใช้เงินเดือนไม่ถึงร้อยหยวนอย่างเธอจะซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่ราคาหลักร้อยหยวนได้อย่างไร

“ฉันไม่มีหรอกค่ะ” สาวใช้ปฏิเสธพร้อมกับมองใบหน้าของคุณนายของบ้าน เพิ่งแต่งงานได้ข้ามคืนก็ทำตัวแปลกไปจากเดิม

จางม่านอวี้จึงลุกขึ้นจากเตียง มองไปรอบ ๆ ห้อง เพื่อหาประตูห้องน้ำแต่ก็ไม่มี สมัยนี้ยังมีห้องนอนใหญ่แต่ไม่มีห้องน้ำในตัวแบบนี้อยู่หรือ แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน อย่างน้อยหากจะฟื้นขึ้นมามีชีวิตอยู่ก็ควรจะอยู่ที่โรงพยาบาลไม่ใช่หรือ

“ห้องน้ำอยู่ไหน”

“อยู่ด้านนอกตรงสุดทางเดินค่ะ” สาวใช้ขมวดคิ้วพูด แม้ว่าเธอเพิ่งแต่งงานกับเจ้านายของตนก็จริง แต่ก่อนหน้านี้ก็พักอยู่ที่บ้านหลังนี้มานานกว่าสองสัปดาห์แล้ว ตั้งแต่ที่ถังเจิ้นพาเข้ามาอยู่ที่นี่ ทำไมจึงถามราวกับว่าไม่รู้จักห้องหับในบ้าน

จางม่านอวี้เดินออกจากห้องนอนใหญ่ที่มีผ้าสีแดงประดับที่เหนือประตูห้อง เดินไปยังทางเดินในขณะที่นึกสงสัยว่าที่นี่คือที่ไหน ทั้งการแต่งกาย ทั้งของตกแต่ง ทุกอย่างดูวินเทจไปหมด 

พอเข้าไปในห้องน้ำ ใบหน้าที่สะท้อนออกมาผ่านกระจกเงาทำให้หญิงสาวถึงกับอ้าปากค้าง แล้วรีบเอามืออุดปากของตนเองไม่ให้กรีดร้องออกมา เมื่อเงาสะท้อนที่เห็นไม่ใช่เงาของตนเอง 

เธอถูกสามีฆาตกรรมและตกตึกลงมาพร้อมกัน แต่ฟื้นขึ้นมากลับไม่มีบาดแผลหรือรู้สึกถึงความเจ็บปวดใด ๆ คงไม่ใช่ว่าตายแล้วทะลุมิติมาอยู่ในอดีตเหมือนอย่างในละครที่เคยดูหรอกนะ

“นี่ปีค.ศ. อะไร” หญิงสาวลองถามสาวใช้ที่เดินตามมาดู หากเดาไม่ผิดการแต่งกายสไตล์เจ้าพ่อของผู้ชายคนเมื่อครู่ น่าจะอยู่ในช่วงปี 1960 เพราะช่วงปีนั้นมีพวกเจ้าพ่อผู้มีอิทธิพลชอบแต่งกายในสไตล์นี้ แต่ถูกกวาดล้างไปหมดในยุค 70 หากเธอตายแล้วเกิดใหม่จริง ๆ ก็น่าจะอยู่ราว ๆ ช่วงปี 60 – 70 ละมั้ง

“ปี 1980 ค่ะ” คำตอบนั้นทำเอาเธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ปีนี้ไม่น่ามีเจ้าพ่อหลงเหลืออยู่แล้ว แล้วทำไมผู้ชายคนเมื่อกี้ถึงใส่ชุดแบบนั้นล่ะ

ยังไม่ทันที่จะอ้าปากถามถึงความสงสัยนี้ ความทรงจำบางอย่างก็ไหลเข้ามาเรื่อย ๆ เธอถอยหลังเซไปจนหลังชนผนังห้องน้ำแล้วทรุดตัวนั่งลง เอามือวางทาบหน้าอกตนเองแล้วหายใจหอบแรง หัวใจเต้นแรงและแน่นหน้าอก เมื่อจู่ ๆ ความจำทุกอย่างก็ถาโถมเข้ามาในหัว 

เธอทะลุมิติมาเกิดใหม่ในร่างของผู้หญิงที่ชื่อและแซ่เหมือนกันกับเธอ เพียงแต่ว่าอยู่ในคนละยุคสมัย แล้วสิ่งที่น่าตกใจมากกว่านั้น คือเธอเพิ่งแต่งงานเมื่อวานนี้ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง 

************************

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
49 فصول
ตอนที่ 1 ตายไปไม่เสียเปล่า
ปี 2024 ณ ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าเดอะฟิวเจอร์ ใจกลางกรุงปักกิ่ง“นั่นคุณจะทำอะไร” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและกังวลมีดปลายแหลมที่ถูกยื่นมาตรงหน้า คนที่ถือมันคือสามีอันเป็นที่รัก เขากำลังเดินเข้ามาด้วยแววตาที่เย็นชาและอำมหิต ข้างหลังคือผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทของเธอ กำลังยืนยิ้มแล้วกอดอกมองดูด้วยสายตาที่ดูเย็นชาและไร้ความเมตตา“เสียใจด้วยนะ ถ้าคุณไม่ตาย ผมกลับอี้หลิวก็คงจะไม่มีทางสมหวังในความรัก”“ไป่หานเฉิน จะทำเกินไปแล้วนะ ถึงกับจะต้องฆ่าฉัน เพื่อเปิดเส้นทางรักของพวกคุณอย่างนั้นหรือ” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความผิดหวังและเสียใจ สามีที่แต่งงานกันไม่ถึงปี ที่แท้ก็ไม่เคยรักตนเลยสักนิด“หึ ไม่เพียงแค่เราได้สมหวังกัน แต่สมบัติทุกอย่างของคุณจะตกเป็นของผม ขอบคุณที่ทำงานหนักเพื่อเรานะม่านอวี้” ผู้เป็นสามีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น แล้วหันไปยิ้มให้กับมู่อี้หลิวชู้รักของตน“ถ้าคุณฆ่าฉัน คุณก็ต้องได้รับโทษทางกฎหมาย ไม่มีวันได้แตะต้องทรัพย์สมบัติของฉันหรอก” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความโกรธแค้น นอกจากจะทรยศเธอแล้วก็ยังต้องการที่จะกำจัดเธอเพื่อครอบครองทรัพย์สินที่เธอสร้างมันด
اقرأ المزيد
ตอนที่ 2 ข้อตกลง
จางม่านอวี้ในชุดกี่เพ้าสีชมพูเข้มปักด้วยลวดลายที่ประณีต เดินลงมาด้วยท่วงท่าที่สง่างาม แต่แววตาเต็มไปด้วยความสับสนและไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตนเองกำลังเผชิญในตอนนี้หญิงสาวเดินไปที่ห้องโถงของบ้าน บุคคลที่ตรงหน้าคือ ‘ถังเจิ้น’ ผู้มีอิทธิพลในวงการธุรกิจที่เกี่ยวกับการค้าขายวัตถุโบราณ และเจ้าของห้างสรรพสินค้าที่กำลังก่อสร้าง“เราไปเถอะ รถพร้อมแล้ว” เขาพูดแล้วงอแขนให้เธอจับเดินไปด้วยกัน หญิงสาวก็ทำตามอย่างว่าง่ายระบบเจ้าพ่อถูกกวาดล้างไปแล้วก็จริง แต่เขาเป็นผู้มีอิทธิพลในวงการธุรกิจ หรือถ้าเป็นภาษาปัจจุบันก็เรียกได้ว่าเป็นมาเฟียนั่นเอง และที่เขาและคนรับใช้ในบ้านแต่งตัวย้อนยุคแบบนี้ ก็เพราะว่าครอบครัวสกุลถังเป็นครอบครัวอนุรักษนิยมและสาเหตุที่แต่งงานกับเธอ ก็เพราะว่าเขาจะใช้เธอบังหน้าในการที่จะรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม ซึ่งกฎหมายในยุคนี้หากจะรับเลี้ยงเด็กสักคนจะต้องมีพร้อมทั้งพ่อและแม่ เขาจึงต้องหาผู้หญิงสักคนมาแต่งงานด้วย และผู้ที่ได้รับเลือกก็คือเธอเด็กชายที่จะรับเลี้ยงเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของสหายรักที่เสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุพร้อมกับภรรยา เหลือเพียงทายาทคนเดียวที่รอดชีวิต จึงต้องการจะรับเลี้ยง
اقرأ المزيد
ตอนที่ 3 สะใภ้สกุลถัง
รถเก๋งคันสีดำรุ่นคลาสสิกวิ่งเข้าไปจอดหน้าบริษัทต้าถังที่เป็นอาคารสี่ชั้น ฝั่งตรงข้ามมองเห็นห้างสรรพสินค้าที่กำลังก่อสร้าง อีกไม่เกินสองปีห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ก็คงได้เปิดทำการอย่างแน่นอนประตูรถถูกเปิดออก ถังเจิ้นลงจากรถก่อนแล้วยื่นมือให้เธอจับเพื่อเดินควงแขนกันเข้าไป หญิงสาววางมือบนฝ่ามือหนา รู้สึกประหม่าเล็กน้อย แม้จะผ่านการแต่งงานมาแล้ว ทว่าผู้ชายคนนี้ก็ยังถือว่าเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเธออยู่ดีหญิงสาวในชุดกี่เพ้าตามแบบอนุรักษนิยมที่คุณย่าของเขาชอบ เธอลงจากรถมายืนเคียงข้างกับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี มือที่วางบนมือของเขาใตอนแรกเลื่อนมาวางคล้องที่แขนแล้วเดินเข้าไปในงานพร้อมกัน ท่ามกลางสายตาชื่นชมของคนที่มาร่วมแสดงความยินดีในงานเลี้ยงเปิดตัวสะใภ้สกุลถังห้องโถงจัดงานอยู่บนชั้นบนสุดของอาคาร เมื่อไปถึงก็พบว่าแขกส่วนใหญ่ได้มาถึงแล้ว งานเลี้ยงจัดแบบดั้งเดิมเป็นโต๊ะอาหารแบบโต๊ะจีนทั่วไป แขกในงานส่วนใหญ่แต่งกายแบบดั้งเดิมเพื่อเอาใจลู่เหว่ยที่ถังเจิ้นแต่งตัวแบบนี้ในงาน และเสื้อผ้าส่วนใหญ่เป็นแบบดั้งเดิม ส่วนหนึ่งก็คงมีอิทธิพลมาจากการเลี้ยงดูจากครอบครัวอนุรักษนิยม ถ้าคนอื่นใส่คงจะดูแก่และเชยระเบ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 4 ผลประโยชน์
งานเลี้ยงเปิดตัวสะใภ้สกุลถัง ผ่านไปอย่างราบรื่น ไม่มีอะไรที่ถังเจิ้นและจางม่านอวี้ต้องกังวลนอกจากเรื่องของลู่เหว่ย ที่ก็ไม่ได้มีอะไรมากนอกจากพยายามเข้ามาแทรกแซงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เท่านั้นเมื่อรับประทานอาหารมื้อกลางวันเสร็จแล้ว ถังเจิ้นก็พาภรรยาสาวไปยังเวทีเพื่อที่จะกล่าวขอบคุณแขกที่มาร่วมงานเลี้ยงแนะนำภรรยาสาวในครั้งนี้ พร้อมทั้งกล่าวขอโทษที่เมื่อวานไม่ได้เชิญแขกส่วนใหญ่ในนี้ไปเป็นสักขีพยานร่วมพิธีมงคลสมรสจากนั้นจางม่านอวี้ก็กล่าวขอบคุณด้วยถ้อยคำที่ดูอ่อนหวานและไม่ได้ตื่นเต้นกับการพูดต่อหน้าคนเยอะ ๆ ริมฝีปากอวบอิ่มฉีกยิ้มหวานให้แก่สามีกำมะลอ ต่างคนต่างยิ้มให้กันอย่างหวานชื่น ดูเป็นคู่สมรสที่รักใคร่กันเป็นอย่างดี“ทำดีมาก” เขากระซิบบอกเธอในขณะที่เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะอาหารด้วยกัน“ฉันต้องทำหน้าที่ของฉันให้ดีสิคะ ในเมื่อค่าจ้างงามขนาดนั้น” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงความมั่นใจในตนเอง ดูไม่เหนียมอายแล้วเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเหมือนที่ผ่านมาจริงอยู่ว่าถังเจิ้นเพิ่งจะช่วยเหลือเธอ และพามาอยู่ที่บ้านหลังเล็กของตนเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้าจะมีการแต่งงาน แต่เธอก็ไม่น่าจะเปลี่ยนไปชั่วข้ามคืนแ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 5 วางอำนาจ
แค่วันแรกที่ฟื้นมาอยู่ในร่างของจางม่านอวี้ หญิงสาวที่ชื่อแซ่เหมือนกันในยุคนี้ เธอก็มีเรื่องวุ่นวายยุ่งยากตั้งแต่เริ่ม ชีวิตในวันต่อ ๆ ไปจะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่อาจรู้ได้หลังจากคุณย่ากลับไป จางม่านอวี้เปลี่ยนเป็นชุดลำลองที่สุภาพอยู่ในบ้าน เดินสำรวจดูบ้านสองชั้นที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย พลางนึกว่านี่คือบ้านหลังเล็กที่เอาไว้ต้อนรับแขกชั่วคราว แล้วบ้านสกุลถังจริง ๆ จะหลังใหญ่แค่ไหน บางทีอาจจะไม่ใช่บ้านแต่เป็นคฤหาสน์เสียด้วยซ้ำ“จริงสิ เจ้าของห้างสรรพสินค้าเดอะฟิวเจอร์ไม่ได้แซ่ถังนี่” เมื่อนึกย้อนไปถึงความทรงจำที่มีต่อห้างเดอะฟิวเจอร์แล้ว คนที่เป็นเจ้าของไม่ใช่ถังเจิ้น หรือคนจากสกุลถัง แต่เป็นของนักธุรกิจที่แซ่เจียง สองพ่อลูกที่เป็นมหาเศรษฐีและนักลงทุนชื่อดังในเมืองซีเฉิงแห่งนี้แต่เมื่อพยายามนึกถึงประวัติของนักธุรกิจวัยกลางคนผู้เป็นพ่อที่เคยอ่านผ่านตาก็นึกไม่ออก แต่ลูกชายวัยของเขาเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงในวัยเพียงยี่สิบต้น ๆ เท่านั้น“คุณนายจะออกไปไหนคะ” อากุ้ยสาวใช้ที่ติดตามรับใช้ตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี่กล่าวถามเมื่อเห็นว่าคุณนายน้อยของบ้านกำลังจะเดินออกไปนอกบ้าน“ฉันแค่จะเดินชมสวนดอกไม้ มา
اقرأ المزيد
ตอนที่ 6 สุภาพบุรุษ
เลยเวลาอาหารเย็นแล้วถังเจิ้นก็ยังคงไม่กลับมา จางม่านอวี้ที่รอรับประทานมื้อเย็นพร้อมกับเขาจึงตัดสินใจว่าเธอจะไม่รอแล้วในขณะที่กำลังจะให้อาหลินตั้งโต๊ะอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น อากุ้ยเดินเข้าไปรับสายสักพักก็รีบมารายงานคุณนายของบ้าน“คุณถังไปรับประทานอาหารเย็นที่บ้านคุณย่าถังค่ะ บอกให้คุณนายไม่ต้องรอ” จางม่านอวี้พยักหน้ารับแล้วให้อาหลินจัดอาหารให้แก่เธอเพียงที่เดียวลู่เหว่ยก็แปลกจริง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอกับถังเจิ้นไม่ได้มีใจต่อกัน ซ้ำการแต่งงานนี้ก็ทำเพื่อบังหน้าและตนก็รับปากแล้วว่าจะช่วยเหลือ แต่ทำไมต้องขัดขวางไม่ให้หลานชายมาอยู่ใกล้ชิดเธอแต่คำตอบก็คงไม่พ้นว่าคุณย่าถังรักและหวงหลานชายของตนมาก คงกลัวว่าเธอจะไม่รักษาคำพูดแล้วเปลี่ยนใจมายั่วยวนเขากระมังเมื่อรับประทานมื้อเย็นเสร็จแล้ว อาหลินหรือหลินอิงก็เข้ามาเก็บโต๊ะอาหาร ก้มหน้าไม่กล้าสบสายตาเพราะเรื่องเมื่อตอนเย็นที่ตนได้นินทาคุณนายของบ้านเอาไว้จางม่านอวี้จำได้ว่าปกติป้าเจินและหลินอิง ทั้งสองก็ปากไม่อยู่นิ่งแต่ไหนแต่ไร เพียงแต่ที่พูดขู่ไปวันนี้ก็แค่อยากกำราบให้รู้ว่าการนินทาเจ้านายลับหลังเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเท่านั้นหญิงสาวอาบ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 7 คู่สามีภรรยา
ใบหน้าที่ดูเรียบนิ่งและเคร่งเครียดขณะที่นั่งรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน ทำให้จางม่านอวี้ไม่กล้าที่จะตั้งคำถามหรือว่าชวนสามีในนามพูดคุยถังเจิ้นในชุดสูททำงานแบบสากล ดูดีกว่าชุดคลุมยาวสีดำแบบเจ้าพ่อยุคเก่าที่สวมเมื่อวานนี้ คงเป็นเพราะว่าวันนี้เขาจะต้องไปเยี่ยมว่าที่ลูกบุญธรรม จึงแต่งกายดูเป็นทางการหน่อย“นี่ครับ เอกสารที่ขอได้แล้วครับ” ชายในชุดถังสูทแบบดั้งเดิมสีเรียบง่าย ที่เป็นคนสนิทของเขาเดินถือซองเอกสารสีน้ำตาลมาให้ถังเจิ้นเปิดอ่านเอกสารด้านในแล้วมีสีหน้าที่ดูเครียดหนักกว่าเดิม พร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาแสดงความหัวเสียกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนรอบตัวเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ๆ“ถ้าเหล่าเติ้งจะเล่นสกปรกแบบนี้ เราคงอยู่เฉยไม่ได้แล้ว” น้ำเสียงนั้นกล่าวขึ้นพร้อมกับแววตาที่ดูเย็นชา พร้อมกับพยักหน้าส่งสัญญาณให้ลูกน้องมือขวาที่พ่วงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านวัตถุโบราณซ่งเหยียนพยักหน้ารับอย่างรู้กัน จากนั้นก็เดินกลับออกไปด้วยสีหน้าที่จริงจัง ในขณะที่คนออกคำสั่งเริ่มหันมาให้ความสนใจกับอาหารตรงหน้าต่อจางม่านอวี้กลืนอาหารลงคออย่างยากลำบาก ระบบเจ้าพ่อผู้มีอิทธิพลที่พกอาวุธยิงกันกลางเมืองมันหมด
اقرأ المزيد
ตอนที่ 8 ผู้มีอิทธิพล
จริงอยู่ว่าการมาของถังเจิ้นในครั้งนี้เป็นเพียงการมาเยี่ยมเยียนเสี่ยวซานเท่านั้น แต่จุดประสงค์หลักของเขาคือการขอสิทธิในการเลี้ยงดูเด็กชายอย่างถูกต้องตามกฎหมายตอนแรกผู้ดูแลสถานสงเคราะห์รู้สึกประหม่าเล็กน้อยกับการมาเยือนของเขา เกรงว่าอีกฝ่ายจะใช้อิทธิพลที่มีในการบังคับให้ตนอนุมัติเรื่องการรับเลี้ยงเด็ก แต่เห็นว่าสถานการณ์ทุกอย่างราบรื่นดี เขามากับภรรยาที่ดูเข้ากับเด็กได้ดี อีกทั้งยังมีความตั้งใจจะรับดูแลเสี่ยวซานด้วยเหตุผลส่วนตัว แบบนี้คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง“คุณจ้าว พาเสี่ยวซานกลับได้แล้วล่ะ ได้เวลานอนกลางวันแล้ว” ผู้ดูแลวัยห้าสิบห้าบอกเจ้าหน้าที่วัยกลางคนด้วยน้ำเสียงที่ยังคงอ่อนโยนอย่างเช่นเคย“คุณอาจะมาหาผมอีกหรือไม่” ก่อนไปเด็กน้อยถามอย่างมีความหวัง“แน่นอนสิจ๊ะ เราจะต้องมาหาเสี่ยวซานบ่อย ๆ จนกว่าเราจะรับหนูไปอยู่ด้วยได้ เสี่ยวซานอยากไปอยู่กับพวกเราไหม” จางม่านอวี้ถามด้วยน้ำเสียงและแววตาที่แสดงความเอ็นดูเด็กชายอย่างเปิดเผย“ผมอยากไป ผมจะรอนะครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี แม้จะกลัวถังเจิ้น แต่อย่างน้อยก็เป็นคนเดียวที่ตนรู้จัก แม้จะจำไม่ได้และเป็นความจำจากรูปถ่าย ก็ยัง
اقرأ المزيد
ตอนที่ 9 อกสั่นขวัญแขวน
เหตุการณ์ตรงหน้าคือชายผู้มีอิทธิพลสองคนในชุดถังจวงสีดำ กำลังยืนเผชิญหน้ากันที่ถนนหน้าบริษัทของถังเจิ้นเหล่าเติ้งในวัยประมาณห้าสิบท่าทางโอหัง หยิ่งยโสและสีหน้าเจ้าเล่ห์ ในขณะที่ถังเจิ้นในวัยยี่สิบหก เขาดูสง่างามและเยือกเย็น กำลังยืนเจรจากันอย่างออกรสไม่รู้ว่าทั้งคู่พูดคุยอะไรกัน จู่ ๆ คนของเหล่าเติ้งก็เหมือนว่าจะล้วงอาวุธออกมาจากสาบเสื้อ ในขณะที่คนของถังเจิ้นก็เตรียมล้วงอาวุธเช่นกันทั้งสองผู้นำยกมือตั้งฉากเป็นสัญลักษณ์ห้าม แล้วส่งสัญญาณให้ทุกคนลดมือลงจากเสื้อที่น่าจะมีอาวุธซ่อนอยู่“มะ..มีอาวุธ นี่พกอาวุธกลางเมืองหรือคะ” จางม่านอวี้ถามเสียงสั่น หัวใจแทบหลุดลงมาถึงตาตุ่ม เกือบจะเกิดการกราดยิงกันกลางเมืองแล้วไหมล่ะ“ประธานถังและเหล่าเติ้งอยู่ในระดับนี้ คนปองร้ายและศัตรูก็มีมาก หากมีอาวุธจริง ไม่จำเป็นก็ไม่ได้นำออกมาใช้ เพราะกฎหมายรุนแรงมาก แม้จะเป็นการป้องกันตัวก็ตาม แต่เท่าที่ดูแล้วทั้งสองฝ่ายก็แค่แกล้งมีอาวุธขู่กันเท่านั้นแหละครับ เพราะหากตรวจค้นเจอก็อาจจะถูกจับกุมได้” ลุงเฉียนผู้ที่ติดตามคุณชายของสกุลถังมานานก็บอกตามการคาดเดาของตน“ขอให้แค่แกล้งขู่เถอะ”ว่าแล้วก็จ้องมองสถานการณ์ตรง
اقرأ المزيد
ตอนที่ 10 เจียงจื่อซาน
ในวันหยุด ถังเจิ้นที่ตื่นสายกว่าทุกวันยังคงนอนอยู่บนเตียง ขณะที่คนที่ตื่นก่อนกำลังจ้องใบหน้าของเขา ที่แม้ยามนอนก็ยังดูสง่างามและไม่ได้อ้าปากหวอน้ำลายยืดหญิงสาวค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียง ผ้าห่มที่คั่นกลางระหว่างทั้งคู่ถูกม้วนเก็บเข้าไปในตู้เหมือนอย่างทุกเช้า เพื่อไม่ให้สาวใช้สงสัยว่าเหตุใดเจ้านายจึงมีผ้าห่มมาวางแบ่งเขตเตียงกัน เพราะเกรงว่าจะพูดมากต่อ ๆ กันไป จนมีคนสงสัยสถานะการแต่งงานของพวกตนจนทำให้เสียเรื่องซ่งเหยียนเดินทางไปที่เจียงซีหลายวันแล้ว การที่ไปนานแบบนี้แสดงว่าน่าจะกำลังสืบหาคทาจักรพรรดิอยู่ เพราะหากไม่ได้เรื่องคงกลับมานานแล้ว หญิงสาวได้แต่ภาวนาให้เขาหาเจอ ไม่รู้ว่าเหล่าเติ้งจะรู้หรือไม่ว่าคทาของตัวเองเป็นของปลอม หรือบางทีเขาออาจจะรู้อยู่ก่อนแล้วก็ได้ จึงพยายามยัดเยียดให้แก่ถังเจิ้นจางม่านอวี้เดินออกไปอาบน้ำแล้วกลับเข้ามาแต่งตัวในห้องที่หลังฉากกั้น ครั้งก่อนตอนที่ไปซื้อของด้วยกัน เพราะเกรงว่าเหล่าเติ้งจะดักเล่นงานจึงไม่ได้ไปเยี่ยมเสี่ยวซานตามที่ตั้งใจไว้ วันนี้เธอกับเขาจึงนัดกันว่าจะไปเยี่ยมเสี่ยวซานในช่วงสายหญิงสาวเลือกเป็นชุดเสื้อแขนยาวปิดคอจีนสีขาว และกระโปรงยาวอัดพลีทสีน
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status