ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์

ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-30
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
10
2 Peringkat. 2 Ulasan-ulasan
89Bab
15.2KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

โปรย: นางเป็นหมอที่ไม่เคยรักษาคนมาก่อน แต่กลับหลอมยาได้นิดหน่อย ส่วนเขามีรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ตั้งแต่กำเนิด อีกทั้งยังมีดวงกินภรรยา แล้วนางผู้เป็นภรรยาคนที่หกจะมีชีวิตอยู่ในจวนเขาได้สักกี่สิบวัน ไรต์มีนิยายมาฝากอีกแล้วค่ะ เรื่องนี้เป็นจีนโบราณที่ไม่ได้อิงประวัติศาสตร์ใด ๆ ทั้งสิ้นนะคะ เนื้อหาเกิดจากจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้น ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หากมีข้อผิดพลาดประการใดไรต์ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ซินเหยียนหมอทหารจากยุคปัจจุบันเผลอหลับไปบนโต๊ะทำงาน พ่อตื่นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ในร่างของเด็กหญิงอายุเก้าขวบแล้ว ที่สำคัญนางสามารถเดินลมปราณได้ทั้งยามหลับและยามตื่น อีกทั้งนางยังสามารถหลอมยาได้เล็กน้อย ส่วนเขาอัปลักษณ์ตั้งแต่กำเนิดไม่สามารถแข่งขันกับพี่น้องเพื่อชิงบัลลังก์มังกรได้ อีกทั้งยังถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวกาลกินีของแผ่นดิน จึงถูกเนรเทศไปอยู่ไกลสุดถึงชายแดนเหนือตั้งแต่ยังเยาว์ แต่โชคชะตาก็ทำให้เขากับนางได้มาอยู่เคียงคู่กันโดยไม่เต็มใจทั้งสองฝ่าย อีกทั้งคนยังเล่าลือว่าเขาเป็นบุรุษที่มีดวงกินภรรยา เว่ยซินเหยียนซึ่งเป็นภรรยาคนที่หกจะมีชีวิตอยู่ในจวนของเขาได้กี่สิบวัน

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่ 1 โทษฐานของการคบชู้

         ภายในจวนสกุลเว่ย เสียงแส้กระทบเนื้อดังมาไม่ขาดสาย บุตรสาวตัวน้อยวัยเก้าขวบพยายามอ้อนวอนบิดาเจียนจะขาดใจ “ท่านพ่ออย่าตีท่านแม่เลยนะเจ้าคะ ฮือ ๆ” นางพยายามดิ้นสุดกำลังเพื่อให้หลุดพ้นจากการจับกุมของสาวใช้แต่ก็ไร้ผล

            ส่วนผู้เป็นพ่อทำตัวราวกับเป็นคนหูหนวกตาบอด ตะเบ็งเสียงสั่งบ่าวรับใช้ออกไปว่า “โบยต่อไป อย่าได้หยุดเป็นอันขาด”

อดีตเว่ยฮูหยินที่ถูกโบยไปกว่าห้าสิบไม้กำลังอ่อนระโหยโรยแรงเต็มที นางแทบจะฝืนหายใจต่อไปไม่ไหว เห็นมารดาคล้ายจะสิ้นใจ เว่ยซินเหยียนทนดูมารดาถูกโบยต่อไปไม่ได้อีกแล้ว นางสะบัดแขนจากสาวใช้อย่างรุนแรง รีบวิ่งเข้าไปช่วยมารดาทันที แม่นมเตียวกับสาวใช้ต่างตกใจเป็นอย่างมากแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปขวาง

“ท่านแม่ ฮือ ๆ ท่านเจ็บหรือไม่” พูดพลางใช้ร่างอันเล็กจ้อยของตนขึ้นคร่อมร่างผู้เป็นมารดาไว้

บ่าวรับใช้ที่รับหน้าที่โบยอดีตฮูหยินใหญ่ของจวนชะงักมือ มองไปยังนายท่านเจ้าของจวนแวบหนึ่ง พอเว่ยเฉิงพยักหน้าเขาจึงโบยต่อด้วยความจำใจ

จนตัวนางถูกโบยไปด้วยสามที เว่ยซินเหยียนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด ปากก็ร้องออกมาด้วยความน่าสงสาร “ท่านพ่อข้าเจ็บ ท่านหยุดตีท่านแม่ได้หรือไม่เจ้าคะ ฮือ ๆ”

“เหยียนเอ๋อร์” จ้าวฟางหรูพูดออกเสียงเบาหวิว แต่ทำอะไรไม่ได้แล้ว แม้แรงจะกระดิกตัวยังไม่มี

เว่ยเฉิงซึ่งอยู่ในอารมณ์โกรธจัดมีหรือจะสนใจคำพูดของเด็กสาว มารดาของนางบังอาจคบชู้ในจวนของเขา โทษแค่นี้ยังน้อยไป นางสมควรตายด้วยซ้ำ ยิ่งตอนนี้โดนเสิ่นอี๋เหนียงเป่าหูเขาก็เริ่มไม่มั่นใจว่าเว่ยซินเหยียนคนนี้เป็นลูกเขาจริง ๆ หรือไม่ อีกทั้งเด็กคนนี้ยังสติไม่สมประกอบเขาจะเก็บไว้ให้อับอายผู้คนทำไม เว่ยเฉิงตะโกนออกไปอีก “โบยต่อไป”

“ขอรับ” บ่าวชายรับคำแล้วโบยต่อไปอีกไม่ยั้ง

แม่นมเตียวกับสาวใช้ข้างกายจ้าวฟางหรูกอดกันร้องไห้มองดูเจ้านายทั้งสองโดนโบยไปพร้อมกัน

กระทั่งสองแม่ลูกสลบไปด้วยกันทั้งคู่ เตียวจินจึงนั่งคุกเข่าโขกศีรษะดังปึก ๆ ต่อหน้าเว่ยเฉิง “นายท่านได้โปรดไว้ชีวิตฮูหยินใหญ่ด้วยเถิดเจ้าค่ะ อย่างไรฮูหยินใหญ่ก็สิ้นสติไปแล้ว…”

“นางไม่ใช่ฮูหยินของข้า” เขาตวาดเสียงกร้าวก่อนที่แม่นมเตียวจะกล่าวจบ นอนกับชายอื่นแล้วยังมีหน้าเรียกนางว่าฮูหยินใหญ่อีกหรือ

นางสะดุ้งเฮือกพูดออกเสียงสั่นว่า “เจ้าค่ะ ๆ บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ ถึงอย่างไรนายหญิงกับคุณหนูใหญ่ก็สลบไปแล้ว ขอนายท่านโปรดเมตตาด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

“นางกับลูกสมควรตาย” เขาตวาดขึ้นอีก

เสิ่นอี๋เหนียงเดินเข้ามาทำสีหน้าเห็นใจเหลือคณากล่าวออกเสียงนุ่มนวลว่า “นายท่าน อย่าทำให้นางกับลูกถึงกับต้องตายเลยนะเจ้าคะ อย่างไรเสียนายท่านก็มอบหนังสือหย่าให้นางแล้ว รีบไสหัวนางกับลูกออกไปจากจวนเถิดเจ้าค่ะ อยู่ไปรังแต่จะเป็นตัวอัปมงคลเสียเปล่าเจ้าค่ะ” นางทำเหมือนคนดีที่รู้สึกเห็นใจจ้าวฟางหรูเป็นอย่างยิ่ง เดิมทีตามกฎของจวนหากฮูหยินเป็นชู้กับชายอื่น โทษคือโบยร้อยไม้กับมอบหนังสือหย่า หากเป็นเช่นนั้นจ้าวฟางหรูอาจสิ้นใจตายได้ ซึ่งเสิ่นอี๋เหนียงไม่ต้องการให้นางตาย เพียงแต่ต้องการให้นางกับบุตรสาวออกไปจากจวนหลังนี้ด้วยความอับอายและไม่มีสิทธิ์กลับมาอีกก็เพียงพอแล้ว

เมื่อได้ยินเสิ่นอี๋เหนียงกล่าวเช่นนั้น เว่ยเฉิงก็คล้อยตามทันทีหันไปมองอนุภรรยาคนโปรดด้วยแววตาหวานเยิ้ม พูดออกเสียงอ่อนโยนว่า “เจ้าช่างเป็นคนใจดีมีเมตตายิ่งนัก” จากนั้นรีบสั่งออกไปเสียงดุดันว่า “เช่นนั้นพวกเจ้ารีบเก็บข้าวของแล้วก็ไสหัวออกจากจวนของข้าไปเสีย”

เมื่อเห็นทางรอดของผู้เป็นนายที่ไม่ต้องถูกโบยถึงร้อยไม้แม่นมเตียวรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งไปหาจ้าวฟางหรูกับบุตรสาวทันที ตามด้วยซิ่วอิงสาวใช้คนสนิทของอดีตฮูหยินใหญ่ แม่นมเตียวกับสาวใช้อีกนางหนึ่งพยุงร่างของจ้าวฟางหรูกลับไปที่เรือนของตนอย่างทุลักทุเล ส่วนซิ่วอิงอุ้มร่างอ้อนแอ้นของเว่ยซินเหยียนตามไป

ก่อนที่นายท่านของจวนอย่างเว่ยเฉิงจะเปลี่ยนใจบ่าวทั้งสองไม่รอให้เจ้านายฟื้น รีบเก็บข้าวของใส่หีบอย่างว่องไว ใช้เวลาเก็บของไม่นานก็แล้วเสร็จ เพราะสมบัติและสินเดิมของอดีตฮูหยินใหญ่มีไม่มาก อีกทั้งเว่ยเฉิงก็ไม่ได้มอบสิ่งของมีค่าหรือเงินทองอันใดให้นางแม้แต่อีแปะเดียว จากนั้นคนทั้งสี่ก็รีบออกเดินทางทันที โดยมีรถม้าของจวนสกุลเว่ยไปส่งที่ตลาด ส่วนปลายทางคือบ้านเดิมของจ้าวฟางหรูที่เคยอาศัยอยู่กับท่านพ่อเมื่อครั้งยังเยาว์ เมืองนั้นชื่อเมืองหยางโจว ซึ่งอยู่ถัดขึ้นไปทางเหนือของเมืองลั่วหยาง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นฉินแห่งนี้

หลังจากรถม้าเคลื่อนตัวออกไปแล้ว เจียวจูสาวใช้ข้างกายของเสิ่นอี๋เหนียงจึงรีบวิ่งกลับเข้ามาในเรือน

เสิ่นอี๋เหนียงถามเสียงเรียบว่า “เป็นอย่างไรบ้าง”

“ออกไปกันหมดแล้วเจ้าค่ะ”

มุมปากของนางยกยิ้มขึ้นด้วยความพอใจ ถามต่อว่า “แล้วเรื่องพ่อบ้านจวง”

“คนของนายท่านจัดการเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”

“ดี”

“แล้วให้ข้าไปช่วยเขาดีหรือไม่เจ้าคะ” ตามที่ตกลงกันไว้เมื่อจวงชุนทำงานนี้สำเร็จ เสิ่นอี๋เหนียงต้องช่วยเหลือเขาให้พ้นจากความตายหากเขาได้รับโทษ

“ไม่ต้อง คนมีความผิดจะไปช่วยทำไม” ว่าแล้วก็ยกยิ้มหยันกล่าวต่อว่า “เจ้าออกไปได้แล้ว”

"เจ้าค่ะ"

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

พวงเพชร มโนชมภู
พวงเพชร มโนชมภู
อ่านสนุก น่าติดตาม ชอบนางเอกเก่ง
2026-04-05 11:04:25
0
0
Run Chayapa
Run Chayapa
สนุกมากค่ะ พอ.หื่นทุกเวลาจริงๆ555
2026-02-02 11:02:34
1
0
89 Bab
ตอนที่ 1 โทษฐานของการคบชู้
ภายในจวนสกุลเว่ย เสียงแส้กระทบเนื้อดังมาไม่ขาดสาย บุตรสาวตัวน้อยวัยเก้าขวบพยายามอ้อนวอนบิดาเจียนจะขาดใจ “ท่านพ่ออย่าตีท่านแม่เลยนะเจ้าคะ ฮือ ๆ” นางพยายามดิ้นสุดกำลังเพื่อให้หลุดพ้นจากการจับกุมของสาวใช้แต่ก็ไร้ผล ส่วนผู้เป็นพ่อทำตัวราวกับเป็นคนหูหนวกตาบอด ตะเบ็งเสียงสั่งบ่าวรับใช้ออกไปว่า “โบยต่อไป อย่าได้หยุดเป็นอันขาด”อดีตเว่ยฮูหยินที่ถูกโบยไปกว่าห้าสิบไม้กำลังอ่อนระโหยโรยแรงเต็มที นางแทบจะฝืนหายใจต่อไปไม่ไหว เห็นมารดาคล้ายจะสิ้นใจ เว่ยซินเหยียนทนดูมารดาถูกโบยต่อไปไม่ได้อีกแล้ว นางสะบัดแขนจากสาวใช้อย่างรุนแรง รีบวิ่งเข้าไปช่วยมารดาทันที แม่นมเตียวกับสาวใช้ต่างตกใจเป็นอย่างมากแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปขวาง“ท่านแม่ ฮือ ๆ ท่านเจ็บหรือไม่” พูดพลางใช้ร่างอันเล็กจ้อยของตนขึ้นคร่อมร่างผู้เป็นมารดาไว้บ่าวรับใช้ที่รับหน้าที่โบยอดีตฮูหยินใหญ่ของจวนชะงักมือ มองไปยังนายท่านเจ้าของจวนแวบหนึ่ง พอเว่ยเฉิงพยักหน้าเขาจึงโบยต่อด้วยความจำใจจนตัวนางถูกโบยไปด้วยสามที เว่ยซินเหยียนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด ปากก็ร้องออกมาด้วยความน่าสงสาร “ท่านพ่อข้าเจ็บ ท่านหยุดตีท่านแม่ได้หรือไม่เจ้าคะ ฮ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2 กลับบ้านเดิม
ให้หลังสาวใช้ มุมปากของนางเหยียดยิ้มด้วยความสะใจอีกครั้ง อุตส่าห์รอเวลานี้มานานสุดท้ายนางก็สมหวังจนได้ อีกอย่างงานครั้งนี้ยังไม่ต้องเสียเงินแม้แต่อีแปะเดียว นางพึมพำว่า “ในที่สุดตำแหน่งฮูหยินใหญ่ก็ต้องกลายเป็นของข้าอย่างชอบธรรม”เมื่อมาถึงตลาด แม่นมเตียวก็เปลี่ยนเป็นรถม้ารับจ้าง เพื่อเดินทางไปยังเมืองหยางโจวต่อไปภายในรถม้าแม่นมเตียวกับซิ่วอิงช่วยกันทายาบนแผ่นหลังให้เจ้านายทั้งสองที่ยังนอนไม่รู้สึกตัว หนึ่งเค่อต่อมาจ้าวฟางหรูก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาแล้ว“ฮูหยิน ฮูหยินฟื้นแล้ว” เตียวจินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดีใจ“อย่าเรียกข้าเช่นนั้นอีก” นางกล่าวออกเสียงแหบแห้งใบหน้าบิดเบี้ยวเพราะความปวดแผล ไม่ได้รู้สึกแปลกใจเท่าใดนักที่ตนอยู่บนรถม้า เพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นในจวนสกุลเว่ยนางได้ยินทั้งหมด เพียงแต่ตอนนั้นร่างกายนางตอบสนองไม่ได้“บ่าว บ่าวลืมตัวเจ้าค่ะ นายหญิงดื่มน้ำสักหน่อยนะเจ้าคะ” พูดพร้อมกับยื่นกระบอกน้ำให้นายหญิงอย่างกระตือรือร้นจ้าวฟางหรูรับมาดื่มไปสองอึกจากนั้นรีบหันหน้าไปมองบุตรสาว น้ำใสในตาเริ่มเอ่อคลอ พูดออกเสียงสั่นเครือว่า “เหยียนเอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง” นางลุกจากที่ของตนค่อย ๆ เคลื
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3 หายป่วยอย่างน่าประหลาด
รถม้าจอดลงตรงหน้าบ้านเก่าทรุดโทรมหลังหนึ่ง สารถีเอ่ยบอกว่า “ถึงแล้วขอรับ”ซิ่วอิงก้าวขาลงไปก่อนจากนั้นช่วยประคองนายหญิงลงจากรถม้า และอุ้มเว่ยซินเหยียนจากแม่นมเตียว จากนั้นแม่นมเตียวจึงยกหีบข้าวของให้ซิ่วอิงรับอยู่ด้านล่าง เสร็จแล้วรถม้าก็ขับเคลื่อนออกไปทันที ยังโชคดีที่ก่อนมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้พวกนางได้แวะซื้อข้าวของและอาหารกลับมาด้วยซินเหยียนคนใหม่ที่มาจากโลกปัจจุบันแล้ววิญญาณเข้ามาสวมอยู่ในร่างนี้ตั้งแต่เจ็ดวันก่อนมองดูบ้านดินผสมอิฐแดงหลังคามุงด้วยหญ้าอย่างไม่เชื่อสายตา นี่หรือคือบ้านหลังใหม่ที่เธอต้องมาอยู่ เสียงเล็กแหลมเอ่ยถามผู้เป็นแม่ว่า “นี่คือบ้านของเราหรือเจ้าคะท่านแม่” แม้เธออยู่ในร่างนี้มาหลายวันแล้วแต่เธอก็ยังไม่ชินกับสภาพบ้านเมืองในยุคนี้เท่าไรนัก“ใช่ นี่คือบ้านของเรา เหยียนเอ๋อร์กลัวหรือไม่” จ้าวฟางหรูรู้สึกสงสารบุตรสาวจับใจที่ต้องกลับมาอยู่บ้านเก่าเช่นนี้ แต่คิดอีกแง่หนึ่งก็ยังดีที่ยังมีบ้านอยู่นางส่ายหน้าน้อย ๆ “ไม่กลัวเจ้าค่ะ” นางไม่กลัวแต่ว่ามันรกมาก แต่มันก็สมควรแล้วเพราะระหว่างเดินทางท่านแม่เล่าให้ฟังว่าตั้งแต่ท่านตาจากไปเมื่อห้าปีก่อนบ้านหลังนี้ก็ไม่เคยมีใครมาอา
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4 โดนตะขาบกัด
เว่ยซินเหยียนนึกอะไรขึ้นมาได้จึงถามมารดาขึ้นอีก “ท่านแม่ อยู่ที่นี่เราจะหาเงินได้อย่างไรเจ้าคะ” ตอนนี้พวกนางมีอยู่กันทั้งหมดสี่คน มารดาของนางก็มีทรัพย์สมบัติไม่มาก เงินที่นำติดตัวมาคงอยู่ได้อีกไม่นาน ถึงนางจะมีความรู้เรื่องวิชาแพทย์แผนปัจจุบัน แต่คงเป็นเรื่องยากที่ในยุคโบราณเช่นนี้จะทำให้ผู้คนมายอมรับนางในฐานะหมอคนหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นเด็กที่อายุเพียงเก้าขวบเท่านั้น“คงต้องเก็บสมุนไพรไปขายก่อน” ตอนนางยังเด็กก็เคยช่วยบิดาไปเก็บสมุนไพรมาทำยา เพราะท่านแม่จากไปตั้งแต่นางอายุได้เพียงสามขวบ นางจึงอยู่กับบิดาสองคนมาโดยตลอด บิดาไปไหนนางย่อมติดตามไปด้วย นางยังพอจำได้ว่าต้องไปเก็บสมุนไพรที่ใดบ้างเพียงแต่เรื่องการแพทย์ท่านพ่อไม่เคยสอน เพราะคิดว่านางเป็นสตรี เรื่องพวกนี้ไม่ต้องเรียนรู้ก็ได้ เพราะภายภาคหน้าอย่างไรก็ต้องไปอยู่บ้านของสามี เรื่องนี้นางเพิ่งประจักษ์ได้เองว่าท่านพ่อคิดผิดถนัด หากตอนนั้นนางเรียนรู้วิชาแพทย์จากท่านพ่อ ตอนนี้นางอาจใช้มันหาเงินเลี้ยงดูบุตรสาวและบ่าวไพร่ได้“ข้าจะช่วยท่านแม่เก็บสมุนไพรขายเจ้าค่ะ” เว่ยซินเหยียนยิ้มให้มารดาจนตาหยี แต่ในใจกลับนึกเป็นห่วงมารดา ร่างกายนางเจ็บป่ว
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5 ชายปริศนา
ขณะที่เว่ยซินเหยียนกำลังครุ่นคิดว่าจะตัดสินใจเลือกทางไหนดี จู่ ๆ ก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพอดี พร้อมกับกล่าวออกว่า “ให้ข้าดูแผลให้นาง” เขาแอบสังเกตมาตั้งแต่เช้าแล้ว ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นกับพวกนาง“ท่านเป็นหมอหรือ” เว่ยซินเหยียนเอ่ยถามอย่างมีความหวังแต่เขากลับส่ายหน้าเอ่ยออกเพียงว่า “แค่รู้วิธีแก้พิษตะขาบเท่านั้น”เพราะอยู่ในสถานการณ์คับขันเว่ยซินเหยียนจึงอนุญาตแม้จะไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร และถึงแม้ไม่รู้ว่าเขาทราบได้อย่างไรว่ามารดาของนางโดนตะขาบกัดก็ตาม แต่ตอนนี้นางไม่มีทางเลือกแล้วเขาหยิบเข็มเงินขึ้นมาแล้วปักลงไปที่ข้อมือของมารดา จากนั้นนำสมุนไพรที่บดมาอย่างดีแล้วโปะลงบาดแผล เสร็จแล้วจึงยื่นสมุนไพรตากแห้งให้นางอีกหนึ่งมัด แล้วพูดว่า “เอาไว้ต้มให้นางดื่มสามเวลาหลังอาหาร พรุ่งนี้นางจะหายเป็นปกติ” เท่าที่เว่ยซินเหยียนมองตอนนี้อาการมารดาของนางก็ดีขึ้นมากแล้วกล่าวจบเขาก็เตรียมตัวจากไปทันที จ้าวฟางหรูจึงพูดออก “ขอบคุณท่านมาก ไม่ทราบว่าชื่อของท่านคือ…”“ข้าคนไร้แซ่ เรียกข้าว่าอี๋นั่วก็พอ”“ขอบคุณนายท่าน ข้าแซ่จ้าวมีนามว่าฟางหรู ส่วนนั่นคือเว่ยซินเหยียนนางเป็นบุตรสาวของข้า หากท่านมีสิ่งใ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 6 พลังปราณ
ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งถ้วยชาร่างเล็กก็มายืนอยู่หน้ากระท่อมหลังหนึ่งซึ่งมุงหลังคาด้วยหญ้า เว่ยซินเหยียนคิดว่านี่คงเป็นบ้านของนายท่านกระมัง เพราะนอกจากกระท่อมหลังนี้แล้วก็ไม่มีบ้านใครอีก นางจึงตะโกนบอกคนด้านในว่า “ชินเหยียนเอาข้าวมาให้ท่านลุง โปรดรับไว้ด้วยเจ้าค่ะ ส่วนชามข้าจะมาเก็บพรุ่งนี้ยามเหม่านะเจ้าคะ” ว่าจบร่างน้อย ๆ หยิบชามข้าวออกจากตะกร้า แล้ววางไว้บนพื้นกระท่อมข้างบันได ยังมีถ้วยใบเล็กที่ใส่ขิงซอยกับหอมซอยวางไว้ข้าง ๆ อีกด้วย จากนั้นก็เดินกลับบ้านตนทันที ในใจนางคิดว่าผู้ชายคนนี้คงเป็นคนโลกส่วนตัวสูงจึงไม่อยากคบค้าสมาคมกับใครเสียงฝีเท้าเดินห่างออกไปไกลมากแล้ว อี๋นั่วจึงเปิดประตูออกมา ก้มมองชามข้าวต้มด้วยสายตาที่อ่านได้ยาก จากนั้นจึงยกชามข้าวต้มเข้าไปด้านใน ก่อนกินยังใช้เข็มทดสอบพิษเมื่อรู้ว่าปลอดภัยแล้วจึงกินข้าวต้มจนหมดโดยไม่กลับออกมาด้านนอกอีก กระทั่งยามอิ๋นจึงนำชามเปล่าออกมาวางไว้ดังเดิมวันถัดมาก่อนไปเก็บสมุนไพรกับมารดาเว่ยซินเหยียนจึงมาเก็บชามกลับไป มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเขากินข้าวจนหมดชาม แอบคิดเล่น ๆ ว่า เขาคงไม่ได้เททิ้งกระมัง เพราะในยุคนี้ข้าวยากหมากแพงใครจะเอาขอ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 7 ฝึกฝนร่างกาย
เว่ยซินเหยียนฟังจบก็คิดว่าเรื่องนี้มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลตามคาด นางถามแม่นมเตียวอีกว่า “เสิ่นอี๋เหนียงมีนิสัยใจคอเช่นไร” ตอนอยู่ในจวนเจ้าของร่างนี้ยังเป็นเด็กไร้เดียงสาที่ไม่ค่อยสนใจใคร ห่วงแต่เล่นอย่างเดียว นางรู้เพียงว่าเสิ่นอี๋เหนียงพร้อมทั้งบุตรสาวบุตรชายไม่ชอบนาง และอาจเป็นเพราะตอนนั้นนางเป็นบุตรสาวของฮูหยินใหญ่พวกเขาจึงไม่กล้ากลั่นแกล้งนางแม่นมเตียวเอ่ยว่า “ปากหวานก้นเปรี้ยวเจ้าค่ะ ชอบประจบสอพลอและเอาใจบุรุษเก่งเป็นที่สุด มักใหญ่ใฝ่สูงอยากเป็นฮูหยินใหญ่ใจจะขาด”“เรื่องนี้ท่านแม่รู้หรือไม่”“รู้เจ้าค่ะ แต่นายหญิงไม่ได้ใส่ใจ เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับตนเจ้าค่ะ”ดวงตาของเว่ยซินเหยียนมีแววครุ่นคิดแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่นางคิดว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับเสิ่นอี๋เหนียงอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้นางยังเด็กเกินกว่าที่จะไปต่อกรกับสตรีผู้นั้นเมื่อได้ข้อมูลทั้งหมดแล้วเว่ยซินเหยียนจึงเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น “แล้วข้ากับท่านแม่ป่วยเป็นอะไร”แม่นมเตียวจึงตอบว่า “นายหญิงคลอดคุณหนูก่อนกำหนด ร่างกายคุณหนูจึงไม่แข็งแรงเจ้าค่ะ นายท่านจึงให้หมอมาตรวจและเขียนเทียบยาบำรุงให้เจ้าค่ะ”“แล้วอา
Baca selengkapnya
ตอนที่ 8 เลือดขับพิษได้
ทุกเจ็ดวันเว่ยซินเหยียนกับซิ่วอิงจะนำสมุนไพรที่ตากแห้งดีแล้วเข้าไปขายที่โรงหมอในตลาด ซึ่งใช้เวลานั่งเกวียนเทียมวัวประมาณครึ่งชั่วยาม และทุกครั้งที่เข้าไปขายสมุนไพรทั้งสองจะต้องปิดบังใบหน้าด้วยผ้าสี่เหลี่ยมผืนบาง แต่รายได้ก็ไม่ถือว่าดีนัก เพราะขายสมุนไพรครั้งหนึ่งก็ได้ไม่เกินหนึ่งตำลึงนางคำนวณดูแล้วว่าหนึ่งปีน่าจะมีรายรับไม่เกินห้าสิบตำลึง ซึ่งก็พออยู่ได้ แต่ก็ยังตึงมืออยู่ดี และในปีถัดไปอาจจะหาสมุนไพรมาขายได้น้อยลง หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ พวกนางคงหาเงินไม่ทันแน่ แต่เว่ยซินเหยียนก็ยังมีความคิดที่จะหลอมยาขายเช่นเดิม เพียงแต่ในตำราของท่านตาไม่มีหนังสือเล่มไหนที่ระบุเกี่ยวกับการหลอมยาไว้เลย นางสอบถามท่านแม่แล้วแต่นางก็ไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย เพราะท่านตาเองก็ไม่เคยเล่าให้บุตรสาวฟังเช่นกัน แล้วนางจะหาผู้รู้จากที่ใดได้ สตรีทั้งสี่คนใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและเรียบง่ายมาเป็นเวลาสองเดือนแล้ว และตั้งแต่วันที่จ้าวฟางหรูโดนตะขาบกัดพวกนางก็ยังไม่เคยเห็นหน้าอี๋นั่วอีกเลย แต่จ้าวฟางหรูก็ยังให้เว่ยซินเหยียนนำอาหารเย็นไปให้เขาเป็นประจำ โดยที่นางก็ไม่เคยเจอหน้าเขาเช่นกัน เพียงวางอาหารไว้ที
Baca selengkapnya
ตอนที่ 9 โดนงูกะปะกัด
กลับมาถึงบ้านเว่ยซินเหยียนไม่ได้ปิดบังเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตน นางเล่าให้มารดากับแม่นมเตียวฟังทั้งหมด ยังมีซิ่วอิงช่วยยืนยันอีกเสียง สาวใช้ทั้งสองและจ้าวฟางหรูตกใจแล้วตกใจอีกกับความพิเศษในตัวเว่ยซินเหยียน ผู้เป็นมารดาเริ่มเป็นห่วงความปลอดภัยของบุตรสาวขึ้นมาทันควัน เรื่องนี้จะให้คนอื่นรู้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะในแคว้นฉินไม่เคยมีผู้ใดที่เลือดสามารถขับพิษได้ นางกล่าวออกเสียงอ่อนโยนว่า “เหยียนเอ๋อร์ เจ้าสัญญากับแม่ได้หรือไม่ ว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร” ถึงแม้บุตรสาวของนางจะไม่ค่อยได้พบปะผู้คนมากเท่าไร แต่เมื่อยามขึ้นเขาและยามเข้าตลาดเพื่อไปขายสมุนไพรและจับจ่ายใช้สอยก็มักพบผู้คนอยู่เสมอ นางเกรงว่าเว่ยซินเหยียนอาจจะพลาดพลั้งเอาได้ “เจ้าค่ะ ข้าจะไม่บอกใครเป็นอันขาด” นางรับปากเสียงหนักแน่น เรื่องนี้นางรู้ดีว่าถ้าบอกคนอื่น อาจจะนำภัยมาสู่นางกับครอบครัวได้ บุตรสาวรับปากเช่นนั้นจ้าวฟางหรูก็เบาใจไปเปลาะหนึ่ง แต่ลึก ๆ แล้วก็ยังรู้สึกเป็นกังวลอยู่ดี นับจากวันนั้นเว่ยซินเหยียนก็ได้ทำการทดสอบพิษกับร่างกายตนเองเกือบทุกวัน ที่นางสรรหาพิษจากสัตว์หรื
Baca selengkapnya
ตอนที่ 10 ช่วยชีวิต
อี๋นั่วมองนางอย่างเต็มตาแล้วพูดคล้ายจริงคล้ายหยอกว่า “ถึงเจ้าแบกข้าได้จริง แต่ขาข้าก็ลากดินอยู่ดี” เว่ยชินเหยียนก้มลงสำรวจร่างกายตนก็เห็นจะเป็นเช่นนั้น อี๋นั่วพูดต่อว่า “อีกอย่างข้าคงตายก่อนที่เราจะกลับไปถึงหมู่บ้าน” “แล้วท่านลุงจะยอมตายอยู่ที่นี่หรือ” “ข้าไม่มีทางเลือก” อุตส่าห์มีชีวิตรอดคมหอกคมดาบและธนูอาบยาพิษมาได้เกือบสิบเอ็ดปี แต่กลับมาตายเพราะงูพิษกัด แม้เขาพยายามใช้พลังปราณข่มพิษเอาไว้แต่ก็ไร้ผล เขาสูดหายใจเข้าลึกแล้วกล่าวต่อว่า “ข้ารบกวนเจ้าเรื่องหนึ่งได้หรือไม่” “ว่ามาเถิดเจ้าค่ะ” “เจ้าช่วยฝังศพข้าไว้ที่นี่ได้หรือไม่” ร่างของเว่ยซินเหยียนผงะ ปากอ้าตาโต กล่าวออกว่า “ข้าไม่รับปากเจ้าค่ะ ข้าจะต้องหาทางช่วยท่านให้ได้” เขาเคยช่วยชีวิตมารดาของนาง บุญคุณนี้ต้องตอบแทน นางจะมองดูเขาสิ้นใจไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ “เจ้าเด็กดื้อรั้น เจ้าไม่เห็นรึว่าข้ากำลังจะตาย” พูดจบเขาก็เริ่มอาเจียน จมูกมีเลือดกำเดาไหลออกมา ขาข้างที่โดนงูกัดเริ่มบวมแดง ปากแผลมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด ใบหน้าเขาบิดเบี้ยวเพราะปวดแผลมาก ในขณะที่เ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status