Masukผลสุดท้ายของการคัดเลือกผู้ที่จะได้เป็นตัวแทนคณะไปแข่งขันดาวมหาลัยเมื่อไม่เห็นว่าจะมีใครเหมาะไปมากกว่าพริมโรสอีกแล้วทุกคนเหล่านักศึกษาผู้ไม่รู้อิโห่อิเหน่ทั้งชั้นปีก็ช่วยกันยกมือโหวตเลือกหญิงสาวจนได้ มีเสียงหนึ่งก็มีเสียงสองเสียงสามตามมา สุดท้ายแล้วพริมโรสที่ยืนกรานปฏิเสธตำแหน่งดาวคณะมาตั้งแต่แรกก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงเสียงหมู่มากได้อีก ถึงแม้ว่าจะอ้างเฮียครามกับรุ่นพี่ไปแล้วแต่ก็ดูเหมือนรุ่นพี่จะไม่มีอภิสิทธิ์มากพอที่จะต่อต้านคนทั้งคณะได้
และเป็นผลให้เขตครามมีสีหน้าบึ้งตึงไม่สบอารมณ์มาตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ ปัจจุบันบนรถคันหรูของชายหนุ่มพริมโรสได้แต่นั่งทำตัวเจียมเจี๋ยมขั้นสุดเพราะรัศมีที่คนพี่แผ่ออกมานั้นน่าขนลุกจริงๆ จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่มั่นใจว่าคนพี่เป็นอะไรไปกันแน่ จึงคาดเดาเอาเองว่าเขาคงเครียดกับเรื่องงานจึงไม่กล้าก่อกวนหรือกลั่นแกล้งอะไรให้คนพี่ต้องปวดหัวเพิ่ม ภายในรถที่ไร้ซึ่งบทสนทนาตลอดทางอยู่ๆ ชายหนุ่มที่ได้รับฉายาแผ่นเหล็กน้ำแข็งก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นมาก่อน "ทำไม" "คะ?" เขาพูดอะไร อะไรคือทำไม "ทำไมถึงเป็นดาว" เขตครามขยายความ "ก็ไม่ได้อยากเป็นนะคะ แต่สู้เสียงส่วนใหญ่ไม่ได้" พริมโรสพยายามหาข้ออ้างมาแล้วมากมายแต่เสียงของเพื่อนนักศึกษาส่วนมากก็ยังเลือกเธออยู่ดี ขนาดรุ่นพี่ช่วยพูดแล้วทุกคนก็ยังไม่ฟัง และยังหาข้อดีต่างๆ ของเธอมาพูดจนพริมโรสเกือบจะกลายเป็นนางฟ้ามาเกิดอยู่รอมร่อ ต้องบอกว่าพริมโรสนอกจากจะเรียนเก่งมากแล้วยังน่ารักสดใสเป็นกันเองและยังสวยมากอีกด้วย เป็นความสวยที่มีเอกลักษณ์ ไม่ใช่ความสวยที่หาได้ทั่วไปแบบไปที่ไหนก็เจอ แต่เป็นความสวยที่มองแล้วจดจำไม่ลืม สวยจนลืมหายใจ ผิวขาว ตากลมโต ริมฝีปากอวบอิ่ม หุ่นดี ขาเรียวยาว ที่สำคัญแววตาที่สดใสและมีความฉลาดเฉลียวอยู่ในนั้น พริมโรสที่ได้ฟังวาทะศิลป์ของเพื่อนบางคนแล้วถึงกับเคลิ้มตามไปชั่วขณะ แต่สุดท้ายก็ต้องหลุดออกจากภวังค์แล้วเหลือบตามองคนพี่เป็นระยะๆ ก่อนจะทำหน้ามุ่ย! คนพี่น่ะชอบพูดว่าาเธอไม่สวยแถมยังโง่อีก ชิ! "หึ" เขตครามเพียงส่งเสียงในลำคอเท่านั้น ไม่พูดหรืออธิบายอะไรอีกในบทสนทนาที่เขาเป็นคนเริ่มก่อนนี้ ทำเอาพริมโรสสุดแสนจะมึนงงกับความหึ?ของคนพี่ อะไรคือเปิดหัวมาก่อนแต่ถามแค่นี้? "เอ้า!?” อะไรของเขา หรือว่า… พริมโรสทำหน้าทะเล้น ยิ้มกรุ่มกริ่มอย่างคนอารมณ์ดี “หวงหรอคะ” “!!!” คำถามนี้ทำเอาเขตครามตกใจขึ้นมาเล็กน้อยอย่างไม่มีสาเหตุ ก่อนจะทำนิ่งเก็บอาการได้อยู่ “หวงทำไม” คนตัวโตเลิกคิ้วเหลือบตามองใบหน้าเล็กกว่าฝ่ามือของหญิงสาวในขณะที่รถกำลังแล่นไปตามทางด่วนสะพาน “ก็พริมเป็นเด็กเฮีย” พริมโรสพูดอย่างมั่นใจ “ตอนไหน" ชายหนุ่มเลิกคิ้วอีกครั้งเป็นคำถามแววตามีความสนุกสนานปนอยู่ มุมปากหนากระตุกยิ้มจางๆ ทำให้พริมโรสเริ่มไม่แน่ใจ "…ก็เมื่อตอนเย็นเฮียบอกว่าพริมเป็นเด็กเฮีย?" พริมโรสมองหน้าเขตครามและเต็มไปด้วยคำถามและความไม่แน่ใจ "ฉันบอกกับเธอว่ายังไง" เขตครามให้หญิงสาวทวนประโยคให้ฟังและพริมโรสเองก็เข้าใจดีจึงพูดให้คนพี่ฟังอีกครั้ง "เฮียบอกว่า เฮียรู้มาตลอดว่าพริมเป็นเด็กเฮีย" ถึงตอนนี้หัวใจดวงน้อยที่เคยชุ่มฉ่ำเริ่มไม่มั่นใจและกำลังจะแห้งเหี่ยว "เธอก็รู้ว่าฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น" …ใช่ เธอรู้ดีเพียงแต่แค่ตั้งใจทึกทักเอาเองเพื่อสร้างความสุขเล็กๆ ก็เท่านั้น คนพี่ก็แค่กลั่นแกล้งเธออย่างทุกที เพราะคนพี่ขยันให้ความหวังแบบนี้เธอเลยไปไหนไม่รอดสักที "…ค่ะ พริมแค่หยอกเล่น เฮียจะมาหวงพริมทำไมเฮียไม่ได้ชอบพริมสักหน่อย” พริมโรสเสียงอ่อนลงๆ ทุกที ท่าทางหงอยๆ ของคนตัวเล็กทำเอาเขตครามนึกอยากแกล้งเธออีกแล้ว ไม่รู้ทำไมถึงได้ชอบแกล้งเธอนักก็ไม่รู้ "โง่น้อยกว่านี้อีกหน่อยสิ เผื่อฉันจะรับพิจารณา" "…." พริมโรสถึงกับหมดคำพูดได้แต่ใช้สายตาตัดพ้อคนพี่อย่างขอความเห็นใจ ก่อนจะทำหน้าคิดหนัก "ขอเงื่อนไขที่ง่ายกว่านี้หน่อยได้มั้ย ให้โง่น้อยหน่อย? คนฉลาดอย่างพริมทำไม่ได้หรอกค่ะ" พริมโรสตอบอย่างมั่นใจและมั่นหน้าด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็นการเป็นงาน ประโยคสุดท้ายเธอทำเสียงหงอยลงหน่อยเพื่อยืนยันว่าทำไม่ได้จริงๆ ทำเอาเขตครามถึงกับอึ้งค้างไปเลย ก่อนที่ต่อมาชายหนุ่มจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน "หึหึ ฮ่าๆๆๆ" ท่าทางแบบนั้นของเธอแทนที่เขตครามจะเห็นใจเขากลับหัวเราะออกมาเสียอย่างนั้น ซึ่งมันแทบจะไม่เกิดขึ้นเลยกับชายหนุ่มที่ชื่อว่าเขตครามพริมโรสที่เลิกเรียนเร็วว่าปกติเดินออกมาจากอาคารด้วยความรู้สึกที่หมดพลังงาน เหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจอยากจะกลับไปล้มตัวนอนลงบนเตียงแล้วปล่อยปลดความอึดอัดอยู่ในอกตลอดทั้งวัน ด้วยการร้องไห้"มึง" ใบหม่อนรีบสะกิดเพื่อนหลายๆ ทีให้หันไปดูหน้าตึกคณะแถวบริเวณประตูหนึ่ง ซึ่งวันนี้เธอกับเพื่อนเดินออกมาจากประตูสามเพราะก่อนหน้านี้อาจารย์ให้ช่วยยกของ"อือ" พริมโรสหันไปดูตามที่เพื่อนบอกก็เห็นชายหนุ่มในชุดลำลองธรรมดาที่ดูดีจนโดดเด่นท่ามกลางฝูงชนมากมายที่กำลังเดินขวักไขว่"จะเข้าไปมั้ย" ใบหม่อนถามพริมโรสที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม"เขาไม่ได้มารับกูมั้ง ขนาดข้อความยังไม่คิดจะตอบเลยด้วยซ้ำเขาจะมารับกูได้ยังไง" ถึงพริมโรสจะพูดออกไปแบบนั้นแต่ที่จริงเธอก็รู้อยู่ในใจลึกๆ ว่าคนพี่อาจจะมารอรับเธอจริงๆ แต่เพราะความรู้สึกที่ไม่ดีมาตลอดทั้งวันทำให้พริมโรสไม่พร้อมที่จะพบหน้าคนพี่และฟังอะไรในตอนนี้"ไม่ได้มารับมึงแล้วจะมารับใคร" ใบหม่อนมองเพื่อนที่พูดตัดพ้อตัวเองด้วยความเป็นห่วง"แฟนเขามั้ง กูจะรู้หรอไปกันเถอะ" พริมโรสยอมรับว่าตอนนี้ตัวเองกำลังงี่เง่าอยู่ แต่เธอยังไม่พร้อมจะคุยกับเขาตอนนี้จริงๆ"ไม่เข้าไปแบบนี้จ
วันต่อมาพริมโรสไปมหาลัยโดยมีเขตครามไปส่ง แต่ที่น่าแปลกคือตลอดทั้งวันไม่มีข้อความตอบกลับจากคนพี่เลยแม้แต่ข้อความเดียว“เป็นอะไรนั่งจ้องโทรศัพท์ทั้งวัน” ใบหม่อนเอ่ยถามเพื่อนสาวในขณะที่ตัวเธอก็นั่งไถ่มือถือไม่ต่างกัน แต่ต่างตรงที่เธอไม่ได้นั่งทำหน้ายุ่งเหมือนเพื่อนสนิทอย่างพริมโรส“เปล่าหรอก” ก็แค่รอข้อความของใครบางคนที่หายไปทั้งวัน ไม่อ่านไม่ตอบหายเงียบกริบ“ก็เห็นจ้องทั้งวัน จ้องจนทะลุแล้วนั่น""ก็เฮียครามน่ะสิ หายไปเลยไม่ตอบอะไรสักอย่าง” พริมโรสบ่นอุบอิบ ใบหน้าสวยงอง้ำเหมือนปลาทูคอหักตลอดวัน“….” ใบหม่อนที่กำลังจะพูดอะไรหุบปากฉับเมื่อมือดันเลื่อนไปเจอโพสต์บางโพสต์ที่บังเอิญขึ้นหน้าฟีดมา“มึง…” ใบหม่อนหน้าซีดเผือด ลังเลว่าควรจะบอกเพื่อนดีหรือไม่ “มีอะไรหรอ” พริมโรสเงยหน้าจากมือถือ มองเพื่อนที่จู่ๆ หน้าเสียอย่างงุนงง“นี่…" ใบหม่อนตัดสินใจยื่นให้เพื่อนดูด้วยตัวเอง สุดท้ายแล้วยังไงพริมโรสก็ต้องเห็นแน่ๆ พริมโรสรับไปดูด้วยความรู้สึกหวิวในอก เมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอดวงตากลมโตก็สั่นไหวอย่างรุนแรง“คนนี้ใครหรอ…" พริมโรสเอ่ยถามใบหม่อนที่มีศักดิ์เป็นญาติของเขตครามเสียงเบา ก้อนแข็งๆ ถ
...…."เฮียคราม พี่เนวิน?” เสียงหวานใสที่ดังมาจากหน้าประตูทางออกสตูเรียกความสนใจของทั้งสองให้หันกลับไปมองเป็นตาเดียว“เสร็จแล้วหรอ” เขตครามเขี่ยบุหรี่ในมือก่อนจะโยนทิ้งลงในถังขยะอย่างเป็นระเบียบ“ค่ะ” พริมโรสพยักหน้า กลิ่นบุหรี่และควันจางบุหรี่ยังคงไม่จางหายไปเท่าไหร่ ทำให้พริมโรสเผลอกลั้นลมหายใจของเธอ“ฉันมารับ” เขตครามเดินเข้ามาหาคนตัวเล็กที่ยืนรออยู่“อ้อค่ะ งั้นพริมขอตัวก่อนนะคะพี่เนวิน สวัสดีดีค่ะ” หญิงสาวยิ้มหวานให้กับเขตครามก่อนจะหันไปบอกลาเนวินอย่างมีมารยาท“ให้เฮียไปส่งมั้ย “เนวินรีบเสนอตัว"ไม่ต้องเสือก" เขตครามโอบไหล่บางของพริมโรสเอาไว้ ตอบกลับแทนคนน้องเสียงเย็นเยือก"…." พริมโรสกระพริบตาปริบๆ มองสลับคนสองคนที่กำลังทำสงครามทางสายตากันด้วยความรู้สึกมึนงง"ไป" เขตครามดันหลังบางให้เดินนำไปก่อนโดยมีเขาเดินตามไป ชายหนุ่มใช้ร่างกายที่สูงใหญ่ของตนเองบดบังสายตาของผู้ชายอีกคนที่กำลังจ้องมองแผ่นหลังตนราวกับกำลังจะมองให้ทะลุไปถึงข้างหน้า….หลังจากที่รถยนต์คันหรูวิ่งอยู่บนท้องถนนที่เต็มไปด้วยการจราจรที่ติดขัด ระหว่างทางบรรยายกาศในรถเงียบงันไร้เสียงพูดคุยอย่างทุกที"เป็นอะไรคะ" จนกร
สามสิบนาทีต่อมาหลังจากที่พริมโรสเข้าสตูหลังจากถ่ายภาพโปสเตอร์อันแรกไปรุ่นพี่ต่างคณะที่เป็นตากล้องในครั้งนี้ก็ให้พักเบรคช่วงแรกพริมโรสก็เดินไปนั่งให้เหล่าพี่ๆ ช่างแต่งหน้าซับเหงื่อเติมหน้าให้อย่างคุ้นชิน เธอเคยชินแล้วที่โดนผู้คนรุมล้อมจัดการกับใบหน้านี้หลังจากการประกวดครั้งที่แล้ว “น้องพริมเหนื่อยมั้ยครับ” น้ำหวานเย็นๆ ถูกยื่นมาตรงหน้าของพริมโรสโดยเจ้าของเสียงทุ้มนุ่ม ชายหนุ่มผู้มาใหม่ เขายังคงมีรอยยิ้มไว้บนใบหน้าอยู่เสมอทุกครั้งที่คุยกับเธอ เป็นรอยยิ้มที่เขาพยายามอย่างมากที่จะรักษามันเพราะก่อนหน้านี้พึ่งบังเอิญสวนทางกับเขตครามที่ลานจอดรถของคณะทั้งสองมีการปะทะคารมณ์กันจนเกือบจะลงไม้ลงมืออยู่เล็กน้อย เป็นผลให้เนวินอารมณ์เสียจนถึงตอนนี้ แต่พริมโรสไม่ได้รับรู้เรื่องเหล่านี้เลยสักนิด เธอก็ยังเป็นเธอที่พยายามรักษาระยะห่างกับผู้ชายทุกคนเพื่อให้เกียรติคนที่ตัวเองตามจีบอยู่ตอนนี้ แต่แน่นอนว่าเธอจะไม่ปิดกั้นตัวเองจากสิ่งที่ดีกว่าหากสิ่งนั้นทำให้เธอมีความสุขอย่างแท้จริง ยอมรับว่าทุกวันนี้มีความสุขที่ได้ตามจีบเขตคราม แต่ก็มีบางครั้งที่รู้สึกนอยด์เพราะรู้สึกเหมือนโดนกั๊กไว้“ไม่ค่อยเหนื่อยเท่า
14:30น.“วันนี้พริมมีถ่ายภาพโปรโมทมหาลัยนะคะ เสียดายจังไปเฝ้าเฮียไม่ได้” พริมโรสที่เรียนเสร็จเร็วในวันนี้เพราะถูกยกคลาสไปก่อนทักข้อความส่งไปหาเขตครามโดยไม่คิดว่าจะได้รับการตอบกลับอะไร“….” พอเห็นว่าข้อความที่พึ่งส่งไปขึ้นเครื่องหมายว่าอ่านแล้วก็เอียงหน้าอย่างสงสัย “ไม่ต้องมา" ยิ่งเห็นข้อความที่คนพี่ตอบกลับมาจากใบหน้าสงสัยก็กลายเป็นงอง้ำทันทีเธอรีบพิมพ์กลับไป "ไม่คิดถึงพริมหรอคะ""ไม่" คนพี่ก็ตอบกลับมาทันทีเช่นกัน"ชิ" เย็นชาอะไรขนาดนี้นะ พอรู้ว่าคำหวานคงไม่มีทางได้จากผู้ชายที่ชื่อเขตครามแล้วเธอจึงเอ่ยถึงสิ่งที่ต้องการ “ว่างมั้ยคะ""อืม" ชายหนุ่มตอบสั้นๆ แต่ก็เข้าใจ"ไปส่งพริมหน่อยซรี้~" พริมโรสพิมพ์ตอบกลับไป เธอใส่ฟิลเตอร์ใส่อินเนอร์ลงไปในข้อความราวกับว่าตอนนี้เธอกำลังส่งสายตาปริบๆ ให้เขาอยู่"อืม” อ่านแล้วเงียบไปสักพักจนพริมโรสใจเสียเขตครามก็ตอบกลับไป“วันนี้มีพี่คนหนึ่งมาชวนพริมไปค่ายอาสาด้วยนะคะ” พริมโรสรีบพิมพ์ตอบกลับ เธออยากเล่าให้คนพี่ฟังเผื่อเขาจะเผลอหึงหวงเธอออกมาบ้าง ถ้าหึงหวงแสดงว่ารู้สึกกับเธอเหมือนกันใช่มั้ยไม่นานจากแค่พิมพ์คุยคนพี่ก็โทรเข้ามาแทน คำแรกที่เขาพูดก็คือ“ไอ้
“สวัสดีดีค่ะพี่เนวิน” สองสาวยกมือไหว้ทักทายรุ่นพี่พร้อมกัน “ครับ น้องๆ กำลังคุยกันเรื่องค่ายอาสาใช่มั้ย พอดีเลยนะเฮียก็จะมาชวนไปค่ายเหมือนกัน” เนวินนั่งลงถัดจากพริมโรสโดยไม่เอ่ยปากถามก่อน หญิงสาวจำต้องแอบขยับออกมาหน่อยเพื่อรักษาระยะห่าง“ชวนไป?” พริมโรสสงสัย ทำไมเขาถึงมาชวนเธอ“เฮียได้ยินมาว่าคณะแพทย์ต้องเก็บชั่วโมงจิตอาสาใช่มั้ย โดยเฉพาะนักศึกษาทุน” เนวินสืบเรื่องราวของพริมโรสมาหมดแล้วในคืนเดียวเขาก็ได้ข้อมูลเธอทุกอย่าง“ค่ะ" พริมโรสพยักหน้ายอมรับ เหตุผลที่เธอเป็นนักศึกษาทุนไม่มีอะไรเลยนอกจากตอนนั้นที่สมัครสอบมา งอนกับที่บ้านอยู่กลัวไม่มีตังค์เรียนเลยสอบชิงทุนไปด้วยเลย เทอมหน้าเธอกะว่าจะไปสละทุนอยู่เพราะอยากให้คนที่ต้องการจริงๆ มากกว่าได้รับโอกาสตรงนี้ไป"ไปค่ายนี้กับเฮี…เอ่อออ พวกเฮียสิ เป็นค่ายจิตอาสาช่วยเหลือน้ำท่วมนะ ได้ชั่วโมงตั้ง60ชั่วโมงเลยนะ" ชายหนุ่มพยายามตีสนิทด้วยท่าทางรุ่นพี่ใจดีให้คนตัวเล็กข้างกายเชื่อใจก่อน ซึ่งพริมโรสที่สนใจค่ายนี้อยู่ก่อนหน้าที่คุยกับเพื่อนแล้วก็เอ่ยถามทันที เธอต้องการรายละเอียดมากกว่าที่รู้อยู่ แต่ถามว่าจะไปกับพี่เขามั้ย? แน่นอนว่าไปค่ายยังไงก็ต้อง







