LOGINในตอนนั้นจ้าวหยุนปิงพาเหมยอิงออกไปโดยไม่อธิบายสิ่งใดให้หยางจื่อหลงฟัง เขาเพียงต้องการสะสางเรื่องราวระหว่างเขาและนางให้เรียบร้อย เพื่อที่จะกลับมาหาอีกฝ่ายเพราะคิดไว้ว่าอีกคนคงนั่งรอเขา แต่เมื่อกลับมาเขาก็พบเพียงโต๊ะว่างเปล่าไร้ซึ่งบุคคลที่เขาคาดหวังว่าจะรอ เหลือทิ้งไว้เพียงไหสุราที่จำนวนเพิ่มขึ้นเท่านั้น
คราแรกจ้าวหยุนปิงเข้าใจว่าหยางจื่อหลงอาจจะรอนานและกลับไปก่อน แต่ไม่คิดว่าจะได้ยินเสี่ยวเอ้อบอกว่าแม่ทัพเลือดโอบกอดสตรีนางหนึ่งกลับจวนไปด้วย
“หึ เจ้าเล่าคุยกับคนรักเสร็จแล้วหรือ เหตุใดจึงมาอยู่ที่จวนข้ากันมิใช่ว่าต้องอยู่กับนางหรอกหรือ”
“นางมิใช่คนรักของข้า” จ้าวหยุนปิงปฏิเสธทันที
“นางบอกว่าเป็นคู่หมายกับเจ้ายังปฏิเสธว่ามิใช่คนรักหรือ” หยางจื่อหลงขึ้นเสียง เขาไม่เคยรู้สึกไม่พอใจขนาดนี้มาก่อน แม้หลายครั้งที่พบจ้าวหยุนปิงจะมีบ้างที่อารมณ์เสียบ้าง แต่ก็ไม่เหมือนเช่นวันนี้ “เจ้ามาขอเป็นฮูหยินข้าเพราะเหตุใดกัน ในเมื่อเจ้าเองก็กำลังจะมีฮูหยิน”
จ้าวหยุนปิงได้ยินอีกฝ่ายพูดออกมาก็ถึงกับพูดไม่ออก เขาไม่คิดว่า หยางจื่อหลงจะเข้าใจไปเช่นนั้น นั่นเพราะเขาไม่ได้อธิบายสิ่งใดให้อีกฝ่ายเข้าใจ แต่น่าแปลกอาการของอีกฝ่ายกลับทำให้เขารู้สึกดี
“ท่านหึงข้าหรือ”
“…” หยางจื่อหลงไม่เข้าใจที่จ้าวหยุนปิงพูดแม้แต่น้อย ได้แต่ทำหน้าบึ้งตึงไม่ต่างจากเดิม
“ท่านไม่ชอบใจที่ข้าไปกับนาง ข้าจะไม่ทำอีกเพราะนางไม่ใช่คนรักของข้า ข้าปฏิเสธนางไปแล้วเรื่องหมั้นหมายบิดาข้าและท่านพ่อของนางตกลงกันไว้ และข้าเองก็ไม่ต้องการแต่งงานกับนางเช่นกัน นางเป็นเพียงน้องสาวข้าเท่านั้น แต่…” จ้าวหยุนปิงอธิบายสั้น ๆ ให้อีกฝ่ายเข้าใจได้ง่าย ๆ เรื่องราวของเขาไม่มีสิ่งใดซับซ้อน
ทว่าตอนท้ายกลับทำให้แม่ทัพเลือดต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเพิ่มขึ้นอีก จึงได้แต่เงียบฟังว่าจ้าวหยุนปิงจะพูดสิ่งใดต่อจากนั้น
“แต่ที่ท่านพาสตรีกลับมาด้วยนั้น ข้าเองก็ไม่ชอบใจนัก” ทันทีที่พูดจบ จู่ ๆ หยางจื่อหลงก็เริ่มรู้สึกแปลก ๆ ครั้นรู้สึกตัวก็คล้ายว่าร่างกายของเขาเริ่มซวนเซอีกครั้ง เป็นผลให้จ้าวหยุนปิงต้องเข้ามาประคองร่างแม่ทัพเอาไว้
“ข้ามึนหัว” ทันทีที่นั่งลงบนเตียงกว้าง หยางจื่อหลงพยายามสะบัดศีรษะขับไล่ความมึนงงออกไป ทว่ามันกลับไม่เป็นผล
“ไม่แปลกที่ท่านจะมีอาการเช่นนั้น เพราะข้าแอบจุดกำยานเอาไว้” จ้าวหยุนปิงเฉลย ก่อนหน้านั้นเขาจุดกำยานเอาไว้ก่อนเข้ามาในห้อง โดยถือมาพร้อมกับตะเกียงในมือ กลิ่นของกำยานเป็นกลิ่นที่อีกฝ่ายชอบ และนั่นคงทำให้แม่ทัพเลือดไม่ทันได้รู้สึกตัวว่าสูดดมสิ่งใดเข้าไป “อย่าได้กังวลกำยานของข้าไม่มีพิษ เพียงแต่…ท่านต้องชดใช้ที่ทำให้ข้าต้องเป็นห่วงท่านก็เท่านั้น”
จ้าวหยุนปิงเดินกลับไปปิดประตูลงกลอนให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินไปยังเตียงนอนที่ยามนี้มีร่างของแม่ทัพเลือดนอนหอบหายใจไม่เป็นจังหวะอยู่บนนั้น ใบหน้าหล่อเหลาได้ยินสิ่งที่จ้าวหยุนปิงบอกก็จ้องใบหน้างดงามอย่างโกรธเคือง แต่ทว่าก็ไม่อาจควบคุมตนเองได้
“เจ้าให้นางจับต้องส่วนใดบ้าง” จ้าวหยุนปิงเอ่ยถาม พร้อมกับผลักร่างกายกำยำของแม่ทัพให้นอนลง ก่อนจะใช้ร่างตนเองคร่อมทับไว้ไม่ให้อีกฝ่ายมีโอกาสหลีกหนี
“เจ้าจะทำอันใด ยะ…อย่า”
จ้าวหยุนปิงไม่เพียงแต่ไม่ฟัง อีกทั้งยังไม่ยอมหยุดมือ
“ตรงนี้นางสัมผัสท่านหรือไม่” มือเรียวลูบไล้ไปตามแผงอกกำยำ หน้าท้องแบนราบเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อมัดแน่น จ้าวหยุนปิงจงใจลากนิ้วมือพาดผ่านเม็ดนุ่มนูนบนยอดอกจนกระทั่งแข็งนูน ปลายนิ้วลูบไล้วนไปวนมาจนคนใต้ร่างต้องสะกดกลั้นความต้องการเอาไว้ด้วยการขบเม้มปากตนเองจนห้อเลือด
“ท่านชอบให้ข้าทำเช่นนี้หรือ” จ้าวหยุนปิงรู้สึกถึงส่วนอ่อนไหวที่ขยับขยายอยู่ภายใต้ร่างของเขา มิใช่ของเขา แต่เป็นของแม่ทัพหยางผู้นี้ด้วย ใบหน้างดงามยิ้มกริ่มพึงพอใจที่สามารถทำให้อีกฝ่ายชอบใจได้ แม้ว่า หยางจื่อหลงจะไม่ได้เอ่ยตอบ
“อย่า…จับ” หยางจื่อหลงเอ่ยห้ามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ตอนที่ จ้าวหยุนปิงเคลื่อนมือมากอบกุมส่วนอ่อนไหวที่กำลังชูชัน พลันความรู้สึกยามที่ช่วยตนเองปลดปล่อยก็เกิดความกังวลขึ้น เขาไม่อยากให้จ้าวหยุนปิงรับรู้ว่าตนเองผิดปกติในสิ่งใด มือหนาหมายจะปัดป้อง ทว่ากลับอ่อนแรงเพราะฤทธิ์ของกำยานที่สูดดมเข้าไป อีกทั้งฤทธิ์ของสุราก็ยังทำให้มึนงงอยู่บ้างหลายส่วน
มือเรียวรูดรั้งส่วนอ่อนไหวที่แข็งร้อนจนรู้สึกได้ว่าแม่ทัพหยางพร้อมที่จะปลดปล่อยความสุขสมออกมาอย่างเต็มเปี่ยม น้ำสีใสส่วนปลายไหลหยาดเยิ้มจนเกิดเสียงเฉอะแฉะในยามที่รูดรั้ง ทว่าอีกฝ่ายกลับพยายามอดกลั้นเอาไว้ไม่ผ่อนคลายดังที่ควรจะเป็น
“ผ่อนคลายเถิด ท่านอัดอั้นไว้เช่นนี้ไม่อาจทำให้ท่านสุขสมได้ เชื่อใจข้า” ทันทีที่พูดจบ แม่ทัพเลือดก็รู้สึกเหมือนถูกของแหลมบางอย่างทิ่มลงตรงส่วนของหน้าท้องเบา ๆ ทว่านั่นเป็นเพียงความรู้สึกชั่ววูบเท่านั้น
ใบหน้าหล่อเหลาจ้องมองดวงตาของคนตรงหน้า ในแววตานั้นเขาไม่ได้รู้สึกถึงการกลั่นแกล้งจากอีกฝ่ายแต่อย่างใด นั่นทำให้แม่ทัพเลือดรู้สึกคลายกังวลลงไปบ้าง มือเรียวยังคงรูดรั้งเบา ๆ เป็นจังหวะก่อนจะรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่ผ่อนคลายของแม่ทัพหยาง จ้าวหยุนปิงจึงเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น จนในที่สุด น้ำขาวขุ่นก็ถูกปลดปล่อยออกจากส่วนปลาย พร้อมทั้งยังกระตุกเบา ๆ ในมือของเขา
“ท่านเป็นอันใด” จ้าวหยุนปิงเอ่นถามทันทีที่อีกฝ่ายหันกลับมาเผชิญหน้า ใบหน้าหล่อเหลายามนี้ดูบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด แม้ในใจของ จ้าวหยุนปิงจะโกรธอีกฝ่าย แต่ก็ใช่ว่าเขาไม่มีเหตุผล “เจ้าช่วยงานเหยียนเต๋อเสร็จแล้วหรือไม่ เช่นนั้นก็กลับจวน” “ข้ากำลังถามท่านอยู่ว่าท่านเป็นอันใด เหตุใดจึงทำเสียมารยาทเมื่อครู่” จ้าวหยุนปิงเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง ทว่าคนถูกถามกลับยืนนิ่งเบี่ยงใบหน้าหลบไม่กล้าสบตา นั่นจึงทำให้จ้าวหยุนปิงเริ่มที่จะโมโหขึ้นด้วยเช่นกัน “หากท่านไม่ตอบข้าก็ไม่กลับ” “ตามใจเจ้า” ทว่าหนนี้หยางจื่อหลงกลับพูดออกมาอย่างแผ่งเบา ก่อนจะเดินออกจากห้องไปทิ้งให้จ้าวหยุนปิงที่กำลังโมโหเหลือไว้เพียงความงุนงงแทน ค่ำคืนดึกสงัดจวนตระกูลหยางยังเป็นสถานที่ที่เงียบเฉียบและปลอดภัยที่สุด เจ้าของจวนอย่างหยางจื่อหลงกลับมาเพียงลำพังผิดกับตอนออกไปลิบลับ ร่างหนาค่อย ๆ ลงจากม้าส่งม้าให้กับทหารที่เข้ามารับ ก่อนจะเดินกลับเข้าจวนด้วยใบหน้าหม่นหมอง เขาทิ้งฮูหยินของตนเองไว้ที่โรงน้ำชา และหนีกลับมาอย่างไม่รีรอนั่นเพราะเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงเกิดความไม่พอ
หยางจื่อหลงเดิมตามเสี่ยวอ้อไปยังที่นั่งรับรองพร้อมด้วยรองแม่ทัพคู่กายอย่างจิ้นเหอ ตลอดเวลาที่นั่งรอแขกในโรงน้ำชาบางคนเป็นถึงขุนนางมีชื่อเสียง เมื่อเห็นแม่ทัพเลือดก็อดไม่ได้ที่จะเข้ามาทักทาย “ท่านแม่ทัพหยางมาชมสาวงามด้วยหรือ” แม่ทัพหยางปรายตามองชายอ้วนท้วนที่เข้ามาทักตน เขาจำไม่ได้ว่าใครอาจจะเป็นขุนนางตำแหน่งเล็ก ๆ ใบหน้าหล่อเหลาเพียงแค่พยักหน้าตอบแล้วก็หันกลับมามองตรงด้านหน้าอีกครั้ง รอว่าเมื่อไหร่สาวงามที่ว่าจะออกมาเสียที “ท่านแม่ทัพหยางแต่งฮูหยินของจวนแล้ว มาเที่ยวชมสตรีอื่นเช่นนี้ มิกลัวฮูหยินน้อยใจหรือ” พูดจบชายร่างท้วมก็หัวเราะออกมาอย่างน่าเกลียด รองแม่ทัพจิ้งเหอหมายจะลุกไปจัดการเมื่อรับรู้ได้ว่าท่านแม่ทัพไม่พึงพอใจนัก ทว่าจู่ ๆ แขกในโรงน้ำชาก็เงียบลง เป็นเวลาเดียวกับที่สาวงามที่ทุกคนรอคอยกำลังก้าวเดินออกมาจากหลังม่าน จ้าวหยุนปิงบุรุษในชุดสตรีสีฟ้าอ่อน ใบหน้างดงามถูกปกปิดด้วยผ้าผืนบางอีกเช่นเคย ริมฝีปากถูกแต่งแต้มด้วยสีชาดแดงระเรื่อชวนให้มอง แม้นจะมองเห็นไม่ชัดเจน ทว่าผู้คนต่างรู้ดีว่าภายใต้ผ้าผืนนั้นสตรีตรงหน้านี้งดงามหาผู้ใดเทียม
แสงตะวันถูกแทนที่ด้วยแสงจันทรา ฮูหยินตระกูลหยางกำลังนั่งชงชาในที่ประจำของเขา โดยมีสามีตามธรรมเนียมนั่งอยู่ข้างด้านหน้าเช่นเดิม มือเรียวยื่นถ้วยชาให้สามีเป็นรอบที่สามแล้ว หยางจื่อหลงก็ยินดีที่จะรับถ้วยชามาดื่มอย่างไม่ติดขัด ถึงแม้มือหนาจะรับถ้วยน้ำชาด้วยความยินดี ทว่าใบหน้าหล่อเหลากลับฉายแววไม่พึงพอใจ ผิดกลับจ้าวหยุนปิงที่ยังคงยิ้มแย้มเหมือนดั่งว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น “เจ้าจะไปจริงหรือ” ผู้เป็นสามีตามธรรมเนียมเอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่พอใจเมื่อเช้าเหยียนเต๋อมาพบจ้าวหยุนปิงที่จวนและขอร้องให้ฮูหยินของตระกูลหยางไปช่วยงานที่โรงน้ำชาในค่ำนี้ เพราะเหตุว่าโรงน้ำชาเงียบเหงา สาวงามที่คอยดีดฉินเรียกแขกยามนี้หายไป อีกทั้งเวลานี้โรงน้ำชาที่เปิดใหม่ไม่ไกลนักสามารถเรียกแขกได้ดีกว่าโรงน้ำชาของเยียนเต๋อ ทำให้คุณชายเหยียนถึงกับต้องบากหน้ามาขอความช่วยเหลือจากสหายสนิทถึงจวน แม้จ้าวหยุนปิงจะปฏิเสธไปแล้วก็ตาม หากแต่เหยียนเต๋อกลับตัดพ้อเสียจนฮูหยินตระกูลหยางลำคาญใจ จึงตกปากรับคำอย่างเสียไม่ได้ ครั้นเมื่อสามีตามธรรมเนียมกลับมา หน้าที่ของภรรยาตามธรรมเนียมคือต้องรายงานสามีเสียก่อน หากแต่แม่ทั
“ท่านมีสิ่งใดในใจหรือ ข้าพอจะช่วยได้หรือไม่” แม่ทัพหยางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยสบตากับจ้าวหยุนปิง ก่อนจะหลบสายตาอีกครั้ง จ้าวหยุนปิงไม่ได้เร่งเร้าเพราะคิดว่าเรื่องที่อีกฝ่ายจะพูดอาจเป็นเรื่องที่ยากจะเอ่ย เขาจึงนั่งเงียบ ๆ เพื่อรอฟัง ลมหายใจถูกพ่นออกมาครั้งที่เท่าไหร่ไม่สามารถนับได้ หยางจื่อหลงสงบจิตใจลงบางส่วนแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นสบตาอย่างไม่ปิดบังอย่างครั้งที่แล้ว ดวงตาแน่วแน่ “หลังจากนี้เจ้าจะทำเช่นไร” คนที่นั่งรอเสียตั้งนานเกิดอาการงุนงง จ้าวหยุนปิงไม่เข้าใจความหมายที่แม่ทัพหยางจะสื่อ “ทำ? อันใดหรือ?” ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากัน หยางจื่อหลงเกิดอาการประหม่า ก่อนจะทบทวนว่าเมื่อครู่คำถามที่เอ่ยไปอาจจะไม่ชัดเจน ดังนั้นเขาจึงถามอีกครั้ง “ข้าหมายถึงเรื่องที่เจ้าเป็นฮูหยิน” เรื่องราวระหว่างเขาและจ้าวหยุนปิง ที่อีกฝ่ายขอให้เขาแต่งงานเพื่อรับเป็นฮูหยินนั้น เหตุผลก็เพียงเพราะจ้าวหยุนปิงไม่ต้องการแต่งงานกับคุณหนูเหมยอิง ทว่ายามนี้นางได้แต่งเป็นฮูหยินจวนคหบดีไปเรียบร้อยแล้ว หยางจื่อหลงคิดเรื่องนี้มาหลายวันอีกทั้งยังเรื่องโ
ใบหน้างดงามซบอยู่กับอกแกร่ง สูดดมกลิ่นหอมของผู้เป็นสามีตามธรรมเนียมอย่างชอบใจ แม้นเนื้อตัวของแม่ทัพหยางยามนี้จะเต็มไปด้วยเหงื่อจนชุ่มกายก็ตามที มือเรียวยกขึ้นคล้องคออย่างที่อีกฝ่ายทำตอนที่เขาอุ้มอย่างไม่คิดขัดเขิน ตั้งแต่เรื่องราวในกระโจมจบลงด้วยการจับผู้อยู่เบื้องหลังกองกำลังของคนเถื่อน จ้าวหยุนปิงที่โดนมีดของแม่ทัพเฉินอี้ปักเข้าที่หัวไหล่พร้อมกับถูกพิษด้วยนั้น ทำเอาแม่ทัพหยางถึงกับใจเสียเมื่อต้องเห็นฮูหยินของตนเองหมดสติไปต่อหน้า ทว่าเรื่องทั้งหมดกลับไม่เป็นเช่นนั้น จ้าวหยุนปิงที่หมดสติเพราะถูกพิษกลับเป็นเพียงแค่การแสดงของอีกฝ่าย แผนการทั้งหมดถูกวางแผนไว้เป็นอย่างดีไม่มีผิดพลาด หากจะพลาดอย่างเดียวก็คงตอนที่แม่ทัพเลือดไว้ใจแม่ทัพเฉินอี้มากเกินไปเท่านั้น จ้าวหยุนปิงร่วมมือวางแผนกับสามีของตนเอง สตรีที่มาพร้อมกับแม่ทัพหยางในคืนนั้นช่างบังเอิญเสียจริงที่พวกนางทำบางอย่างตกไว้ในกระโจม และเป็นไปดังที่คาดไว้สิ่งที่พวกนางนำมานั้นคือยาพิษ จ้าวหยุนปิงวางแผนใช้ตนเองเป็นเหยื่อล่อ และก็เป็นไปตามที่คิดแม่ทัพเฉินอี้เดินตามแผนการอย่างง่ายดาย เพราะคิดว่าจ้าวหยุนปิงที่เป็นฮูหยิ
“ไม่คิดว่าฮูหยินของแม่ทัพหยางจะปากกล้ามิใช่น้อย” “เจ้าอยากฟังมากกว่านี้ไหมเล่า ข้าช่วยสงเคราะห์เจ้าได้”“ฮ่า…อยากพูดอันใดก็แล้วแต่เจ้าเถิด สามีเจ้ามาเมื่อใดทั้งเจ้าและแม่ทัพหยางจะไม่มีโอกาสได้พูดอีก” มือสองข้างที่ถูกมัดไว้ด้านหลังกำแน่น จ้าวหยุนปิงแค้นเคืองอย่างมากแต่มีหรือที่เขาจะยอมให้อีกฝ่ายทำอันใดสามีตามธรรมเนียมของเขา กว่าเจ้าตัวจะยอมรับเขาเป็นฮูหยินนั้นยากเย็นเสียเหลือเกิน หากทุกอย่างที่เขาเพียรทำลงไปต้องจบลงเพียงเพราะคนชั่วช้าเช่นนี้ ก็อย่าได้เอ่ยชื่อว่า จ้าวหยุนปิงอีกเด็ดขาด ชายหนุ่มนึกในใจแม้ว่าตอนนี้จะทำได้เพียงนั่งนิ่ง ๆ ก็ตามที“เจ้าก็แค่แม่ทัพหรือไม่ก็ทหารปลายแถวที่ไร้ความสามารถ มิเช่นนั้นเจ้าคงมิต้องใช้วิธีต่ำช้าเลวทรามเช่นนี้หรอก”“นกที่ตื่นเช้าย่อมจับหนอนได้ก่อนเจ้ามิรู้หรือ ข้าก็แค่ชิงลงมือก่อนที่แม่ทัพหยางจะรู้ตัวก็เท่านั้น” “เจ้าเป็นได้แค่ตั๊กแตนจับจักจั่นเท่านั้น หารู้ไม่ว่าข้างหลังยังมีนกขมิ้นอีกตัว” จ้าวหยุนปิงแสยะยิ้มอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เขามิได้มองใบหน้าเหี่ยวย่นนั้นให้เสียสายตา ดวงตาเรียวจ้องมองไปด้านหลังที่ยามนี้ปรากฏคนที่เขาเฝ้ารออยู่ ปลายดาบคมจ่อ
ฤกษ์งามยามดีถูกจัดขึ้นในจวนตระกูลหยาง เมื่อหยางจื่อหลงตกลงยินยอมรับจ้าวหยุนปิงเป็นฮูหยินของจวน ท่ามกลางความสับสนและงุนงงของผู้คนทั่วแคว้น เมื่องานแต่งงานครั้งนี้เป็นงานแต่งงานของบุรุษและบุรุษ ทว่าแขกเหรื่อก็ยังมาร่วมยินดีอย่างไม่ขาดสาย จ้าวหยุนปิงเจ้าสาวในร่างบุรุษสวมอาภรณ์สีแดง ใบหน้าง
“เรื่องฮูหยินข้าไม่อาจตอบรับได้ นั่นเพราะทั้งเจ้าและข้าต่างเป็นบุรุษ…” “แต่เมื่อคืน ข้าไม่เห็นว่ามันจะเป็นปัญหาสิ่งใด ท่านเองก็พึงพอใจ” “มันเป็นเพราะกำยานที่เจ้าจุด” “นั่นคือเหตุผลของท่านหรือ หากข้าบอกว่าข้ารู้สึกดีกับท่านเล่า” “เรื่องนั้นข้าไม่รู้”
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องกระทบเรือนร่างบุรุษสองคนที่ตระกองกอดก่ายกันบนเตียงกว้าง แม้ทั้งคู่จะสวมอาภรณ์อยู่ทว่ากลับดูหลุดลุ่ยเสียมากกว่า เป็นจ้าวหยุนปิงที่ลืมตาตื่นขึ้นมาก่อนที่อีกคนจะรู้สึกตัวเสียด้วยซ้ำ มือเรียวเกลี่ยไปตามใบหน้าหล่อเหลา ที่นอนหลับตาพริ้มเพราะความเหนื่อยล้าจากเมื่อคืน จ้าวหยุนปิงคลี
ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุรา หยางจื่อหลงจำไม่ได้แล้วว่าตนเองดื่มไปทั้งหมดกี่ไหตั้งแต่ตอนจ้าวหยุนปิงเดินจากไป หากฟังไม่ผิดคุณหนูผู้นั้นที่จ้าวหยุนปิงพาออกไปนางพูดว่านางเป็นคู่หมั้นของอีกฝ่าย เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นในใจก็พาลเกิดอาการไม่พอใจอย่างประหลาด มือหนาคว้าไหสุราที่ตั้งอยู่ตรงหน้ายกขึ้นดื







![ผัวของผมมันคลั่งรักเกินไปแล้วนะ [YAOI] + [BDSM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)