로그인ตื่นมาก็โดนยากูซ่าไซส์ยักษ์กระแทกจนจุก! หมวดนรินทร์สายลับสุดแมนจะทำอย่างไร เมื่อต้องสืบคดีข้ามชาติในร่างเด็กหนุ่มหน้าสวย... สู้กับศัตรูก็ต้องสู้ แต่รบกับ 'ความดุ' ของสามีบนเตียงบอกเลยว่าแทบไม่รอด!"
더 보기หลังจากการจูบที่ไร้การขัดขืนจบลง คนตัวเล็กก็มองหน้ายากูซ่าหนุ่มด้วยสายตาจริงจัง น้ำเสียงที่พูดออกมาอาจจะเบาแต่ก็ชัดเจนพอให้ริวเซย์ได้ยิน"แต่อย่างแรกที่กูจะทำ... มึงคงไม่คิดว่ากูจะเชื่อทุกอย่างที่มึงพูดหรอกนะ"มือเล็กดันหน้าอกยากูซ่าหนุ่มออกไปให้ห่างตัว ซึ่งคราวนี้ริวเซย์ก็ยอมง่ายๆ ซะด้วย"สำหรับคนที่ได้ข้อมูลผิดๆ เกี่ยวกับคุโรยานางิมานาน การที่นายไม่เชื่อสิ่งที่ฉันพูดก็ไม่ใช่เรื่องแปลก"ริวเซย์ไม่ได้แปลกใจ แต่นี่จะเป็นการซื้อใจของอีกคนได้ดีที่สุด เพราะถ้าสงสัยมันก็ต้องหาคำตอบ และคำตอบที่ดีที่สุดก็คือคำตอบที่หาได้ด้วยตัวเองเท่านั้น"คนอย่างกู... จะเชื่อก็แค่สิ่งที่กูเห็นด้วยตาตัวเองเท่านั้น""แล้วเธอต้องการอะไร"ริวเซย์ที่กำลังจ้องหน้าคนตัวเล็กที่ตอนนี้พอไม่อ่อนแอเหมือนเมื่อก่อน ยิ่งทำให้ร่างนี้น่าสนใจมากกว่าเดิมอีก"กูต้องการดูทุกอย่างของคุโรยานางิ ให้เห็นกับตาว่าพวกมึงไม่ได้ทำเรื่องชั่วๆ อย่างที่ข้อมูลที่กูเคยได้รับมา"หมวดนรินทร์จ้องลึกลงไปในดวงตาของยากูซ่าตรงหน้าอย่างไม่หวั่นเกรง ซึ่งริวเซย์เองก็ไม่ได้ท
กริ๊ก! กริ๊ก!เสียงปลดล็อกกุญแจมือกระทบหัวเตียงเหล็กดัดดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ความเงียบจะกลับมาปกคลุมห้องนอนกว้างกลิ่นเลือดสดๆ ปะปนกับกลิ่นน้ำหอมและกลิ่นเหงื่อคละคลุ้งไปทั่ว หมวดนรินทร์นอนหมดสติอยู่บนที่นอนหนาในสภาพเปลือยเปล่า แผ่นหลังเนียนบางเต็มไปด้วยรอยกัด รอยห้อเลือด และคราบเลือดซึม ข้อมือทั้งสองข้างถลอกช้ำจนมีเลือดไหลซึมออกมาอยู่เรื่อยๆยากูซ่าหนุ่มถอนท่อนเอ็นใหญ่ออกจากช่องทางรักที่บอบช้ำและฉีกขาด เลือดสีแดงเข้มไหลย้อยลงมาตามง่ามขาเล็กหยดลงบนผ้าปูเป็นวงกว้าง ริวเซย์มองคนตัวเล็กที่ที่สลบไปแล้วด้วยใบหน้านิ่งเฉย ร่างบอบบางร่วงลงบนเตียงทันทีเหมือนตุ๊กตาผ้า"เคนจิ..." ริวเซย์ส่งเสียงเรียกมือขวาผ่านสายอินเตอร์คอม น้ำเสียงติดหอบเล็กน้อย "ตามหมอให้ฉันด้วย""ครับบอส"ไม่ถึงสิบนาที หมอประจำตระกูลก็มาถึง...ครั้งแรกที่ได้เห็นสภาพคนตัวเล็ก คุณหมอริวโซ คุโรยานางิ ถึงกับถอนหายใจเบาๆ ซึ่งหากเป็นคนอื่นทำคงได้ถูกริวเซย์สั่งจัดการไปแล้ว แต่เพราะเขาไม่ใช่แค่หมอประจำตระกูลเท่านั้น แต่อีกฐานะหนึ่งเขายังเป็นลุงแท้ๆ ของริวเซย์อีกด้วย แต่เพราะชอบช่วยชีวิตคนมากกว่าการฆ่าคน ริวโซ คุโรยานางิ เลยเ
เคร้ง! เคร้ง!เสียงโซ่กุญแจมือกระทบเข้ากับหัวเตียงเหล็กดัดดังก้องสะท้อนยาวนาน หมวดนรินทร์พยายามจะบิดข้อมือไปมา จนกลิ่นคาวเลือดจากข้อมือลอยมาแตะจมูก แต่คนตัวเล็กกลับไม่ได้สนใจเขาอยากจะชกหน้าไอ้ยากูซ่าบ้ากามไปสักหมัดสองหมัด"ปล่อยกูนะ...!""ด่าฉันอีกซิผู้หมวด"ริวเซย์หยุดแล้วเลื่อนหน้ามาสบตาคนตัวเล็กที่เคยส่งสายตาน่าสงสาร อ้อนวอนและรักมาก แต่ตอนนี้แววตาคนเดิมกลับเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว ไม่ยอมอ่อนข้อ และเกลียดมาก..."ไอ้เลว! ในเมื่อมึงรู้ความจริงแล้วทำไมไม่ฆ่ากูทิ้งวะ""ฆ่าเธอ? ไม่หรอกแบบนั้นมันง่ายเกินไป" ยากูซ่าหนุ่มแค่นยิ้ม "อีกอย่าง... มันเสียของ""ไอ้เหี้ย! ไอ้ริวเซะ... อื้อ... อ่อยอู (ปล่อยกู) "ริวเซย์ไม่เปิดโอกาสให้คนตัวเล็กได้พูดต่อ ริมฝีปากหนาประกบจูบอย่างรุนแรง คมเขี้ยวกัดริมฝีปากนุ่มนิ่มจนแตก กลิ่นคาวเลือดจางๆ คละคลุ้งอยู่ในปาก หมวดนรินทร์ดิ้นพล่านสุดกำลัง แต่เพราะร่างกายทุกส่วนถูกล็อกไว้หมดเขาจึงทำอะไรไม่ได้มาก ยิ่งถูกมือหนาเลื่อนลงมาบีบเค้นสะโพกที่บอบช้ำ ขาทั้งสองข้างที่ดีดดิ้นก็แทบจะหมดแรงต้านทานจ๊วบ จ๊าบ!เสียงรสจูบที่เฉอะแฉะดังขึ้นในหัว ความรู้สึกของร่างเดิมบังคับให้หมวดนร
แรงกระชากมหาศาลที่ข้อมือทำให้นรินทร์ต้องก้าวถลาตามแรงของมาเฟียหนุ่มไปอย่างไม่มีทางเลือก ร่างบอบบางถูกผลักเข้าไปในเบาะหลังของรถยนต์คันหรูอย่างแรงจนไหล่บางกระแทกเข้ากับพนักพิงหนังแท้ เสียงประตูปิดตามหลังดังสนั่นราวกับเสียงลั่นไกปืนริวเซย์ก้าวตามเข้ามานั่งข้าง ๆ ทันที ปิดกั้นทางหนีทุกหนทาง บรรยากาศภายในห้องโดยสารคราวนี้กลับยิ่งเย็นเยียบและกดดันกว่าขามาหลายเท่า เครื่องปรับอากาศในรถส่งลมเย็นมากระทบผิว ทว่ามันกลับไม่ได้ทำให้ความร้อนรุ่มในใจลดลงเลย หมวดนรินทร์รู้สึกราวกับอากาศหายใจกำลังถูกสูบออกไปทีละน้อยจนอึดอัดไม่มีเสียงพูดคุยหรือแม้แต่เสียงผ่อนลมหายใจหลุดรอดออกมาจากปากของยากูซ่าหนุ่มแม้แต่คำเดียว ร่างสูงใหญ่นั่งนิ่งสนิทราวกับรูปสลักที่ไร้หัวใจ แววตาคมกริบคู่นั้นทอดตรงไปด้านหน้า ไม่หันมามองคนข้างกายเลยแม้แต่หางตา ความเงียบที่ปกคลุมอยู่มันน่ากลัวเสียยิ่งกว่าเสียงตวาดหมวดนรินทร์ได้แต่นั่งนิ่ง ขยับกายอย่างยากลำบากข่มความเจ็บแปลบที่แล่นเสียวขึ้นมาจากสะโพกและหน้าขา ร่างกายบอบบางของเด็กหนุ่มที่เพิ่งผ่านการพักฟื้นมาได้เพียงไม่กี่วันบอบช้ำเกินกว่าจะต่อต้าน มือบางยกขึ้นกุมข้อมืออีกข้างของตัวเองที