สยบรักแม่ทัพเลือด

สยบรักแม่ทัพเลือด

last updateآخر تحديث : 2026-04-29
بواسطة:  ซูเหวิน 淑闻مكتمل
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
32فصول
559وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

เมื่อจ้าวหยุนปิงยื่นขอเสนอให้รับเขาเป็นฮูหยิน แลกกับการปิดบังความลับของหยางจื่อหลงที่เป็นถึงแม่ทัพเลือด นั่นเป็นเพราะ....

عرض المزيد

الفصل الأول

บทนำ

บทนำ

ชายแดนทางตอนใต้ความสงบเลือนหาย กลับกลายเปลี่ยนเป็นสมรภูมิรบดุเดือดยืดเยื้อยาวนานเกือบร่วมปี ผืนแผ่นดินเคยเขียวขจียามนี้ถูกกลบด้วยซากศพกองพะเนิน โลหิตหลายชีวิตหลั่งหนองอาบย้อมพื้นดินจนสีแดงฉาด กลิ่นเหม็นคาวเลือดคละคลุ้งเกินกว่าจะเอ่ยบรรยาย

ฝันร้ายอันยาวนานสิ้นสุดลงเมื่อปลายดาบของ หยางจื่อหลง แม่ทัพเลือดแห่งต้าฉีบั่นลงบนคอของผู้นำฝ่ายศัตรู ศีรษะกระเด็นขาดสะบั้นร่างไร้ลมหายใจแน่นิ่งไม่ไหวติง หัวหน้าสิ้นชีพเหล่าคนเถื่อนที่เหลือจำต้องแบกรับความปราชัย ทั่วทั้งชายแดนแคว้นต้าฉีพลันกึกก้องไปด้วยเสียงโห่ร้องแห่งความยินดี กองรบถูกตีรัวพร้อมธงสัญลักษณ์โบกสะบัดประกาศชัดถึงชัยชนะ

หากมิมีราชโองการของฮ่องเต้ส่งกองทัพพิเศษของแม่ทัพเลือดมาช่วย เกรงว่าครั้งนี้ต้าฉีเองอาจเพียงพลั้งตกเป็นฝ่ายแพ้พ่ายยับเยินแทน ตอนที่กองทัพของแม่ทัพหยางจื่อหลงเดินทางมาถึง พวกคนเถื่อนได้ดำเนินแผนรบบุกเข้าประชิดโอบล้อมค่ายทหารเอาไว้หมดสิ้นแล้ว เป็นทหารกองกำลังแม่ทัพเลือดเคลื่อนไหวเงียบเฉียบซุ่มโจมตีตลบหลังลงมือสังหารคนของฝ่ายศัตรูจนแตกพ่ายแทบไม่เหลือรอดจึงพลิกสถานการณ์คว้าชัยมาได้

ไม่ถึงเดือนทั้งหมดก็ดูเข้าที่เข้าทางขึ้น พื้นที่เขตชายแดนทางใต้กลับเข้าสู่สภาพปกติ พวกชาวบ้านที่เคยเดือดร้อนจากผลกระทบของศึกสงครามหมดกังวลทยอยพากันกลับเข้ามาอาศัยยังบ้านเรือนตนเองดังเดิม

ฮ่องเต้ต้าฉีทราบข่าวจากม้าเร็วยิ่งกว่าปีติยินดี จึงทรงมีรับสั่งให้จัดงานฉลองเล็ก ๆ ภายในค่ายประทานเป็นรางวัลและขวัญกำลังใจให้แก่เหล่าทหารกล้าทั้งหลายที่เสี่ยงชีพร่วมสู้รบเพื่อแว่นแคว้น

เพราะต้องปักหลักอยู่คอยสังเกตการณ์ต่อ รอเพื่อให้แน่ใจว่าพวกคนเถื่อนบางส่วนที่หลุดรอดหนีพ้นออกไปได้ จะถูกตามกวาดล้างจนสิ้นซากหมดโอกาสจะหาทางรวบรวมกำลังพลหวนกลับมาแว้งกัดก่อศึกสงครามอีกได้ในภายหลัง หยางจื่อหลงเองจึงยังไม่ได้เดินทางกลับเข้าเมืองหลวงทันที งานเลี้ยงวันนี้แม่ทัพเลือดคนสำคัญเลยต้องนั่งคอยรับสุราคารวะแสดงความนับถือยกดื่มตอบจอกแล้วจอกเล่า

“ท่านแม่ทัพ จอกนี้ข้าขอดื่มให้กับท่าน” แม่ทัพเฉินอี้ยกจอกสุราคำนับให้กับหยางจื่อหลงทีหนึ่งก่อนกระดกดื่ม แม้เขาอายุเยอะกว่าและผ่านศึกเล็กศึกใหญ่มาไม่น้อยยังยอมรับว่าฝีมือของแม่ทัพเลือดผู้นี้ไม่ธรรมดาเสียเลยจริง ๆ

“เช่นนั้นจอกนี้ข้าขอดื่มให้กับท่านแม่ทัพเฉินอี้และทหารกล้าต้าฉีทุกคนด้วยเช่นกัน” หยางจื่อหลงลุกยืนยกถ้วยสุราเต็มจอกคำนับให้กับทุกคนดั่งว่า ได้รับเกียรติจากแม่ทัพเลือดเหล่าแม่ทัพและทหารต่างรีบยกจอกสุราของตนเองขึ้นดื่มตอบอย่างภาคภูมิใจ

ยามโฉ่ว (01.00 – 02.59)

หยางจื่อหลงขอแยกตัวกลับกระโจมที่พักก่อน ชายหนุ่มเปิดโอกาสให้เหล่าทหารในสังกัดได้สนุกกันให้เต็มที่ แม้ยังต้องคอยระแวดระวังพวกคนเถื่อนอยู่บ้างหากแต่ไม่ได้น่ากังวลสักเท่าใด เขาวางใจในพวกพ้องมากอยู่หลายส่วน เจ้าพวกนั้นถึงทำท่าเหมือนเมามายหนักหนาแต่ทว่าแท้จริงแล้วยังมีสติครบถ้วนเต็มตื่นดีพร้อมต่อสู้ทันทีหากมีเหตุร้ายอันตรายพุ่งเข้าหา

ทันทีที่แม่ทัพเลือดแหวกเปิดม่านประตูชายหนุ่มก็ต้องเบิกตาโพลง ฝีเท้ามั่นคงก้าวเข้าไปภายในกระโจมสองสามก้าวและหยุดลง

“พวกเจ้าเข้ามาทำไม” เขาจับจ้องมองสาวงามทั้งสามนางที่กำลังค่อย ๆ เดินตรงเข้ามาหาช้า ๆ หญิงสาวนางหนึ่ง ปลดเปลื้องอาภรณ์ออกทีละชิ้น ๆ เผยสัดส่วนอวดทรวดทรงอรชรน่าเย้ายวน หยางจื่อหลงดวงตาลุกวาว เข้าใจได้ทันทีว่าพวกนางเข้ามาทำสิ่งใดในกระโจมของเขายามนี้

“พวกข้ามาเพื่อปรนนิบัติท่านแม่ทัพ” หนึ่งในนั้นเขย่งปลายเท้าส่งเสียงหวานเจือออดอ้อนกระซิบตอบชิดติดริมใบหูชายหนุ่มจนอารมณ์ดิบเถื่อนบางอย่างเริ่มถูกสะกิดปลุกให้ตื่นขึ้น ปลายนิ้วเรียวนุ่มของนางค่อย ๆ ขยับลูบไล้ไปตามสันคางได้รูปของแม่ทัพเลือด

“คืนนี้ให้พวกข้าได้รับใช้ท่านเถิด พวกข้ารับรองว่าท่านต้องแทบสำลักความสุขแน่”

หยางจื่อหลงจับมือที่อยากรู้อยากเห็นของนางหยุดเอาไว้ก่อนที่มันจะสัมผัสโดนแก่นกายภายใต้อาภรณ์ เขาถอนหายใจเบา ๆ เดินผ่านไปนั่งยังที่นอน หญิงสาวพวกนี้ต่างก็รู้งานดี ไม่รีรอชักช้ารีบปรี่เข้าไปบีบนวดแม่ทัพเลือดเพื่อเอาอกเอาใจยกใหญ่ ชายหนุ่มอยู่นิ่ง ๆ ยอมให้พวกนางจับต้องได้ตามอำเภอใจ สายตาคมเป็นประกายคอยสำรวจมองดูเหล่าสาวงามพยายามยั่วเย้าร่างกายเขาอย่างเพลิดเพลิน เนินอกนูนอวบแน่นบดเบียดแนบชิดไปทุกส่วน ไม่มีตรงไหนของร่างกายสตรีทั้งสามที่ไม่สัมผัสโดน

แม่ทัพเลือดพึงพอใจอย่างมาก เขาเองก็เป็นเพียงบุรุษคนหนึ่ง ยามออกรบเวลาร่วมแรมเดือนย่อมมีเกิดอารมณ์ มีความต้องการปลดปล่อยตามธรรมชาติของบุรุษเพศบ้าง หยางจื่อหลงกระชากข้อมือหญิงสาวนางหนึ่งที่กำลังใช้หน้าอกของนางถูไถไปมาอยู่กับแขนเขา กดร่างบางให้นอนราบลง มือแกร่งติดตามสัมผัสกอบกุมบีบคลึงเต้าอวบอิ่มอย่างเสน่หา ความปรารถนาภายในบีบแน่นจนแก่นกายด้านล่างแข็งร้อนดุนดันอยู่ภายใต้อาภรณ์ชุดหนา

หญิงสาวอีกสองคนก็ไม่ยอมน้อยหน้า กว่าจะได้รับเลือกให้ปรนนิบัติแม่ทัพเลือดอย่างหยางจื่อหลงช่างยากเย็นนัก ใคร ๆ ก็ต่างพากันเล่าขานถึงความเยือกเย็นไม่ว่าจะอยู่ในสนามรบหรือแม้แต่ยามปกติธรรมดา ทั้งยังเป็นที่ยำเกรงต่อผู้คนเป็นมากมาย ยิ่งกว่านั้นใบหน้าหล่อของแม่ทัพเลือดผู้นี้ก็ยังสามารถดึงดูดสตรีได้ไม่น้อย

ร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวทั้งสามนาง ต่างส่งเสียงครวญครางอย่างสุขสม เมื่อมือหนาของหยางจื่อหลงลูบไล้ไปตามกายขาวเนียน อาภรณ์ที่สวมใส่ของเขาถูกปลดเปลื้องออก แก่นกายแข็งร้อนเต็มไปด้วยความปรารถนาถูกหน้าอกอวบอิ่มโอบรัด แม่ทัพเลือดเอนกายลงเพื่อให้สตรีทั้งสามนางปรนเปรอเขาอย่างสุขสม

นักรบบุรุษเพศต่างก็ต้องการปลดปล่อยความเหนื่อยล้าหลังสงครามเป็นธรรมดา แม่ทัพเลือดครางต่ำในลำคอเมื่อหน้าอบอวบอิ่มกำลังขยับขึ้นลงไปตามแนวยาวของแก่นกาย ทว่าเมื่ออารมณ์ใกล้ถึงขีดสุด หยางจื่อหลงกลับไม่ได้หลั่งน้ำขาวขุ่นออกมาอย่างที่ควรเป็น

แก่นกายที่เต็มไปด้วยความปรารถนากลับอ่อนลงอย่างง่ายดาย หยางจื่อหลงผลักหญิงสาวให้ออกห่างจากกาย ก่อนจะหยิบอาภรณ์บนพื้นขึ้นมาสวม

“ท่านแม่ทัพ พวกข้าผิดไปแล้วอภัยให้พวกข้าด้วยเถิด” พวกนางมีสีหน้าตื่นตกใจไม่น้อย ไม่รู้ว่าพวกนางทำสิ่งใดผิดไปหรือไม่ เหตุใดแม่ทัพเลือดจึงมีท่าทีโกรธเช่นนี้ พวกนางรีบหมอบลงกับพื้นพร้อมทั้งสะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร

“พวกเจ้าไม่ได้ทำสิ่งใดผิด” แม่ทัพเลือดหันหลังให้พวกนาง ก่อนจะหยิบห่อบางอย่างออกจากเสื้อยื่นให้ “นี่ค่าตอบแทนของพวกเจ้า หวังว่าพวกเจ้าคงไม่ปากพล่อยใช่หรือไม่”

“มะ…ไม่เจ้าค่ะ พวกข้าไม่ใช่คนเช่นนั้น” พวกนางรีบรับห่อเงินมาถือไว้ ดวงตาของแม่ทัพเลือดไม่มีแววล้อเล่น พวกนางไม่กล้าปริปากเป็นแน่ แม้เรื่องแบบนี้จะเป็นเรื่องที่พวกนางชอบสนทนาในหมู่พวกนางก็ตาม หากแต่เมื่อเกี่ยวข้องกับแม่ทัพเลือดแล้วพวกนางคงต้องสงบปากเอาไว้

“พวกเจ้าอยู่ที่นี่จนถึงเช้าแล้วค่อยออกไป”

“เจ้าค่ะ”

หยางจื่อหลงหยิบดาบคู่กายก่อนจะเดินออกไปทางด้านหลัง เขารู้ดีว่าแผนให้สตรีทั้งสามนางมาปรนนิบัติเขาหาใช่ใครเป็นคนจัดการ หากมิใช่ลูกน้องของเขา แม่ทัพเลือดคาดโทษเอาไว้ก่อน รุ่งเช้าเขาค่อยมาสะสาง

บุรุษในชุดนักรบสีดำสนิทแฝงกายกลมกลืนไปกับความมืดมิดยามค่ำคืน มีเพียงแสงสว่างรำไรจากจันทราสาดส่องกระทบเสี้ยวหน้าคมคาย หยางจื่อหลงเคลื่อนตัวรวดเร็วก่อนจะหยุดยืนอยู่ยังสถานที่แห่งหนึ่ง เบื้องหน้าของเขาคือสะพานทอดยาวจรดเชื่อมอีกฝั่งของแม่น้ำ แม้ได้ชื่อว่าแม่ทัพเลือดผู้เย็นชา หากแต่ภายในใจเขาไม่ใช่เช่นนั้น หยางจื่อหลงเดินช้า ๆ ไปจนถึงกลางสะพาน ดวงตาด่ำลึกจ้องมองแสงจันทราที่ส่องกระทบผิวน้ำเป็นระลอกคลื่นเบา ๆ

เขาคิดไม่ตกกับอาการประหลาดที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ และมันมิใช่ครั้งแรก เขาเองก็เป็นแค่บุรุษธรรมดาคนหนึ่งที่มีความต้องการของบุรุษเพศเหมือนคนอื่นทั่ว ๆ ไป หากแต่ไม่รู้เพราะสาเหตุใดเขาถึงไม่อาจจะปลดปล่อยอารมณ์อัดแน่นเหล่านั้นออกมาได้แม้จะถูกกระตุ้นจากสตรีมากมายก็ตาม

ที่ผ่านมาเขาเคยพยายามมองข้ามคิดว่าเรื่องพวกนี้คงไม่สำคัญไปกว่าการออกรบ ถึงกระนั้นอย่างไรเขาก็ขึ้นชื่อว่าเป็นบุรุษภายหน้าจะต้องแต่งงานและมีบุตรเพื่อสืบสกุล หากยังเป็นเช่นนี้แล้วเขาจะทำอย่างไร

“ชะ…ช่วยด้วย”

หยางจื่อหลงหลุดออกจากภวังค์หันไปตามทิศทางของเสียงร้อง ปลายสะพานอีกฝั่งสตรีนางหนึ่งกำลังวิ่งกระหืดกระหอบตรงดิ่งมาหาเขาพร้อมกลุ่มโจรป่าไล่หลังตามติดเป็นขบวน แม่ทัพเลือดไม่รอช้าเขารีบหยิบหน้ากากสีดำสวมปิดบังใบหน้า ก่อนจะดึงดาบออกมาแล้วกระโจนเข้าไปช่วยเหลือสตรีผู้นั้นในทันที

ขยับฝีเท้าไม่กี่ทีหยางจื่อหลงก็ถึงตัวสาวงาม แม่ทัพเลือดเอื้อมคว้ารับร่างผอมบางรั้งเข้าวงแขนแกร่งเอาไว้ได้ทันก่อนเกือบจะล้มลง

“แม่นางเจ้ารออยู่ตรงนี้ก่อน” แม่ทัพเลือดไม่มีเวลาดูแลอีกฝ่ายมากนัก แม่ทัพหยางปล่อยให้นางนั่งรออยู่ตรงนี้ ส่วนตัวเขาเข้าไปจัดการพวกโจรป่าที่วิ่งไล่ตามมารุมล้อม ฝีมือของแม่ทัพเลือดมิธรรมดา พวกโจรป่าที่สู้ไม่ได้ไม่นานก็ล่าถอย หยางจื่อหลงเก็บดาบไม่คิดจะติดตามไป รุ่งขึ้นเขาค่อยให้เหล่าทหารไปจัดการต่อ หากปล่อยไว้ก็รังแต่จะสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน

“เจ้าเป็นอันใดหรือไม่”

“ข้าไม่เป็นไร ขอบคุณท่านมาก”

“เป็นสตรีมืด ๆ ดึกดื่นไม่ควรออกมาเดินเพียงลำพัง” หยางจื่อหลงยื่นมือไปด้านหน้าหวังช่วยดึงนางให้ลุกขึ้นยืน ทว่านางกลับปัดมือเขาทิ้งและยันตัวลุกขึ้นเอง

“ข้ามิใช่สตรี” ทันทีที่ยืนทรงตัวได้มั่นคง จ้าวหยุนปิง ก็ส่งสายตาเคือง ๆ ให้อีกฝ่าย เพราะไม่ค่อยพอใจที่ตนถูกเรียกว่าเป็นสตรี อีกทั้งยังถูกกล่าวหาตำหนิกลาย ๆ ว่าไม่รู้ความออกมาเดินเที่ยวเล่นเพ่นพ่านยามมืดค่ำ สถานการณ์ในยามนี้คนปกติคนใดกันจะไม่รู้ว่าภายนอกยังมีอันตราย โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน หากมิใช่เพราะมีธุระต้องทำเขาก็ไม่อยากมานักหรอก

“มิใช่สตรีหรือ ดูอย่างไรเจ้าก็เป็นสตรี” หยางจื่อหลงยังยืนยันตามสายตาตัวเอง เขามองสังเกตคนตรงหน้าจากมุมไหนก็เห็นเป็นสตรีชัดเจนไม่ผิดแน่ เสียแต่ไม่ค่อยเข้าใจว่าเหตุใดนางจึงเอาชุดบุรุษมาสวมใส่กัน ชายหนุ่มไม่คิดใส่ใจรายละเอียดนั้นมากเกินไปนัก และก็ไม่รู้ว่าตนเผลอทำผิดหรือล่วงเกินสิ่งใด ทำไมคนตรงหน้าจึงเอาแต่ส่งสายตาขุ่นเคืองกลับมาที่เขาอยู่ตลอด

“ข้าเป็นบุรุษ ขอบคุณอีกครั้งที่ช่วยเหลือ หากไม่มีสิ่งใดแล้วข้าขอตัวก่อน” จ้าวหยุนปิงไม่อยากต่อปากต่อคำอธิบายยืดยาว เขารีบโค้งให้กับอีกฝ่ายก่อนจะหันกายเดินหนี คนคนนี้หาใช่คนแรกที่มองเขาเป็นสตรี แต่ต่อให้มีคนมองเขาเป็นสตรีบ่อยสักแค่ไหน สำหรับเขาแล้วอย่างไรก็ยังยากที่จะไม่ถือสาหาความได้จริง ๆ

จ้าวหยุนปิงถอนหายใจไม่คิดสนใจบุรุษด้านหลังอีก ถึงอย่างไรเขาก็คงไม่ต้องพบหน้า อีกทั้งเขาเองก็ขอบคุณและซึ้งน้ำใจมากพอแล้ว การมาหาสมุนไพรครั้งนี้ลำบากนัก รู้อย่างนี้เขาไม่น่ามาเองเสียแต่แรกก็ดีอยู่แล้ว หากมิใช่เพราะมิมีผู้ใดไว้วางใจแต่เช่นตนเอง

ภายในค่ายทหารวุ่นวายกันตั้งแต่เช้ามืดเมื่อแม่ทัพเลือดสั่งให้ลูกน้องใต้บัญชาการของตนเองไปไล่ต้อนกวาดล้างโจรป่าที่ฉวยโอกาสยามศึกสงครามออกปล้น ถึงแม้ค่ำคืนที่ผ่านมาการฉลองชัยชนะของเหล่าทหารจะกินเวลาจวบจนรุ่งสาง หากแต่เมื่อได้ชื่อว่าเป็นทหารของแม่ทัพเลือดแล้ว อย่างไรก็ต้องทำหน้าที่ที่พึงกระทำ

การที่โจรป่าฉวยโอกาสรังแกชาวบ้านในยามนี้ถือว่าชั่วช้านัก เพียงต้องเผชิญกับความเสียหายจากสงคราม ทั้งพืชไร่ที่จำต้องยอมปล่อยให้ล้มตายไร้การดูแล ทั้งบ้านเรือนที่อยู่ที่พังเสียหายเพราะพวกคนเถื่อนทำลายก็หนักหนาเกินพอแล้ว หากซ้ำร้ายโดนปล้นระหว่างทางเข้าอีก ชาวบ้านตาดำ ๆ คงได้มีชีวิตที่แสนรันทดขึ้นอีกเป็นหลายเท่า หยางจื่อหลงจึงยอมมิได้ หากไม่ใช่เพราะบังเอิญได้ช่วยเหลือแม่นางผู้นั้นไว้เมื่อคืน เห็นทีเขาคงไม่รู้ถึงเรื่องราวเช่นนี้

ไม่ถึงสองราตรีทหารของแม่ทัพเลือดก็เข้ามารายงานว่าเหล่าโจรที่ดักซุ่มคอยปล้นชาวบ้านบริเวณชายป่าถูกกำจัดเรียบร้อยจนหมดสิ้นแล้ว หยางจื่อหลงพึงพอใจอย่างมาก แม้ว่าจะใช้เวลานานเกินกว่าที่เขาคิดไปเสียหน่อยแต่ดีแล้วที่สามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
32 فصول
บทนำ
บทนำชายแดนทางตอนใต้ความสงบเลือนหาย กลับกลายเปลี่ยนเป็นสมรภูมิรบดุเดือดยืดเยื้อยาวนานเกือบร่วมปี ผืนแผ่นดินเคยเขียวขจียามนี้ถูกกลบด้วยซากศพกองพะเนิน โลหิตหลายชีวิตหลั่งหนองอาบย้อมพื้นดินจนสีแดงฉาด กลิ่นเหม็นคาวเลือดคละคลุ้งเกินกว่าจะเอ่ยบรรยายฝันร้ายอันยาวนานสิ้นสุดลงเมื่อปลายดาบของ หยางจื่อหลง แม่ทัพเลือดแห่งต้าฉีบั่นลงบนคอของผู้นำฝ่ายศัตรู ศีรษะกระเด็นขาดสะบั้นร่างไร้ลมหายใจแน่นิ่งไม่ไหวติง หัวหน้าสิ้นชีพเหล่าคนเถื่อนที่เหลือจำต้องแบกรับความปราชัย ทั่วทั้งชายแดนแคว้นต้าฉีพลันกึกก้องไปด้วยเสียงโห่ร้องแห่งความยินดี กองรบถูกตีรัวพร้อมธงสัญลักษณ์โบกสะบัดประกาศชัดถึงชัยชนะหากมิมีราชโองการของฮ่องเต้ส่งกองทัพพิเศษของแม่ทัพเลือดมาช่วย เกรงว่าครั้งนี้ต้าฉีเองอาจเพียงพลั้งตกเป็นฝ่ายแพ้พ่ายยับเยินแทน ตอนที่กองทัพของแม่ทัพหยางจื่อหลงเดินทางมาถึง พวกคนเถื่อนได้ดำเนินแผนรบบุกเข้าประชิดโอบล้อมค่ายทหารเอาไว้หมดสิ้นแล้ว เป็นทหารกองกำลังแม่ทัพเลือดเคลื่อนไหวเงียบเฉียบซุ่มโจมตีตลบหลังลงมือสังหารคนของฝ่ายศัตรูจนแตกพ่ายแทบไม่เหลือรอดจึงพลิกสถานการณ์คว้าชัยมาได้ไม่ถึงเดือนทั้งหมดก็ดูเข้าที่เข้าทางขึ้น
اقرأ المزيد
บทที่ 1
สยบรักแม่ทัพเลือด01ปัง!ประตูถูกเปิดออกจากคนด้านนอกอย่างแรง เจ้าของห้องเช่นจ้าวหยุนปิงกำลังนั่งอ่านตำราแพทย์อยู่ละสายตาขึ้นมองบุคคลที่ถือวิสาสะเข้ามาในห้องเล็กน้อย แม้ไม่ค่อยพอใจแต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยต่อว่าอันใดออกไป เพียงแค่รู้สึกไม่พอใจเท่านั้น“ข้าให้เจ้าอยู่ที่นี่ก็จริง แต่เจ้าเองควรช่วยข้าทำงานด้วยเช่นกัน มิใช่นั่งอยู่เฉย ๆ เช่นนี้” คนไร้มารยาทในสายตาจ้าวหยุนปิงสาดคำบ่นทันทีเมื่อเจอหน้า โดยไม่ได้สนใจสายตาเคือง ๆ ของจ้าวหยุนปิงแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังถือวิสาสะเดินตรงมาดึงตำราออกจากมือจ้าวหยุนปิงไปเสียดื้อ ๆ อีกจ้าวหยุนปิงปรายตามองชายหนุ่มที่กำลังเดินวนไปวนมาพร้อมทั้งโบกพัดในมือไปมาราวกับอากาศยามนี้ร้อนเสียเหลือเกิน แม้จะรู้สึกขัดใจที่อีกฝ่ายดึงตำราออกจากมือทว่าเขาก็มิได้สนใจเท่าใดนัก จ้าวหยุนปิงเพียงแค่ละสายตาแล้วเปลี่ยนมารินน้ำชาใส่ถ้วยก่อนจะยกขึ้นดื่มอย่างสบายอารมณ์“ต้องให้ข้าบ่นอีกกี่พันครั้งกัน เจ้าควรช่วยข้าทำมาหากินสักที ดูสิเจ้าวัน ๆ เอาแต่อ่านตำราแล้วไหนเลยจะสมุนไพรพวกนี้ที่เจ้าขนมาอีก เจ้าเห็นโรงน้ำชาของข้าเป็นโรงหมอหรืออย่างไรกัน”“ดื่มชาก่อน” จ้าวหยุนปิงยื่นถ้วยน้ำชาให้ชา
اقرأ المزيد
บทที่ 2
สยบรักแม่ทัพเลือด02ดวงตาคมทอดมองไปยังลานกว้าง ยามนี้จวนแม่ทัพเลือดคึกคักเป็นพิเศษ แม้นฮ่องเต้มีรับสั่งให้กองกำลังของหยางจื่อหลงหยุดพักเป็นเวลาถึงสองเดือน เหล่าทหารที่ออกรบมาแรมปียินดีกับการได้กลับบ้านพบหน้าครอบครัว แต่มิทันพ้นชั่วข้ามคืน กลับมีคำสั่งจากท่านแม่ทัพเรียกทหารทั้งหมดกลับมาประจำการที่จวนเช่นเดิม หลายคนพากันหน้าสลดแต่ด้วยหน้าที่จึงมิมีผู้ใดกล้าขัดคำสั่งร่างหนาในชุดแม่ทัพเต็มยศยืนกอดอกมองดูเหล่าทหารที่กำลังฝึกซ้อมกันอย่างขะมักเขม้น แม้สายตาของหยางจื่อหลงจะจับจ้องกองทัพของตนเองอยู่ แต่ในใจเขากลับมีเรื่องขุ่นข้องใจให้คิดมากมาย เวลาล่วงเลยมาจนบ่ายแม่ทัพเลือดก็ไม่มีวี่แววว่าจะสั่งเหล่าทหารให้หยุดพักแม้แต่น้อย ร่างหนายังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน เหล่าทหารแม้จะเหนื่อยล้าเต็มทีแต่กลับไม่มีผู้ใดกล้าปริปากบ่นแม้แต่คำเดียวจนในที่สุดรองแม่ทัพอย่างจิ้นเหอเหมือนจะรับรู้ถึงความผิดปกติของท่านแม่ทัพ เขาจึงอาสาเป็นหน่วยกล้าตายเดินเข้าไปแจ้งแก่แม่ทัพด้วยตนเอง“ท่านแม่ทัพ กองทหารฝึกกันมาหลายชั่วยามแล้ว ท่านจะไม่สั่งให้พักหน่อยหรือ” จิ้นเหอกลืนน้ำลายลงคอ สีหน้าดุดันของหยางจื่อหลงในยามนี้เ
اقرأ المزيد
บทที่ 3
กลิ่นหอมจาง ๆ ผสมปนเปไปกับกลิ่นของกำยานเย็น ๆ ยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก ใบหน้างดงามและฝ่ามืออุ่น ๆ ที่สัมผัสบริเวณเอวเมื่อคืนนี้ยังคงให้ความรู้สึกร้อนวูบวาบอยู่ตลอด ยิ่งเมื่อพยายามข่มตาหลับก็ยิ่งเห็นแต่ใบหน้างดงามวนเวียนอยู่ไม่ห่าง ทั้งคืนแม่ทัพเลือดจำต้องสะกดกลั้นอารมณ์ประหลาดเอาไว้ เมื่อแก่นกายภายใต้อาภรณ์ที่ไม่เคยได้รับการปลดปล่อย ปวดตึงและคับแน่น จนกระทั่งจวบจนรุ่งสาง หยางจื่อหลงก็ไม่ได้ข่มตาหลับลงแม้แต่สักงีบเดียว คำพูดของใครบางคนยังทำให้แม่ทัพเลือดขบคิดทั้งคืนด้วยเช่นกัน แต่ไหนแต่ไรเขาหาเคยยอมรับว่าตนเองผิดปกติทางร่างกาย บุรุษเช่นเขาก็มีอารมณ์ใคร่ไม่ต่างกัน แต่ก็ใช่ว่าจะมิได้อยากกระทำในสิ่งที่ตนเองพึงพอใจปลดปล่อยความสุขสม แต่บางทีแล้วที่เป็นเช่นนี้อาจจะเพราะเขายังมิได้เจอผู้ใดที่ถูกใจก็เป็นได้ คิดได้เช่นนั้นร่างสูงที่เต็มไปด้วยกล้ามมัดแน่นจากการฝึก ก็ลุกขึ้นจากที่นอนสะบัดศีรษะไล่ความคิดเพ้อเจ้อออกไปจากหัว แม้กระทั่งใบหน้างดงามที่ติดตานั้นก็ด้วย แล้วก็กลับมาคิดว่าวันนี้เขาจะฝึกเหล่าทหารอย่างไรดี “ท่านแม่ทัพขอรับ มีแขกมาขอพบท่าน” เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น พ
اقرأ المزيد
บทที่ 4
“ขะ…ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น” ใบหน้าหล่อเหลาก้มหน้าหลบสายตา ตอนนี้แม่ทัพเลือดผู้ผ่านศึกมานับไม่ถ้วน เริ่มรู้สึกไม่รู้ว่าจะเอามือไปวางไว้ที่ใด มือหนาเอื้อมหยิบถ้วยน้ำชาก่อนจะยกดื่มรวดเดียวจนหมด โดยลืมไปแล้วว่าชาที่ดื่มไม่เมื่อครู่นั่นเพิ่งเทไม่นาน ความร้อนจากน้ำชาทำให้เขาเผลอทำถ้วยชาหล่นจากมือ น้ำชาร้อน ๆ จึงหกเลอะเปียกทั่วอาภรณ์“ท่านแม่ทัพ! เป็นอันใดหรือไม่ ท่านรีบถอดเสื้อออกข้าจะดูแผลให้” คนที่ไวกว่าเผลอครู่เดียวก็มานั่งอยู่ข้างกายหยางจื่อหลง มือเรียวค่อย ๆ ปลดอาภรณ์แม่ทัพเลือดที่เปียกชุ่ม พร้อมออกคำสั่ง“ไม่เป็นไร ข้าไม่เป็นไร” “ข้าบอกให้ท่านถอดออก หรือจะให้ข้าถอดให้…!” ไม่พูดเปล่ามือเรียวกระชากอาภรณ์ของแม่ทัพเลือดออกทีเดียวจนขาดริ้ว หน้าอกแกร่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อมัดหนา มีรอยริ้วแดง ๆ ที่เพิ่งถูกน้ำชาร้อน ๆ ลวก “ข้าบอกว่าไม่เป็นไร” “ท่านช่วยอยู่เฉย ๆ แล้วทำตามที่ข้าบอกเถิด” น้ำเสียงอ่อนนุ่มกลายเป็นแข็งกร้าว หยางจื่อหลงที่ได้ยินยังรู้สึกหวั่นเกรงขึ้นมาอย่างประหลาด เขายอมอยู่เฉย ๆ ตามที่อีกฝ่ายสั่งแต่โดยดี ความจริงแล้วบาดแผลแค่นี้ไม่เรียกว่าบาดเจ็บเสียด้วยซ้ำ ยามออกศึกโดนทั้ง
اقرأ المزيد
บทที่ 5
ค่ำคืนมาเยือนดวงจันทราถูกบดบัง เหลือเพียงแสงสลัว ๆ ทว่าผู้คนบางส่วนยังคงมิได้หลับใหล เฉกเช่นเดียวกับโรงน้ำชาของเหยียนเต๋อ สถานที่เริงรมย์ขึ้นชื่อแห่งเมืองต้าฉี บุรุษร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่ด้านหน้าประตูของโรงน้ำชา โบกพัดคู่กายในมือไปมาพร้อมกับยิ้มแย้มต้อนรับแขกของเขาเช่นนี้เป็นประจำทุกวัน หากแต่วันนี้ค่อนข้างพิเศษ เนื่องจากครั้งก่อนที่จ้าวหยุนปิงแต่งกายเป็นสตรีเพื่อเรียกแขก ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เหยียนเต๋อมีหรือจะปล่อยให้โอกาสดี ๆ เช่นนี้หลุดมือ ตราบใดที่จ้าวหยุนปิงยังอาศัยอยู่ในโรงน้ำชา การที่จะจับเจ้าตัวมาแสวงหาผลกำไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็มิได้ยากเกินกำลังเท่าใดนัก เรียกว่าหาผลกำไรคงไม่ใช่ ต้องเรียกว่าตอบแทนเสียจะถูกกว่า จ้าวหยุนปิงที่ไม่อาจปฏิเสธได้เช่นเดิม เนื่องจากเหยียนเต๋อมักจะหาข้ออ้างสารพัดมาเพื่อบีบบังคับเขา แต่อย่างไรแล้วหากเขามิได้ยินยอมทำ มีหรือใครจะบังคับได้ เขาทำเพื่อตัดความรำคาญเสียมากกว่า “แย่แล้ว ๆ” เถ้าแก่เหยียนเต๋อเบิกตาโพลง พร้อมกับโบกพัดไปมาอย่างเป็นกังวล เมื่อเห็นแขกที่เขาไม่อยากรับเชิญเท่าใดนักเดินตรงมาหา เห
اقرأ المزيد
บทที่ 6
ใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นเคยในชุดแม่ทัพเต็มยศ นั่งอยู่ชั้นสองของโรงน้ำชา วันนี้เหล่าทหารบอกว่าที่โรงน้ำชามีการแสดงของสาวงามที่บุรุษในแคว้นต้าฉีต่างพูดถึง หากแต่ไม่มีผู้ใดได้ยลโฉมสักครั้ง พวกเหล่าทหารเลยถือโอกาสมาดูให้เห็นกับตาว่าสาวงามที่ว่าจะงดงามดังที่ได้ยินหรือไม่ ผิดกับหยางจื่อหลงที่รู้ดีว่าสตรีที่พวกทหารพูดถึงนั้นเป็นใคร เขาจึงได้แต่นั่งเงียบ ๆ และมองดูการแสดงของจ้าวหยุนปิงไม่วางตา “ข้าขอนั่งด้วยได้หรือไม่” พวกทหารหันกลับไปหมายจะบอกว่าโต๊ะที่พวกเขานั่งนั้นเต็มแล้ว ทว่าเมื่อเห็นว่าเป็นสาวงามที่เพิ่งแสดงจบไปเมื่อครู่ต่างก็พากันอ้าปากค้าง ปัง !“เจ้าพวกไร้มารยาท” เสียงตบโต๊ะดังขึ้นพร้อมกับเสียงตวาดหนักแน่น เหล่าทหารที่ได้ยินก็ต่างตกใจลนลาน“พวกข้าจะไปพอดี เชิญแม่นางนั่งเถิด” พูดจบพวกทหารก็ลุกออกไปจนหมด จนเหลือเพียงแค่แม่ทัพเลือดที่นั่งหน้านิ่งเท่านั้น “เหมือนว่าทหารของท่านก็เข้าใจว่าข้าเป็นสตรีไปหมดแล้ว” เมื่อไม่มีใครอยู่จ้าวหยุนปิงจึงปลดผ้าคลุมหน้าออก พร้อมกับนั่งลงตรงข้ามของ หยางจื่อหลง ที่พวกเขานั่งอยู่ในยามนี้ค่อนข้างส่วนตัว ชั้นสองของโรงน้ำชามีไว้สำหรับแขกพิเศษเท่านั้น ดังนั้น
اقرأ المزيد
บทที่ 7
ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุรา หยางจื่อหลงจำไม่ได้แล้วว่าตนเองดื่มไปทั้งหมดกี่ไหตั้งแต่ตอนจ้าวหยุนปิงเดินจากไป หากฟังไม่ผิดคุณหนูผู้นั้นที่จ้าวหยุนปิงพาออกไปนางพูดว่านางเป็นคู่หมั้นของอีกฝ่าย เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นในใจก็พาลเกิดอาการไม่พอใจอย่างประหลาด มือหนาคว้าไหสุราที่ตั้งอยู่ตรงหน้ายกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด จากนั้นก็สั่งให้เสี่ยวเอ้อนำสุรามาให้ใหม่ เพราะหวังว่าอีกฝ่ายจะกลับมา เป็นเช่นนี้อยู่นานจากโต๊ะที่มีไหสุราเพียงไม่กี่ไห ยามนี้กลับแทบไม่เหลือที่ไว้ให้วางตั้งอีก ทว่ารออยู่นานก็ไม่มีทีท่าว่าจ้าวหยุนปิงจะกลับมา แม่ทัพเลือดผู้มึนเมาด้วยฤทธิ์สุราบวกกับอารมณ์ขุ่นมัวในใจจึงลุกขึ้นออกจากโรงน้ำชาไปทั้ง ๆ ที่ร่างกายยังซวนเซ “นายท่านไหวหรือไม่เจ้าคะ” เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นชายหนุ่มลุกขึ้นจวนจะล้ม ใบหน้าหล่อเหลาหันกลับมามองสตรีที่กำลังช่วยพยุงตัวเขาเอาไว้ หญิงสาวตรงหน้าเองก็ยิ้มตอบพร้อมกับแสร้งหลบสายตาเล็กน้อยด้วยความเขินอาย ทว่าใบหน้าของใครบางก็ผุดขึ้นในหัว กลิ่นเครื่องหอมของหญิงสาวด้านข้าง ทำให้หยางจื่อหลงหยุดคิดถึงใครอีกคนไม่ได้
اقرأ المزيد
บทที่ 8
ในตอนนั้นจ้าวหยุนปิงพาเหมยอิงออกไปโดยไม่อธิบายสิ่งใดให้หยางจื่อหลงฟัง เขาเพียงต้องการสะสางเรื่องราวระหว่างเขาและนางให้เรียบร้อย เพื่อที่จะกลับมาหาอีกฝ่ายเพราะคิดไว้ว่าอีกคนคงนั่งรอเขา แต่เมื่อกลับมาเขาก็พบเพียงโต๊ะว่างเปล่าไร้ซึ่งบุคคลที่เขาคาดหวังว่าจะรอ เหลือทิ้งไว้เพียงไหสุราที่จำนวนเพิ่มขึ้นเท่านั้น คราแรกจ้าวหยุนปิงเข้าใจว่าหยางจื่อหลงอาจจะรอนานและกลับไปก่อน แต่ไม่คิดว่าจะได้ยินเสี่ยวเอ้อบอกว่าแม่ทัพเลือดโอบกอดสตรีนางหนึ่งกลับจวนไปด้วย “หึ เจ้าเล่าคุยกับคนรักเสร็จแล้วหรือ เหตุใดจึงมาอยู่ที่จวนข้ากันมิใช่ว่าต้องอยู่กับนางหรอกหรือ” “นางมิใช่คนรักของข้า” จ้าวหยุนปิงปฏิเสธทันที “นางบอกว่าเป็นคู่หมายกับเจ้ายังปฏิเสธว่ามิใช่คนรักหรือ” หยางจื่อหลงขึ้นเสียง เขาไม่เคยรู้สึกไม่พอใจขนาดนี้มาก่อน แม้หลายครั้งที่พบจ้าวหยุนปิงจะมีบ้างที่อารมณ์เสียบ้าง แต่ก็ไม่เหมือนเช่นวันนี้ “เจ้ามาขอเป็นฮูหยินข้าเพราะเหตุใดกัน ในเมื่อเจ้าเองก็กำลังจะมีฮูหยิน” จ้าวหยุนปิงได้ยินอีกฝ่ายพูดออกมาก็ถึงกับพูดไม่ออก เขาไม่คิดว่า หยางจื่อหลงจะเข้าใจไปเช
اقرأ المزيد
บทที่ 9
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องกระทบเรือนร่างบุรุษสองคนที่ตระกองกอดก่ายกันบนเตียงกว้าง แม้ทั้งคู่จะสวมอาภรณ์อยู่ทว่ากลับดูหลุดลุ่ยเสียมากกว่า เป็นจ้าวหยุนปิงที่ลืมตาตื่นขึ้นมาก่อนที่อีกคนจะรู้สึกตัวเสียด้วยซ้ำ มือเรียวเกลี่ยไปตามใบหน้าหล่อเหลา ที่นอนหลับตาพริ้มเพราะความเหนื่อยล้าจากเมื่อคืน จ้าวหยุนปิงคลี่ยิ้มเล็กน้อยเมื่อนึกถึง เมื่อคืนพวกเขามิได้ร่วมรักดังที่ควรจะเป็น เขาเพียงแค่ช่วยให้ต่างฝ่ายต่างสุขสมเพียงเท่านั้น ทว่าแม้ไม่อาจเป็นของกันและกันกลับทำให้เขารู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก ร่างหนาที่ถูกรบกวนเริ่มรู้สึกตัว สะบัดใบหน้าหนีพร้อมกับส่งเสียงเบา ๆ อย่างไม่พอใจ ครั้นนึกขึ้นได้แม่ทัพหยางจึงลืมตาขึ้น ทันทีที่ลืมตาได้ภาพในหัวเรื่องราวเมื่อคืนก็ชัดเจน ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มเห่อร้อนและขึ้นสีแดงระเรื่อ สัมผัสอุ่นร้อนจากมือของจ้าวหยุนปิงที่ปรนเปรอความสุขสมให้เขาจนแทบขาดใจ ยังคงยังรู้สึกอยู่ อีกทั้งเขายังเผลอลืมไปเสียแล้วว่าเจ้าตัวก็ยังอยู่ที่นี่ “เหตุใดเจ้ายังไม่กลับไปอีก” หยางจื่อหลงเอ่ยไล่ทั้ง ๆ ที่ตนเองก็ไม่กล้ามองหน้าของอีกฝ่ายในยามนี้ด้วยซ้ำ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status