สาปรักบำเรอกาม (3P)

สาปรักบำเรอกาม (3P)

last updateLast Updated : 2026-01-29
By:  อินทิตาCompleted
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 rating. 1 review
113Chapters
7.3Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เขาเป็นโรคประหลาดที่รักษาไม่หาย ต้องใช้ Se..x บำบัด ไม่อย่างนั้นเขาจะร้อนจะแทบขาดใจตาย คำสาปจากวิญญาณร้าย ทำให้เขากลายเป็นแบบนี้ "ผมต้องมีเซ็...หมู่เท่านั้นถึงจะหายร้อนครับ "

View More

Chapter 1

บทนำ สาปรักบำเรอกาม

บรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ อึมครึมจนน่าอึดอัด แสงนีออนขาวสว่างจ้าแต่กลับไร้ความอบอุ่น พาให้ห้องที่ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย กลับเย็นเยียบจนรู้สึกได้ ถึงความว่างเปล่าที่คละคลุ้งอยู่ในอากาศ

เคย์มาน อนิสตัน หนุ่มสัญชาติไทยอังกฤษ วัย 21 ปี ก้มหน้าหลุบต่ำมองหน้าขาตัวเอง พลางคิดวนไปวนมา กับเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนเองไม่ตก หัวคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันเป็นปม ราวกับคนเครียดจัด มันสับสนจนหัวเขาแทบระเบิด

“คุณเคย์มานคะ ตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไรบ้างคะ”

โทนเสียงนุ่มหูของจิตแพทย์หญิงประจำตัวชายหนุ่มเอ่ยขึ้น เคย์มานเงยหน้าขึ้นมามองหน้าคุณหมอแล้วนิ่งไปสักพัก ก่อนที่จะถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง แล้วก้มหน้าลงอีกครั้ง

เคย์มานไม่รู้จะตอบกลับอะไร “จะให้เป็นอะไรไปได้อีกล่ะครับ ผมก็เจอกับไอ้โรคบ้า ๆ นั่นเหมือนเดิม” ความคิดฟุ้งซ่านลอยวนอยู่ในหัว เหมือนกับหมอกควันที่ไม่มีวันจางหาย

เขาจะเข้ามาพบจิตแพทย์ทุก ๆ หนึ่งเดือน เพื่อรับการบำบัดสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ไอ้โรคประหลาด ที่เขาเป็นอยู่มันหายไปได้เลยแม้แต่นิดเดียว มันเป็นเพียงการเยียวยาทางจิตใจเท่านั้น

“ผมสับสนครับ...ตอนนี้ผมสับสนไปหมด ตกลงผมเป็นอะไรกันแน่”

น้ำเสียงสั่นเครือเจือไปด้วยความสิ้นหวังของเคย์มานเอ่ยขึ้น มือทั้งสองข้างที่วางอยู่บนตักตัวเอง ตอนนี้เขาเอามันจิกเข้าหากันจนเป็นรอยเล็บ เคย์มานก้มหน้าลงต่ำอีกครั้ง ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตามองคุณหมอเลยด้วยซ้ำ

“หมอก็ยังให้คำตอบไม่ได้ค่ะ แต่ผลการตรวจสารสื่อประสาทในสมองของคุณปกติดีทุกอย่าง”

“ผมจะไม่หายจากโรคบ้า ๆ นี่ใช่ไหมครับ?”

เป็นประโยคคำถาม ที่ทำให้คุณหมอหนักใจไม่น้อย สายตาหม่นหมอง จ้องมองไปยังดวงตาของจิตแพทย์หญิงด้วยความหวัง หวังว่าตัวเองจะหายจากโรคบ้า ๆ ที่เป็นอยู่

สายตาแห่งความหวัง เจือไปด้วยความสิ้นหวังของเคย์มาน มันทำให้จิตแพทย์หญิงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอย่างบอกไม่ถูก

“เอ่อ...หมอ...หมอ จะพยายามหาวิธีช่วยคุณให้ถึงที่สุดค่ะ ตอนนี้ของแค่คุณพยายามไม่โฟกัสเรื่องนี้ก่อน...”

“เวลาคิดถึงเรื่องแย่ ๆ พยายามดึงตัวเองออกมาให้เร็วที่สุด อย่างดิ่งไปกับมันนะคะ เพราะมันจะยิ่งทำให้จิตใจคุณย่ำแย่ลงไปอีก แล้วคุณอาจจะมีภาวะซึมเศร้า หรืออาจกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้เลยนะคะ”

จิตแพทย์หญิงเอ่ยตามความเป็นจริง แต่เรื่องที่จะรักษาอาการประหลาด ๆ ที่เขาเป็นมันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เธอเองก็จนปัญญาเหมือนกันตอนนี้ ทำได้เพียงแค่คอยบำบัดสภาพจิตใจของชายหนุ่ม คอยให้คำปรึกษาเวลาเขาเจอเรื่องแย่ ๆ มาก็เท่านั้น

“เมื่อวานผมอาการกำเริบอีกแล้วครับ”

อยู่ ๆ เคย์มานก็เอ่ยขึ้นมา แล้วนิ่งเงียบไปสักพัก ดวงตาคู่สวยเริ่มสั่นระริก หยาดเหงื่ออาบชุ่มเต็มซอกนิ้ว

“คะ? ...พอจะเล่าให้หมอฟังได้ไหมคะ” 

คุณหมอช้อนสายตามองชายหนุ่ม แล้วส่งรอยยิ้มอบอุ่นให้กับเขา รอยยิ้มนี้ทำให้ใจของคนที่เหี่ยวเฉารู้สึกดีขึ้นมาไม่น้อย

“ได้ครับ...ก็เหมือนอย่างเคย ๆ อยู่ ๆ ผมก็รู้สึกร้อนไปทั้งตัวเหมือนถูกไฟเผา แล้วเสียงหัวเราะของใครบางคนก็ดังก้องเข้ามาในหู ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ผมอาจหลอนจนหูฝาดก็ได้ ผมไม่รู้จริง ๆ มันคืออาการหลอนหรืออะไรกันแน่ มันจะเป็นแบบนี้ทุกครั้ง จนผมคิดว่าผมเป็นบ้าไปแล้ว...”

เขาอธิบายยาวเหยียดกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เคย์มานนิ่งไปครู่หนึ่ง พลางพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างแรง ก่อนที่จะเหลือบตาขึ้นไปมองหน้าจิตแพทย์หญิงอีกครั้งและพูดต่อ

“หลังจากเสียงนั้นหายไป ผมก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ เหงื่อผมไหลเต็มตัวไปหมด ผมเกิดอารมณ์ทางเพศอย่างรุนแรง จน...จนผมควบคุมตัวเองไม่ได้เลย ไม่ได้จริง ๆ”

“ตัวผมร้อนไปหมดเหมือนผิวหนังจะละลาย หลุดออกมาเลยครับ ผมต้องมีเซ็กส์ถึงจะหายจากอาการทุกข์ทรมานบ้า ๆ นั่น แต่ที่มันน่าตลก มันน่าตลกจริง ๆ แล้วมันก็บ้ามาก...”

“ผมต้องมีเซ็กส์หมู่เท่านั้น มันถึงจะปลดปล่อยอารมณ์ทางเพศของผมให้หมดลงได้ ให้ตายสิ!!...ผมทนไม่ไหวแล้ว แต่ผมก็ต้องทน และผมก็ไม่รู้ว่าจะทนได้นานอีกแค่ไหน”

โทนเสียงสั่นเครือ เจือไปด้วยความเจ็บปวดเปล่งออกมา บ่งบอกถึงความสิ้นหวัง เคย์มานยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาลูบที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของตัวเอง

ดวงตาสีน้ำตาลทอง ที่มีขนตายาวเป็นแพรหนา เริ่มแดงก่ำมันคลอไปด้วยหยาดน้ำตา เขารีบกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อไล่หยาดน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา ไม่ให้คุณหมอได้เห็นมัน 

“ร้องออกมาเถอะค่ะ ถ้ามันทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น ไม่เป็นไรนะคะ หมออยู่ตรงนี้ หมอพร้อมจะรับฟังคุณทุกเรื่อง คุณไม่ต้องกลัว ไม่ต้องอายอะไรทั้งนั้นค่ะ หมอเชื่อว่าทุกอย่างจะโอเค”

“แล้วเมื่อไรล่ะครับ?”

“............”

คำถามสวนกลับของเคย์มานทำให้จิตแพทย์หญิงนิ่งงันไปไม่เป็น “เมื่อไรล่ะ เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”

“เอ่อ...หมอยังให้คำตอบไม่ได้ค่ะ ว่าแต่คุณได้ยินเสียงแว่ว หรือเห็นภาพหลอนอะไรไหมคะ ตอนอาการไม่กำเริบ”

จิตแพทย์หญิงชวนเปลี่ยนเรื่องคุยทันที เมื่อได้ยินเคย์มานบอกว่าเขามักจะได้ยินเสียงหัวเราะ ระหว่างที่เกิดอาการกำเริบ เลยคิดว่าตอนนี้คงต้องใช้ยาช่วยระงับอาการทางจิตร่วมด้วย คนไข้รายนี้อาจจะมีอาการหลอนจนหูฝาดก็ได้

“ได้ยินเสียงแว่วครับ เหมือนมีคนคุยกันข้าง ๆ หู แต่ไม่บ่อยครับ”

ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ พลางเอียงคอมองคุณหมอ สายตาทอดมองไปยังเธอด้วยความสงสัย คุณหมอทำหน้านิ่ง เหมือนกำลังวิเคราะห์อะไรบางอย่าง

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยววันนี้ หมอจะจ่ายยา Quetiapine ไปให้คุณทานนะคะ ยามันจะช่วยลดอาการหลอน การได้ยินเสียงแว่ว หรือภาพหล่อนได้ค่ะ ช่วยปรับอารมณ์ทำให้คุณมีสมาธิมากขึ้น ช่วยลดอาการกระวนกระวาย หมอจะให้ทาน 1 เม็ดก่อนนอนนะคะ”

คุณหมอกล่าวพร้อมกับจดใบสั่งยาให้กับเคย์มานไปด้วย

“ผมเป็นโรคประสาทเหรอครับ?”

คำถามนี้ทำให้คุณหมอหยุดชะงักทันที จิตแพทย์หญิงรีบเงยหน้าขึ้นมาสบตามองคนไข้ เธอรีบวางปากกาลงอย่างไว แล้วโบกมือไปมา ก่อนที่จะส่งยิ้มที่แสนอ่อนโยนให้กับชายหนุ่มอีกครั้ง

“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ...หมอไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นค่ะ ที่จ่ายยาไปเพราะคุณบอกว่ามีอาการได้ยินเสียงแว่ว หมอเลยจะลองจ่ายยาตัวนี้ให้ทานดูค่ะ เผื่อว่าจะช่วยลดอาการดังกล่าวได้ค่ะ”

“ออ...ครับ”

เคย์มานใช้เวลาพูดคุยกับจิตแพทย์หญิงสักพัก เขาก็ขอตัวกลับ คุณหมอให้คุณพยาบาลเอายามาให้เคย์มานในห้องตรวจเหมือนอย่างเคย

โดยที่เขาไม่ต้องไปยืนรอต่อคิวเหมือนคนไข้คนอื่น ๆ ก่อนเดินออกจากห้อง เขาไม่ลืมที่หยิบแว่นตาสีดำมาสวมใส่ พร้อมกับหมวกแก๊ปใบโปรดมาสวมไว้บนศีรษะ

คุณพยาบาลเดินเข้ามาเรียกเคย์มาน ส่งสัญญาณว่าให้เขาออกไปข้างนอกได้แล้ว เคย์มานค่อย ๆ เปิดประตูมองซ้าย มองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครแล้ว เขาจริงรีบพาตัวเองออกมาทันที เพราะเคย์มานไม่อยากให้ใครรู้ว่า เขาป่วยเป็นโรคบ้า ๆ นี่

ครอบครัวของเขามีชื่อเสียงใหญ่โต ทำธุรกิจอสังหาฯ ทั้งในประเทศไทยและอังกฤษหลายแห่ง อยู่ในเครืออนิสตัน ที่ได้ตั้งชื่อตามสกุลของบิดา

โดยที่ประเทศไทยจะมีมารดาของเขาเป็นคนอยู่บริหารงานที่นั่น ส่วนที่อังกฤษพ่อของเขาจะเป็นคนบริหารงาน แล้วว่าง ๆ พวกเขาก็จะบินกลับไปไทยบ้างเป็นบางครั้ง หรือไม่แม่ของเขาก็จะบินมาหาเขาที่นี่

เคย์มานจึงไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขาเป็นโรคประหลาดนี่ ถ้ามีคนรู้ว่าเขาต้องเข้าพบจิตแพทย์ คงมีคนเอาไปเมาส์ไม่หยุดแน่ ว่าตระกูลอนิสตันมีลูกป่วยเป็นโรคประสาท

ถึงแม้การพบจิตแพทย์จะเป็นเรื่องที่ปกติในยุคสมัยนี้แล้วก็ตาม แต่เคย์มานก็ยังอยากให้เรื่องนี้เป็นความลับ ไม่อยากให้ใครได้รับรู้ แม้กระทั่งเพื่อนสนิทของเขา ยังไม่รู้เลยว่าเขาป่วย

เคย์มานรีบสืบเท้าก้าวเดินมาที่รถสปอร์ตคันสีแดงคู่ใจ ก่อนที่จะพาตัวเองเข้าไปนั่งที่เบาะคนขับ แล้วกดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ คันเร่งถูกเหยียบเต็มแรง รถหรูพุ่งทะยานออกไปอย่างไวราวกับพายุ

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

Phakhaphon Kuacharoen
Phakhaphon Kuacharoen
ชอบมากกค่ะ
2026-01-26 21:12:40
1
0
113 Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status