ログインเขาเป็นโรคประหลาดที่รักษาไม่หาย ต้องใช้ Se..x บำบัด ไม่อย่างนั้นเขาจะร้อนจะแทบขาดใจตาย คำสาปจากวิญญาณร้าย ทำให้เขากลายเป็นแบบนี้ "ผมต้องมีเซ็...หมู่เท่านั้นถึงจะหายร้อนครับ "
もっと見るบรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ อึมครึมจนน่าอึดอัด แสงนีออนขาวสว่างจ้าแต่กลับไร้ความอบอุ่น พาให้ห้องที่ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย กลับเย็นเยียบจนรู้สึกได้ ถึงความว่างเปล่าที่คละคลุ้งอยู่ในอากาศ
เคย์มาน อนิสตัน หนุ่มสัญชาติไทยอังกฤษ วัย 21 ปี ก้มหน้าหลุบต่ำมองหน้าขาตัวเอง พลางคิดวนไปวนมา กับเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนเองไม่ตก หัวคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันเป็นปม ราวกับคนเครียดจัด มันสับสนจนหัวเขาแทบระเบิด
“คุณเคย์มานคะ ตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไรบ้างคะ”
โทนเสียงนุ่มหูของจิตแพทย์หญิงประจำตัวชายหนุ่มเอ่ยขึ้น เคย์มานเงยหน้าขึ้นมามองหน้าคุณหมอแล้วนิ่งไปสักพัก ก่อนที่จะถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง แล้วก้มหน้าลงอีกครั้ง
เคย์มานไม่รู้จะตอบกลับอะไร “จะให้เป็นอะไรไปได้อีกล่ะครับ ผมก็เจอกับไอ้โรคบ้า ๆ นั่นเหมือนเดิม” ความคิดฟุ้งซ่านลอยวนอยู่ในหัว เหมือนกับหมอกควันที่ไม่มีวันจางหาย
เขาจะเข้ามาพบจิตแพทย์ทุก ๆ หนึ่งเดือน เพื่อรับการบำบัดสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ไอ้โรคประหลาด ที่เขาเป็นอยู่มันหายไปได้เลยแม้แต่นิดเดียว มันเป็นเพียงการเยียวยาทางจิตใจเท่านั้น
“ผมสับสนครับ...ตอนนี้ผมสับสนไปหมด ตกลงผมเป็นอะไรกันแน่”
น้ำเสียงสั่นเครือเจือไปด้วยความสิ้นหวังของเคย์มานเอ่ยขึ้น มือทั้งสองข้างที่วางอยู่บนตักตัวเอง ตอนนี้เขาเอามันจิกเข้าหากันจนเป็นรอยเล็บ เคย์มานก้มหน้าลงต่ำอีกครั้ง ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตามองคุณหมอเลยด้วยซ้ำ
“หมอก็ยังให้คำตอบไม่ได้ค่ะ แต่ผลการตรวจสารสื่อประสาทในสมองของคุณปกติดีทุกอย่าง”
“ผมจะไม่หายจากโรคบ้า ๆ นี่ใช่ไหมครับ?”
เป็นประโยคคำถาม ที่ทำให้คุณหมอหนักใจไม่น้อย สายตาหม่นหมอง จ้องมองไปยังดวงตาของจิตแพทย์หญิงด้วยความหวัง หวังว่าตัวเองจะหายจากโรคบ้า ๆ ที่เป็นอยู่
สายตาแห่งความหวัง เจือไปด้วยความสิ้นหวังของเคย์มาน มันทำให้จิตแพทย์หญิงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอย่างบอกไม่ถูก
“เอ่อ...หมอ...หมอ จะพยายามหาวิธีช่วยคุณให้ถึงที่สุดค่ะ ตอนนี้ของแค่คุณพยายามไม่โฟกัสเรื่องนี้ก่อน...”
“เวลาคิดถึงเรื่องแย่ ๆ พยายามดึงตัวเองออกมาให้เร็วที่สุด อย่างดิ่งไปกับมันนะคะ เพราะมันจะยิ่งทำให้จิตใจคุณย่ำแย่ลงไปอีก แล้วคุณอาจจะมีภาวะซึมเศร้า หรืออาจกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้เลยนะคะ”
จิตแพทย์หญิงเอ่ยตามความเป็นจริง แต่เรื่องที่จะรักษาอาการประหลาด ๆ ที่เขาเป็นมันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เธอเองก็จนปัญญาเหมือนกันตอนนี้ ทำได้เพียงแค่คอยบำบัดสภาพจิตใจของชายหนุ่ม คอยให้คำปรึกษาเวลาเขาเจอเรื่องแย่ ๆ มาก็เท่านั้น
“เมื่อวานผมอาการกำเริบอีกแล้วครับ”
อยู่ ๆ เคย์มานก็เอ่ยขึ้นมา แล้วนิ่งเงียบไปสักพัก ดวงตาคู่สวยเริ่มสั่นระริก หยาดเหงื่ออาบชุ่มเต็มซอกนิ้ว
“คะ? ...พอจะเล่าให้หมอฟังได้ไหมคะ”
คุณหมอช้อนสายตามองชายหนุ่ม แล้วส่งรอยยิ้มอบอุ่นให้กับเขา รอยยิ้มนี้ทำให้ใจของคนที่เหี่ยวเฉารู้สึกดีขึ้นมาไม่น้อย
“ได้ครับ...ก็เหมือนอย่างเคย ๆ อยู่ ๆ ผมก็รู้สึกร้อนไปทั้งตัวเหมือนถูกไฟเผา แล้วเสียงหัวเราะของใครบางคนก็ดังก้องเข้ามาในหู ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ผมอาจหลอนจนหูฝาดก็ได้ ผมไม่รู้จริง ๆ มันคืออาการหลอนหรืออะไรกันแน่ มันจะเป็นแบบนี้ทุกครั้ง จนผมคิดว่าผมเป็นบ้าไปแล้ว...”
เขาอธิบายยาวเหยียดกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เคย์มานนิ่งไปครู่หนึ่ง พลางพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างแรง ก่อนที่จะเหลือบตาขึ้นไปมองหน้าจิตแพทย์หญิงอีกครั้งและพูดต่อ
“หลังจากเสียงนั้นหายไป ผมก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ เหงื่อผมไหลเต็มตัวไปหมด ผมเกิดอารมณ์ทางเพศอย่างรุนแรง จน...จนผมควบคุมตัวเองไม่ได้เลย ไม่ได้จริง ๆ”
“ตัวผมร้อนไปหมดเหมือนผิวหนังจะละลาย หลุดออกมาเลยครับ ผมต้องมีเซ็กส์ถึงจะหายจากอาการทุกข์ทรมานบ้า ๆ นั่น แต่ที่มันน่าตลก มันน่าตลกจริง ๆ แล้วมันก็บ้ามาก...”
“ผมต้องมีเซ็กส์หมู่เท่านั้น มันถึงจะปลดปล่อยอารมณ์ทางเพศของผมให้หมดลงได้ ให้ตายสิ!!...ผมทนไม่ไหวแล้ว แต่ผมก็ต้องทน และผมก็ไม่รู้ว่าจะทนได้นานอีกแค่ไหน”
โทนเสียงสั่นเครือ เจือไปด้วยความเจ็บปวดเปล่งออกมา บ่งบอกถึงความสิ้นหวัง เคย์มานยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาลูบที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของตัวเอง
ดวงตาสีน้ำตาลทอง ที่มีขนตายาวเป็นแพรหนา เริ่มแดงก่ำมันคลอไปด้วยหยาดน้ำตา เขารีบกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อไล่หยาดน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา ไม่ให้คุณหมอได้เห็นมัน
“ร้องออกมาเถอะค่ะ ถ้ามันทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น ไม่เป็นไรนะคะ หมออยู่ตรงนี้ หมอพร้อมจะรับฟังคุณทุกเรื่อง คุณไม่ต้องกลัว ไม่ต้องอายอะไรทั้งนั้นค่ะ หมอเชื่อว่าทุกอย่างจะโอเค”
“แล้วเมื่อไรล่ะครับ?”
“............”
คำถามสวนกลับของเคย์มานทำให้จิตแพทย์หญิงนิ่งงันไปไม่เป็น “เมื่อไรล่ะ เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“เอ่อ...หมอยังให้คำตอบไม่ได้ค่ะ ว่าแต่คุณได้ยินเสียงแว่ว หรือเห็นภาพหลอนอะไรไหมคะ ตอนอาการไม่กำเริบ”
จิตแพทย์หญิงชวนเปลี่ยนเรื่องคุยทันที เมื่อได้ยินเคย์มานบอกว่าเขามักจะได้ยินเสียงหัวเราะ ระหว่างที่เกิดอาการกำเริบ เลยคิดว่าตอนนี้คงต้องใช้ยาช่วยระงับอาการทางจิตร่วมด้วย คนไข้รายนี้อาจจะมีอาการหลอนจนหูฝาดก็ได้
“ได้ยินเสียงแว่วครับ เหมือนมีคนคุยกันข้าง ๆ หู แต่ไม่บ่อยครับ”
ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ พลางเอียงคอมองคุณหมอ สายตาทอดมองไปยังเธอด้วยความสงสัย คุณหมอทำหน้านิ่ง เหมือนกำลังวิเคราะห์อะไรบางอย่าง
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยววันนี้ หมอจะจ่ายยา Quetiapine ไปให้คุณทานนะคะ ยามันจะช่วยลดอาการหลอน การได้ยินเสียงแว่ว หรือภาพหล่อนได้ค่ะ ช่วยปรับอารมณ์ทำให้คุณมีสมาธิมากขึ้น ช่วยลดอาการกระวนกระวาย หมอจะให้ทาน 1 เม็ดก่อนนอนนะคะ”
คุณหมอกล่าวพร้อมกับจดใบสั่งยาให้กับเคย์มานไปด้วย
“ผมเป็นโรคประสาทเหรอครับ?”
คำถามนี้ทำให้คุณหมอหยุดชะงักทันที จิตแพทย์หญิงรีบเงยหน้าขึ้นมาสบตามองคนไข้ เธอรีบวางปากกาลงอย่างไว แล้วโบกมือไปมา ก่อนที่จะส่งยิ้มที่แสนอ่อนโยนให้กับชายหนุ่มอีกครั้ง
“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ...หมอไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นค่ะ ที่จ่ายยาไปเพราะคุณบอกว่ามีอาการได้ยินเสียงแว่ว หมอเลยจะลองจ่ายยาตัวนี้ให้ทานดูค่ะ เผื่อว่าจะช่วยลดอาการดังกล่าวได้ค่ะ”
“ออ...ครับ”
เคย์มานใช้เวลาพูดคุยกับจิตแพทย์หญิงสักพัก เขาก็ขอตัวกลับ คุณหมอให้คุณพยาบาลเอายามาให้เคย์มานในห้องตรวจเหมือนอย่างเคย
โดยที่เขาไม่ต้องไปยืนรอต่อคิวเหมือนคนไข้คนอื่น ๆ ก่อนเดินออกจากห้อง เขาไม่ลืมที่หยิบแว่นตาสีดำมาสวมใส่ พร้อมกับหมวกแก๊ปใบโปรดมาสวมไว้บนศีรษะ
คุณพยาบาลเดินเข้ามาเรียกเคย์มาน ส่งสัญญาณว่าให้เขาออกไปข้างนอกได้แล้ว เคย์มานค่อย ๆ เปิดประตูมองซ้าย มองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครแล้ว เขาจริงรีบพาตัวเองออกมาทันที เพราะเคย์มานไม่อยากให้ใครรู้ว่า เขาป่วยเป็นโรคบ้า ๆ นี่
ครอบครัวของเขามีชื่อเสียงใหญ่โต ทำธุรกิจอสังหาฯ ทั้งในประเทศไทยและอังกฤษหลายแห่ง อยู่ในเครืออนิสตัน ที่ได้ตั้งชื่อตามสกุลของบิดา
โดยที่ประเทศไทยจะมีมารดาของเขาเป็นคนอยู่บริหารงานที่นั่น ส่วนที่อังกฤษพ่อของเขาจะเป็นคนบริหารงาน แล้วว่าง ๆ พวกเขาก็จะบินกลับไปไทยบ้างเป็นบางครั้ง หรือไม่แม่ของเขาก็จะบินมาหาเขาที่นี่
เคย์มานจึงไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขาเป็นโรคประหลาดนี่ ถ้ามีคนรู้ว่าเขาต้องเข้าพบจิตแพทย์ คงมีคนเอาไปเมาส์ไม่หยุดแน่ ว่าตระกูลอนิสตันมีลูกป่วยเป็นโรคประสาท
ถึงแม้การพบจิตแพทย์จะเป็นเรื่องที่ปกติในยุคสมัยนี้แล้วก็ตาม แต่เคย์มานก็ยังอยากให้เรื่องนี้เป็นความลับ ไม่อยากให้ใครได้รับรู้ แม้กระทั่งเพื่อนสนิทของเขา ยังไม่รู้เลยว่าเขาป่วย
เคย์มานรีบสืบเท้าก้าวเดินมาที่รถสปอร์ตคันสีแดงคู่ใจ ก่อนที่จะพาตัวเองเข้าไปนั่งที่เบาะคนขับ แล้วกดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ คันเร่งถูกเหยียบเต็มแรง รถหรูพุ่งทะยานออกไปอย่างไวราวกับพายุ
จากนั้นความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินใจอยู่ตลอดเวลา พวกเขาทนความอัปยศของตนเองไม่ไหว เลยกลับเข้าวังมาเพื่อสารภาพความจริงกับองค์คามิซาน“ความจริงพระนางโซเฟียไม่ได้ผิดอะไรเลยขอรับ พวกเราต่างหากที่ผิด พวกเรามันขี้ขลาดยอมทำตามคำสั่งของ พระนางโอลิเวีย นางให้คนของนางจับคนในครอบครัวของหม่อมฉันสองคนเอาไว้เป็นตัวประกัน”“หากไม่ทำตามที่นางสั่ง นางจะฆ่าลูกกับเมียและพ่อแม่ของหม่อมฉัน พวกเราสองคนเลยต้องทำแบบนั้น นางสั่งให้หม่อมฉันสองคนแกล้งทำเป็นหลับนอนกับพระนางโซเฟีย แต่ความจริงแล้วนางวางยาพระนางโซเฟีย พระนางโซเฟียไม่ได้หลับนอนกับพวกหม่อมฉัน พวกเราไม่ได้แตะต้องพระนางเลย”“ตอนนี้หม่อมฉันพร้อมรับโทษแล้วขอรับ พระนางโซเฟียดีต่อพวกเราเหลือเกิน แต่พวกเรากลับทำร้ายพระนางโซเฟียได้ลงคอ พวกเราไม่สมควรมีชีวิตอยู่ต่อ หม่อมฉันขอชดใช้ความผิดครั้งนี้ด้วยชีวิตพวกเราขอรับ”คำบอกเล่าของเมสันและอาเบลยังคงสะท้อนไปมาอยู่ในหัวขององค์คามิซาน เหมือนสายฟ้าฟาดลงตรงกลางพระทัย เมื่อได้รู้ความจริง ว่าตนได้สั่งประหารเมียรัก ทั้ง ๆ ที่นางไม่มีผิด ความจริงวันนั้นเขาน่าจะเชื่อองค์ชายคริส ที่บอกว่าแม่โดนใส่ร้าย องค์คามิซานนึกก่นด่าตัวเ
⚠️ ตอนนี้มีการทารุณและใช้ความรุนแรง⚠️ เสียงกรีดร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดของหญิงสาว ใบหน้างดงามแต่จิตใจอาบเคลือบไปด้วยพิษร้าย ใบหน้าของหล่อนซีดขาวราวกับผี หยาดเหงื่อเม็ดโตผุดพรายตามกรอบหน้า ไหลย้อยลงมาตามแนวไรผม คราบน้ำตาไหลอาบทั่วแก้มนวล ดวงตาหล่อนแดงก่ำราวกับสีเลือด พระนางโอลิเวียถูกตรึงไว้กับผนังของคุกชั้นใต้ดิน ที่ที่พระนางโซเฟียเคยถูกคลุมขังเอาไว้ ในนี้ทั้งชื้นทั้งเหม็นอับ กลิ่นฟางที่ถูกความชื้นส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว สัตว์เลื้อยคลานพวกตะขาบ แมงป่อง เต็มพื้นไปหมด บ้างก็ไต่ขึ้นมาตามผนังอิฐสีแดง บ้างก็อยู่ตามพื้น “ได้โปรดอภัยให้หม่อมฉันด้วย หม่อมฉันทำไปทั้งหมดเพราะว่าหม่อมฉันรักพระองค์นะเพคะ...องค์คามิซาน” น้ำเสียงสั่นเครือเจือไปด้วยความเจ็บปวดเอ่ยอ้อนวอนร้องขอให้ชายตรงหน้าเห็นใจ แต่กลับไร้ความหมาย ยิ่งนางอ้อนวอนเท่าไร บทลงโทษก็ยิ่งเพิ่มทวีคูณมากเท่านั้น “รักเหรอ? ...เจ้าวางแผนชั่ว ๆ ให้นางถูกสั่งประหาร ฆ่าได้แม้กระทั่งพี่สาวในสายเลือดตัวเอง น่าขยะแขยงสิ้นดี ผู้หญิงเยี่ยงเจ้าไม่สมควรได้รับความรักจากใครทั้งสิ้น ข้าไม่น่าโง่เลย ไม่น่าเลย ไม่เช่นนั้นโซเฟีย...” น้ำเสี
เคย์มานเอามือจิกเข้าที่หน้าอกของเคนโซอีกครั้ง เมื่อความเสียวเริ่มก่อตัว เพราะคนพี่เล่นไม่ผ่อนแรงเลยแม้แต่นิดเดียว และไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อย“อ่าาา...พี่เคนโซ ผมเสียวจนไม่ไหวแล้ว จะเสร็จหรือยัง”เขาจับตัวเคย์มานพลิกให้นอนราบกับพื้นเตียงนุ่ม แล้วยกขาขึ้นพาดบ่าแกร่ง เคนโซอัดกระแทกลำกายเข้าไปอย่างแรง จนหัวเตียงสั่นคลอนกระทบกับผนังดังลั่น“ไอ้เคนโซมึงเบา ๆ หน่อยสิวะ...เดี๋ยวพ่อกับแม่ได้ยิน”“กูเบาเป็นที่ไหนล่ะ...ไม่เบาแล้ว”เสียงหัวเตียงกระทบกับผนังดังตามจังหวะแรงกระแทกที่ถี่รัว ตัวเคย์มานไถลไปตามแรงส่ง คนพี่ก้มมองจุดเชื่อมต่อแล้วยกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจ ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นแล้วหลับตาพริ้ม กระแทกบั้นท้ายระรัวราวกับว่าเป็นม้าพยศที่ไม่ยอมสงบ เขายังคงควบขี่เคย์มานไม่ยอมผ่อนแรงลง ยิ่งใกล้ถึงฝั่งฝันเขายิ่งส่งแรงเข้าไป ถาโถมกายอัดกระแทกคนใต้ล่างอย่างเอาแต่ใจ“พี่เคนโซ...เบา ๆ หน่อย...ผมเสียวใจจะขาดแล้ว”เคนโซก้มลงไปกดจูบริมฝีปากบางของเคย์มาน อย่างเร่าร้อนไม่ให้คนน้องพูดอะไรออกมา เพราะตอนนี้เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้แล้ว สะโพกแกร่งยังคงทำหน้าที่ตอกอัดความแข็งขืนเข้าไปอย่างไม่ยั้ง จี้จุดเสียวของเค
เคนโซเอ่ยขึ้น เมื่อเพื่อนตัวเองยังไม่เสร็จสักที มือของเคย์มานก็ยังคงทำหน้าที่ชักรูดแก่นกายอันใหญ่ของเคนโซไปพลาง ๆ เพื่อรอให้บรูโนเสร็จเสียก่อนบรูโนเร่งจังหวะให้เพื่อนรัก เพื่อส่งตัวเองให้ถึงฝั่งฝัน แท่งเนื้ออันใหญ่ผลุบเข้าผลุบออกเข้าไปในโพรงเนื้อนุ่มครั้งแล้วครั้งเล่า ยังไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จ เขาเร่งกระแทกลำกายเข้าไปอย่างไม่ยั้ง มือก็บีบเคล้นฟอนเฟ้นบั้นท้ายของเคย์มานจนเพลิน“อ่าาาา...ใกล้แล้ว กูใกล้แล้ว รอแป๊บ”บรูโนกระแทกลำกายเข้าไปเน้นย้ำอีกไม่กี่ครั้ง เขาก็ปลดปล่อยสายธารน้ำรักออกมาเต็มไปหมด คนตัวสูง 185 เซนติเมตร เชิดหน้าขึ้นฟ้า ขบสันกรามเข้าหากันแน่น มือจิกเข้าไปที่บั้นท้ายของเคย์มานอย่างแรง เมื่อถึงฝั่งฝัน“ซี้ดดดดด...อ่าาาา กูเสร็จแล้ว”เสียงลมหายใจหอบกระเส่า หัวใจเต้นแรงจนผิดจังหวะ บรูโนรีบจับแก่นกายของตัวเอง แล้วดึงออกจากช่องทางหลังทันที เพื่อให้เคนโซได้สานต่อ เขาเดินไปที่เตียงแล้วทิ้งตัวลงนอนแล้วหลับตาพริ้มเคนโซจูงมือเคย์มานมาที่เตียง เขานั่งพิงหัวเตียงแล้วจับเคย์มานนั่งคร่อมตัวเขา ทั้งสองหันหน้าเข้าหากันแลกจูบกันอย่างดูดดื่ม เคนโซค่อย ๆ ผละริมฝีปากออกจากเคย์มาน คนนัยน์ตาสีน
レビュー