Beranda / มาเฟีย / สยบแค้นมาเฟียร้าย / ตอนที่ 3 กรงทองของมาเฟีย

Share

ตอนที่ 3 กรงทองของมาเฟีย

last update Terakhir Diperbarui: 2025-07-10 21:19:26

หลังจากค่ำคืนที่แสนเลวร้ายในงานประมูล ซูหลิง ถูกพาตัวมายังเพนท์เฮาส์สุดหรูใจกลางมหานคร สิ่งปลูกสร้างระฟ้าที่ทิ่มแทงท้องฟ้าเบื้องบนราวกับจะเสียดทะลุเมฆหมอก ตัวตึกสูงเสียดฟ้าถูกตกแต่งด้วยกระจกสีดำทมิฬสะท้อนแสงไฟระยิบระยับของเมืองยามราตรี มันเป็นเพนท์เฮาส์ที่กว้างขวางโออ่าจนน่าตกใจ ทุกตารางนิ้วถูกประดับประดาด้วยงานศิลปะล้ำค่า ของตกแต่งราคาแพงระยับ และเฟอร์นิเจอร์สั่งทำพิเศษจากต่างประเทศ พื้นหินอ่อนมันวาวสะท้อนเงาของโคมไฟคริสตัลระยิบระยับ ฝาผนังประดับด้วยภาพวาดของจิตรกรชื่อดังระดับโลก หน้าต่างบานใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดานเผยให้เห็นทิวทัศน์ของเมืองทั้งเมืองที่สว่างไสวราวกับดวงดาวบนผืนผ้ากำมะหยี่สีดำ

แต่ความงดงามเหล่านี้กลับไม่สามารถบดบังความรู้สึกอึดอัดและโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจซูหลิงได้เลย นี่ไม่ใช่บ้าน แต่มันคือกรงทองที่งดงามที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น เธอถูกกักขังอยู่ในนั้นโดยไร้อิสรภาพใดๆ ซูหลิงไม่เห็นหน้าของ หลงเฟย อีกเลยหลังจากที่เขาประมูลเธอได้เมื่อคืน เขาสั่งให้คนของเขาพาเธอมาที่นี่ และทิ้งเธอไว้เพียงลำพัง เหมือนเธอเป็นเพียงสมบัติชิ้นใหม่ที่เขาสามารถโยนทิ้งไว้ที่ไหนก็ได้

ทันทีที่เข้ามาในเพนท์เฮาส์ ลูกน้องของหลงเฟยก็พาเธอไปที่ห้องนอนหลัก มันเป็นห้องที่กว้างขวางไม่ต่างจากห้องสวีทในโรงแรมห้าดาว เตียงขนาดคิงไซส์ที่บุด้วยผ้าไหมสีเงินทอประกายวับวาวรออยู่กลางห้อง ผ้าม่านกำมะหยี่เนื้อหนาถูกรูดปิดลงจนมืดสนิท แม้จะเป็นยามเช้าก็ตาม เพื่อป้องกันไม่ให้แสงแดดและโลกภายนอกรบกวนเธอ ซูหลิงถูกนำเสื้อผ้าใหม่มาให้เปลี่ยน ชุดนอนผ้าซาตินเนื้อนุ่มสีขาวบริสุทธิ์ดูตัดกับความรู้สึกสกปรกภายในใจของเธอ เธอรู้สึกเหมือนเป็นเพียงตุ๊กตาที่ถูกจับวางอยู่ในตู้โชว์หรูหรา เมื่อเปลี่ยนชุดเสร็จสิ้น หญิงรับใช้ที่ดูนิ่งเฉยก็ออกจากห้องไป ปล่อยให้ซูหลิงเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าและความเงียบงันที่กัดกินจิตใจของเธอ

ซูหลิงเดินสำรวจไปรอบๆ ห้องอย่างช้าๆ เธอพบว่าห้องนี้มีห้องน้ำขนาดใหญ่พร้อมอ่างจากุซซี่และฝักบัวเรนชาวเวอร์ และมีห้องแต่งตัวแยกต่างหากที่มีเสื้อผ้าแบรนด์เนมใหม่เอี่ยมแขวนเรียงรายเต็มตู้ ตั้งแต่ชุดทำงาน ชุดลำลอง ไปจนถึงชุดราตรีเลิศหรู ราวกับหลงเฟยต้องการให้เธอมีทุกสิ่งที่เธอเคยปรารถนา แต่กลับไร้ซึ่งความหมายเมื่อปราศจากอิสรภาพ แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหน เธอก็ไม่พบทางออก เธอพยายามเปิดประตูห้องนอน แต่ก็พบว่ามันถูกล็อกจากด้านนอกอย่างแน่นหนา ทันทีที่เธอแตะลูกบิด เสียงสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์เบาๆ ก็ดังขึ้นจากภายนอกห้อง ราวกับมีคนกำลังเฝ้าระวังอยู่ ทุกบานหน้าต่างถูกปิดตาย และที่สำคัญคือมันอยู่บนชั้นสูงเสียดฟ้าจนเธอไม่มีทางหนีได้เลย ความรู้สึกสิ้นหวังถาโถมเข้าใส่ ซูหลิงล้มตัวลงนั่งบนเตียงนุ่ม มือเรียวกุมศีรษะที่กำลังปวดหนึบ เธอถูกกักขังอย่างสมบูรณ์ ไร้ทางหนี ไร้การติดต่อกับโลกภายนอก

ซูหลิงใช้เวลาหลายชั่วโมงในการสำรวจเพนท์เฮาส์ เธอเดินไปตามห้องต่างๆ อย่างช้าๆ สัมผัสทุกพื้นผิว ประเมินทุกจุดที่อาจเป็นช่องโหว่ แม้รู้ว่าแทบเป็นไปไม่ได้ เธอเดินเข้าไปในห้องทำงานของหลงเฟยอีกครั้ง ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่รูปภาพของผู้หญิงที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน และนั่นเองที่เธอสังเกตเห็นลิ้นชักเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะ ซึ่งเธอไม่เคยสังเกตมาก่อน เธอพยายามเปิดมันออกอย่างระมัดระวัง และพบว่าภายในมีสมุดเล่มเล็กๆ ที่ดูเก่าแก่เล่มหนึ่งวางอยู่ รินเปิดดูหน้าแรก...มันคือไดอารี่เก่าๆ ที่มีรูปถ่ายวัยเด็กของหลงเฟยกับเด็กผู้หญิงอีกคนหนึ่ง แววตาของเด็กหญิงในรูปนั้นดูเศร้าสร้อย และมีรอยแผลเป็นเล็กๆ ที่มุมปาก... ใครกัน? ซูหลิงคิดในใจ ก่อนจะรีบปิดมันลงอย่างรวดเร็วและเก็บไว้ที่เดิม เธอรู้ว่านี่คือความลับส่วนตัวของหลงเฟยที่เธอไม่ควรแตะต้อง แต่ความอยากรู้ก็ยังคงเกาะกินใจ

หัวใจของซูหลิงบีบรัดด้วยความเครียด เธอรู้สึกกระสับกระส่ายตลอดเวลา นอนไม่หลับมาตั้งแต่คืนก่อน ภาพของบิดามารดาที่ร่ำไห้และธุรกิจที่ล่มสลายยังคงหลอกหลอนในความฝันร้าย เธอเห็นใบหน้าเย้ยหยันของหลงเฟยในความมืด เขาหัวเราะเยาะในความพ่ายแพ้ของเธอ

นี่คือสิ่งที่แกต้องการใช่ไหมหลงเฟย... ให้ฉันทรมานอย่างช้าๆ ในกรงทองที่แกสร้างขึ้นมา? ซูหลิงพึมพำกับตัวเอง

เธอรู้สึกเหมือนมีดวงตานับร้อยคู่จ้องมองเธออยู่ตลอดเวลา แม้จะไม่มีใครอยู่ในห้องก็ตาม ความรู้สึกถูกจับตามองทำให้เธอระแวง ไม่กล้าแม้แต่จะผ่อนคลาย เธอเดินไปมารอบห้องอย่างไม่หยุดหย่อน ความคิดตีกันอลหม่านในหัว เธอจะทำอย่างไรต่อไป? แผนการที่วางไว้พังทลายลงสิ้นเชิง

เวลาผ่านไปช้าๆ ซูหลิงไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่เธอจมอยู่กับความคิดและความรู้สึกของตัวเอง เสียงท้องที่ร้องประท้วงทำให้เธอต้องลุกขึ้น เธอเดินไปที่ห้องครัวที่เชื่อมต่อกับส่วนรับประทานอาหาร มันเป็นห้องครัวสไตล์โมเดิร์นที่เต็มไปด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน ตู้เย็นขนาดใหญ่ถูกจัดเก็บด้วยอาหารสดใหม่และเครื่องดื่มหลากหลายชนิด มีอาหารเช้าถูกเตรียมไว้ให้แล้วบนโต๊ะอาหารกระจกใส ซูหลิงตักอาหารใส่จานอย่างไม่ใส่ใจรสชาติ เธอรู้สึกเหมือนกำลังกินอาหารของนักโทษ ที่แม้จะหรูหราเพียงใด ก็ยังคงเป็นอาหารที่ถูกจัดหามาให้โดยผู้คุม

หลังจากนั้น ซูหลิงตัดสินใจเดินสำรวจเพนท์เฮาส์อีกครั้งอย่างละเอียด เธอเดินผ่านห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน ห้องออกกำลังกายส่วนตัว และแม้กระทั่งห้องสมุดขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยหนังสือหายาก เธอสัมผัสทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัว พยายามหาจุดอ่อน จุดที่จะสามารถใช้เป็นหนทางหลบหนีได้ แต่ก็ไม่มีเลย ทุกอย่างถูกออกแบบมาอย่างแน่นหนาและปลอดภัย ราวกับป้อมปราการที่สร้างขึ้นมาเพื่อกักขังบางสิ่งบางอย่างที่มีค่าที่สุด ไม่มีแม้แต่คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต โทรทัศน์ก็มีเพียงช่องข่าวบันเทิงที่ไม่เกี่ยวข้องกับโลกภายนอก เพื่อควบคุมการรับรู้ ช่างเป็นการควบคุมที่ไร้ช่องโหว่เสียจริง

ขณะที่เธอกำลังสำรวจห้องสมุด สายตาของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับรูปภาพที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน รูปนั้นเป็นภาพของหลงเฟยในชุดสูทสีเข้ม เขายืนอยู่ข้างผู้หญิงคนหนึ่งที่สวยสง่า แต่เป็นความงามที่ดูเย็นชาและมีอำนาจคล้ายคลึงกับเขา เธอมีดวงตาที่เฉียบคมและริมฝีปากบางเฉียบ ผมสีดำขลับถูกเกล้าขึ้นอย่างสง่างาม เธอคือใคร? ภรรยาของเขา? หรือคนรัก?

ความรู้สึกที่ไม่ใช่ความอิจฉา แต่เป็นความสงสัยที่ปนเปความแคลงใจก่อตัวขึ้นในใจซูหลิง ราวกับกำลังเจอคู่แข่งที่มองไม่เห็น เธอเอื้อมมือไปหยิบกรอบรูปขึ้นมาพลิกดูด้านหลัง หวังว่าจะเจอชื่อหรือข้อมูลบางอย่าง แต่ก็ไม่มี เธอพยายามมองหาเอกสารหรือสิ่งของใดๆ รอบโต๊ะที่อาจเกี่ยวข้องกับผู้หญิงในภาพ แต่ก็ไม่พบอะไรที่เปิดเผยข้อมูลได้มากไปกว่านี้ หรือว่า... ผู้หญิงคนนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการของเขากับฉัน? ซูหลิงคิดในใจ

บนโต๊ะข้างเตียง มีดอกกุหลาบสีดำดอกหนึ่งวางอยู่ มันดูงดงามและลึกลับ กุหลาบสีดำ... เป็นสัญลักษณ์ของความตาย... หรือความรักที่ครอบงำ? ซูหลิงจ้องมองมันด้วยความรู้สึกที่ไม่เข้าใจ แต่กลับรู้สึกถึงความบ้าคลั่งบางอย่างของหลงเฟยที่แฝงอยู่ในสัญลักษณ์นั้น ราวกับเขาต้องการย้ำเตือนว่าเธอเป็น "ของเขา" ในทุกๆ ลมหายใจ

ขณะที่ซูหลิงกำลังจมอยู่กับความคิด ประตูก็เปิดออกอีกครั้ง เผยให้เห็นหญิงรับใช้คนเดิมพร้อมกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ดูมีอายุมากกว่า หญิงคนนั้นสวมชุดเมดสีดำและมีท่าทางที่ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย

"คุณผู้หญิงคะ นายท่านสั่งให้เรามาดูแลท่านค่ะ ดิฉันชื่ออามา เป็นหัวหน้าแม่บ้านที่นี่ ส่วนนี่คือเซียวจู เธอจะคอยดูแลความสะดวกสบายทั่วไปให้คุณผู้หญิงค่ะ" อามากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพนอบน้อม แต่แววตาของเธอแฝงไว้ด้วยความไม่ไว้วางใจเล็กน้อย และการปฏิบัติตามคำสั่งที่เคร่งครัดราวกับถูกโปรแกรมมา

ซูหลิงมองไปที่อามาอย่างพิจารณา "คุณหลงเฟยอยู่ที่ไหน?" เธอตัดสินใจถามตรงๆ

อามาก้มหน้าเล็กน้อย "นายท่านมีธุระสำคัญค่ะ ท่านอาจจะกลับมาดึกหรือไม่กลับมาเลยในคืนนี้ ท่านสั่งให้เราดูแลคุณผู้หญิงให้ดีที่สุด และไม่ให้ออกไปจากเพนท์เฮาส์นี้จนกว่าจะได้รับอนุญาตค่ะ" น้ำเสียงของอามาไร้อารมณ์ใดๆ ราวกับกำแพงที่ไม่มีวันทะลุผ่าน

"ฉันอยากรู้ว่าคุณหลงเฟยไปไหน" ซูหลิงพูดย้ำด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว "ฉันไม่ใช่ตุ๊กตาของเค้าที่ต้องทำตามคำสั่งทุกอย่างนะ!"

อามาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาของเธอฉายแววประหลาดใจกับปฏิกิริยาของซูหลิง "คุณผู้หญิงคะ... ดิฉันแค่ทำตามคำสั่งนายท่านค่ะ"

"ทำตามคำสั่งงั้นเหรอ? แล้วถ้าฉันไม่ทำตามล่ะ? เค้าจะทำอะไรฉันได้?" ซูหลิงจ้องมองอามาอย่างไม่ยอมแพ้ "เค้าไม่มีสิทธิ์มาบังคับฉัน!"

อามาถอนหายใจแผ่วเบา "คุณผู้หญิงคะ... บางครั้งการไม่รู้...อาจจะดีที่สุดค่ะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย "โลกของนายท่าน...มันไม่ใช่สิ่งที่คนอย่างคุณผู้หญิงจะเข้าใจได้หรอกค่ะ"

คำตอบของอามาตอกย้ำความจริงที่ว่าเธอคือ นักโทษ ในกรงทองนี้ ซูหลิงรู้สึกเจ็บแปลบในอก ความโกรธเกรี้ยวพุ่งสูงขึ้น เธอจำคำพูดของหลงเฟยได้ขึ้นใจ

"ตอนนี้เธอเป็นของฉันแล้วอย่างสมบูรณ์" นี่แหละคือความสมบูรณ์ที่เขาพูดถึง การครอบครองเธอทั้งร่างกายและอิสรภาพ แต่เธอพยายามระงับมันไว้ เธอรู้ว่าการแสดงออกซึ่งอารมณ์ไม่ได้ช่วยอะไรในสถานการณ์เช่นนี้ เธอต้องแข็งแกร่งและอดทน

"ฉันต้องการโทรศัพท์" ซูหลิงเอ่ยเสียงเรียบพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกทั้งหมดไว้ เธอพยายามมองหาช่องโหว่เล็กๆ น้อยๆ เพื่อติดต่อโลกภายนอก

อามาส่ายหน้าเบาๆ "นายท่านสั่งห้ามค่ะ คุณผู้หญิงจะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้โทรศัพท์หรือติดต่อกับบุคคลภายนอกได้ค่ะ ไม่ว่าจะอุปกรณ์สื่อสารชนิดใดก็ตาม"

ความรู้สึกผิดหวังถาโถมเข้ามาอีกครั้ง ซูหลิงกำมือแน่นจนเล็บจิกเนื้อ เธอรู้แล้วว่าหลงเฟยไม่ได้ประมูลเธอมาเพื่อเป็นแค่ของเล่น แต่เขาตั้งใจที่จะกักขังเธอและตัดขาดเธอจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์ นี่คือการลงโทษ นี่คือการแก้แค้นของเขาที่ต้องการให้เธอไร้ทางต่อสู้ ไร้ทางช่วยเหลือใดๆ

"เอาหล่ะ ฉันอยากอยู่คนเดียว" ซูหลิงพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาที่สุดเท่าที่จะทำได้ หญิงรับใช้ทั้งสองก้มศีรษะเล็กน้อยแล้วเดินออกไปอย่างเงียบเชียบ ประตูปิดลงพร้อมกับเสียงคลิกที่ดังเบาๆ แต่สะท้อนเข้ามาในใจซูหลิงอย่างชัดเจนว่าเธอถูกขังแล้ว ปล่อยให้ซูหลิงจมอยู่กับความรู้สึกโดดเดี่ยวอีกครั้ง

ซูหลิงเดินไปยืนที่หน้าต่างบานใหญ่ที่สุด เธอมองออกไปเห็นแสงสีของเมืองที่ทอดยาวไปไกลสุดลูกหูลูกตา ผู้คนเบื้องล่างดูเล็กจิ๋วราวกับมดตัวหนึ่ง เธอรู้สึกเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง เธอคือปลาที่ถูกตักขึ้นมาจากทะเลกว้าง แล้วมาอยู่ในโหลแก้วอันหรูหราที่ไม่มีทางออก

หลงเฟยได้ครอบครองเธอในทุกๆ ด้าน ทั้งร่างกายที่ถูกประมูลไป และอิสรภาพที่ถูกจองจำ แต่ประกายไฟในดวงตาของซูหลิงไม่ได้มอดดับลง เธอแหงนหน้ามองเพดานสูงลิบ พลางพึมพำกับตัวเองด้วยความมุ่งมั่น

"แกไม่มีทางชนะฉันหรอกหลงเฟย... ฉันจะรอ...รอจนกว่าฉันจะหาทางทำลายกรงทองของแก แล้วฉันจะทำให้แกชดใช้ทุกอย่าง!" คำพูดนั้นเป็นทั้งคำสาบานและคำสัญญาที่เธอจะยึดมั่นไว้ในใจ เพื่อรอวันที่จะได้ล้างแค้นและทวงคืนอิสรภาพของเธอ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สยบแค้นมาเฟียร้าย   ตอนที่ 33 การจากลาและการเริ่มต้นใหม่

    หนึ่งเดือนหลังจากการหมั้นหมาย บรรยากาศในบ้านริมทะเลสาบเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเมื่อก่อน ที่นี่เป็นป้อมปราการของราชายอดมาเฟีย วันนี้กลับกลายเป็นบ้านอบอุ่นของครอบครัวเล็กๆ ที่กำลังเตรียมตัวเริ่มต้นใหม่หลงเฟยเดินขากะเผลกออกจากห้องทำงาน ขาซ้ายยังไม่หายสนิท แต่ดีขึ้นมากแล้ว เขาเดินไปหาซูหลิงที่กำลังนั่งคุยโทรศัพท์อยู่ในห้องนั่งเล่น"คือว่าค่ะคุณหลิว ซิงซิง เราต้องการดอกไม้สีขาวล้วนอย่างเดียวค่ะ ไม่ต้องมีสีอื่นปนเลยนะคะ" ซูหลิงพูดกับเจ้าของร้านดอกไม้ "งั้นพอดีเลยค่ะ เจอกันวันพรุ่งนี้นะคะ"หลงเฟยนั่งลงข้างๆ เธอ "คุยเรื่องดอกไม้งานแต่งหรือครับ?""ใช่ค่ะ" เธอยิ้มหวาน "คุณไป๋หู่โทรมาแล้วหรือยังคะ?"หลงเฟยส่ายหน้า "ยังครับ แต่เขาน่าจะโทรมาในไม่ช้า"ไม่ทันขาดคำ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หลงเฟยรับสาย"หัวหน้าครับ" เสียงไป๋หู่ดังมาจากลำโพง "ผมจัดการเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ""ยังไงบ้าง?""ตามที่คุณสั่ง ผมโอนธุรกิจสะอาดทั้งหมดให้บริษัทใหม่แล้ว ส่วนธุรกิจอื่นๆ ก็ปิดหรือขายหมดแล้วครับ"หลงเฟยพยักหน้า "แล้วเงินล่ะ?""โอนไปบัญชีธนาคารที่สวิสแล้วครับ หนึ่งร้อยล้านยูโร พอใช้ชีวิตสบายๆ ไปตลอดชีวิตแล้วครับ""ขอบ

  • สยบแค้นมาเฟียร้าย   ตอนที่ 32 หลังพายุผ่านพ้น (NC)

    สามวันหลังจากเหตุการณ์นองเลือดในคืนนั้น บ้านหรูริมทะเลสาบกลับมาสงบเงียบอีกครั้ง ช่างซ่อมได้เปลี่ยนกระจกหน้าต่างใหม่ หินอ่อนที่แตกร้าวถูกซ่อมแซมจนเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น แต่ร่องรอยของความรุนแรงนั้นยังคงอยู่ในดวงใจของทุกคนหลงเฟยนั่งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว ขาซ้ายที่ถูกกระสุนปืนถูกพันผ้าพันแผลอย่างดี แต่เขายังเดินไม่ได้ปกติ หมอส่วนตัวแนะนำให้เขาพักผ่อนอย่างน้อยสองสัปดาห์ แต่ใจของเขากลับไม่สามารถหยุดนิ่งได้เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น"เข้ามาได้ครับ" เขาพูดโดยไม่หันไปมองซูหลิงเดินเข้ามาพร้อมกับชาร้อนและขนมเค้กที่เธอทำเอง เธอวางถาดลงบนโต๊ะอย่างเงียบๆ แล้วนั่งลงในเก้าอี้ตรงข้ามเขา"คุณไม่กินข้าวมาสองมื้อแล้วค่ะ" เธอพูดด้วยเสียงกังวล"ไม่หิวครับ" หลงเฟยตอบสั้นๆ ดวงตาของเขายังคงจ้องออกไปนอกหน้าต่างซูหลิงสังเกตเห็นว่าท่าทางของเขาเปลี่ยนไปหลังจากคืนนั้น เขาไม่ค่อยพูดคุย มักจะนั่งคิดอะไรอยู่คนเดียว และที่สำคัญคือ เขาเลิกสัมผัสเธออย่างที่เคยทำ"คุณหลง..." เธอเรียกชื่อเขาเบาๆ"ผมไม่เป็นไรครับ" เขาขัดจังหวะอย่างเร็ว "แค่เหนื่อยนิดหน่อย"ซูหลิงลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปยืนข้างๆ เขา เธอเอามือเบาๆ ว

  • สยบแค้นมาเฟียร้าย   ตอนที่ 31 เกมแห่งความแค้น

    เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วบริเวณทะเลสาบที่เคยเงียบสงบ หลงเฟยหลบซ่อนอยู่หลังเสาหินอ่อนของระเบียงบ้าน ขณะที่กระสุนปืนวิ่งทะลุผ่านผนังไม้หรูราคาแพง เขาได้ยินเสียงก้องของเฉินซานเกอจากด้านนอก"หลงเฟย! คิดว่าการซ่อนตัวจะช่วยแกได้เหรอ? กูรอวันนี้มาสิบปีแล้ว!"ด้วยความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมาหลายทศวรรษ หลงเฟยประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของคนของเฉินซานเกอกำลังแยกตัวล้อมบ้านจากหลายทิศทาง จากเสียงที่ได้ยิน เขาประเมินได้ว่ามีคนอย่างน้อยแปดคน ทั้งหมดติดอาวุธครบ"ไป๋หู่!" หลงเฟยตะโกนใส่อินเตอร์คอม "สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?""บอส! พวกเราถูกโจมตีจากทุกทิศทาง คนของผมสองคนบาดเจ็บแล้ว แต่เรายังควบคุมสถานการณ์ได้"หลงเฟยรู้ว่าเขาต้องรักษาความปลอดภัยของซูหลิงและหลงเฉินกวงเป็นอันดับแรก เขาค่อยๆ เคลื่อนตัวไปยังห้องครัวที่เธอซ่อนอยู่"ที่รัก เป็นอย่างไรบ้าง?" เขาถามด้วยเสียงเบา"เราสองคนไม่เป็นไรค่ะ แต่เฉินกวงกลัวมาก"ซูหลิงกอดลูกชายไว้แนบอก ดวงตาของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความหวาดกลัว"ฟังผมนะ" หลงเฟยพูดด้วยเสียงที่เด็ดเดี่ยว "มีทางลับในห้องนี้ หลังตู้เย็น มีบันไดลงไปยังอุโมงค์ใต้ดินที่จะพาคุณไปยังเ

  • สยบแค้นมาเฟียร้าย   ตอนที่ 30 เงาในบ้านใหม่

    รุ่งอรุณเช้าวันใหม่ แสงแดดอ่อนๆ แทงผ่านม่านหนาของบ้านหรูริมทะเลสาบ สไตล์เรียบหรู หลงเฟยนั่งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว เขาหมุนแก้วบรั่นดีราคาแพงในมือขณะจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาสีเข้มของเขาแฝงไปด้วยการคิดคำนวณ"อดีตไม่เคยปล่อยใครไปง่ายๆ" เขาพึมพำกับตัวเองก่อนดื่มบรั่นดีในแก้วหมดซูหลิงตื่นขึ้นมาในห้องนอนที่ตกแต่งด้วยผ้าไหมและหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลี เธอสังเกตเห็นว่าหลงเฟยได้ออกจากเตียงไปแล้ว เธอใส่เสื้อคลุมไหมและเดินลงไปหาเขาที่ห้องครัวสุดหรู"คุณตื่นเช้ามากเลยค่ะ" ซูหลิงพูดขณะเทกาแฟราคาแพงลงแก้ว"ธุรกิจน่ะ" หลงเฟยตอบสั้นๆ ดวงตาของเขายังคงจับจ้องไปที่หน้าต่าง "แม้จะเกษียณแล้ว แต่ศัตรูเก่าก็ยังจำเราได้"สถานการณ์เปลี่ยนไปมากหลังจากการล่มสลายของเครือข่ายเจิ้งหยาง หลงเฟยใช้อำนาจและความสัมพันธ์ที่เขาสร้างมานานหลายทศวรรษในการปิดปากทุกคน เจิ้งหยางไม่ได้แค่ถูกจับ แต่เขาถูกกำจัดอย่างเงียบๆ ก่อนที่จะได้เปิดปากพูดอะไรบ่ายวันนั้น ขณะที่หลงเฉินกวงกำลังนอนหลับอยู่ในอยู่ในห้อง ซูหลิงเดินออกไปเช็คจดหมายที่ตู้ไปรษณีย์หน้าบ้านเธอหยุดตัวแข็งเมื่อเห็นกุหลาบสีดำดอกหนึ่งวางอยู่บนฝาตู้จดหมาย มีบัตรเล็กๆ ผูก

  • สยบแค้นมาเฟียร้าย   ตอนที่ 29 เงาใต้แสงยามเช้า (NC)

    เสียงฝนโปรยบางๆ เคาะขอบหน้าต่างห้องพิเศษชั้นสิบสอง เหมือนทำนองกล่อมเด็กทารกให้หลับสบาย ซูหลิงเอนศีรษะพิงพนักเก้าอี้ให้นม ดวงตาเธอยิ้มละมุนขณะมองหลงเฉินกวงที่ซุกอยู่ในอ้อมแขน—แก้มใสอุ่นจัด หายใจถี่เบาเป็นจังหวะ หัวใจของแม่เต้นช้าลงโดยไม่รู้ตัวประตูเลื่อนเปิด สูดเอากลิ่นแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อเข้ามา หลงเฟยในชุดคนไข้สีเทาอ่อนนั่งรถเข็นที่ไป๋หู่เข็นเข้ามาชิดเตียง แผลเขายังตึง เสียงหายใจยังหอบเหนื่อย แต่แววตาคมนั้น…ชัดเจนกว่าทุกครั้งที่ซูหลิงจำได้“เช้านี้อากาศดีจัง” เสียงทุ้มของเขาแผ่วต่ำ แต่มั่นคง“เหมาะกับการมอง ‘แสงยามเช้า’ ของเรา”ซูหลิงหัวเราะในลำคอ “คุณพ่อคนนี้โรแมนติกขึ้นทุกวันนะคะ”เธอยื่นตัวส่งเจ้าตัวเล็กให้ชิดอกของเขาอย่างระมัดระวัง ลมหายใจอุ่นของลูกแตะคางหลงเฟย เขาหลับตาวินาทีหนึ่งราวกับจดจำสัมผัสนี้ลงลึกถึงกระดูกสันหลังไป๋หู่ไหวตัวถอย “ผมยืนเวรหน้าห้องครับพี่เฟย เรียกเมื่อไหร่ได้เสมอ” เขาวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ ปลายนิ้วแตะโค้ดล็อกสองครั้ง—นิสัยของคนเคยอยู่แนวหน้า—ก่อนปิดประตูอย่างเงียบกริบเหลือเพียงสามคนในโลกเล็กๆ นี้ หลงเฟยเอียงใบหน้าแตะหน้าผากลูกชายเบาๆ “เฉินกวง…” เขากระซิบ “พ่อจะ

  • สยบแค้นมาเฟียร้าย   ตอนที่ 28 ฟื้นคืนแสง

    สองสัปดาห์ผ่านไป ห้องพยาบาลหมายเลข 1212 กลายเป็นบ้านหลังที่สองของ ซูหลิง เธอแทบไม่ออกจากข้างเตียงของ หลงเฟย เลย นอกจากเวลาที่แพทย์มาตรวจร่างกาย หรือพยาบาลมาเช็ดตัว เปลี่ยนยาใหม่"คุณซู คุณควรกลับไปพักผ่อนบ้างนะคะ"พยาบาลหัวหน้าเวรกลางคืนพูดด้วยความเป็นห่วง"ท้องคุณใหญ่ขึ้นมากแล้ว ลูกต้องการแม่ที่แข็งแรงนะคะ"ซูหลิงลูบท้องเบาๆ แล้วมองไปที่หลงเฟยที่ยังนอนหลับใหล"ไม่เป็นไรค่ะ... ฉันอยากอยู่ตรงนี้"ปฏิเสธอย่างนุ่มนวลแล้ว เธอก็หันกลับไปจับมือของเขาอีกครั้ง มือที่เคยแข็งแกร่งและอบอุ่นนั้น บัดนี้เย็นเยียบและซีดขาว"เฟย... วันนี้หมอบอกว่าอาการดีขึ้นมากแล้วนะ" เธอพูดเบาๆ ราวกับกลัวจะปลุกเขา"และลูกของเราก็เติบโตดีมาก วันนี้ฉันไปตรวจแล้ว หมอบอกว่าเป็นลูกชาย... นายอยากตั้งชื่อลูกว่าอะไร?"เสียงเครื่องช่วยหายใจยังคงดังเป็นจังหวะ เสียงเดียวที่ตอบเธอในความเงียบทันใดนั้น ประตูห้องก็เปิดออก หลี่เจียงเมิ่ง เดินเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้ใหม่"คุณซู... ผมเอาดอกไม้มาให้ใหม่" เขาพูดด้วยเสียงเบา "ดอกไม้เก่าเริ่มเหี่ยวแล้ว"ซูหลิงยิ้มอ่อนๆ "ขอบคุณนะคะ เจียงเมิ่ง... นายไม่ต้องมาดูแลพวกเราขนาดนี้หรอก""ไม่เป็นไร.

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status