ซูหลิง แฝงตัวเข้าไปในคาสิโนเพื่อล้วงข้อมูลทำลายตระกูล หลงเฟย มาเฟียผู้เหี้ยมโหดที่เป็นต้นเหตุการล่มสลายของครอบครัวเธอ แต่แผนล่มเมื่อเธอถูกจับได้ และตกเป็น "ของเขา" ด้วยการประมูลร่างกาย เขาไม่ได้เพียงแค่กักขังเธอไว้ใน "กรงทอง" ที่หรูหรา แต่ยังทรมานเธอด้วยสัมผัสที่ทั้งดิบเถื่อนและเร่าร้อน แม้จะพยายามดิ้นรนและหาทางหนี แต่ซูหลิงกลับถูกหลงเฟยจับได้ทุกครั้ง เพราะเขาบงการทุกอย่างอยู่เบื้องหลัง ในขณะที่ความแค้นเริ่มพร่าเลือน ซูหลิงกลับต้องเผชิญกับความสับสนในใจเมื่อร่างกายของเธอเริ่มโหยหาสัมผัสของเขา แต่แล้วความจริงก็ถูกเปิดเผย หลงเฟยเผยว่าศัตรูที่แท้จริงคือตระกูลเว่ยที่ต้องการใช้เธอเป็นเครื่องมือ ซูหลิงตัดสินใจร่วมมือกับหลงเฟยเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ครอบครัว และในสงครามสุดท้าย หลงเฟยก็ยอมทิ้งอำนาจที่เขาสร้างมาทั้งชีวิตเพื่อปกป้องเธอ ความรักที่เริ่มต้นจากความแค้นและความมืดมิด กลายเป็นบทสรุปที่ร้อนแรง เมื่อทั้งสองได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เรียบง่าย โดยที่หลงเฟยยังคงมีอำนาจที่ซ่อนอยู่เพื่อปกป้องพวกเขา และใช้ชีวิตร่วมกันในนามของความรัก
View Moreแสงไฟนีออนสีแดง สีทอง และสีน้ำเงิน สว่างวาบแข่งกันบนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบของคาสิโน “แดนสนธยา” กลิ่นควันบุหรี่มวนแพงเคล้าคลุ้งกับกลิ่นวิสกี้ชั้นดีที่คลุกเคล้าไปกับเสียงดนตรีแจ๊สจังหวะเร้าใจจากวงดนตรีสดมุมห้อง เสียงหัวเราะครึกครื้นดังระงมจากกลุ่มนักธุรกิจในชุดสูทเนี้ยบกริบที่กำลังทุ่มชิปนับล้านบนโต๊ะบาคาร่า เสียงเหรียญกระทบกันจากการเสี่ยงโชคที่ตู้สล็อตแมชชีนดังไม่หยุดหย่อน ภาพเหล่านี้สร้างบรรยากาศของความหรูหราฟุ่มเฟือยและความมัวเมาในค่ำคืนนี้ แต่มันกลับเป็นคืนที่ชีวิตของ ซูหลิง วัย 24 ปี กำลังจะพลิกผันไปตลอดกาล
ซูหลิงสวมเดรสผ้าไหมสีดำสนิทรัดรูป เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าเย้ายวน รูปร่างของเธอสูงโปร่ง ผิวขาวนวลผ่องตัดกับชุดสีเข้ม หน้าอกอิ่มชูชันรับกับเอวคอดกิ่ว สะโพกผายได้รูปเรียวขาสวยงาม เธอสวมรองเท้าส้นสูงสีดำที่เสริมให้ท่วงท่าวาดก้าวของเธอดูสง่างามแต่แฝงไว้ด้วยความมั่นใจ ผมยาวสลวยสีดำขลับถูกเกล้าขึ้นอย่างเรียบง่ายเผยลำคอระหงและไหปลาร้าที่ชัดเจน ดวงตาคมกริบสีนิลของเธอทอประกายฉลาดเฉลียวดุจหินออบซิเดียน ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดที่เคลือบลิปสติกบางเบาดูน่าจุมพิต ซูหลิงเป็นผู้หญิงที่สวยสะกดสายตา ดึงดูดทุกสายตาที่มองมา แต่ท่าทีของเธอในคืนนี้ไม่เหมือนหญิงสาวที่มาเสี่ยงโชค แต่เหมือนนักล่าที่กำลังรอจังหวะ เธอกำลังทำภารกิจที่สำคัญที่สุดในชีวิต – แฝงตัวเข้ามาเพื่อหาหลักฐานบางอย่างที่จะเปิดโปงและโค่นล้มตระกูล “หลง” ตระกูลมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังการล่มสลายของธุรกิจครอบครัวเธอและพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเธอ
ความทรงจำถึงภาพบิดามารดาที่ต้องล้มละลาย ธุรกิจนำเข้าส่งออกที่ก่อร่างสร้างตัวมาทั้งชีวิตพังทลายลงในชั่วข้ามคืน คำครหานินทา สายตาดูถูกเหยียดหยาม และสุดท้ายคือการที่พ่อแม่ของเธอต้องจากโลกนี้ไปด้วยความตรอมใจ ภาพเหล่านั้นยังคงเป็นเหมือนไฟที่เผาผลาญจิตใจซูหลิงอยู่ทุกวินาที เธอต้องทิ้งชีวิตที่สุขสบาย หันอามานรู้ทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่การแกะรอยข้อมูล การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อน ไปจนถึงการฝึกศิลปะการป้องกันตัวขั้นพื้นฐานมานานกว่าสองปี เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันนี้ วันที่จะล้างแค้นให้ครอบครัวของเธอ
ปลายนิ้วเรียวของซูหลิงกดบันทึกข้อมูลสำคัญลงในแฟลชไดรฟ์ขนาดจิ๋วที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนในกำไลข้อมือทองคำขาว ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ เธอใช้เวลาหลายเดือนในการสร้างตัวตนปลอมเป็นนักลงทุนหน้าใหม่ที่หลงใหลการพนันเพื่อเข้าถึงวงในของคาสิโนแห่งนี้ แผนที่รัดกุมนี้ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อไม่ให้มีข้อผิดพลาด ซูหลิงกำลังจะถอนตัวออกจากสถานที่แห่งนี้ด้วยข้อมูลที่เพียงพอที่จะทำให้ตระกูลหลงเฟยสั่นคลอน ทว่าวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวออกจากประตู สัญญาณเตือนภัยก็ดังสนั่นก้องไปทั่วทั้งคาสิโน แสงไฟในคาสิโนกะพริบถี่ ก่อนจะดับวูบลงเหลือเพียงแสงสลัวจากไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่ส่องนำทาง
ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที เสียงกรีดร้องจากผู้หญิงดังระงมผสมกับเสียงอุทานของผู้ชาย เสียงข้าวของที่ตกกระทบพื้นจนแตกละเอียด แขกเหรื่อหลายร้อยชีวิตพากันวิ่งแตกตื่นชนกันอลหม่าน กลิ่นควันบุหรี่ที่เคยจางๆ กลับข้นคลุ้งขึ้นเมื่อผู้คนพากันกระหายออกซิเจน ซูหลิงรู้ทันทีว่าเธอถูกจับได้ ดวงตาคมของเธอกวาดมองหาเส้นทางหลบหนีในความมืดที่แทบจะมองไม่เห็นอะไร เธอพยายามเบี่ยงตัวหลบผู้คนที่วิ่งชนกัน แต่ทว่ากลับชนเข้ากับร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งอย่างจังในความมืด กลิ่นบุหรี่ราคาแพงผสมกลิ่นกายที่ดุดันและกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ คละคลุ้งจนเธอรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ซูหลิงรู้สึกได้ถึงความร้อนจากร่างของชายผู้นั้น แม้จะอยู่ในความมืดมิด
“จะไปไหน...” เสียงทุ้มต่ำ เย็นยะเยือกกระซิบชิดใบหู
เธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่รดต้นคอ บ่งบอกว่าเขาอยู่ใกล้เพียงคืบ แสงไฟจากไฟฉุกเฉินกะพริบขึ้นอีกครั้งอย่างช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าคมคาย ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของ หลงเฟย ชายหนุ่มวัย 30 ปลายๆ ผู้เป็นทายาทคนโตของตระกูลหลง มาเฟียผู้เหี้ยมโหดและไร้ความปราณี เขาคือคนที่วงการใต้ดินกล่าวขวัญถึงในความเย็นชาและเด็ดขาด ใบหน้าของเขาหล่อเหลาแต่แฝงไว้ด้วยรอยแผลเป็นจางๆ เหนือโหนกแก้ม บ่งบอกถึงประสบการณ์อันโชกโชนในโลกมืด เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทที่เผยให้เห็นแผงอกแข็งแกร่ง รูปร่างสูงกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่ถูกซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าเนื้อดี เขาจ้องมองเธอราวกับกำลังจ้องมองเหยื่ออันโอชะที่เพิ่งตกหลุมพราง ดวงตาของเขาไม่แสดงอารมณ์ใดๆ นอกจากความหิวกระหายและอำนาจ
ซูหลิงรู้สึกได้ถึงอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขาอย่างเข้มข้น หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองรบ แรงกลัวเข้าเกาะกุมแต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดยังคงสั่งให้เธอพยายามดิ้นรน เธอพยายามจะสะบัดตัวหนี แต่ข้อมือเรียวกลับถูกกระชับแน่นด้วยนิ้วที่แข็งแรงและร้อนผ่าว ร่างกายของเขาบดเบียดเข้าใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของมัดกล้ามเนื้อและความร้อนจากร่างกายที่แผ่ซ่านมาถึงเธอ หลงเฟยก้มลงมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายท้าทายของซูหลิง รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา รอยยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา แต่เต็มไปด้วยความเหนือกว่า
“ในที่สุด... ก็หาเธอเจอเสียที” เสียงของเขาดุดันและเต็มไปด้วยอำนาจ มันไม่ใช่คำถาม แต่เป็นคำกล่าวอ้าง
ซูหลิงรู้ทันทีว่าชายตรงหน้าไม่ใช่คนที่จะต่อกรด้วยได้ง่ายๆ เขาคือคนที่เธอต้องการจะล้างแค้น และตอนนี้เธอกลับตกอยู่ในเงื้อมมือของเขาอย่างสมบูรณ์ ความรู้สึกเจ็บใจ ความโกรธแค้น และความสิ้นหวังแล่นเข้ามารวมกัน
“ปล่อยฉันนะ! คุณต้องการอะไร!” ซูหลิงกัดฟันพูด แม้เสียงของเธอจะสั่นเครือเล็กน้อยแต่ยังคงความแข็งกระด้าง เธอไม่ยอมให้เขาเห็นความอ่อนแอ
หลงเฟยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนจะแปลกใจกับปฏิกิริยาของเธอ ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้มักจะกรีดร้องขอความช่วยเหลือหรือตัวสั่นงันงก แต่นี่ไม่ใช่หญิงสาวทั่วไปที่เขาเคยเจอ ท่าทีของเธอดื้อรั้นและดูท้าทาย... และนั่นทำให้เขาสนใจ
'น่าสนใจ... เธอไม่ใช่แค่สวย แต่ยังดูร้ายอีกด้วย' หลงเฟยคิดในใจ
เขาจ้องมองใบหน้าคมสวยของซูหลิง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นนั้นมีประกายบางอย่างที่ทำให้เขาไม่อาจละสายตา เขารู้ดีว่าเธอคือใครและเธอต้องการอะไร เขาสืบเรื่องของเธอมานานแล้ว ตั้งแต่ที่เขารู้ว่ามี "หนูตัวเล็กๆ" กำลังพยายามล้วงความลับของเขา แผนการทั้งหมดของเธออยู่ในกำมือเขาตั้งแต่แรก และการที่เธอเข้ามาถึงที่นี่ได้ แสดงให้เห็นถึงความฉลาดและความกล้าหาญที่น่าชื่นชม ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาปรารถนาในตัวผู้หญิงที่เขาจะครอบครอง
หลงเฟยไม่รอช้า เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “จับตัวเธอไว้! และพาไปที่ห้องส่วนตัวของฉัน!”
ซูหลิงดิ้นรนสุดกำลังเมื่อลูกน้องของหลงเฟยปรากฏตัวขึ้นจากความมืดและเข้ามารวบตัวเธอไว้จากด้านหลัง แฟลชไดรฟ์ที่ซ่อนอยู่ในกำไลข้อมือของเธอถูกกระชากออกไปอย่างรวดเร็ว ความหวังสุดท้ายของเธอพังทลายลงในพริบตา เธอพยายามตะโกนด่าทอ แต่ก็ถูกมือหนาปิดปากไว้ ร่างของเธอถูกลากไปตามทางเดินที่มืดสลัวซึ่งเคยเต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน ตอนนี้เหลือเพียงความเงียบสงัดที่น่าขนลุก ซูหลิงถูกพาผ่านซอกหลืบทางลับของคาสิโน เธอพยายามจดจำทุกรายละเอียดของเส้นทาง แต่สติของเธอกำลังเลือนรางลงด้วยความตกใจและสิ้นหวัง เธอสัมผัสได้ถึงพื้นผิวที่หยาบกร้านของกำแพงที่อยู่ใกล้ๆ ความเย็นยะเยือกของอากาศที่แตกต่างจากความอบอ้าวในห้องโถงใหญ่
เธอยังคงได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ของหลงเฟยที่เดินตามมาไม่ห่าง สายตาคมกริบของเขาจับจ้องเธอไม่คลาดสายตา ราวกับเธอกำลังถูกประเมินค่า ว่าเป็นของเล่นชิ้นใหม่ที่น่าสนใจ หรือเป็นแค่เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายคนหนึ่งที่กำลังจะถูกทำลาย
"พาเธอไปเดี๋ยวนี้" หลงเฟยเอ่ยเสียงเรียบ เมื่อเห็นว่าลูกน้องของเขาพาตัวซูหลิงออกไปจากสายตา "และจัดการธุระที่เหลือให้เรียบร้อย"
เขามองตามร่างของซูหลิงที่ถูกลากหายไปในความมืด เขาหรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นอีกครั้งที่มุมปาก
"คืนนี้... คาสิโนอาจจะมืดมิด แต่ชีวิตของเธอจะสว่างไสวภายใต้เงาของฉันแน่นอน... ซูหลิง"
ซูหลิงถูกลากไปจนกระทั่งถูกโยนเข้าไปในห้องมืดมิดห้องหนึ่ง กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยแตะจมูก ประตูเหล็กบานใหญ่ถูกปิดลงดังโครม ทิ้งให้เธออยู่ในความมืดและความเงียบงัน ความรู้สึกสิ้นหวังถาโถมเข้าใส่ เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า แต่ในความมืดนั้น เปลวไฟแห่งความแค้นยังคงลุกโชนอยู่ในใจของเธอ แม้ว่าเธอจะตกอยู่ในสถานะที่ย่ำแย่ที่สุด แต่จิตวิญญาณนักสู้ของเธอยังคงอยู่ เธอสาบานกับตัวเองว่าเธอจะไม่ยอมแพ้ เธอจะหาทางเอาคืนชายคนนี้ให้สาสม ไม่ว่าเธอจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม... และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเกมที่เดิมพันด้วยชีวิตและความรัก
รุ่งอรุณเช้าวันใหม่ แสงแดดอ่อนๆ แทงผ่านม่านหนาของบ้านหรูริมทะเลสาบ สไตล์เรียบหรู หลงเฟยนั่งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว เขาหมุนแก้วบรั่นดีราคาแพงในมือขณะจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาสีเข้มของเขาแฝงไปด้วยการคิดคำนวณ"อดีตไม่เคยปล่อยใครไปง่ายๆ" เขาพึมพำกับตัวเองก่อนดื่มบรั่นดีในแก้วหมดซูหลิงตื่นขึ้นมาในห้องนอนที่ตกแต่งด้วยผ้าไหมและหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลี เธอสังเกตเห็นว่าหลงเฟยได้ออกจากเตียงไปแล้ว เธอใส่เสื้อคลุมไหมและเดินลงไปหาเขาที่ห้องครัวสุดหรู"คุณตื่นเช้ามากเลยค่ะ" ซูหลิงพูดขณะเทกาแฟราคาแพงลงแก้ว"ธุรกิจน่ะ" หลงเฟยตอบสั้นๆ ดวงตาของเขายังคงจับจ้องไปที่หน้าต่าง "แม้จะเกษียณแล้ว แต่ศัตรูเก่าก็ยังจำเราได้"สถานการณ์เปลี่ยนไปมากหลังจากการล่มสลายของเครือข่ายเจิ้งหยาง หลงเฟยใช้อำนาจและความสัมพันธ์ที่เขาสร้างมานานหลายทศวรรษในการปิดปากทุกคน เจิ้งหยางไม่ได้แค่ถูกจับ แต่เขาถูกกำจัดอย่างเงียบๆ ก่อนที่จะได้เปิดปากพูดอะไรบ่ายวันนั้น ขณะที่หลงเฉินกวงกำลังนอนหลับอยู่ในอยู่ในห้อง ซูหลิงเดินออกไปเช็คจดหมายที่ตู้ไปรษณีย์หน้าบ้านเธอหยุดตัวแข็งเมื่อเห็นกุหลาบสีดำดอกหนึ่งวางอยู่บนฝาตู้จดหมาย มีบัตรเล็กๆ ผูก
เสียงฝนโปรยบางๆ เคาะขอบหน้าต่างห้องพิเศษชั้นสิบสอง เหมือนทำนองกล่อมเด็กทารกให้หลับสบาย ซูหลิงเอนศีรษะพิงพนักเก้าอี้ให้นม ดวงตาเธอยิ้มละมุนขณะมองหลงเฉินกวงที่ซุกอยู่ในอ้อมแขน—แก้มใสอุ่นจัด หายใจถี่เบาเป็นจังหวะ หัวใจของแม่เต้นช้าลงโดยไม่รู้ตัวประตูเลื่อนเปิด สูดเอากลิ่นแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อเข้ามา หลงเฟยในชุดคนไข้สีเทาอ่อนนั่งรถเข็นที่ไป๋หู่เข็นเข้ามาชิดเตียง แผลเขายังตึง เสียงหายใจยังหอบเหนื่อย แต่แววตาคมนั้น…ชัดเจนกว่าทุกครั้งที่ซูหลิงจำได้“เช้านี้อากาศดีจัง” เสียงทุ้มของเขาแผ่วต่ำ แต่มั่นคง“เหมาะกับการมอง ‘แสงยามเช้า’ ของเรา”ซูหลิงหัวเราะในลำคอ “คุณพ่อคนนี้โรแมนติกขึ้นทุกวันนะคะ”เธอยื่นตัวส่งเจ้าตัวเล็กให้ชิดอกของเขาอย่างระมัดระวัง ลมหายใจอุ่นของลูกแตะคางหลงเฟย เขาหลับตาวินาทีหนึ่งราวกับจดจำสัมผัสนี้ลงลึกถึงกระดูกสันหลังไป๋หู่ไหวตัวถอย “ผมยืนเวรหน้าห้องครับพี่เฟย เรียกเมื่อไหร่ได้เสมอ” เขาวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ ปลายนิ้วแตะโค้ดล็อกสองครั้ง—นิสัยของคนเคยอยู่แนวหน้า—ก่อนปิดประตูอย่างเงียบกริบเหลือเพียงสามคนในโลกเล็กๆ นี้ หลงเฟยเอียงใบหน้าแตะหน้าผากลูกชายเบาๆ “เฉินกวง…” เขากระซิบ “พ่อจะ
สองสัปดาห์ผ่านไป ห้องพยาบาลหมายเลข 1212 กลายเป็นบ้านหลังที่สองของ ซูหลิง เธอแทบไม่ออกจากข้างเตียงของ หลงเฟย เลย นอกจากเวลาที่แพทย์มาตรวจร่างกาย หรือพยาบาลมาเช็ดตัว เปลี่ยนยาใหม่"คุณซู คุณควรกลับไปพักผ่อนบ้างนะคะ"พยาบาลหัวหน้าเวรกลางคืนพูดด้วยความเป็นห่วง"ท้องคุณใหญ่ขึ้นมากแล้ว ลูกต้องการแม่ที่แข็งแรงนะคะ"ซูหลิงลูบท้องเบาๆ แล้วมองไปที่หลงเฟยที่ยังนอนหลับใหล"ไม่เป็นไรค่ะ... ฉันอยากอยู่ตรงนี้"ปฏิเสธอย่างนุ่มนวลแล้ว เธอก็หันกลับไปจับมือของเขาอีกครั้ง มือที่เคยแข็งแกร่งและอบอุ่นนั้น บัดนี้เย็นเยียบและซีดขาว"เฟย... วันนี้หมอบอกว่าอาการดีขึ้นมากแล้วนะ" เธอพูดเบาๆ ราวกับกลัวจะปลุกเขา"และลูกของเราก็เติบโตดีมาก วันนี้ฉันไปตรวจแล้ว หมอบอกว่าเป็นลูกชาย... นายอยากตั้งชื่อลูกว่าอะไร?"เสียงเครื่องช่วยหายใจยังคงดังเป็นจังหวะ เสียงเดียวที่ตอบเธอในความเงียบทันใดนั้น ประตูห้องก็เปิดออก หลี่เจียงเมิ่ง เดินเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้ใหม่"คุณซู... ผมเอาดอกไม้มาให้ใหม่" เขาพูดด้วยเสียงเบา "ดอกไม้เก่าเริ่มเหี่ยวแล้ว"ซูหลิงยิ้มอ่อนๆ "ขอบคุณนะคะ เจียงเมิ่ง... นายไม่ต้องมาดูแลพวกเราขนาดนี้หรอก""ไม่เป็นไร.
รถเบนซ์สีดำคันใหม่ของ หลงเฟย ปรี่ทะลุผ่านเสียงระเบิดที่ดังก้องไปทั่วย่านชานเมือง พื้นกระจกรถต้นยานก็เต็มไปด้วยรอยแตกจากเสียงปืนที่ไล่ยิงตามมา กลิ่นดินปืนและเลือดลอยอบอวลไปทั่วอากาศ"นายใหญ่! พวกมันยิงตามมาแล้ว!" เสียงตะโกนหอบเหนื่อยของคนขับรถดังขึ้นท่ามกลางเสียงกระสุนที่เจาะทะลุผ่านกระจกหลังหลงเฟย นั่งแน่นอกผุดผาด ดวงตาเย็นยะเยือกจ้องมองไปข้างหน้าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น มือซ้ายของเขากำปืน Glock แน่นหนา ส่วนมือขวากำลังกดแผลที่บ่าซึ่งเลือดยังคงซึมออกมาไม่หยุด"ขับไปเรื่อย ๆ" เขาสั่งด้วยเสียงเย็นชา "พวกมันจะไม่กล้าตามเข้าไปในเขตของเรา"ซูหยวนซิง นั่งข้าง ๆ เขา ใบหน้าซีดเผือดจากความตกใจ เธอหันมามองเขาด้วยความกังวล "เฟย... บาดแผลของนาย...""ไม่เป็นไร" เขาตอบสั้น ๆ แล้วหันไปมองเธอ "สำคัญกว่านั้น... เราต้องรีบไปช่วย หลิง"เกมแห่งความตายรถยนต์พุ่งผ่านประตูเหล็กสูงใหญ่เข้าไปในคฤหาสน์ของหลงเฟย แต่สิ่งที่รอเขาอยู่มิใช่ความสงบสุข หากแต่เป็นภาพโรงแรมสยองขวัญลานหน้าบ้านที่เคยสวยงามบัดนี้กลายเป็นสมรภูมิรบ รถตู้สีดำหลายคันจอดเรียงกันเป็นแนว ลูกน้องของเขาที่ยังเหลืออยู่กำลังหลบซ่อนอยู่หลังเสาเสียนแ
เสียงรองเท้าบู๊ตของหลงเฟยที่กระทบกับพื้นปูนเย็นเฉียบภายในอาคารร้างดังเป็นจังหวะเหมือนกับเสียงนับถอยหลังของหัวใจที่กำลังจะสิ้นสุดลงในไม่ช้า ทุกย่างก้าวที่เดินลงบันไดฉุกเฉินนั้นเต็มไปด้วยความหนักอึ้งและเด็ดเดี่ยว เสียงระเบิดที่ดังกึกก้องจากชั้นล่างสะท้อนก้องไปทั่วทั้งตัวอาคาร แสงไซเรนจากรถตำรวจที่แล่นผ่านด้านนอกส่องลอดเข้ามาทางช่องหน้าต่างแคบ ๆ เป็นจังหวะสลับมืดสว่าง เหมือนกำลังเตือนให้เขารู้ว่าเวลาแห่งการตัดสินใจใกล้เข้ามาทุกทีในหูฟัง เสียงของ หลี่เกอ ลูกน้องคนสนิทของเขาดังขึ้นอย่างร้อนรน “นายใหญ่! พวกเราพร้อมแล้วทางฝั่งตะวันออก”“รอคำสั่งฉัน” หลงเฟย ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันที่มหาศาล เขาก้าวผ่านโถงทางเดินที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์บัญชาการชั่วคราว แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นซากปรักหักพังจากแรงระเบิด กลิ่นดินปืนและควันไฟที่ยังคงอบอวลปะปนกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่ว เสียงครางเบา ๆ ของชายคนหนึ่งที่กำลังหายใจรวยรินดึงดูดสายตาของหลงเฟยให้หันไปมอง เขาเห็นลูกน้องคนหนึ่งที่ถูกยิงกำลังนอนจมกองเลือดอยู่ในมุมมืด“ไปเถอะ… นายใหญ่…” ชายคนนั้นพึมพำด้วยเสียงที่แผ่วเบาก่อนที
หลงเฟยจับข้อมือซูหลิงแน่น ดวงตาคมกริบเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกท้าทาย“เธอคิดว่าฉันจะปล่อยให้เธอลงไปตายอย่างนั้นเหรอ?!” เสียงของเขาเข้มข้นจนซูหลิงรู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ซูหลิงดึงมือออก พยายามมองเขาอย่างเด็ดเดี่ยว “ถ้าฉันไม่ไป หยวนซิงจะตาย และเธอเป็นผู้บริสุทธิ์ในเรื่องนี้!”เสียงปืนดังใกล้เข้ามาทุกที เสียงฝีเท้ากระทบพื้นบันไดดังก้องผ่านทางเดิน หลงเฟยรู้ดีว่าเขาเหลือเวลาอีกไม่มาก“รอก่อน” เขาหยิบโทรศัพท์ออกมากดเรียกอย่างรวดเร็ว “หลี่เกอ ดำเนินแผน B ทันที... ใช่ ทุกหน่วย... และเอาของนั่นมาด้วย”ซูหลิงขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “แผน B?”หลงเฟยดึงเธอเข้ามากอดไว้แน่น อ้อมแขนของเขารัดเธอไว้ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปจากอ้อมกอดนี้ “ฉันไม่เคยมีแผนส่งเธอไปแลกตัวจริงๆ... ฉันแค่ต้องการเวลาเพื่อหาตำแหน่งที่พวกเขาซ่อนซูหยวนซิงเท่านั้น”“แล้วตอนนี้ล่ะ?” ซูหลิงถามเสียงแผ่ว พยายามกลบเกลื่อนความกลัวที่กำลังกัดกินหัวใจ“ตอนนี้เราต้องสู้” หลงเฟยตอบด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ซูหลิงรู้สึกเย็นยะเยือก เขายิ้มอย่างนักล่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ แต่ในแววตานั้นกลับเต็มไปด้วยความกังวลจนซูหลิงรู้สึกเจ็บปวด“แต่ฉันต้องการใ
Comments