LOGINร่างเล็กนั่งขมวดคิ้วหลับตาอยู่หน้ากระจกในห้องนอนของลาเบลล์ ขนลุกแปลก ๆ ยามปลายนิ้วหนาเกลี่ยไล้ไปตามผิวหน้า จนเผลอเอียงคอหนีอยู่หลายครั้ง
“นั่งนิ่ง ๆ สิ!” เสียงทุ้มติดออกสาวบ่นออกมาเป็นครั้งที่สี่ พลางเท้าเอวมองอีกฝ่ายอย่างหงุดหงิด
“เหน็บจะกินอยู่แล้ว! ยังไม่เสร็จอีกหรือไง!”
“เหน็บกินบ้าบออะไร แค่ให้นั่งเฉย ๆ เอ้า! ลงรองพื้นเสร็จแล้ว ลองดู!”
หัวคิ้วบางแทบจะขมวดกันเป็นปม เหลือบมองภาพเงาสะท้อนตัวเองผ่านกระจก แอบใจเต้นเล็กน้อยกับภาพใบหน้าน่ารักชวนมองกำลังจ้องเขาผ่านเงาสะท้อน
“เป็นไง ~ หน้าเนียนกริบประหนึ่งสาวเกาหลี ~” ลาเบลล์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ อดภาคภูมิใจในฝีมือตัวเองไม่ได้
“ก็เหมือนเดิม...นี่ให้ฉันนั่งง่อย ๆ เกือบครึ่งชั่วโมงทำไมกันเนี่ย” ชินกระแอมแก้เก้อ ตอบกลับเสียงเรียบ
คำตอบแสนหยาบกระด้างสร้างความขุ่นเคืองให้คนฟังไม่น้อย ทั้งที่เธอพยายามเบามือ กว่าจะลงเครื่องสำอางแต่ละชั้นได้สวยเนียนเช่นนี้ ไอ้ผู้ชายปากหมากลับไม่เห็นค่า
“นายตาถั่วหรือไง! ดูคิ้วก็เป็นทรงขึ้น ผิวหน้าก็ฉ่ำวาว ฉันลงเฉดดิ้ง ไฮไลต์เพิ่มแสงเงาตกกระทบ ทำให้หน้ามีมิติขึ้นตั้งเยอะ!”
สาวร่างกำยำเท้าเอวร่ายยาวในขณะที่คนฟังกลอกสายตาระอา ไม่เข้าใจสักนิดว่าเธอพูดอะไรออกมา
“นี่! อย่ามาทำหน้าเบื่อโลกใส่ฉันนะ! จำได้ไหมที่บอก ก่อนแต่งหน้าลงครีมบำรุงก่อน ตัวนี้ ตัวนี้ แล้วก็กระปุกสีแดง ตามด้วยหลอดนี้เป็นไพรเมอร์ช่วยให้เครื่องสำอางติดทนขึ้น ไม่ลอกระหว่างวัน หลังจากนั้นก็...”
“พอ ๆ ๆ ๆ! ฉันไม่เสียเวลามานั่งทาไอ้พวกครีมเหนียว ๆ บนหน้านี่ร่วมชั่วโมงแน่”
“ไม่ได้ย่ะ! ฉันไม่มีทางปล่อยให้นายพาตัวฉันออกไปเผชิญโลกภายนอกทั้งที่หน้าสดแน่นอน!” ลาเบลล์แว้ดกลับเสียงสูง
“ไร้สาระ! กะอีแค่ออกไปเรียน ทำไมต้องมาเสียเวลาชีวิตขนาดนั้น”
“ก็เพราะพวกผู้ชายแบบพวกนายชอบตัดสินผู้หญิงจากภายนอกไม่ใช่เหรอ! เห็นคนสวย น่ารักหน่อยก็มองตาเยิ้ม ใครอ้วน หน้าโทรมแต่งตัวไม่ดีก็ชอบบุลลี ล้อเลียน มันเลยทำให้ผู้หญิงก็แข่งกันแต่งตัว ให้ตัวเองออกมาดูดีที่สุดยังไงล่ะ!”
“...” ชายหนุ่มเม้มปากบางเถียงต่อไม่ออก เขาเองก็เป็นหนึ่งคนที่ชอบมองผู้หญิงสวย ๆ น่ารัก มันดูแล้วเพลินตา เพิ่งมารับรู้ว่าเบื้องหลังความสวยที่เห็นนั้นต้องเสียเวลามากแค่ไหน
“เลิกบ่น! อะนี่! ลองทาเองดู” บาเบลล์ยู่ปากยังไม่หายหงุดหงิด แต่ก็คว้าแท่งลิปสติกสีแดงอ่อน ๆ ให้คนตรงหน้า
“ต้องทาอีกเหรอ แค่ที่เธอแต่งให้ก็น่าจะพอแล้ว” เขาถามต่อ เหยหน้ามองลิปสีสดอย่างกระอักกระอ่วน
“ต้องทาสิยะ! ปากซีดเป็นผีขนาดนั้น! เอ้าเร็ว ๆ นี่ใกล้จะถึงเวลาเรียนแล้วนี่!”
“เฮ้ออออออออออ”
ชินระบายลมหายใจยาว จ้องมองลิปสติกในมือสลับกับใบหน้าสวยในกระจก แม้อยากจะบอกว่าปากเธอก็ดูแดง น่ารัก น่าจูบอยู่แล้ว ไม่ต้องแต่งเติมเพิ่มก็ได้ แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็ดึงฝาออก แล้วค่อย ๆ ลองแต้มสีแท่งลิปสติกบนริมฝีปากอย่างตั้งใจ
มือบางสั่นเล็กน้อยด้วยความประหม่า จำต้องโน้มหน้าไปใกล้กระจกเพื่อที่จะได้มองเห็นริมฝีปากเล็ก ๆ ให้ชัดขึ้น
หัวใจกลางอกซ้ายเต้นแรงขึ้นและแรงขึ้น เมื่อลาเบลล์โน้มหน้าเข้ามาใกล้แทบจะเกยไหล่เขา เพ่งมองอย่างตั้งใจ เธออาจจะไม่รู้ว่าไอร้อนจากร่างกายมันแผ่ซ่านออกมาจนเขาสัมผัสได้
แถมลมหายใจอุ่นก็เฉียดผิวแก้มเขาไปเล็กน้อย สร้างความปั่นป่วนให้ร่างกายเล็กจิ๋วนี่เหลือเกิน
ใบหน้าสวยหันมองคนด้านหลัง ทำให้ระยะห่างระหว่างทั้งสองแคบลงมาอีก
สองสายตาล้ำลึกสอดประสานกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ ยิ่งกระตุ้นให้ร่างกายเขาสูบฉีดเลือดลมขึ้นมาเลี้ยงพวงแก้มมากกว่าเดิม
ดวงตาคมกริบสีดำสนิทหรี่ลงเล็กน้อย แค่นั้นก็ทำให้ชินเผลอลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนึบลงคอ ใจเต้นแปลก ๆ กับสายตาคู่สวยที่ไล่มองทั่วใบหน้าเขาอย่างค้นหา
ลมหายใจหอมสะอาดจ่อรดปลายจมูก ความใกล้ชิดทำให้ชินได้กลิ่นหอม ๆ จากสบู่และแชมพูกลิ่นประจำตัวลอยฟุ้งออกมาจากร่างตรงหน้า แทนที่ควรจะรู้สึกคุ้นเคย สงบใจ มือที่ถือลิปสติกกลับอ่อนแรงลงอย่างน่าประหลาด
เสียงหัวใจเขาเต้น ตุบ ตุบ จนรู้สึกได้ หัวสมองขาวโล่งไปชั่วขณะจดจ่ออยู่กับเพียงใบหน้าหล่อเหลาที่ควรเป็นของเขาเท่านั้น แล้วสายตากลมสวยก็หลุบมองกลีบปากหนา พลันความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว
‘หากริมฝีปากเขาทาบทับกลีบปากเล็กของเธอมันจะรู้สึกยังไงกันนะ’
แต่แล้ว
หมับ
“โอ๊ย!” ชินเบ้เหน้า หลังโดนสาวร่างใหญ่ดึงแก้มซ้ายขวาอย่างแรง
“เหม่อบ้าบออะไรของนาย! เห็นไหมลิปสติกเลอะมาถึงแก้มแล้ว! นี่แน่ะ! ฉันอุตส่าห์เสียเวลาแต่งหน้าให้ตั้งนาน แบบนี้ต้องมานั่งเช็ดใหม่เลย”
“อ่อยอะ อัยอ้า” (ปล่อยนะ ยัยบ้า)
“อุ๊ย! ลืม!”
ลาเบลล์ตาโตรีบปล่อยมือออกจากแก้มนิ่ม หลังเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอประทุษร้ายร่างกายบอบบางของตัวเองโดยไม่ได้ตั้งใจ
ใบหน้าสวยมุ่ยยู่ มองค้อนลาเบลล์ไปอีกที ก่อนจะตวัดสายตากลับมาทางบานประจก แก้มทั้งสองข้างแดงระเรื่อไม่แน่ใจว่าจากแรงบีบหรือเพราะเลือดลมสูบฉีดกันแน่
ดวงตากลมสวยหรี่ลงอย่างเหนื่อยอ่อน กับรอยลิปสติกที่เลอะยาวไปถึงข้างแก้ม เปลี่ยนใบหน้าสวยให้ดูน่าขัน
เขาคงหัวเราะกับสภาพเช่นนี้ไปแล้ว หากไม่ใช่ตัวเองกำลังอยู่ในร่างเธอ กำลังเตรียมใช้หลังมือปาดเช็ดรอยเลอะ ก็ถูกมือใหญ่คว้าเอาไว้ก่อน
“ทำอะไรยะ! แบบนั้นมันก็ยิ่งเปื้อนน่ะสิ!”
“วุ่นวายจริง ๆ!”
กว่าทั้งสองจะตระเตรียมตัวเองเสร็จก็เกือบถึงเวลาเข้าคลาส ลาเบลล์จำต้องรีบแยกกลับคอนโดฯ ของชินก่อน เพื่อแต่งตัวใหม่ ทำให้ชายหนุ่มต้องมายืนลำบากใจกับชุดนักศึกษาตัวจิ๋วที่หญิงสาววางรอไว้ให้
ยิ่งพอได้สวมมันจริง ๆ แล้ว เขาก็ถึงกับหน้าแดงซ่าน หวิววูบท้องน้อยไปหมดกับความโล่งโจ้งด้านล่าง
“พวกผู้หญิงใส่ไอ้ของที่ปิดก้นไม่มิดแบบนี้ได้ยังไงกัน”
เขาบ่นอุบเบา ๆ แค่จินตนาการว่ามีพวกหน้าหม้อแอบส่องเรียวขาบาง แล้วคิดเรื่องลามกในหัว คลื่นความหงุดหงิดก็แผ่ซ่าน รีบถอดกระโปรงตัวสั้นทิ้ง แล้วรื้อหาชุดที่มันดูเรียบร้อยกว่านี้
“ยัยนี่มันจะไม่มีชุดแบบคนปกติบ้างเลยหรือไง”
มือเล็กควานรื้อในตู้ ในที่สุดก็พบกระโปรงตัวยาวแสนเรียบร้อยอย่างที่มักเห็นนักศึกษาสวมช่วงสอบ ไม่รอช้ารีบคว้ามันมาสวมใส่ทันที
เขากลับไปยืนหน้ากระจกเพื่อตรวจเช็กความเรียบร้อยอีกครั้ง ภาพร่างเย้ายวนยืนหมุนซ้ายขวาสะท้อนออกจากกระจกบานใหญ่ ใบหน้าสวยถูกแต่งแต้มจนชวนสะกดใจ
ความรู้สึกแปลก ๆ ปรากฏวูบที่กลางใจ อธิบายไม่ถูกว่ามันหมายความว่าอะไร
มันทั้งหงุดหงิด เขินอาย และไม่สบอารมณ์ที่เห็นว่าร่างเล็กนี่น่ามองขนาดนี้
ดวงตากลมหรี่ลงจ้องขนาดอกใหญ่ที่เหมือนจะเด่นทะลุชุดนักศึกษาออกมา คิ้วบางนิ่วเข้าหากันอีกครั้งไม่แน่ใจว่าควรจะจัดการก้อนนุ่มนิ่มตรงหน้ายังไงดี
เขาเหลือบมองทางประตูห้องอีกครั้ง ก่อนจะแอบใช้มือเล็กลูบไล้ไปตามความนุ่มหยุ่นมือน่าลิ้มลอง
“กินอะไรเข้าไปวะ ถึงใหญ่ขนาดนี้ อ่าาาาาส์ นุ่มฉิบ” ฝ่ามือบีบกำอกสวยแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว พร้อมความวูบหวามปั่นป่วนก่อตัวยังท้องน้อย
ในหัวเผลอจินตนาการถึงความเย้ายวนใต้เสื้อชุดนักศึกษา ไม่นานเขาก็สัมผัสได้ถึงความชื้นแฉะที่กลางกาย
ชินหน้าแดงซ่าน รีบสะบัดหัวขับไล่ภาพลามกให้ออกจากหัว พร้อมปล่อยมือออกจากความนุ่มนิ่มราวกับมันเป็นของร้อน ถึงเขาจะได้เชยชมร่างกายนี้เต็มตามาแล้ว แต่ก็ยังตื่นเต้นทุกครั้งที่นึกถึง
แถมหากเจ้าของร่างแท้จริงรู้เข้า มีหวังเขาโดนเธอเขย่าหัวหลุดแน่!
ชายหนุ่มโยนเรื่องไร้สาระออกจากหัว จัดการหาเสื้อนักศึกษาที่หลวมกว่ามาสวม พร้อมคว้าเสื้อทับสีขาวอีกชิ้นมาใส่ไว้ด้านในป้องกันพวกวิตถารแอบส่องเสื้อในลายลูกไม้
ทั้งที่ไม่ใช่ร่างกายตัวเองแท้ ๆ ก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกหวง ไม่อยากให้ผู้ชายคนไหนมอง
หนุ่มวิศวะได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าเพราะตอนนี้เขาอาศัยร่างเธออยู่ จึงไม่อยากถูกสายตาแทะโลมจากผู้ชายหน้าไหน
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยชายหนุ่มก็คว้ากระเป๋าพร้อมข้าวของส่วนตัวติดกาย เขาเมินบรรดาส้นสูงราคาแพงบนชั้นวางรองเท้า เลือกหยิบผ้าใบใหม่เอี่ยมราวไม่เคยถูกแตะต้องมาสวมแทน
เปลี่ยนลุคสาวเปรี้ยวประจำคณะมนุษยศาสตร์ให้ดูเท่ขึ้นหลายเท่าตัว
มหาวิทยาลัยอินทรธนาลัย
ชินก้าวย่างอย่างเก้ ๆ กัง ๆ เผลอหันมองด้านหลังบ่อยครั้ง หวิวช่วงล่างแปลก ๆ เวลาขยับขาเดินทั้งที่สวมกระโปรงยาวเลยเข่าแล้วก็ตาม
เขาหันมองซ้ายขวาเพื่อหารถสีเงินของตัวเองในลานจอดคณะวิศวะท่ามกลางรถเกือบร้อยคันที่จอดแน่นลาน ขณะกำลังล้วงโทรศัพท์เพื่อต่อสายหาลาเบลล์ เสียงเป่าปากแซวก็ดังขึ้นจากเบื้องหลังเสียก่อน
“วี้ดวิ้ว ~ คณะเรามีสาวน่ารักแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย” น้ำเสียงเจ้าชู้หยอกล้อสร้างความหงุดหงิดให้คนฟัง
ชายหนุ่มในร่างกะทัดรัดตวัดมองตามเสียงก็พบรุ่นน้องปีสองคณะวิศวะกำลังฉีกยิ้มกว้างเดินมาทางนี้พอดี
“เอ๋ ~ ไม่เห็นคุ้นหน้าเลย เด็กปีหนึ่งเหรอครับน้อง”
“น้องพ่อง! ไสหัวไปให้พ้น!”
“เอ่อ...คือ...”
“มึงจะยืนทำหน้าโง่อีกนานไหม!” สาวตัวเล็กถลกแขนเสื้อเตรียมมีเรื่องเต็มที่
ทั้งที่ปกติเขาเป็นคนใจเย็นมาก แต่ไม่รู้ทำไมพอถูกหยอดถูกแซวถึงได้เดือดดาลขนาดนี้
เด็กหนุ่มขี้หลีอ้าปากค้าง หน้าเหวอกับท่าทางเกรี้ยวกราดดุดันผิดกับหน้าตาสวยจัดสิ้นเชิง กำลังยืนมึนว่าควรจะทำยังไงต่อดี ทันใดนั้นก็มีเสียงทุ้มห้าวดังขัดจังหวะเสียก่อน
“นาย! เอ้ย! ละ...ลาเบลล์!” ลาเบลล์รีบแก้ไขคำพูดตนเองใหม่พร้อมก้าวมาหาสาวตัวเล็กที่อยู่ในอารมณ์ฉุนจัด
“อะ...อ้าว คะ...คนนี้เด็กพี่ชินเหรอครับ”
“ฮะ?” ชินตัวปลอมทำหน้าเหวอ ตอบคำถามไม่ถูก แถมเธอยังไม่รู้ว่าหนุ่มตรงหน้านี้คือใครอีกต่างหาก
“หุบปาก มึงมาทางไหนก็ไสหัวกลับไปทางนั้นเลย!”
“เอ้ย! ดะ...เดี๋ยวสิ นะ...นาย เอ้ย เบลล์พูดอะไรแบบนั้น!” เธอรีบหันไปกระตุกแขนชิน ยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์นัก
แต่เด็กหนุ่มโชคร้ายก็ไม่คิดจะอธิบายใด ๆ เห็นสายตาน่าขนลุกนั้นเขาก็รีบหมุนตัววิ่งหนีหายไปทันที
“ทำอะไรของนาย! จู่ ๆ ไปด่าคนอื่นทำไม!”
เมื่ออยู่กันตามลำพังลาเบลล์ก็เลิกเก็บท่าทีแอ๊บแมน เท้าเอวถามทันที
“ก็ไอ้เด็กเวรนั่นมันมาเต๊าะฉัน!”
“เขาเต๊าะนายยังไงยะ”
“มันผิวปากใส่ แล้วถามว่าเรียนปีหนึ่งเหรอ”
“แล้วมันถึงขนาดต้องไปด่าเลยเหรอไง! นายก็แค่ตอบไปดี ๆ ว่าไม่ใช่อะไรก็ว่าไปเส้!”
“ก็แล้วทำไมฉันจะด่ามันไม่ได้?”
“เฮ้ออออออออ! จะบ้าตาย! ฉันขี้เกียจเถียงกับนายแล้ว แต่ช่วยรักษาภาพพจน์ฉันหน่อยเถอะ ว่าแต่...”
ลาเบลล์ชะงักไปก่อนจะไล่สายตามองการแต่งกายสุดแมนของคนตรงหน้า ความดันก็แทบขึ้น
“นี่มันไม่ใช่ชุดที่ฉันเตรียมไว้นี่! แถมกระโปรงตัวนี้มันเป็นกระโปรงไว้สอบไม่ใช่เหรอ! นายกล้าหยิบมาใส่ได้ยังไง น่าเกลียดมาก!”
“ฉันไม่มีทางใส่ไอ้กระโปรงที่ปิดก้นไม่มิดนั่นมาเรียนแน่ ๆ ขนาดตัวนี้แม่งยังหวิวท้องเลย”
หญิงสาวยกมือกุมหน้าผาก ทั้งที่ตกลงกันดิบดีว่าจะช่วยแสดงละครเป็นอีกคนเต็มที่ แต่แค่เธอแยกกลับห้องชินก็ทำเธอปวดหัวเสียแล้ว
“ช่างเรื่องไร้สาระเถอะ เอาของมาด้วยหรือเปล่า”
ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่อง ถามเสียงร้อนรน ทำให้ลาเบลล์ได้แต่สะกดข่มความหงุดหงิดไว้ในใจแล้วยื่นกระเป๋าอุปกรณ์สีดำใบเล็กให้อีกฝ่าย
ชินรับมัน รูดซิปแล้วรื้อของด้านในเล็กน้อย ไม่นานเขาก็ล้วงเอ็กซ์เทอร์นอลสีเงินรูปทรงสี่เหลี่ยมให้
“ในนี้มีโปรเจกต์งานกลุ่มที่ทำค้างอยู่ เธอต้องใช้มันในคลาสวันนี้!”
“แค่เอาไปให้เพื่อนนายที่ชื่อ...เอ่อ...” หญิงสาวขมวดคิ้วพยายามนึกชื่อที่ชินเพิ่งบอกตอนเช้า แต่อีกฝ่ายก็เอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน
“ฟลุค!”
“อ่าใช่ ๆ คนที่สวมแว่น”
“อืม คนนั้นแหละ ที่เหลือก็แค่เออออตามน้ำไป บอกไปว่าเมื่อวานฉันป่วย ไม่ต้องพูดคุยอะไรกับพวกมันมาก เดี๋ยวโป๊ะแตก โอเค้?” ชินเลิกคิ้วถามเสียงสูงน่าหมั่นไส้ ทำคนฟังมุ่ยหน้าขุ่นเคือง หากหมอนี่ไม่ได้อยู่ในร่างเธอ เธอคงหยุมหัวมันไปสักทีแล้ว
“เออรู้แล้ว! นายก็อย่าไปเที่ยวหาเรื่องใครในร่างฉันอีก! ฉันไม่อยากถูกรุมกระทืบ!”
“เออน่า!”
เมื่ออธิบายหน้าที่ของกันและกันเสร็จ สองหนุ่มสาวในร่างของอีกคนก็แยกย้ายกันไปเข้าคลาสเรียนซึ่งมันก็ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่พวกเขาคิดเลยสักนิด
บราเซียร์ชิ้นน้อยถูกถลกขึ้นไปกองเหนือเนินอก ส่งผลให้ก้อนนุ่มทะลักล้นออกมาเต็มตา มันกระเพื่อมไหวขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจปั่นป่วนของเธอลำคอเขาแห้งผาก ต้องแลบเลียริมฝีปากเพิ่มความชุ่มชื่น พลางช้อนมองกลีบปากเย้ายวนเลอะคราบลิปสติกสีพีชสลับกับความนุ่มนิ่มน่าลิ้มลองใบหน้าหล่อโน้มลงต่ำ และเพียงแค่ปลายลิ้นสากสัมผัสลงยังส่วนยอดเบา ๆ ลาเบลล์ก็ถึงกับสะดุ้งเฮือก หอบหายใจถี่กระชั้นด้วยความเสียดเสียวเขาบรรจงละเลียดชิมเม็ดเชอร์รีสีหวานช้า ๆ ปัดป่ายลากวนไปทั่วฐาน ก่อนจะตวัดลิ้นถี่ ๆ ยังปลายยอด เร่งเร้าเสียงครวญครางทรมานให้ปลิวหลุดออกจากริมฝีปากเล็กมือใหญ่ตรงเข้าบีบเคล้นอกสวย ฟอนเฟ้นหนักสลับเบา ปลุกเร้าไฟปรารถนาให้หลอมละลายสติสตังของแฟนหนุ่มอย่างช้า ๆยอดสีหวานถูกดูดเม้มหนัก ๆ ปลายลิ้นมากประสบการณ์ตวัดรัว ไม่นานมันก็ชูชันแข็งสู้ปลายลิ้นอย่างหน้าไม่อายชินยกยิ้มพึงพอใจ ย้ายไปปรนเปรออีกข้างราวกลัวมันจะน้อยใจ การกระทำนั้นทำท้องน้อยเธอหดเกร็ง คลื่นความวาบหวามแผ่ซ่านไปทุกอณูผิว โดยแตะจุดอ่อนไหวกลางกาย แม้จะไม่โดนสัมผัส แต่กลับเปียกชุ่มไปด้วยน้ำหวานใสไร้สีที่หลั่งล้นออกจากกายเอวน้อยเฮือกไหว กระตุกเร่าตามจ
UniSpace Condoสาวร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตแมน ๆ พร้อมเนกไทเท่ ๆ คล้องรอบคอนั่งรอบนเตียงด้วยใจระทึกใบหน้าสวยไม่อาจเก็บกลั้นความตื่นเต้นได้ แต่รอแล้วรอเล่าคนในห้องน้ำก็ไม่มีวี่แววจะออกมา“ชิน! เสร็จหรือยังเนี่ย นายเข้าไปนานแล้วนะ!” เธอตะโกนร้องถามกดดัน ไม่นานเสียงขุ่นจากคนในห้องน้ำก็เอ่ยตอบกลับ“สัญญาเลยว่าชินจะกดเบลล์ให้จมเตียงกับไอเดียเพี้ยน ๆ นี่!”แกร๊กเสียงปลดล็อกบานประตูดังขึ้น ก่อนคนด้านในจะผลักมันอ้ากว้าง เผยให้เห็นการแต่งตัวสุดเปรี้ยว ทำแฟนสาวตัวแสบหัวเราะลั่น“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ โอ๊ย ขำ จริตไม่ได้เลยชิน อย่าทำหน้ามุ่ยแบบนั้นสิ”“เฮอะ! ชินคงยิ้มออกหรอก ถ้าเบลล์ไม่คิดพิเรนทร์แบบนี้!”“แหม ก็ย้อนความหลังกันหน่อยไง” เธอขำน้ำตาเล็ดกับสภาพน่าสงสารของแฟนหนุ่มจู่ ๆ ลาเบลล์ก็เกิดไอเดียอยากให้ทั้งสองลองสลับการแต่งตัวเหมือนครั้งที่พวกเขาต้องติดอยู่ในร่างอีกฝ่าย เหตุผลอีกอย่างคือเสียดายเสื้อผ้าที่อุตส่าห์ช็อปปิ้งมา แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ใช้ ไหน ๆ จะเอาไปบริจาคแล้ว ก็อยากทิ้งทวนเสียหน่อย จึงขอร้องแกมบังคับให้ชินช่วยใส่เสื้อผ้าเหล่านั้น แล้วถ่ายรูปคู่เก็บไว้เป็นความทรงจำซึ่งเธอก็จัดแจงเลือกเสื้อผ้า
หนึ่งปีต่อมาสองหนุ่มสาวในชุดนักศึกษาเดินจูงมือ หัวเราะ อมยิ้มไปกับเรื่องตลกที่ลาเบลล์ขยันสรรหาขึ้นมาเล่าไม่จบไม่สิ้น ขณะเดินลัดเลาะไปตามทางเท้ามุ่งออกไปเดินเล่นตลาดนัดข้างมหา’ลัยตอนนี้ลาเบลล์เรียนอยู่ชั้นปีสามแล้ว ส่วนชินก็กำลังเรียนปีสุดท้ายในรั้วมหา’ลัย ทั้งคู่ถือเป็นคู่รักที่ใครต่อใครต่างก็ต้องอิจฉา ไม่ว่าจะด้วยรูปลักษณ์หน้าตา หรือความสวีตหวานที่ไม่ได้ลดน้อยลงเลยตลอดหนึ่งปีเต็ม“ฟลุคต้องบ่นแน่ที่ชินชิ่งหนีโปรเจกต์กลุ่มมาแบบนี้” ลาเบลล์หัวเราะเบา ๆ คิดถึงท่าทีหัวเสียของหนุ่มแว่นก็อดขำไม่ได้“เอาไว้คืนนี้ค่อยส่งไฟล์งานให้มันทีหลังแล้วกัน” ชายหนุ่มไหวไหล่ตอบกลับ ไม่ได้สะทกสะท้านใด ๆ กับคำเตือนของแฟนสาว“ที่จริงให้เบลล์ไปเดินตลาดนัดกับพวกยัยตาลกับยัยมุกก็ได้นะ ชินจะได้ไม่ต้องมานั่งปั่นงานดึก ๆ”“ไม่เอาอะ ไม่ชอบเวลาผู้ชายอื่นมองเบลล์”“คิก หวงเหรอคะ” เธอยิ้มกว้าง ส่งผลให้ดวงตากลมสวยหยีเล็กเป็นสระอิน่ารังแกสุด ๆ“มาก!”“คบกันมาเป็นปีแล้ว ยังขยันหยอดเบลล์ไม่เลิกเลยนะ กลัวเบลล์รักชินน้อยลงเหรอ”แก้มใสปวดหนึบจากการกลั้นยิ้ม เขินอายทุกครั้งที่แฟนหนุ่มหยอดคำหวานแบบหน้าตาย ต้องรีบบ่ายเบี่ยงเ
เดือนต่อมาใบหน้าหล่อฉายแววเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด หลังจากลาเบลล์ประกาศกับครอบครัวว่ามีแฟนแล้ว กลุ่มพี่ชายคลั่งรักน้องสาวทั้งสามก็กดดันให้เธอพาชินมาให้พวกเขาสอบปากคำประหนึ่งนักโทษคดีร้ายแรงทันที โดยนัดเจอกันที่ร้านอาหารกลางห้างหรูซึ่งหลายอาทิตย์ก่อนชินก็เคยพาลาเบลล์ไปพบครอบครัวเขาเช่นกัน ทั้งพ่อและแม่ของชายหนุ่มเอ็นดูเธออย่างมาก ทั้งเพราะลาเบลล์เป็นแฟนสาวคนแรกที่ชินยอมพามาเปิดตัว และบุคลิกน่ารัก จริงใจ จึงสามารถตกหัวใจทั้งสองได้ทันที แถมจัมโบ้ สุนัขไซบีเรียนตัวกลมของชินก็กระดี๊กระด๊าสุด ๆ กระโดดก่ายเธอไม่เลิก ถึงหญิงสาวจะบอกว่าไม่ถูกกับสุนัข แต่ก็คอยลูบหัวมันตลอดมื้ออาหารตัดภาพมาที่ปัจจุบัน คนตัวสูงระบายลมหายใจยาวด้วยความหนักใจ ยิ่งเดินเข้าใกล้ร้านจุดหมายมากเท่าไร ความกังวลก็เพิ่มสูงมากขึ้นเท่านั้น“อย่าทำหน้าเครียดขนาดนั้นสิ แค่กินข้าวเอง ~” ลาเบลล์กอดแขนเขาเอาไว้ เอียงใบหน้าน่ารักเข้าหาเพื่อให้กำลังใจ หวังช่วยลดความเครียดของแฟนหนุ่มได้บ้าง“เหอะ ๆ ลืมไปแล้วเหรอ ว่าไอ้พี่เบสท์ของเธอมันขู่อะไรชินไว้”“แหม คิดจริงจังไปได้ พี่เบสท์เขาแค่พูดเล่นเฉย ๆ”สาวตัวเล็กพยายามแก้ต่าง แต่ก็ไม
มหาวิทยาลัยอินทรธนาลัยสัปดาห์ต่อมาการเปิดตัวคบหากันอย่างเป็นทางการของอดีตเดือนคณะวิศวะปีสามกับสาวมนุษยศาสตร์สร้างความตกตะลึงให้นักศึกษาหลายคนในมหา’ลัยเป็นอย่างมากคงไม่มีใครประหลาดใจนัก หากทั้งคู่ไม่ใช่สองคนที่เคยมีประเด็นดัง เกย์หนุ่มบุกตบทอมห้าวกลางโรงอาหารทุกคนต่างสงสัยถึงสาเหตุแท้จริง แล้วทั้งสองไปสานสัมพันธ์กันตอนไหนยิ่งก่อนหน้านี้ไม่นานลาเบลล์แต่งแมนมามหา’ลัยอีก แต่จู่ ๆ ก็สามารถคว้าหัวใจหนุ่มสุดฮอตไปได้เฉยเลย จึงไม่แปลกที่มันจะสร้างความสงสัยให้หลายคนในมหา’ลัยซึ่งรวมถึงกลุ่มเพื่อนของทั้งสองด้วยทางด้านลาเบลล์“เล่าใหม่สิยัยเบลล์ มันยังไง ตอนนี้ฉันกับยัยตาลงงมาก” มุกนิ่วหน้ายังไม่หายสงสัย“พวกฉันก็พยายามจะไม่คาดคั้นอะไรนะ ที่จู่ ๆ เดี๋ยวก็เปรี้ยวจัด บางวันก็แมนโคตร แต่แกไปรู้จักกับผู้ชายคนนั้นได้ไงเนี่ย!” เพื่อนสาวร่างท้วมอย่างลูกตาลก็อดพูดออกมาไม่ได้“ก็บอกแล้วว่าเรื่องนี้มันโคตรซับซ้อน มีเหตุบังเอิญที่ทำให้ฉันกับชินได้มารู้จักกันน่ะ”“แล้วมันเรื่องอะไรล่ะที่มันซับซ้อน ทำไมแกไม่อธิบายให้ชัด ๆ วะ”“...”ลาเบลล์เงียบไปอึดใจหนึ่ง มองใบหน้าคาดคั้นจากสองสาวสลับกันไปมาอย่างลังเล
ริมฝีปากร้อนผ่าวบดขยี้กลีบปากเย้ายวนด้วยความโหยหา เปลี่ยนจูบลึกซึ้งให้ทวีความร้อนแรงขึ้นอีกระดับ ฝ่ามือใหญ่ลากไล้ไปตามสีข้างไวความรู้สึกให้ลาเบลล์ต้องสั่นสะท้าน ก่อนจะหยุดบีบเคล้นที่หน้าอกสวยเตชินทร์ค่อย ๆ บรรจงฟอนเฟ้นก้อนเนื้อนุ่มนิ่มแผ่วเบา และเริ่มความหนักหน่วงขึ้นทีละน้อย พาแรงปรารถนาในกายเธอให้ไต่ระดับขึ้นสูงอย่างไม่อาจหยุดยั้ง ขณะลิ้นร้ายแทรกลึกเข้าสู่โพรงปากชุ่มฉ่ำ ตวัดต้อนหยาดน้ำหวานใสเข้าปาดดูดดื่ม“อื้อออออออออ ~” เสียงครางหวานหลุดออกจากลำคอ คลื่นความวูบไหวแผ่ซ่านไปทั่วกายร่างน้อยบิดส่ายไปมากับความเสียดเสียวทรมาน แต่เธอก็ต้องผวาเฮือกเมื่อปลายนิ้วแตะต้องส่วนยอดแผ่วเบา ก่อนเขาจะเริ่มเกลี่ยวนไปรอบปานสีหวาน ปลุกเร้าอารมณ์เธอให้เตลิดเปิดเปิงเรียวลิ้นทั้งคู่สอดกระหวัดเกี่ยวไม่ยอมแพ้ ต่างพยายามส่งทุกความรู้สึกในห้วงอารมณ์รักเช่นนี้ให้อีกฝ่ายได้รับรู้ท่อนขาเล็กค่อย ๆ ถูกแยกออกกว้าง เมื่อคนตัวสูงแทรกกายแนบชิด ไอร้อนผ่าวจากเรือนกายเขาแผดเผาทำลายสติสัมปชัญญะเธอให้อ่อนยวบความดุดันร้อนระอุเบียดชิด สัมผัสเบา ๆ ลงยังจุดอ่อนไหวที่สุดของร่างกาย บ่งบอกถึงความต้องการเปี่ยมล้นชินผละจูบ ปล







