Beranda / อื่น ๆ / สวมร่าง แปรจิต / ตอนที่ 7-1 : การผสาน

Share

ตอนที่ 7-1 : การผสาน

Penulis: MooBin_Writer
last update Tanggal publikasi: 2026-09-09 23:19:04

ตอนที่ 7-1 : การผสาน

(เนื้อหาต่อจากตอนที่ 6 )

ความสิ้นหวังค่อย ๆ กัดกินหัวใจของพิกุล

เธอรู้ดีว่าหากการผสานสำเร็จ คนเหล่านี้จะเอาร่างกายของเธอเป็นเครื่องมือไปทำร้ายพิมมาลา ความรัก ความผูกพัน และความทรงจำที่ทั้งสองร่วมกันสร้างมาตลอดหลายปี จะถูกบิดเบือนกลายเป็นอาวุธที่กลับมาทำร้ายคนที่เธอสัญญาว่าจะปกป้อง

หากเป็นเช่นนั้น ความตายอาจจะเป็นทางที่ดีกว่า เพียงแต่ว่าในตอนนี้เธอไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลยแม้แต่น้อย

‘ขอโทษนะพิม… ที่พิกุลปกป้องพิมไม่ได้อีกแล้ว…’

‘พิกุลขอโทษที่คนไม่ดีจะเอาร่างของพิกุลไปทำร้ายพิม’

…...

ในขณะเดียวกัน… มะลิเองก็ยังมีความกังวลอยู่ไม่น้อย

แม้การ ‘ผสาน’ ทำให้เธอกลายเป็นพิกุลโดยสมบูรณ์ แต่ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียตัวตนเดิมทั้งหมดของตัวเอง

นั่นหมายความว่ามะลิจะต้องหายไปเพื่อกลายเป็นพิกุล ตัวตน ชีวิต และร่างกายที่เป็นของเธอมาตลอด จะหลอมรวมเข้ากับพิกุลอย่างไม่มีวันแยกจากกันได้อีกต่อไป

นั่นคือเหตุที่ทำให้มะลิหวั่นไหว แต่ภาพความทรงจำในอดีตค่อย ๆ ผุดขึ้นมา

การแข่งขันที่เธอไม่เคยเป็นฝ่ายชนะ

วันที่พิกุลทำให้คุณธาดาต้องเสียหน้า

แม้แต่ตอนยึดร่างของพิกุล... เธอก็ยังถูกแย่งคืนไป

ภาพความทรงจำทั้งหมดที่เกิดขึ้นทำให้ความลังเลค่อย ๆ หายไป

มะลิตัดสินใจอย่างแน่วแน่ เธอจะกลายเป็นพิกุล ใช้ชีวิตแบบพิกุล เอาทุกสิ่งทุกอย่างของพิกุลมา

“เมื่อฉันกลายเป็นเธอ…”

“ก็เท่ากับว่าตลอดมาฉันไม่เคยแพ้เธอ”

มุมปากของมะลิค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม ความลังเลที่เคยมีพลันเลือนหาย เหลือเพียงความอิ่มเอมราวกับความพ่ายแพ้ทั้งหมดในชีวิต กำลังจะถูกลบออกไป

หยดน้ำตาค่อย ๆ ไหลลงมาอาบแก้มของหญิงสาว

ไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่า...

เป็นน้ำตาแห่งความเสียใจของพิกุลที่กำลังจะกลายเป็นคนทำร้ายคนสำคัญของตัวเอง

หรือน้ำตาแห่งความยินดีของมะลิ... ที่กำลังตัดสินใจละทิ้งตัวตนของตัวเองเพื่อชัยชนะ

มะลิสูดหายใจยาว ก่อนมองไปยังธาดาด้วยสายตาอันแน่วแน่ ความลังเลในแววตาไม่หลงเหลืออีกแล้ว

“มะลิพร้อมแล้วค่ะ”

โจพยักหน้ารับ พร้อมเล็งปืนไปทางมะลิ

“งั้นเรามาเริ่มกันเลย”

ปังงง!!

ลำแสงสีเขียวพุ่งออกจากปลายกระบอกปืน กระทบร่างของพิกุลเข้าอย่างจังร่างกายเกิดการกระตุกเล็กน้อย ลมหายใจค่อย ๆ แผ่วเบา ดวงตาปิดสนิท ในขณะนี้จิตสำนึกของมะลิและพิกุล กำลังเข้าสู่ภวังค์ เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย

การผสาน… ได้เริ่มขึ้นแล้ว…

......

มะลิลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ

สิ่งแรกที่เธอสัมผัสได้คือสายลมอ่อน ๆ ที่หอบกลิ่นหอมของผืนดินและดอกไม้มาแตะปลายจมูก

เบื้องหน้าคือทุ่งหญ้าเขียวขจีกว้างสุดสายตา ภายใต้ท้องฟ้าสีครามสดใส แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องลงมาอย่างอบอุ่น

เธอรู้ทันทีว่าตอนนี้เธอได้เข้ามายังโลกแห่งจิตของพิกุลแล้ว

โลกแห่งจิตของพิกุลลักษณะเป็นทุ่งหญ้ากว้างสุดลูกหูลูกตา จากนั้นจะเป็นป่าไม้เขียวขจีทอดยาว และหลังผืนป่ามีปราสาทสีขาวงดงามราวกับปราสาทในเทพนิยาย ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา ซึ่งที่นั่นมีแกนวิญญาณของพิกุลสถิตอยู่

หากมะลิต้องการให้การผสานสมบูรณ์ เธอต้องเดินทางไปยังที่ปราสาทหลังนั้นให้ได้

มะลิยิ้มอย่างเย็นเยียบ

“เอาล่ะพิกุล… รอฉันหน่อยนะ”

“ฉันจะไปหาเธอเดี๋ยวนี้แหละ”

มะลิเริ่มออกเดินทาง เธอพบว่าบริเวณนี้ไม่ได้มีแค่ทุ่งหญ้าเขียวขจี แต่ยังเต็มไปด้วยแปลงดอกไม้จำนวนนับไม่ถ้วน

กุหลาบ ไฮเดรนเยีย ทานตะวัน คาโมมายล์ และดอกไม้อื่น ๆ หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งที่เคยเห็น และไม่เคยเห็น จำนวนแปลงดอกไม้มีมากมายยาวสุดลูกหูลูกตา ราวกับไม่มีวันสิ้นสุด

“สวยจัง” มะลิเอ่ยออกมาแผ่วเบา

เธอเดินไปยังแปลงดอกไม้ที่ใกล้ที่สุด แปลงดอกไม้นั้นเป็นดอกไฮเดรนเยียสีม่วงผลิบานอย่างสวยงาม

ทันทีที่เธอเดินเข้าใกล้ ร่างของมะลิก็ค่อย ๆ เปล่งแสงสีขาวนวลออกมา

ดอกไฮเดรนเยียสั่นไหวเบา ๆ กลีบดอกคลี่อย่างช้า ๆ ก่อนที่ลูกบอลแสงสีม่วงอ่อนจะลอยออกมาจากดอกไม้ เคลื่อนเข้าสู่ร่างของมะลิอย่างแผ่วเบา

ภาพในห้วงความคิดของมะลิปรากฏหญิงสาวคนหนึ่งวิ่งถือแฟ้มเอกสารจากแผนกหนึ่งไปอีกแผนกหนึ่ง ทั้งยังคอยตอบคำถาม รับโทรศัพท์ และจัดตารางงานให้พิกุลอย่างคล่องแคล่ว เธอมีชื่อว่า “ลูกตาล”

ภาพความรู้สึก และความทรงจำหลั่งไหลเข้าสู่จิตใจของมะลิ ราวกับเป็นเรื่องราวที่เธอประสบพบเจอด้วยตัวเอง

“ขอบคุณนะ… ลูกตาล” มะลิยิ้มพูดออกมาอย่างแผ่วเบาโดยไม่รู้ตัว ด้วยความรู้สึกขอบคุณที่เอ่อล้น เพราะหากไม่มีเธอคนนี้ พิกุลคงต้องเหนื่อยกว่านี้อีกหลายเท่า

มะลิชะงักไปครู่หนึ่ง

“เดี๋ยวนะ… เมื่อกี้... ฉันพูดอะไรออกไป”

มะลิก้มมองร่างกายที่ยังเรืองแสงสีขาวนวล ก่อนจะค่อย ๆ เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น

แสงนี้... คือพลังของการผสาน

พลังนี้ทำให้เธอสามารถเข้าถึงความทรงจำของพิกุลราวกับเป็นความทรงจำของเธอเอง หากปราศจากพลังนี้ ต่อให้มะลิเดินผ่านทุ่งดอกไม้แห่งนี้ทั้งชีวิต เธอก็ไม่มีทางได้รับความทรงจำจากดอกไม้แม้แต่ดอกเดียว

ดอกไม้แต่ละชนิดล้วนมีความหมายในภาษาดอกไม้ เช่น ไฮเดรนเยียหมายถึง “ความขอบคุณ” ส่วนดอกไม้แต่ละแปลงคือผู้คนที่พิกุลเคยพบเจอในชีวิต

การที่เธอเก็บความทรงจำเป็นดอกไม้หมายความว่าพิกุลเห็นคุณค่าและความงามของทุกคนที่เคยพบเจออย่างอ่อนโยน

มะลิยิ้มอย่างผู้มีชัย

“เอาล่ะพิกุล… ฉันจะขอรับความทรงจำทั้งหมดของเธอล่ะนะ”

ทันทีที่มะลิรับความทรงจำไป ดอกไฮเดรนเยียทั้งแปลงก็สูญเสียสีสันลงอย่างช้า ๆ ราวกับมีบางสิ่งได้ถูกพรากออกไปจากตัวมัน

จากนั้นมะลิจึงเดินต่อไป ทุกก้าวที่เธอเดินความทรงจำจากดอกไม้ก็หลั่งไหลเข้ามา ทั้งความสุข ความเศร้า รอยยิ้ม และน้ำตาของผู้คนเหล่านั้น ได้เข้าสู่จิตใจของมะลิทีละน้อย — ในขณะที่สีสันของแปลงดอกไม้ค่อย ๆ จางลง

มะลิเดินไปจนถึงขอบชายป่า เธอพบแปลงดอกไม้ขนาดมหึมาอยู่เบื้องหน้า ดอกลิลลี่สีขาวบริสุทธิ์นับไม่ถ้วนเบ่งบานงดงามกว่าดอกไม้ทุกแปลงที่เธอพบมาตลอดทาง รอบแปลงดอกไม้มีม่านแสงสีขาวบาง ๆ แผ่คลุมอยู่ แสงนั้นไม่ได้สว่างเจิดจ้า หากแต่นุ่มนวล อ่อนโยน ราวกับกำลังโอบกอดดอกลิลลี่ทุกดอกไว้ไม่ให้สิ่งใดมาทำอันตรายได้

“ทำไมแปลงดอกไม้นี้ถึงพิเศษกว่าแปลงอื่น” มะลิพูดอย่างประหลาดใจ ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปในม่านพลัง

ทันทีที่สัมผัสม่านพลัง มะลิรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นราวกับอ้อมกอดแห่งมารดา แต่กลับเข้มแข็งดั่งเหล็กกล้า หากไม่มีพลังแห่งการผสานช่วย ม่านพลังนี้คงไม่ยอมให้มะลิเข้าใกล้แม้แต่ก้าวเดียว

ดอกลิลลี่สั่นไหว บอลแสงสีขาวสว่างจ้าปรากฏขึ้นมา แสงนั้นค่อย ๆ ลอยเข้าไปในตัวมะลิอย่างนุ่มนวล

พริบตานั้น… ความทรงจำอันอบอุ่นได้หลั่งไหลเข้าสู่จิตใจของมะลิราวกับสายน้ำ

เธอเข้าใจในทันทีว่าทำไมแปลงดอกไม้นี้ถึงงดงาม และได้รับการปกป้องมากกว่าดอกไม้แปลงอื่น

“พิมมาลา…” มะลิเอ่ยชื่อหญิงสาวอย่างแผ่วเบา

ความทรงจำอันล้ำค่าระหว่างพิมมาลาและพิกุล ทุกช่วงเวลาที่ทั้งสองคนใช้ชีวิตร่วมกัน วันที่หัวเราะด้วยกัน วันที่เหนื่อยล้าแทบขาดใจจากการทำงาน วันที่ดูแลกันยามป่วยไข้ วันที่ทั้งสองต่างเป็นกำลังใจให้กัน รวมถึงวันที่พร้อมยืนอยู่เคียงข้างกันในยามที่อีกฝ่ายหมดกำลังใจ

ไม่มีความทรงจำใดในโลกแห่งนี้ ที่จะหนักแน่นและล้ำค่าเท่าความทรงจำของพิม... พิมมาลา

มะลิรับรู้ถึงความห่วงใย ความไว้วางใจ การปกป้อง และสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งที่ทั้งสองมีให้กันอย่างไม่อาจมีสิ่งใดมาทดแทนได้

ความรู้สึกนั้นหนักแน่น มั่นคงจนมะลิไม่แปลกใจที่พิกุลยอมแลกชีวิตของตัวเองเพื่อปกป้องผู้หญิงคนนี้

มะลิยิ้มอย่างอบอุ่น “ไปก่อนนะ…พิม”

คำพูดนั้นหลุดออกมาจากปากของมะลิโดยไม่รู้ตัว ราวกับความทรงจำของพิกุลได้หลอมรวมเข้ากับความรู้สึกของเธอชั่วขณะ

ในพริบตาเดียวกันนั้นมะลิยิ้มมุมปาก ก่อนจะกล่าวว่า

“ขอบใจนะพิกุล ฉันขอรับความทรงจำเกี่ยวกับพิมมาลาทั้งหมดไปล่ะนะ”

จากนั้นเธอจึงหันหลัง แล้วเดินตรงเข้าสู่ชายป่าโดยไม่มองย้อนกลับมาอีกเลย

…

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สวมร่าง แปรจิต   คุยกันท้ายเล่ม

    คุยกันท้ายเล่ม ก่อนอื่นขอขอบคุณผู่อ่านทุกท่านที่อ่านมาถึงตอนจบของเรื่องนี้ นิยายเรื่องนี้ผมเขียนด้วยความตั้งใจอย่างมากเพื่อให้ทุกท่านได้สนุกกับการเดินทางของพิมและพิกุล ซึ่งเรื่องนี้เป็นนิยายเรื่องแรกที่เขียนจบ ในเรื่องสำนวนจึงอาจจะไม่นิ่งเท่าไรในจุดนี้ผู้เขียนต้องขออภัยครับ ส่วนที่อยากจะคุยจริง ๆ คอที่มาของชื่อตัวละครในเรื่อง ทุกคนมีที่มาที่ไปของชื่อ จึงอยากแชร์ในจุดนี้ให้ผู้อ่านได้ทราบจะได้เข้าใจตัวละครได้มากขึ้นครับที่มาของชื่อ ผู้อ่านคงสังเกตเห็นว่าแกนเรื่องหลักจะเกิดขึ้นใน 2 บริษัท คือ บริษัท ศิลา เทกซ์ไทล์ เอ็กซ์พอร์ต บริษัท บุปผา แฟชั่น แอนด์ ดีไซน์ ซึ่งเป็นเรื่องราวการต่อสู้ของดอกไม้(บุปผา) และก้อนหิน(ศิลา) หรือความนุ่มนวลสู้กับความแข็งกร้าว ชื่อตัวละครฝ่ายหญิงมาจากชื่อตำรับยาสมุนไพรไทย เกสรทั้งห้า ซึ่งเป็นตำรับยาที่ประกอบด้วยดอกไม้ห้าชนิด ซึ่งประกอบด้วย มะลิ พิกุล บุนนาค สารภี เกสรบัวหลวง พิมมาลา อุบลสาภี ชื่อ พิมมาลาเป็นชื่อที่เหมาะกับบริษัทบุปผา คำว่ามาลา ในที่นี้หมายถึงพวงมาลัยดอกไม้นั่นเอง ส่วนนามสกุล อุบลสารภี จะเป็น ชื่อดอกไม้ 2 ชนิด คือ อุบล แปลว่าบัว ในที่นี้

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 15-2 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผล

    ตอนที่ 15-2 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผล18.00 น. “ชากุหลาบค่ะคุณพิม” พิกุลยื่นถ้วยชาอุ่น ๆ กลิ่นหอมละมุนให้พิมมาลา “ขอบคุณค่ะ” พิมรับมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะยกจิบไปหนึ่งอึก จากนั้นเธอกวักมือเรียกพิกุล “พิกุล… มานี่หน่อยสิ” “อะไรเหรอพิม” พิกุลโน้มตัวเข้ามาด้วยความสงสัย “ท้าาาาดาาา ~” พิมมาลาหยิบชานมคุณภาพดีห่อใหญ่ขึ้นมายื่นให้พิกุล ดวงตาพิกุลเบิกกว้าง ก่อนจะเกิดเรื่องราววุ่นวายที่ผ่านมา เธอและพิมดื่มแต่ชาใสมาตลอด ไม่มีใครดื่มชานมเลยสักคน ในห้องนี้จึงไม่มีชานมแม้แต่ซองเดียว แต่ช่วงนี้พิกุลมีพฤติกรรมดื่มชานมอยู่บ่อยครั้ง พิมมาลาจึงจัดชานมห่อใหญ่คุณภาพดีให้กับพิกุล การได้ชานมคุณภาพดีมาจึงเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายของพิกุลอย่างมาก “ขอบคุณนะพิม” พิกุลพูดเสียงเบา แต่แววตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง บรรยากาศเงียบไปเล็กน้อย พิกุลมองชานมในมือ ก่อนสูดหายใจยาว ก่อนจะเอ่ยขึ้น “พิม…พิกุลขอถามอะไรหน่อย” “ได้สิ” “ถ้าพิกุลไม่ใช่พิกุลคนเดิม…พิมจะยังรับพิกุลได้ไหม?” พิมมาลากะพริบตาปริบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ยังไม่ทันที่พิกุลจะได้

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 15-1 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผล

    ตอนที่ 15-1 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผลฉากจบที่ 1-2 เป็นเรื่องราวต่อจากตอน : การโต้กลับของเลขาสาว—----------------หลายวันผ่านไป หลังจากที่ทั้งสองคนนำปืนไปทิ้งลงทะเล ยามเช้าอันสดใส หญิงสาวคนหนึ่งตื่นขึ้นมา เช้านี้เธอตั้งใจทำภารกิจลับบางอย่าง เธอค่อย ๆ ย่องไปหน้าประตูห้องนอนของตนเองอย่างเงียบเชียบ พร้อมเอาหูแนบบานประตูเหมือนดักฟังอะไรบางอย่าง ตึก… ตึก… ตึก… “มาแล้ว… มาแล้ว” หญิงสาวพูดกับตัวเองเบา ๆ ก่อนเริ่มนับถอยหลัง “5.. 4.. 3..” ตึก… ตึก… ตึก… เสียงนั้นค่อย ๆ ดังขึ้น “ 2..” ตึก… เสียงนั้นหยุดลงหน้าประตู “1.. เอาล่ะ” หญิงสาวเลิกแนบหูแล้วเปิดประตูอย่างแรง ปังงงงง!! ภาพหน้าประตูคือหญิงสาวสวมแว่น ในชุดนอนสวมผ้ากันเปื้อน ทำหน้าตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น “ตื่นแล้วค่ะคุณแม่นมขาาาา” หญิงสาวคนนั้นตะโกนลั่นบ้าน พิกุลกะพริบตาปริบ ๆ ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มอย่างเอ็นดู “แปลกนะวันนี้พิมตื่นเช้า” ที่จริงแล้วพิกุลตั้งใจมาปลุกพิมมาลาเหมือนที่ทำเป็นประจำ แต่เธอกลับต้องแปลกใจเมื่อสาวน้อยขี้เซาตื่นขึ้นมาเองโดยไม่ต้องปลุก แถมยังแอบมาดักรอเปิดประตูแกล้งเธอเสียอีก “แหะ.. แหะ…

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 14-3 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น

    ตอนที่ 14-3 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น18.00 น. เวลาเลิกงาน พิมกับพิกุลออกมาที่ลานจอดรถ ทันทีที่มาถึง พิมมาลาก็เห็นรถตู้คันคุ้นเคยจอดรออยู่ไม่ไกล ใบหน้าของหญิงสาวสดใสขึ้นในทันที เธอรีบเดินตรงไปหาเจ้าของรถด้วยท่าทีราวกับเด็กน้อยที่เห็นผู้ปกครองมารับหลังเลิกเรียน “มาวิน… ดีใจจังที่มาวินมารับพิม…” มาวินยิ้มก่อนยกมือลูบหัวเธอเบา ๆ “งานเป็นยังไงบ้าง เหนื่อยไหม” พิมมาลาเงียบไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ จางลง เหลือเพียงแววตาเศร้าสร้อย “พิมเหงา… พิกุลไม่กอดพิมเหมือนแต่ก่อนเลย พิกุลคุยกับพิมเหมือนคนไม่เคยสนิทกันมาก่อน” มาวินมองไปทางพิกุล หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างสงบนิ่ง มาวินถอนหายใจ เขารู้ดีว่าพิมมาลายังคงผูกพันกับพิกุลมากเพียงใด ตราบใดที่พิมมาลายังคงยึดติดกับพิกุล เธอก็ไม่มีวันหันมามอบหัวใจให้เขาอย่างสมบูรณ์ และสำหรับมาวินแล้ว… พิกุลกำลังกลายเป็นสิ่งกีดขวางที่เขาต้องตัดออกไปจากชีวิตของพิมมาลาให้ได้ “พิม” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป“พิมรักผมไหม” “พิมรักมาวินที่สุดค่ะ” มาวินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ถ้าอย่างนั้น พิมฟังผมให้ดี...” “จากนี้ไป

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 14-2 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น

    ตอนที่ 14-2 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้นหลังจากพิกุลคุยกับพิมมาลาเสร็จแล้ว เธอก็ทำการอ่านอีเมลอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก ตรู้ดดด… แกร๊ก เสียงปลายทางรับสาย “หมิวจัดการได้เลย… เก็บคนลูกไว้” พิกุลพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับกำลังสั่งงานทั่วไป ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงหัวเราะเบา ๆ จะดังขึ้น “รับทราบค่ะ… ให้ใครผสานดีคะ” น้ำเสียงของหมิวฟังดูร่าเริงราวกับได้รับมอบหมายงานที่เธอรอคอยมานาน พิกุลเงียบไปครู่หนึ่ง “เป็นคนในบริษัท… เดี๋ยวส่งข้อมูลไปให้” “ให้เวลา… สามวัน” ปลายสายหัวเราะคิกคัก “รับทราบค่ะ” หมิวตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นราวกับเด็กที่กำลังวางแผนทำเรื่องสนุก จากนั้นสายถูกตัดไปทันที…สามวันต่อมา เช้าวันนั้นพิกุลมาทำงานตามปกติ บนโต๊ะทำงานมีกล่องพลาสติกทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าทึบสีน้ำตาลวางอยู่หนึ่งใบ บนกล่องไม่มีข้อความหรือเครื่องหมายใด ๆ แต่พิกุลรู้ดีว่ามันมาจากใคร เธอดันแว่นเล็กน้อยแล้วชายตาไปยังกล่องนั้น ก่อนที่จะเปิดอย่างระมัดระวัง รอยยิ้มจางปรากฏขึ้นบนใบหน้า ในกล่องนั้นมีวัสดุสีเนื้อถูกพับไว้อย่างประณีต ลักษณะคล้ายผิวหนังมนุษย์ พ

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 14-1 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น

    ตอนที่ 14-1 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น ฉากจบที่ 2-2 เป็นเรื่องราวต่อจากตอน : จุดสิ้นสุดของคำสัญญา------------สองเดือนหลังจากมาวินแต่งงานกับพิมมาลา นับตั้งแต่วันที่แผนควบคุมพิมมาลาสำเร็จ มะลิก็ได้ย้ายออกมาอยู่บ้านหลังเดิมของพิกุล เนื่องจากบ้านของพิมมาลาได้กลายเป็นเรือนหอของเธอกับมาวินไปแล้ว เลขาสาวตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น เธออาบน้ำ แต่งตัวอย่างคล่องแคล่ว ในตอนนี้เธอสามารถใช้ร่างพิกุลได้อย่างชำนาญ ยิ่งไปกว่านั้น ภายในวิญญาณยังมีพิกุลคอยอยู่เคียงข้าง คอยช่วยวิเคราะห์ วางแผน ให้คำปรึกษา ราวกับผู้ช่วยที่สมบูรณ์แบบที่พร้อมทำงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง มะลิกินข้าวเช้าและขับรถไปทำงานตามปกติ ระหว่างทางก็มีพนักงานหลายคนเข้ามาทักทายเธออย่างเป็นมิตร และเธอก็ตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกับที่พิกุลเคยทำ ภาพที่ทุกคนเห็นยังเป็นพิกุลคนเดิม แต่ภายในนั้นกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ทุกคนที่เดินผ่านสายตาของมะลิ ล้วนถูกประเมินคุณค่าอย่างรวดเร็ว ‘นายปรีชา บริหารงานเก่ง เหมาะสมที่จะเลื่อนขั้น’ ‘ใบเฟิร์น ต้องการชื่อเสียงและความก้าวหน้า ไว้เอาไปแทรกซึมคนในบริษัทคู่แข่ง’ ‘อารยา อายุงานมากแต่คว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status