LOGINเมื่อทานข้าวเสร็จติณณ์กับมาเรียมทำตัวให้ปกติที่สุด เดินออกมาจากร้านอาหารอย่างใจเย็น ก่อนจะเปิดประตูขึ้นไปในรถแล้วหยิบปืนออกมาส่งให้มาเรียม "ปืนสองกระบอกกับลูกที่จำกัดหมดแล้วคือหมดเลยไม่มีสำรอง" ติณณ์พูดขณะที่สตาร์ทรถ เตรียมจะขับออกจากร้านอาหาร "ปืนสองกระบอกกับลูกกระสุนประมาณยี่สิบสี่นัดคุณคิดว่าพวกนั้นมากันกี่คนสองโหลพอไหม” ครั้งแรกกับคำถามยาวๆ ของมาเรียม ถ้าไม่ใช่เรื่องเป็นเรื่องตายเธอคงไม่พูดออกมาสินะ เธอก็พอมีความรู้ด้านปืนไม่น้อยหญิงสาวคนนี้ไม่ธรรมดาสมแล้วกับที่เขาสนใจเธอเป็นพิเศษ
View Moreเวลาผ่านไปสามปีกว่า มาเรียมได้ให้กำเนิดลูกสาวคน ชื่อว่ามาติยา ดวงหน้าและแววตาของหนูน้อยมีความคล้ายคลึงเขมิกามารดาของเธอมาก ใครเห็นต่างก็รักและเอ็นดู เพราะมาติยาเป็นเด็กเลี้ยงง่ายไม่งอแง ซึ่งวันนี้เป็นวันหยุด ในช่วงบ่ายแก่ๆ มาเรียมและติณณ์ได้พาลูกสาวไปเล่นกับคุณตาและคุณทวดที่บ้านรชศภานุพงศ์ ส่วนชนัญหลังจากที่บิดาให้ไปเรียนรู้งานกับตุลย์พี่ชายของติณณ์ความใกล้ชิด ทำให้คนทั้งคู่ตกหลุมรักกัน จากนั้นในปีถัดมาคนทั้งสองได้ตกลงปลงใจแต่งงานกัน จนตอนนี้ชนัญตั้งครรภ์ท้องแก่ กำหนดคลอดต้นเดือนหน้านี้แล้ว ซึ่งหญิงสาวยังคงอยู่ที่บ้านรชศภานุพงศ์ เพราะมาเรียมได้ย้ายไปอยู่ที่บ้านของติณณ์ จึงทำให้พี่ชายของเขาต้องจำใจย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังนี้แทน เนื่องจากชยันต์ไม่ยอมให้ลูกสาวอีกคนย้ายออกไปทางด้านแชมเปญหลังจากที่ชยันต์วิ่งเต้นประกันตัวให้ออกมาห้องขัง หล่อนได้ย้ายออกไปอยู่คอนโดใช้ชีวิตเพียงลำพัง เพราะไม่อยากข้องเกี่ยวกับชยันต์ให้เป็นเวรเป็นกรรมต่อกันอีก แต่ชนัญก็ได้แวะเวียนไปหามารดาของเธอบ่อยๆ เพราะกลัวว่าแชมเปญจะเหงา ที่ต้องไปอยู่อย่างโดเดี่ยวแบบนั้น เพราะตั้งแต่นายทรงพลบิดาของเธอเ
"คุณสวยมากรู้ตัวหรือเปล่ามาเรียม ตรงนี้เป็นของผม ตรงนี้เป็นของผม และตรงนี้มันก็เป็นของผม ตัวของคุณทุกซอกทุกมุมเป็นของผม เพียงคนเดียว" ติณณ์ใช้สายตากวาดมองเรือนร่างเปลือยเปล่าของภรรยาด้วยความรู้สึกเสน่หา พร้อมกับจับตรงนั้นตรงนี้จนมาเรียมรู้สึกเขินอายแทบจะมุดลงใต้เตียงแล้วในตอนนี้"ผมรักคุณจัง" ติณณ์พูดออกมาพร้อมกับจับมาเรียมนอนราบลงไปกับเตียง ขณะชายหนุ่มได้เข้าไปคร่อมร่างอรชรเอาไว้ ทั้งสองจ้องมองไปที่ดวงตาของกันและกัน ซึ่งเวลานี้มันได้หวานหยาดเยิ้ม ใบหน้าหวานกับเรียวปากอวบอิ่มที่ถูกแต่งแต้มเอาไว้ด้วยลิปสติกสีแดง ทำให้หญิงสาวแลดูเซ็กซี่และเย้ายวนเกินห้ามใจ"มาเรียมก็รักคุณค่ะ" หญิงสาวบอกรักชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เขินอาย เมื่อสายตาคมของเขาจ้องมองลงต่ำไปหยุดที่ทรวงอกเปลือยเปล่าของเธอ"แม่บอกว่าอยากอุ้มหลานแล้ว คืนนี้จัดเต็มนะที่รัก" เสียงทุ้มของชายหนุ่มกระซิบลงไปที่ข้างหูของภรรยา ก่อนที่เขานั้นจะซุกไซ้ใช้ปลายจมูกคม กดลงไปที่ลำคอระหง พร้อมกับพรมจูบลงไป ติณณ์ใช้ปลายลิ้นลากเลียลงมาที่เม็ดบัวอมชมพู พร้อมกับใช้มือเคล้นคลึงเบาๆ"อืม...อ๊า คุณติณณ์ขา" หญิงสาวร้องเรียกชายหนุ่มออกมา เมื่อปลายล
วันเวลาผ่านไป งานแต่งระหว่างมาเรียมกับติณณ์ ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ มีผู้คนหลายร้อยพันมาเป็นสักขีพยาน ทุกคนล้วนแสดงความยินดีกับคนทั้งคู่ ที่ได้เป็นฝั่งเป็นฝาสมใจสักที ชนัญก็มาร่วมงานนี้ด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องคนละสายเลือด เริ่มสนิทและคุ้นเคยรักกันไม่ต่างพี่น้องแท้ๆ ที่คลานตามกันมา คนที่สุขใจที่สุดเห็นจะเป็นชยันต์บิดาของมาเรียม เมื่อเขานั้นไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าเรื่องราวดีๆ จะเกิดขึ้นกับชีวิตของเขา เมื่อลูกสาวทั้งสองรักใคร่ปรองดองกัน แม้ชนัญจะไม่มีสายเลือดของเขาสักหยด แต่ชยันต์ก็รักไม่ต่างจากมาเรียม เพราะเขาเป็นคนเลี้ยงดูมาแต่อ้อนแต่ออก ส่วนมาเรียมนั้นไม่ต้องบอกเขารักลูกสาวคนนี้ โดยไร้เงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น"ขอให้ทั้งสองครองรักกัน ตราบชั่วนิรันดรขอให้แต่ละวันคืนในชีวิตคู่เป็นวันที่แสนพิเศษ หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กันนะลูก ย่ารักหนูนะมาเรียม" หญิงสูงวัยอวยพรให้กับคู่บ่าวสาว ก่อนที่ทั้งสองจะลงก้มลงกราบที่เท้าด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ"ขอบคุณนะคะคุณหญิงย่า มาเรียมก็รักคุณหญิงย่านะคะ" มาเรียมเงยหน้าขึ้นไปสบตากับหญิงสูงวัย ด้วยความรู้สึกรัก แม้จะเข้ามาอยู่ในบ้านรชนิศนุพงศ์ได้ไม่นาน แต่ควา
ณ บ้านรชนิศภานุพงศ์วันนี้ชยันต์ได้ออกจากโรงพยาบาล คุณหญิงขวัญเรียมได้จัดแจงให้แม่บ้านทำอาหารไว้ต้อนรับลูกชาย ซึ่งสิ่งที่หญิงสูงวัยมีความสุขมากที่สุด นั่นคือการที่มาเรียมและบิดาได้ปรับความเข้าใจกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนชนัญยังคงเก็บตัวเงียบ เธอไม่สนใจโลกภายนอกตั้งแต่วันนั้นที่เกิดเรื่อง ชนัญลงมาทานข้าวแล้วขึ้นห้องเธอทำแบบนี้ตั้งแต่แชมเปญถูกจองจำ และที่น่าสมเพชไปยิ่งกว่านั้น ไม่มีใครไปเยี่ยมมารดาเธอเลยสักครั้ง แชมเปญคงต้องอยู่ในนั้นอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย เหมือนดั่งที่เขมิกาเคยใช้ชีวิตอย่างลำพัง พร้อมกับความยากลำบากแสนเข็ญ คนที่พูดปดมดเท็จไปทั่วแย่งสามีชาวบ้านอย่างแชมเปญ ผลของกรรมเหล่านั้นกำลังจะตามเธอทัน เหมือนดั่งที่เขมิกาเคยได้รับ แต่แชมเปญคงเจ็บปวดกว่าหลายเท่า เมื่อเธอต้องไร้ซึ่งอิสรภาพและต้องตกอยู่ในสถานที่แบบนั้น อีกไม่นานศาลชั้นต้นก็คงจะพิพากษาแชมเปญ ที่มีได้กระทำความผิด แน่นอนเธอคงได้นอนอยู่ในกรงขังนานหลายปี เมื่อไม่มีใครไปประกันตัวซึ่งอีกคนที่ได้รับกรรมครั้งนี้อีกคนคือชนัญ เมื่อเธอรู้ความจริงหมดทุกอย่างแล้วสิ้น ชยันต์ไม่ใช่บิดาแท้ๆ แม้เขาจะดูแลเธอมาทั้งชีวิต และมันคงถึงเวลา
"ผมมีบางอย่างอยากให้คุณ""อะไรเหรอค่ะ" มาเรียมเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย"รอแป๊บหนึ่ง เมฆกำลังไปเอามาให้ มันอยู่ที่บ้านรชนิศภานุพงศ์ คุณหญิงย่าบอกว่ามันสำคัญมาก แล้วมาเรียมจะเข้าใจในตัวของคุณอาชยันต์มากขึ้น" คำพูดของติณณ์นั้น ยิ่งทำให้มาเรียมครุ่นคิด หากต้องสูญเสียบิดาไป ทั้งที่ยังไม่ได้ปรับความเข้า
ติณณ์เปิดประตูเข้ามาในภายห้อง ปรากฏว่ามาเรียมได้นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือรอเขาอยู่ ภาพของมาเรียมที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาทางพฤตินัย มันช่างทำให้หัวใจของเขาชุ่มฉ่ำเหลือเกิน คงไม่มีอะไรมาขวางกั้นหรือผู้หญิงคนใดมาทำให้หัวใจของเขา เปลี่ยนใจไปจากมาเรียมได้ หลายคนอาจจะมองว่าเธอร้ายกาจกับผู้เป็นบิดา แต่สิ่งที่
ในขณะที่ติณณ์ยังคงนอนกอดมาเรียม เขาไม่ได้สนใจว่าใครจะรอ เมื่อไฟสวาทที่เพิ่งดับลงนั้นทำให้เขาหมดแรง อยากนอนพักยาวๆ ในวันหยุดแบบนี้ และที่สำคัญมีผู้หญิงที่ชื่อมาเรียมนอนเคียงข้าง อยู่ในอ้อมกอดมันยิ่งทำให้เขานั้นสุขใจ"ไปอาบน้ำได้แล้วค่ะ”"อาบด้วยกันนะ..นะ น๊า" ติณณ์พูดจาออดอ้อนออกมา จนทำให้มาเรียมนั้
"คุณติณณ์..ฉันบอกแล้วไงว่ามันสกปรก อ๊ะ อ๊าย!" หญิงสาวพูดห้ามเขาออกมา ขณะที่สะโพกมนได้แอ่นขึ้นรับกับปลายลิ้นร้อนฉ่า ที่เวลานี้ติณณ์ได้ดันเข้าออกในช่องแคบของเธอ มือเล็กจับผ้าปูมากุมเอาไว้จนยับยู่ยี่ เมื่อร่างกายกำลังจะล่องลอย แน่นอนหญิงสาวกำลังรู้สึกถึงรสสวาท สิ่งแปลกใหม่ที่แทรกเข้ามาในกายของเธอปลาย





