Home / มาเฟีย / สวัสดิการรักมาเฟีย / บทที่ 1...ผลพวงจากความคึกคะนอง 1.2

Share

บทที่ 1...ผลพวงจากความคึกคะนอง 1.2

last update Petsa ng paglalathala: 2026-10-07 18:30:52

“ที่ทนไม่ได้เพราะไม่ได้ออกล่าสิท่า เสียใจจ้ะลูกชายสุดที่รัก การจะให้หายเป็นปกติก็คงราวๆ หกเดือน”

“ครึ่งปีเลยเหรอครับแม่” คนป่วยโอดครวญเสียงอ่อย

“ถ้าลูกมีวินัยในการรักษา ลูกก็อาจจะใช้เวลาน้อยกว่านั้น” เซลีนตบไหล่หนาของบุตรชายเบาๆ เพื่อเป็นการปลอบโยนและให้กำลังใจ

“กว่าจะหาย งานคงกองเป็นภูเขา ผมคงต้องหาคนมาช่วยดูงานไปอีกสักระยะ” ชายหนุ่มทำเสียงอ่อน แกล้งเหลียวไปมองคนด้านหลัง

“ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละจ้ะ ไม่เป็นไรหรอกลูก สุขภาพสำคัญกว่า” เซลีนยิ้มอ่อนโยนพลางลูบหลังบุตรชายอย่างให้กำลังใจ

“ผมเจ็บปวดเหลือเกินครับแม่ที่ต้องทนอยู่ในสภาพแบบนี้”

แมทเทียสถอนหายใจพรืดด้วยความเซ็งจัด ชายหนุ่มก้มหน้ามองสภาพร่างกายของตัวเองแล้วเกิดความทดท้อ ภาพเหตุการณ์ตอนที่รถประสบอุบัติเหตุวิ่งเข้ามาในโสตประสาทจนรู้สึกเจ็บร้าวที่ทรวงอกประหนึ่งว่ามันกำลังเกิดขึ้นอีกครั้ง

ทุกอย่างชัดเจนจนต้องกระชับมือของมารดาไว้แน่น…

โครม!

โครงเหล็กเนื้อดีปะทะเข้ากับกำแพงหนาดังสนั่นจนคนที่อยู่ในเหตุการณ์พากันแตกตื่น หน่วยกู้ชีพต่างเข้าช่วยเหลือผู้โดยสารที่มากับรถคันดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

หลายคนหันไปพูดคุยกันถึงเจ้าของรถคันนั้น และต่างลุ้นระทึกว่าชายที่หน่วยกู้ชีพกับทางทีมแพทย์ทำการช่วยเหลือนั้นจะรอดชีวิตหรือไม่

แมทเทียส เกรอม็อง คือชายผู้บ้าระห่ำสะท้านนรก ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน สภาพร่างกายของเขาไม่ได้รับการบุบสลายมากนักด้วยตัวรถช่วยรองรับน้ำหนักของการกระแทกไว้ได้ดี แต่ตอนนี้รถคันนั้นกลายเป็นเศษเหล็กไปแล้ว เหลือก็แต่ผู้เป็นนายที่นอนหมดสติอยู่บนเตียงของห้องพักผู้ป่วยระดับวีไอพี

แมทเทียสต้องอยู่รักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลาเกือบครึ่งเดือนถึงได้กลับมารักษาตัวต่อที่คฤหาสน์เกรอม็อง โดยมีทีมแพทย์ที่ชำนาญทางด้านเวชศาสตร์การฟื้นฟูมาดูแลอย่างใกล้ชิด

จนกระทั่งสามารถเดินได้อีกครั้งในหนึ่งเดือนต่อมา ทว่ากลับเป็นการเดินที่ไม่สมบูรณ์เพราะต้องอาศัยไม้เท้าช่วยพยุงตลอดเวลา

มาเฟียหนุ่มถึงขั้นคลุ้มคลั่งเมื่อรู้ถึงสภาพร่างกายของตัวเองจากปากของแพทย์ที่ทำการรักษา เขารับไม่ได้และรู้สึกผิดเป็นอย่างมากกับความบ้าเลือดของตัวเอง

ถ้าสมองรู้จักยั้งคิด จิตใจไม่เร่าร้อนเพราะคำท้าทายจากสตรีผู้งดงาม และมีสติมากพอในการคิดทบทวน เขาคงไม่ต้องมาทนทุกข์กับสภาพของตัวเอง

แต่เมื่อมีความหวังว่าจะกลับมาเป็นปกติได้ เขาจึงทุ่มเทให้กับการฝึกเดิน ฝึกสมาธิ ฝึกภาวะอารมณ์ของตนเอง

“โธ่โว้ย!”

คนที่ก้าวเข้ามาใหม่ถึงกังต้องชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นสีหน้าและน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ของคนป่วย มันเป็นผลกระทบอย่างหนึ่งสำหรับคนป่วยที่ภาวะจิตใจจะไม่คงที่เท่าไรนัก และคนที่ผ่านสถานการณ์เช่นนี้มามากก็เข้าใจอย่างลึกซึ้ง

“อย่าใจร้อนสิแมทเทียส ลุงว่าเธอคงต้องฝึกปรับอารมณ์สักหน่อยนะ”

ศาสตราจารย์อ็องตวนคือแพทย์ที่ทำการรักษาแมทเทียสมาตั้งแต่ต้น รู้ถึงสภาพร่างกายของแมทเทียสดีและรู้ดีด้วยว่าอารมณ์ของมาเฟียหนุ่มมักจะขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้เสมอ

“ผมจะมีกะจิตกะใจจะปรับอารมณ์ได้ไงครับ เมื่อพอหลับตาก็เห็นสภาพร่างกายตัวเองที่มันกลายเป็นคนขาเป๋ไปแล้ว”

อ็องตวนยิ้มอบอุ่นพลางเดินเข้าไปใกล้คนที่ยืนเอาสะโพกด้านขวาพิงกับขอบตู้ที่ตั้งอยู่ข้างผนัง มือยันกับหลังตู้เพื่อใช้รับน้ำหนักตัวแทนไม้เท้า โดยขาด้านซ้ายเหยียดตรง ปลายเท้าแตะลงไปเบาๆ ไม่ใช่เหยียบเต็มฝ่าเท้า

เมื่อสังเกตดูจะเห็นว่าอีกฝ่ายมมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ก่อนจะยื่นมือไปวางที่บ่าของชายหนุ่มแล้วตบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ

“จากประสบการณ์ของลุงที่รักษาคนไข้มา ลุงว่าร่างกายของเธอปรับสภาพได้ดีเยี่ยมมากนะ เธอใช้เวลาเพียงแค่เดือนครึ่งตั้งแต่ประสบอุบัติเหตุจนมาถึงวันที่เดินได้แม้จะไม่สมบูรณ์นัก ซึ่งมันเป็นระยะเวลาที่สั้นมากสำหรับกรณีแบบนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี”

“เรื่องที่น่ายินดีคือการที่ผมหายและเดินได้เหมือนเดิมครับลุงหมอ”

“เชื่อลุงหมอนะ อีกหกเดือนเราจะกลับมาเดินได้อีกครั้ง อย่างสมบูรณ์แน่นอน”

ทั้งสองมองสบตากัน ไม่มีใครเอ่ยอะไรขึ้นมา จนเมื่อผ่านไปราวสองนาทีแมทเทียสจึงเป็นฝ่ายถอนหายใจออกมายืดยาว

“จริงนะครับ”

“มั่นใจในตัวเองสิแมทเทียส” อ็องตวนยิ้มให้ก่อนจะพยุงคนป่วยเดินไปตามโถงทางเดิน

หลังจากนั้นในอีกสองวันต่อมาการรักษาก็ถูกจัดสรรตารางมาแบบจัดเต็ม แต่ไม่ว่าจะเข้ารับการฟื้นฟูกล้ามเนื้ออย่างไรมันก็ได้แค่ดีขึ้นหากแต่ไม่เหมือนเดิม

ยิ่งใช้เวลานานเท่าไรแมทเทียสยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าไปทุกที เขาก็ได้แต่นั่งมองตัวเองในกระจกเงา มองตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาถึงช่วงเอว พร้อมกับมองไม้เท้าที่ช่วยในการพยุงตัว

จนกระทั่งเวลาผ่านไปนานถึงหกเดือนเต็ม วันนี้ความหวังของเขาก็เป็นจริง แมทเทียสกลับมามีร่างกายที่สมบูรณ์แบบเดิมอีกครั้งด้วยฝีมือของนายแพทย์มือหนึ่งอย่างศาสตราจารย์อ็องตวน

โดยรวมแล้วแมทเทียสใช้เวลาในการรักษาตัวตั้งแต่ประสบอุบัติเหตุจนกระทั่งหายเป็นปกติก็ราวๆ เจ็ดเดือนครึ่ง ถือว่าเป็นระยะเวลาที่นานพอสมควรและทำให้เขาเกือบจะสติแตกอยู่หลายครั้ง

ทว่าความสุขในจิตใจของแมทเทียสมีได้ไม่ถึงชั่งโมง เขากลับพบว่าตัวเองมีโรคแทรกซ้อน โรคที่บั่นทอนทุกอย่างในชีวิต!

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • สวัสดิการรักมาเฟีย   บทที่ 2...ว่าที่คู่หมั้น 1.5

    หลังจากที่ได้วางระเบิดลูกใหญ่ให้กับคุณหมอคนสวยเรียบร้อยแล้ว แมทเทียสก็เดินขากะเผลกลงมาที่ลานจอดรถโดยมีไม้เท้าเป็นตัวช่วยใบหน้าหล่อเหลาฉายรอยยิ้มแห่งความสะใจออกมาชัดเจน ดวงตาคมกริบเป็นประกายอย่างซุกซน นึกไม่ออกเลยว่าตอนนี้ มณีษิกาจะนั่งนิ่งไม่ไหวติงเพราะคาดไม่ถึงกับความต้องการของเขาหรือร้องไห้จะเป็นจะตายที่โดนกลั่นแกล้ง“ทำไมยังใช้ไม้เท้าครับคุณแมทเทียส”บอดี้การ์ดหนุ่มอย่างหลุยส์ถึงกับมองด้วยความงุนงง ทีแรกเขาจะถลาเข้าช่วยประคองแต่ถูกเจ้านายยกมือขึ้นห้าม“ก็ไม่รู้สิ รู้สึกเหมือนว่าตัวเองยังไม่หายดี”“แต่คุณแมทเทียสเดินได้เป็นปกติแล้วนี่ครับ หรือว่าระบบการทำงานบางอย่างผิดปกติอีก”“น่าจะใช่”มาเฟียหนุ่มจอมวายร้ายหัวเราะเสียงทุ้มในลำคอ ขยับเบี่ยงขาเล็กน้อยเพื่อจะสอดตัวเข้าไปนั่งในรถ แต่เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้จึงทำเพียงยืนนิ่งชิดกับประตู ก่อนจะเหลือบตามองไปโดยรอบอย่างระมัดระวัง เมื่อคิดจะแกล้งป่วยก็คงต้องแสดงให้สมบทบาท“แล้ววันนี้คุณแมทเทียสจะเข้าไปที่เกรอม็องกรุ๊ปไหมครับ”“ไปสิ มีงานต้องเคลียร์ แล้วก็มีเรื่องต้องจัดการ”แมทเทียสว่าพลางขยับตัวนั่งลงบนเบาะ ยื่นไม้เท้าให้กับหลุยส์ ก่อนจะ

  • สวัสดิการรักมาเฟีย   บทที่ 2...ว่าที่คู่หมั้น 1.4

    ในเวลานี้สำหรับแมทเทียสแล้ว ไม่ว่าเธอจะเป็นหมอผ่าตัดหรือหมอทำกายภาพเขาก็ไม่สนแล้ว สวรรค์ช่างเป็นใจที่มอบโอกาสในการเอาคืนมาให้ คราวนี้ต่อให้ด่าจนหูแฉะก็จะยั่วอารมณ์ให้ถึงขีดสุดเลย อยากรู้จริงว่าสวยแบบนี้เวลาโกรธจะสวยเพิ่มขึ้นอีกกี่เท่ามณีษิการู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่วิ่งมาปะทะดวงหน้า หัวใจเต้นแรงเพราะความโกรธเคืองที่ค่อยๆ ปะทุขึ้นมาจากคำพูดของแมทเทียสเขาทำเหมือนกำลังต่อรองราคา ใช้เงินเป็นเครื่องมือและดูถูกคนเป็นที่สุด การรักษาคนต่อให้ไม่มีเงินสักแดงเธอก็จะรักษาให้ถ้าเป็นคนดี แต่กับผู้ชายบ้าอำนาจคนนี้เห็นคงจะต้องเรียกค่าจ้างสูงลิบลิ่วเสียแล้วทว่านั่นไม่ใช่ปัญหาหลักในการตอบตกลงหรือปฏิเสธ เรื่องของเรื่องคือเธอไม่ใช่หมอเฉพาะทางและเธอมีงานต้องทำอีกมาก“คือคุณแมทเทียสคะ ฉันมีคนไข้ต้องดูแลอีกเยอะเลยนะคะ ให้มาดูแลคุณตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงคงไม่ได้หรอกค่ะ”“งั้นผมก็ไม่เอาหมอคนไหนทั้งนั้น ส่งใครมาจะไล่กลับให้หมดเลย”คนเจ้าอารมณ์บอกเสียงห้วนก่อนจะเดินกะเผลกออกไปจากห้อง สร้างความยุ่งยากลำบากใจให้กับมณีษิกาเป็นอย่างมากหญิงสาวถึงกับพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียดโดยไม่คิดปิดบังความรู้สึกของตนเองสักนิด สองม

  • สวัสดิการรักมาเฟีย   บทที่ 2...ว่าที่คู่หมั้น 1.3

    เซลีนปล่อยร่างบางของหลานสาวคนสวยให้เป็นอิสระ ก่อนจะถลาเข้าไปยืนชิดกับเรือนกายใหญ่โตของบุตรชาย ก้มหน้ามองช่วงขาเพรียว จากนั้นก็ลากสายตาลงไปถึงเท้าทั้งสองข้างแล้ววกไปจ้องเขม็งยังไม้เท้าที่อีกฝ่ายกำไว้แน่นเช่นเดียวกับมณีษิกาที่มองชายหนุ่มด้วยสายตาที่ไม่ค่อยไว้วางใจนัก ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเธอว่าคนป่วยตรงหน้าไม่ใช่คนป่วยธรรมดาแต่คล้ายจะมีลูกเล่นแพรวพราว“เท่าที่อาจารย์บอกไว้ คุณหายเป็นปกติแล้วนี่นา แล้วที่เราเจอกันเมื่ออาทิตย์ก่อนคุณเดินได้ดีกว่าคนปกติด้วยซ้ำ”‘เดินแบบไหนวะที่เรียกว่าเดินได้ดีกว่าคนปกติ มันมีท่าเดินที่เหนือชั้นกว่าที่เป็นอยู่นี้อีกเหรอ นี่แม่คุณหลอกด่าเราเปล่าเนี่ย’แมทเทียสถึงกับงุนงง นึกไม่ออกว่าสาวสวยตรงหน้าจงใจจะด่าเขาว่าอย่างไร คำพูดฟังแปลกๆ แต่ช่างเถอะเพราะมันไม่ใช่ปัญหาของเขาแต่มันคือปัญหาของเธอต่างหาก“สองคนเคยเจอกันแล้วเหรอจ๊ะ”“บังเอิญเดินชนกันที่โรงพยาบาลค่ะ” มณีษิกาหันไปตอบคำถามของมาดามเซลีน ส่งผลให้คนฟังทำตาโตอย่างคาดไม่ถึง“ใครบอกว่าผมหายเป็นปกติ มันยังมีอะไรอีกมากที่ไม่ปกติในตัวผม และคุณหมอต้องเป็นคนรักษาให้หาย”แมทเทียสเบี่ยงเบนความสนใจของทุกคนมาที่ตัวเอง

  • สวัสดิการรักมาเฟีย   บทที่ 2...ว่าที่คู่หมั้น 1.2

    “สวัสดีค่ะ”เซลีนกวาดตามองร่างบอบบางของสตรีที่มายืนอยู่ตรงหน้าและทำความเคารพเธอด้วยวิธีการไหว้แบบไทย บ่งบอกเลยว่าเป็นสาวเชื้อชาติไหนและด้วยที่มีเพื่อนเป็นคนไทยและชอบวัฒนธรรมแบบไทยอยู่แล้วจึงยกมือรับไหว้อย่างเงอะงะหากก็ไม่ได้ดูตลกอะไรเพียงแต่เมื่อมองพิจารณาหญิงสาวอีกครั้งก็อดแปลกใจไม่ได้เพราะไม่เคยเห็นหน้าแพทย์หญิงคนนี้มาก่อนทั้งที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลที่ตนเองเป็นหุ้นส่วนแท้ๆ“ไม่น่าเชื่อว่าโรงพยาบาลของเราจะมีคุณหมอสวยขนาดนี้ประจำอยู่ด้วย”“ขอบพระคุณค่ะมาดาม แต่มาดามชมเกินไปค่ะ ที่โรงพยาบาลยังมีคุณหมอสวยๆ อีกเยอะเลยค่ะ สวยระดับนางงามนางเอกยังมีเลยนะคะ” คุณหมอคนสวยยิ้มหวาน“อันนั้นเห็นด้วยจ้ะ เพราะแผนกศัลยกรรมของเราโด่งดังพอสมควร”มาดามเซลีนหัวเราะชอบใจเพราะเธอเองก็เป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการแผนกนั้น ก็ด้วยวัยที่ล่วงเลยแต่ก็ยังคงให้ความสำคัญกับรูปร่างหน้าตา เนื่องจากเป็นคนดังและออกงานสังคมบ่อยครั้ง“ไม่ทราบว่าคุณแมทเทียสอยู่ที่ไหนคะ”“มาเลยค่ะคุณหมอ แมทเทียสอยู่ที่ห้องทำงานด้านบน ตั้งแต่เขากลับมามีร่างกายสมบูรณ์อีกครั้งเขาก็ยุ่งอยู่กับงานจนแทบไม่มีเวลาทำกายภาพเลยช่วงนี้ ยังไงฝากคุณหมอด้วย

  • สวัสดิการรักมาเฟีย   บทที่ 2...ว่าที่คู่หมั้น 1.1

    2ว่าที่คู่หมั้นตลอดทั้งสัปดาห์มานี้แมทเทียสใช้เวลาอยู่กับการสะสางงานของเขาจนดึกดื่น ส่งผลให้ผู้เป็นมารดาต้องคอยเข้ามาเตือนอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากว่าการพักผ่อนที่เพียงพอมันเหมาะสมกับชายหนุ่มที่สุดเพราะเพิ่งฟื้นฟูร่างกายหากแต่ด้วยความบ้าระห่ำที่มีอยู่ในตัวแมทเทียส จึงเป็นการยากที่จะอธิบายให้เข้าใจเมื่อเห็นว่าบุตรชายเริ่มจะทำงานหนักขึ้นและละเลยการดูแลรักษาตัวเอง ทำให้มาดามเซลีนรีบคว้าโทรศัพท์มือถือแล้วต่อสายตรงไปหาศาสตราจารย์อ็องตวนทันทีด้วยความร้อนใจ“ฉันต้องการหมอฝีมือดีมาช่วยดูแลแมทเทียสในช่วงที่คุณดูแลคนป่วยพิเศษที่แอฟริกา คุณพอจะช่วยฉันได้ไหมคะอ็องตวน” เซลีนกรอกความต้องการลงไปในกระบอกโทรศัพท์รวดเร็วและตรงประเด็น“ไม่มีหมอที่ไหนรับอารมณ์แมทเทียสได้หรอกเซลีน แต่ได้ข่าวว่าเขาไปคัดเลือกหมอที่โรงพยาบาลด้วยตัวเองนี่นา”“ใช่ค่ะ แต่แมทเทียสก็ไม่ยักจะเจาะจงหมอคนไหน แถมตอนนี้ยังกลับมาบ้างานอีก”นั่นเป็นเรื่องที่ทำให้เซลีนอยากจะบ้าตาย กว่าจะรักษาจนหายเป็นปกติไม่ใช่เรื่องง่าย มันต้องใช้เวลาตั้งหลายเดือน แล้วถ้าหากทรุดลงจะไม่แย่จนถึงขั้นเยียวยาไม่ได้เลยหรือ“การได้ทำงานทำให้แมทเทียสไม่ต้องคิ

  • สวัสดิการรักมาเฟีย   บทที่ 1...ผลพวงจากความคึกคะนอง 1.6

    คิดอะไรไม่ออกก็เล่นมันแผนนี้แหละ และมันได้ผลดีเยี่ยมเพราะคุณเธอไม่ได้ทำหน้านิ่งแต่เปลี่ยนเป็นทำหน้างงแทน“คือเท่าที่จำได้ ฉันว่าฉันยืนอยู่เฉยๆ นะคะ ส่วนคุณเดินมาชนแบบจงใจเลยต่างหาก”‘เสียฟอร์มแต่ไม่ยอมเสียเชิง ผู้หญิงอะไรตาดีชะมัด รู้ด้วยว่าเราเดินดุ่มๆ เข้ามาแบบจงใจ แต่ที่เข้ามาไม่ได้ตั้งใจจะชน ถ้าไอ้บ้าที่เดินข้างหลังมันไม่ชนเขาจนเซมาหาเธอน่ะนะ ที่สำคัญหล่อนมองไม่เห็นคนข้างหลัง ซวยฉิบ!’“คุณคิดว่าผมหลงเสน่ห์คุณหรือไงครับ...คุณหมอคนสวย”คุณหมอคนสวยหรี่ตามองผู้ชายหล่อเหลาตรงหน้าแล้วพยายามนึกไปด้วยว่าเธอเคยเห็นเขาที่ไหน หน้าคุ้นๆ ดูหลงตัวเอง ก่อนจะกวาดตามองไปทั่วตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาถึงใบหน้าใช่สิ! เขาคือแมทเทียส เกรอม็อง เจ้าของโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่นี้ เธอเคยเห็นเขาแวบๆ หลายครั้ง ส่วนใหญ่จะมาเพื่อตรวจร่างกายโดยมีคนคอยพยุง เป็นอย่างนั้นทุกครั้งที่บังเอิญเจอแต่ทว่าวันนี้มีบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิม นั่นก็คือ...เขาเดินได้แล้ว“ว่าไงครับ”เขาทำให้เธอหลุดออกจากภวังค์ ก่อนที่คุณหมอคนสวยจะยกมุมปากขึ้นมาเล็กน้อย เหมือนว่าจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม และดูไม่ค่อยจริงใจเท่าไร“ไม่ได้คิดว่าหลงเสน่ห์ค่ะ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status