ログインผลพวงจากความคึกคะนองของเขา ส่งผลให้ร่างกายช่วงล่างคล้ายจะใช้การไม่ได้ ไม่! มันไม่ใช่แค่คล้าย แต่ใช้การไม่ได้แน่นอน จนเมื่อค้นพบว่าคนที่จะช่วยได้คือหมอที่ดูแลแถมยังพ่วงตำแหน่งคู่หมั้นอีกด้วย งานนี้จึงต้องมีการพิสูจน์และทำการทดสอบว่าคู่หมั้นคนสวยช่วยได้จริงหรือ... เขาจะทำการทดลอง ส่วนเธอมีหน้าที่ปฏิบัติตาม!
もっと見る1
ผลพวงจากความคึกคะนอง
โครม!
แฟ้มงานหลายฉบับถูกจับเหวี่ยงออกมานอกห้องทำงานพร้อมกับเสียงอาละวาดเกรี้ยวกราดของชายหนุ่มที่น้ำเสียงเข้มดุ ถ้อยคำด่าทอมากมายวิ่งใส่หน้าคนที่ยืนหน้าซีดปากสั่นอยู่ตรงประตูที่เปิดกว้าง มือหยาบกร้านกำขากางเกงไว้แน่น ภาวนาถึงพระเจ้าอยู่ในใจอย่างลุ้นระทึก
ไม่นานเสียงฝีเท้าของกลุ่มคนไม่ต่ำกว่าสามก็กรูกันมาที่หน้าห้องพร้อมกับอาการตาโตเอามือปิดปาก ข้าวของในห้องถูกเทกระจัดกระจาย โคมไฟที่เคยตั้งอยู่หลังตู้โชว์บัดนี้ได้กลายสภาพเป็นเศษแก้วไร้ค่าบนพรมสีเทาเข้ม ส่วนแจกันดอกไม้นอนกลิ้งจนน้ำไหลนอง ดอกไม้ถูกบดบี้ติดพื้นน่าเวทนา
“นี่มันอะไรกันแมทเทียส!”
เสียงมาดามเซลีน เกรอม็อง ร้องลั่น แม้ว่าจะพยายามตั้งสติมาตั้งแต่ตอนวิ่งออกมาจากห้องรับแขกแล้ว แต่พอมาเห็นวีรกรรมสุดร้ายกาจของบุตรชายผู้น่าสงสารก็อดไม่ได้ที่จะตำหนิ
“ผมเบื่อ” สั้นแต่ได้ใจความและแทบจะไม่ต้องขยายความของคำว่าเบื่อนั้นด้วย
แมทเทียส เกรอม็อง ทายาทมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของฝรั่งเศส ชายหนุ่มผู้มากฝีมือและเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จขั้นสูงสุด เจ้าของสถาบันการเงินชื่อดังระดับโลก
หากก็ต้องกลายมาเป็นนักธุรกิจที่ใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้าน ไม่มีโอกาสได้ออกไปพบหน้าผู้คนหรือแม้แต่เดินเข้าห้องประชุมด้วยตัวเองอย่างไม่มีใครคอยพยุง
คิดแล้วก็น่าทุเรศตัวเองสิ้นดี…
ชายหนุ่มบอกตัวเองตลอดว่าการใช้ชีวิตคือการผจญภัย หากก็ลืมนึกไปว่าการผจญภัยมันมีความเสี่ยง อย่างที่เขาได้รับบทเรียนราคาแพงในครั้งนี้
“บางทีคุณแมทเทียสอาจจะเครียดกับงานมากไปค่ะ ดิฉันว่าเราไปพักผ่อนกันก่อนนะคะ”
แพทย์ที่เข้ามาดูแลด้านการฟื้นฟูเอ่ยแนะ เพราะความเครียดมีผลต่อการรักษา ซึ่งถ้าคนไข้ไม่ให้ความร่วมมือด้วยแล้วก็ยิ่งแย่ไปกันใหญ่
“อย่ามาแตะตัวผม คุณนั่นแหละออกไป ไปให้พ้นๆ บ้านนี้เลย เพราะคุณมันไม่มีความสามารถ ผมถึงเดินได้ไม่เต็มร้อยสักที กี่เดือนมาแล้วยังใช้ไม้เท้าพยุงอยู่”
“แมทเทียส...อย่าพูดอย่างนั้นกับคุณหมอสิจ๊ะ ลูกคงเครียดจริงๆ งั้นเดี๋ยวแม่พาไปพักดีกว่า คุณฟร็องก์ช่วยจัดการงานต่อด้วยนะคะ”
มาดามเซลีน เกรอม็อง รีบเข้าไปคว้าแขนของบุตรชายไว้ พยายามปั้นยิ้มหากแต่ดวงตาแฝงความดุดันอย่างน่าขยาด ทว่าคนที่มีภาวะอารมณ์ไม่อยู่กับร่องกับรอยเช่นแมทเทียสไม่มีทางใส่ใจ
“ผมไม่เอายายนี่แล้วครับแม่ ผมจะเอาหมอคนใหม่ที่เก่งกว่านี้ ผมไล่เธอออก”
เซลีนถึงกับเป่าลมออกจากปากขณะที่พาบุตรชายเดินหันหลังให้กับหมอประจำตัว เธอรู้จักนิสัยของแมทเทียสดีกว่าใคร ลองออกปากปฏิเสธแล้วนั้นย่อมไม่มีทางจะยอมอ่อนข้อให้ง่ายๆ มันยิ่งจะเป็นอุปสรรคในการรักษา
แต่ก็หนักใจเหลือเกินที่จะเอ่ยปากเชิญใครออกจากหน้าที่ คนเป็นแม่ถอนหายใจอีกครั้งก่อนกลืนน้ำลายลงคอแล้วเหลือบไปมองทางทนายสูงวัย
“จัดการให้ด้วยนะคะคุณฟร็องก์”
เซลีนรีบประคองบุตรชายเดินออกไปจากห้อง เธอลำบากใจมากแต่ไม่มีทางเลือกอื่น หูแว่วได้ยินเสียงถอนหายใจของทนายประจำตระกูลเช่นกัน ตามมาติดๆ กับเสียงสะอื้นเบาๆ ของคุณหมอสาว
แต่ทว่าคุณหมอจะเสียใจทำไมน่าจะยิ้มร่าด้วยซ้ำที่รอดพ้นจากคนอารมณ์ร้ายได้ เพราะที่สั่งให้ทนายจัดการไม่ได้หมายถึงไล่ออกจากงานแต่แค่ไม่ต้องทำหน้าที่ในการรักษาแมทเทียสอีกเท่านั้น
“ลูกทำแม่เสียหน้าอีกแล้วนะแมทเทียส หมอกี่คนแล้วที่ลูกไล่ตะเพิด รู้ไหมว่าแม่ต้องจ่ายค่าชดเชยหมอพวกนั้นเพื่อเป็นการปลอบขวัญไปเท่าไร”
โชคดีที่หมอเหล่านั้นคือบุคลากรของทางโรงพยาบาลที่ตระกูลเกรอม็องเป็นเจ้าของ ทำให้การเจรจาเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ก็เสียดายไม่น้อยเช่นกันเพราะเงินที่เสียไปมันก็มากโขอยู่
“แม่ไปเบิกได้เลยครับ ผมจ่ายไม่อั้น ขออย่างเดียวนะครับแม่ ขอหมอที่ดีที่สุดให้ผมเถอะ ผมอยากเดินได้เป็นปกติอีกครั้ง การใช้ไม้เท้าเป็นไอ้คนขาเป๋แบบนี้มันทำร้ายจิตใจลูกชายของแม่เหลือเกิน”
แมทเทียสไม่ใส่ใจกับคำตำหนิที่มารดากล่าวอยู่นั้น แถมยังเอ่ยปากอ้อนวอนขอหมอที่ดีที่สุดมารักษาตนต่อจากคุณหมอสาวคนที่เพิ่งไล่ออกไปเมื่อครู่
แต่เพียงแค่คิดว่าตนเองจะต้องใช้ไม้เท้าในการช่วยเดินตลอดชีวิต ความหม่นหมองก็ปรากฏบนใบหน้า มันช่างเลวร้ายต่อความรู้สึกและสภาพจิตใจยิ่งนัก
และเพราะท่าทางที่เปลี่ยนไปนั่นส่งผลให้คนเป็นแม่สงสารจนต้องกลืนก้อนสะอื้นลงคอแล้วปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เอาอย่างนี้แล้วกันลูกรัก แม่จะปรึกษาเรื่องนี้กับลุงหมออีกที แต่สิ่งสำคัญเลยคือลูกต้องขยันฝึกฝน มีความอดทนในการทำตามคำสั่งของคุณหมอและไม่แสดงอารมณ์โมโหร้ายแบบนี้อีก”
“นานแค่ไหนครับสำหรับการรักษา ผมทนไม่ได้แล้วนะครับแม่”
หลังจากที่ได้วางระเบิดลูกใหญ่ให้กับคุณหมอคนสวยเรียบร้อยแล้ว แมทเทียสก็เดินขากะเผลกลงมาที่ลานจอดรถโดยมีไม้เท้าเป็นตัวช่วยใบหน้าหล่อเหลาฉายรอยยิ้มแห่งความสะใจออกมาชัดเจน ดวงตาคมกริบเป็นประกายอย่างซุกซน นึกไม่ออกเลยว่าตอนนี้ มณีษิกาจะนั่งนิ่งไม่ไหวติงเพราะคาดไม่ถึงกับความต้องการของเขาหรือร้องไห้จะเป็นจะตายที่โดนกลั่นแกล้ง“ทำไมยังใช้ไม้เท้าครับคุณแมทเทียส”บอดี้การ์ดหนุ่มอย่างหลุยส์ถึงกับมองด้วยความงุนงง ทีแรกเขาจะถลาเข้าช่วยประคองแต่ถูกเจ้านายยกมือขึ้นห้าม“ก็ไม่รู้สิ รู้สึกเหมือนว่าตัวเองยังไม่หายดี”“แต่คุณแมทเทียสเดินได้เป็นปกติแล้วนี่ครับ หรือว่าระบบการทำงานบางอย่างผิดปกติอีก”“น่าจะใช่”มาเฟียหนุ่มจอมวายร้ายหัวเราะเสียงทุ้มในลำคอ ขยับเบี่ยงขาเล็กน้อยเพื่อจะสอดตัวเข้าไปนั่งในรถ แต่เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้จึงทำเพียงยืนนิ่งชิดกับประตู ก่อนจะเหลือบตามองไปโดยรอบอย่างระมัดระวัง เมื่อคิดจะแกล้งป่วยก็คงต้องแสดงให้สมบทบาท“แล้ววันนี้คุณแมทเทียสจะเข้าไปที่เกรอม็องกรุ๊ปไหมครับ”“ไปสิ มีงานต้องเคลียร์ แล้วก็มีเรื่องต้องจัดการ”แมทเทียสว่าพลางขยับตัวนั่งลงบนเบาะ ยื่นไม้เท้าให้กับหลุยส์ ก่อนจะ
ในเวลานี้สำหรับแมทเทียสแล้ว ไม่ว่าเธอจะเป็นหมอผ่าตัดหรือหมอทำกายภาพเขาก็ไม่สนแล้ว สวรรค์ช่างเป็นใจที่มอบโอกาสในการเอาคืนมาให้ คราวนี้ต่อให้ด่าจนหูแฉะก็จะยั่วอารมณ์ให้ถึงขีดสุดเลย อยากรู้จริงว่าสวยแบบนี้เวลาโกรธจะสวยเพิ่มขึ้นอีกกี่เท่ามณีษิการู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่วิ่งมาปะทะดวงหน้า หัวใจเต้นแรงเพราะความโกรธเคืองที่ค่อยๆ ปะทุขึ้นมาจากคำพูดของแมทเทียสเขาทำเหมือนกำลังต่อรองราคา ใช้เงินเป็นเครื่องมือและดูถูกคนเป็นที่สุด การรักษาคนต่อให้ไม่มีเงินสักแดงเธอก็จะรักษาให้ถ้าเป็นคนดี แต่กับผู้ชายบ้าอำนาจคนนี้เห็นคงจะต้องเรียกค่าจ้างสูงลิบลิ่วเสียแล้วทว่านั่นไม่ใช่ปัญหาหลักในการตอบตกลงหรือปฏิเสธ เรื่องของเรื่องคือเธอไม่ใช่หมอเฉพาะทางและเธอมีงานต้องทำอีกมาก“คือคุณแมทเทียสคะ ฉันมีคนไข้ต้องดูแลอีกเยอะเลยนะคะ ให้มาดูแลคุณตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงคงไม่ได้หรอกค่ะ”“งั้นผมก็ไม่เอาหมอคนไหนทั้งนั้น ส่งใครมาจะไล่กลับให้หมดเลย”คนเจ้าอารมณ์บอกเสียงห้วนก่อนจะเดินกะเผลกออกไปจากห้อง สร้างความยุ่งยากลำบากใจให้กับมณีษิกาเป็นอย่างมากหญิงสาวถึงกับพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียดโดยไม่คิดปิดบังความรู้สึกของตนเองสักนิด สองม
เซลีนปล่อยร่างบางของหลานสาวคนสวยให้เป็นอิสระ ก่อนจะถลาเข้าไปยืนชิดกับเรือนกายใหญ่โตของบุตรชาย ก้มหน้ามองช่วงขาเพรียว จากนั้นก็ลากสายตาลงไปถึงเท้าทั้งสองข้างแล้ววกไปจ้องเขม็งยังไม้เท้าที่อีกฝ่ายกำไว้แน่นเช่นเดียวกับมณีษิกาที่มองชายหนุ่มด้วยสายตาที่ไม่ค่อยไว้วางใจนัก ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเธอว่าคนป่วยตรงหน้าไม่ใช่คนป่วยธรรมดาแต่คล้ายจะมีลูกเล่นแพรวพราว“เท่าที่อาจารย์บอกไว้ คุณหายเป็นปกติแล้วนี่นา แล้วที่เราเจอกันเมื่ออาทิตย์ก่อนคุณเดินได้ดีกว่าคนปกติด้วยซ้ำ”‘เดินแบบไหนวะที่เรียกว่าเดินได้ดีกว่าคนปกติ มันมีท่าเดินที่เหนือชั้นกว่าที่เป็นอยู่นี้อีกเหรอ นี่แม่คุณหลอกด่าเราเปล่าเนี่ย’แมทเทียสถึงกับงุนงง นึกไม่ออกว่าสาวสวยตรงหน้าจงใจจะด่าเขาว่าอย่างไร คำพูดฟังแปลกๆ แต่ช่างเถอะเพราะมันไม่ใช่ปัญหาของเขาแต่มันคือปัญหาของเธอต่างหาก“สองคนเคยเจอกันแล้วเหรอจ๊ะ”“บังเอิญเดินชนกันที่โรงพยาบาลค่ะ” มณีษิกาหันไปตอบคำถามของมาดามเซลีน ส่งผลให้คนฟังทำตาโตอย่างคาดไม่ถึง“ใครบอกว่าผมหายเป็นปกติ มันยังมีอะไรอีกมากที่ไม่ปกติในตัวผม และคุณหมอต้องเป็นคนรักษาให้หาย”แมทเทียสเบี่ยงเบนความสนใจของทุกคนมาที่ตัวเอง
“สวัสดีค่ะ”เซลีนกวาดตามองร่างบอบบางของสตรีที่มายืนอยู่ตรงหน้าและทำความเคารพเธอด้วยวิธีการไหว้แบบไทย บ่งบอกเลยว่าเป็นสาวเชื้อชาติไหนและด้วยที่มีเพื่อนเป็นคนไทยและชอบวัฒนธรรมแบบไทยอยู่แล้วจึงยกมือรับไหว้อย่างเงอะงะหากก็ไม่ได้ดูตลกอะไรเพียงแต่เมื่อมองพิจารณาหญิงสาวอีกครั้งก็อดแปลกใจไม่ได้เพราะไม่เคยเห็นหน้าแพทย์หญิงคนนี้มาก่อนทั้งที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลที่ตนเองเป็นหุ้นส่วนแท้ๆ“ไม่น่าเชื่อว่าโรงพยาบาลของเราจะมีคุณหมอสวยขนาดนี้ประจำอยู่ด้วย”“ขอบพระคุณค่ะมาดาม แต่มาดามชมเกินไปค่ะ ที่โรงพยาบาลยังมีคุณหมอสวยๆ อีกเยอะเลยค่ะ สวยระดับนางงามนางเอกยังมีเลยนะคะ” คุณหมอคนสวยยิ้มหวาน“อันนั้นเห็นด้วยจ้ะ เพราะแผนกศัลยกรรมของเราโด่งดังพอสมควร”มาดามเซลีนหัวเราะชอบใจเพราะเธอเองก็เป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการแผนกนั้น ก็ด้วยวัยที่ล่วงเลยแต่ก็ยังคงให้ความสำคัญกับรูปร่างหน้าตา เนื่องจากเป็นคนดังและออกงานสังคมบ่อยครั้ง“ไม่ทราบว่าคุณแมทเทียสอยู่ที่ไหนคะ”“มาเลยค่ะคุณหมอ แมทเทียสอยู่ที่ห้องทำงานด้านบน ตั้งแต่เขากลับมามีร่างกายสมบูรณ์อีกครั้งเขาก็ยุ่งอยู่กับงานจนแทบไม่มีเวลาทำกายภาพเลยช่วงนี้ ยังไงฝากคุณหมอด้วย