LOGINหลังจากที่ได้วางระเบิดลูกใหญ่ให้กับคุณหมอคนสวยเรียบร้อยแล้ว แมทเทียสก็เดินขากะเผลกลงมาที่ลานจอดรถโดยมีไม้เท้าเป็นตัวช่วย
ใบหน้าหล่อเหลาฉายรอยยิ้มแห่งความสะใจออกมาชัดเจน ดวงตาคมกริบเป็นประกายอย่างซุกซน นึกไม่ออกเลยว่าตอนนี้ มณีษิกาจะนั่งนิ่งไม่ไหวติงเพราะคาดไม่ถึงกับความต้องการของเขาหรือร้องไห้จะเป็นจะตายที่โดนกลั่นแกล้ง
“ทำไมยังใช้ไม้เท้าครับคุณแมทเทียส”
บอดี้การ์ดหนุ่มอย่างหลุยส์ถึงกับมองด้วยความงุนงง ทีแรกเขาจะถลาเข้าช่วยประคองแต่ถูกเจ้านายยกมือขึ้นห้าม
“ก็ไม่รู้สิ รู้สึกเหมือนว่าตัวเองยังไม่หายดี”
“แต่คุณแมทเทียสเดินได้เป็นปกติแล้วนี่ครับ หรือว่าระบบการทำงานบางอย่างผิดปกติอีก”
“น่าจะใช่”
มาเฟียหนุ่มจอมวายร้ายหัวเราะเสียงทุ้มในลำคอ ขยับเบี่ยงขาเล็กน้อยเพื่อจะสอดตัวเข้าไปนั่งในรถ แต่เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้จึงทำเพียงยืนนิ่งชิดกับประตู ก่อนจะเหลือบตามองไปโดยรอบอย่างระมัดระวัง เมื่อคิดจะแกล้งป่วยก็คงต้องแสดงให้สมบทบาท
“แล้ววันนี้คุณแมทเทียสจะเข้าไปที่เกรอม็องกรุ๊ปไหมครับ”
“ไปสิ มีงานต้องเคลียร์ แล้วก็มีเรื่องต้องจัดการ”
แมทเทียสว่าพลางขยับตัวนั่งลงบนเบาะ ยื่นไม้เท้าให้กับหลุยส์ ก่อนจะจับขาข้างซ้ายที่แกล้งว่าใช้การยังไม่ได้เต็มร้อยขึ้นตามมา ท่าทางเหมือนจริงเสียจนหลุยส์ก้มหน้าทำเสียงกระแอมไอ
“เออน่า อยู่เฉยๆ เลยนาย” คนเป็นนายถลึงตาดุๆ ใส่
หลุยส์พยายามจะไม่หลุดเสียงหัวเราะออกมา เขาคิดว่าเขารู้เหตุผลที่เจ้านายจอมเจ้าเล่ห์อยากจะกลับมาเดินไม่ได้อีกครั้ง ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากคุณหมอคนสวยที่มาวันนี้ อาจจะหลงเสน่ห์หรือไม่ก็คิดจะแกล้งกลับเอาคืนในเรื่องลับฝีปากแพ้ครั้งก่อน
“เอ้า! ยืนอยู่ทำไม รีบไปสิ”
หลุยส์รีบดึงสติตัวเองกลับมา แต่พอจะเตรียมปิดประตูรถให้เจ้านาย บอดี้การ์ดหนุ่มก็เหมือนจะนึกได้กับเรื่องบางอย่าง เขาจึงเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ดูเคร่งเครียด
“คือคุณแมทเทียสครับ เรื่องที่ว่านั้นผมมีความเห็นว่าเราควรรอเวลา”
“แน่นอน ฉันก็คิดแบบนั้น ถ้าเราไหวตัวตอนนี้ก็เท่ากับคว้าน้ำเหลว รอให้ทุกอย่างมันลงตัวก่อนค่อยจัดการทีเดียว ยิงปืนนัดเดียวจะไปตายอะไรมันต้องถล่มด้วยอาวุธสงครามล้ำสมัย”
แมทเทียสเอ่ยด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง หากแต่แววตาคมกริบไม่ได้บ่งบอกอย่างนั้น มันอัดแน่นไปด้วยความเกรี้ยวกราดและโหดเหี้ยม มือใหญ่ข้างขวารวบเป็นกำปั้นจนแลเห็นเส้นเลือดจางๆ โผล่ขึ้นมาเป็นริ้วๆ
“แล้วคุณแมทเทียสจะไปจัดการเรื่องอะไรครับ”
หลุยส์ยังคงถามต่อเพราะเจ้านายไม่ได้แจ้งล่วงหน้า อีกทั้งเมื่อช่วงเช้าเขาต้องไปจัดการธุระสำคัญบางอย่างทำให้พลาดเรื่องดังกล่าว
“ยอดเงินบางส่วนที่สูญหาย ถ้าเราเพิกเฉยมันก็ดูเหมือนจงใจเกินไป เพราะงั้นต้องทำเป็นตื่นตัวบ้าง เล่นละครต้องเล่นให้ถึงบทสิ”
“งั้นผมคงต้องซ้อมบทระหว่างการเดินทาง” หลุยส์บอกยิ้มๆ และเตรียมจะปิดประตูรถอีกครั้ง
“นายมันมืออาชีพอยู่แล้ว” แมทเทียสหัวเราะเสียงทุ้ม แววตาเจ้าเล่ห์ผิดกับก่อนหน้าที่แข็งกร้าว ก่อนจะพยักหน้าให้กับบอดี้การ์ดหนุ่ม
“ขอบคุณที่ชมครับ แต่คงสู้คุณแมทเทียสไม่ได้”
“นายหมายความว่าไง”
คนเจ้าแผนการเริ่มนั่งไม่ติด ถลึงตาดุๆ ใส่บอดี้การ์ดหนุ่มที่รู้ดีและรู้จริง ก่อนจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
ทางด้านหลุยส์นั้นไม่ได้ตอบอะไรแต่ก้มหน้ามองไม้เท้าที่ตนเองถืออยู่พร้อมกับเอ่ยถามคนเป็นนายด้วยน้ำเสียงที่ติดจะกลั้วขำอยู่สักหน่อย
“ไม้เท้านี่จำเป็นต้องเอาไปด้วยไหมครับ”
สองหนุ่มมองสบตากันอย่างคนที่รู้ความนัยกันดี ก่อนที่หลุยส์จะปิดประตูให้กับเจ้านายแล้วเดินไปเปิดประตูฝั่งคนขับ ยัดไม้เท้าเข้าไปวางที่เบาะนั่งผู้โดยสารข้างคนขับ จากนั้นรถหรูก็แล่นออกไปจากคฤหาสน์เกรอม็องตามคำสั่งของมาเฟียหนุ่ม
ฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ
หลังจากที่ได้วางระเบิดลูกใหญ่ให้กับคุณหมอคนสวยเรียบร้อยแล้ว แมทเทียสก็เดินขากะเผลกลงมาที่ลานจอดรถโดยมีไม้เท้าเป็นตัวช่วยใบหน้าหล่อเหลาฉายรอยยิ้มแห่งความสะใจออกมาชัดเจน ดวงตาคมกริบเป็นประกายอย่างซุกซน นึกไม่ออกเลยว่าตอนนี้ มณีษิกาจะนั่งนิ่งไม่ไหวติงเพราะคาดไม่ถึงกับความต้องการของเขาหรือร้องไห้จะเป็นจะตายที่โดนกลั่นแกล้ง“ทำไมยังใช้ไม้เท้าครับคุณแมทเทียส”บอดี้การ์ดหนุ่มอย่างหลุยส์ถึงกับมองด้วยความงุนงง ทีแรกเขาจะถลาเข้าช่วยประคองแต่ถูกเจ้านายยกมือขึ้นห้าม“ก็ไม่รู้สิ รู้สึกเหมือนว่าตัวเองยังไม่หายดี”“แต่คุณแมทเทียสเดินได้เป็นปกติแล้วนี่ครับ หรือว่าระบบการทำงานบางอย่างผิดปกติอีก”“น่าจะใช่”มาเฟียหนุ่มจอมวายร้ายหัวเราะเสียงทุ้มในลำคอ ขยับเบี่ยงขาเล็กน้อยเพื่อจะสอดตัวเข้าไปนั่งในรถ แต่เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้จึงทำเพียงยืนนิ่งชิดกับประตู ก่อนจะเหลือบตามองไปโดยรอบอย่างระมัดระวัง เมื่อคิดจะแกล้งป่วยก็คงต้องแสดงให้สมบทบาท“แล้ววันนี้คุณแมทเทียสจะเข้าไปที่เกรอม็องกรุ๊ปไหมครับ”“ไปสิ มีงานต้องเคลียร์ แล้วก็มีเรื่องต้องจัดการ”แมทเทียสว่าพลางขยับตัวนั่งลงบนเบาะ ยื่นไม้เท้าให้กับหลุยส์ ก่อนจะจ
ในเวลานี้สำหรับแมทเทียสแล้ว ไม่ว่าเธอจะเป็นหมอผ่าตัดหรือหมอทำกายภาพเขาก็ไม่สนแล้ว สวรรค์ช่างเป็นใจที่มอบโอกาสในการเอาคืนมาให้ คราวนี้ต่อให้ด่าจนหูแฉะก็จะยั่วอารมณ์ให้ถึงขีดสุดเลย อยากรู้จริงว่าสวยแบบนี้เวลาโกรธจะสวยเพิ่มขึ้นอีกกี่เท่ามณีษิการู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่วิ่งมาปะทะดวงหน้า หัวใจเต้นแรงเพราะความโกรธเคืองที่ค่อยๆ ปะทุขึ้นมาจากคำพูดของแมทเทียสเขาทำเหมือนกำลังต่อรองราคา ใช้เงินเป็นเครื่องมือและดูถูกคนเป็นที่สุด การรักษาคนต่อให้ไม่มีเงินสักแดงเธอก็จะรักษาให้ถ้าเป็นคนดี แต่กับผู้ชายบ้าอำนาจคนนี้เห็นคงจะต้องเรียกค่าจ้างสูงลิบลิ่วเสียแล้วทว่านั่นไม่ใช่ปัญหาหลักในการตอบตกลงหรือปฏิเสธ เรื่องของเรื่องคือเธอไม่ใช่หมอเฉพาะทางและเธอมีงานต้องทำอีกมาก“คือคุณแมทเทียสคะ ฉันมีคนไข้ต้องดูแลอีกเยอะเลยนะคะ ให้มาดูแลคุณตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงคงไม่ได้หรอกค่ะ”“งั้นผมก็ไม่เอาหมอคนไหนทั้งนั้น ส่งใครมาจะไล่กลับให้หมดเลย”คนเจ้าอารมณ์บอกเสียงห้วนก่อนจะเดินกะเผลกออกไปจากห้อง สร้างความยุ่งยากลำบากใจให้กับมณีษิกาเป็นอย่างมากหญิงสาวถึงกับพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียดโดยไม่คิดปิดบังความรู้สึกของตนเองสักนิด สองม
เซลีนปล่อยร่างบางของหลานสาวคนสวยให้เป็นอิสระ ก่อนจะถลาเข้าไปยืนชิดกับเรือนกายใหญ่โตของบุตรชาย ก้มหน้ามองช่วงขาเพรียว จากนั้นก็ลากสายตาลงไปถึงเท้าทั้งสองข้างแล้ววกไปจ้องเขม็งยังไม้เท้าที่อีกฝ่ายกำไว้แน่นเช่นเดียวกับมณีษิกาที่มองชายหนุ่มด้วยสายตาที่ไม่ค่อยไว้วางใจนัก ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเธอว่าคนป่วยตรงหน้าไม่ใช่คนป่วยธรรมดาแต่คล้ายจะมีลูกเล่นแพรวพราว“เท่าที่อาจารย์บอกไว้ คุณหายเป็นปกติแล้วนี่นา แล้วที่เราเจอกันเมื่ออาทิตย์ก่อนคุณเดินได้ดีกว่าคนปกติด้วยซ้ำ”‘เดินแบบไหนวะที่เรียกว่าเดินได้ดีกว่าคนปกติ มันมีท่าเดินที่เหนือชั้นกว่าที่เป็นอยู่นี้อีกเหรอ นี่แม่คุณหลอกด่าเราเปล่าเนี่ย’แมทเทียสถึงกับงุนงง นึกไม่ออกว่าสาวสวยตรงหน้าจงใจจะด่าเขาว่าอย่างไร คำพูดฟังแปลกๆ แต่ช่างเถอะเพราะมันไม่ใช่ปัญหาของเขาแต่มันคือปัญหาของเธอต่างหาก“สองคนเคยเจอกันแล้วเหรอจ๊ะ”“บังเอิญเดินชนกันที่โรงพยาบาลค่ะ” มณีษิกาหันไปตอบคำถามของมาดามเซลีน ส่งผลให้คนฟังทำตาโตอย่างคาดไม่ถึง“ใครบอกว่าผมหายเป็นปกติ มันยังมีอะไรอีกมากที่ไม่ปกติในตัวผม และคุณหมอต้องเป็นคนรักษาให้หาย”แมทเทียสเบี่ยงเบนความสนใจของทุกคนมาที่ตัวเอง
“สวัสดีค่ะ”เซลีนกวาดตามองร่างบอบบางของสตรีที่มายืนอยู่ตรงหน้าและทำความเคารพเธอด้วยวิธีการไหว้แบบไทย บ่งบอกเลยว่าเป็นสาวเชื้อชาติไหนและด้วยที่มีเพื่อนเป็นคนไทยและชอบวัฒนธรรมแบบไทยอยู่แล้วจึงยกมือรับไหว้อย่างเงอะงะหากก็ไม่ได้ดูตลกอะไรเพียงแต่เมื่อมองพิจารณาหญิงสาวอีกครั้งก็อดแปลกใจไม่ได้เพราะไม่เคยเห็นหน้าแพทย์หญิงคนนี้มาก่อนทั้งที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลที่ตนเองเป็นหุ้นส่วนแท้ๆ“ไม่น่าเชื่อว่าโรงพยาบาลของเราจะมีคุณหมอสวยขนาดนี้ประจำอยู่ด้วย”“ขอบพระคุณค่ะมาดาม แต่มาดามชมเกินไปค่ะ ที่โรงพยาบาลยังมีคุณหมอสวยๆ อีกเยอะเลยค่ะ สวยระดับนางงามนางเอกยังมีเลยนะคะ” คุณหมอคนสวยยิ้มหวาน“อันนั้นเห็นด้วยจ้ะ เพราะแผนกศัลยกรรมของเราโด่งดังพอสมควร”มาดามเซลีนหัวเราะชอบใจเพราะเธอเองก็เป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการแผนกนั้น ก็ด้วยวัยที่ล่วงเลยแต่ก็ยังคงให้ความสำคัญกับรูปร่างหน้าตา เนื่องจากเป็นคนดังและออกงานสังคมบ่อยครั้ง“ไม่ทราบว่าคุณแมทเทียสอยู่ที่ไหนคะ”“มาเลยค่ะคุณหมอ แมทเทียสอยู่ที่ห้องทำงานด้านบน ตั้งแต่เขากลับมามีร่างกายสมบูรณ์อีกครั้งเขาก็ยุ่งอยู่กับงานจนแทบไม่มีเวลาทำกายภาพเลยช่วงนี้ ยังไงฝากคุณหมอด้วย
2ว่าที่คู่หมั้นตลอดทั้งสัปดาห์มานี้แมทเทียสใช้เวลาอยู่กับการสะสางงานของเขาจนดึกดื่น ส่งผลให้ผู้เป็นมารดาต้องคอยเข้ามาเตือนอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากว่าการพักผ่อนที่เพียงพอมันเหมาะสมกับชายหนุ่มที่สุดเพราะเพิ่งฟื้นฟูร่างกายหากแต่ด้วยความบ้าระห่ำที่มีอยู่ในตัวแมทเทียส จึงเป็นการยากที่จะอธิบายให้เข้าใจเมื่อเห็นว่าบุตรชายเริ่มจะทำงานหนักขึ้นและละเลยการดูแลรักษาตัวเอง ทำให้มาดามเซลีนรีบคว้าโทรศัพท์มือถือแล้วต่อสายตรงไปหาศาสตราจารย์อ็องตวนทันทีด้วยความร้อนใจ“ฉันต้องการหมอฝีมือดีมาช่วยดูแลแมทเทียสในช่วงที่คุณดูแลคนป่วยพิเศษที่แอฟริกา คุณพอจะช่วยฉันได้ไหมคะอ็องตวน” เซลีนกรอกความต้องการลงไปในกระบอกโทรศัพท์รวดเร็วและตรงประเด็น“ไม่มีหมอที่ไหนรับอารมณ์แมทเทียสได้หรอกเซลีน แต่ได้ข่าวว่าเขาไปคัดเลือกหมอที่โรงพยาบาลด้วยตัวเองนี่นา”“ใช่ค่ะ แต่แมทเทียสก็ไม่ยักจะเจาะจงหมอคนไหน แถมตอนนี้ยังกลับมาบ้างานอีก”นั่นเป็นเรื่องที่ทำให้เซลีนอยากจะบ้าตาย กว่าจะรักษาจนหายเป็นปกติไม่ใช่เรื่องง่าย มันต้องใช้เวลาตั้งหลายเดือน แล้วถ้าหากทรุดลงจะไม่แย่จนถึงขั้นเยียวยาไม่ได้เลยหรือ“การได้ทำงานทำให้แมทเทียสไม่ต้องคิ
คิดอะไรไม่ออกก็เล่นมันแผนนี้แหละ และมันได้ผลดีเยี่ยมเพราะคุณเธอไม่ได้ทำหน้านิ่งแต่เปลี่ยนเป็นทำหน้างงแทน“คือเท่าที่จำได้ ฉันว่าฉันยืนอยู่เฉยๆ นะคะ ส่วนคุณเดินมาชนแบบจงใจเลยต่างหาก”‘เสียฟอร์มแต่ไม่ยอมเสียเชิง ผู้หญิงอะไรตาดีชะมัด รู้ด้วยว่าเราเดินดุ่มๆ เข้ามาแบบจงใจ แต่ที่เข้ามาไม่ได้ตั้งใจจะชน ถ้าไอ้บ้าที่เดินข้างหลังมันไม่ชนเขาจนเซมาหาเธอน่ะนะ ที่สำคัญหล่อนมองไม่เห็นคนข้างหลัง ซวยฉิบ!’“คุณคิดว่าผมหลงเสน่ห์คุณหรือไงครับ...คุณหมอคนสวย”คุณหมอคนสวยหรี่ตามองผู้ชายหล่อเหลาตรงหน้าแล้วพยายามนึกไปด้วยว่าเธอเคยเห็นเขาที่ไหน หน้าคุ้นๆ ดูหลงตัวเอง ก่อนจะกวาดตามองไปทั่วตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาถึงใบหน้าใช่สิ! เขาคือแมทเทียส เกรอม็อง เจ้าของโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่นี้ เธอเคยเห็นเขาแวบๆ หลายครั้ง ส่วนใหญ่จะมาเพื่อตรวจร่างกายโดยมีคนคอยพยุง เป็นอย่างนั้นทุกครั้งที่บังเอิญเจอแต่ทว่าวันนี้มีบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิม นั่นก็คือ...เขาเดินได้แล้ว“ว่าไงครับ”เขาทำให้เธอหลุดออกจากภวังค์ ก่อนที่คุณหมอคนสวยจะยกมุมปากขึ้นมาเล็กน้อย เหมือนว่าจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม และดูไม่ค่อยจริงใจเท่าไร“ไม่ได้คิดว่าหลงเสน่ห์ค่ะ







