LOGIN"หกปีก่อน เธอหลอกให้เขารัก... แล้วทิ้งเขาไว้อย่างเลือดเย็น! หกปีต่อมา เขากลับมาในฐานะ 'นายจ้าง' พร้อมเพลิงแค้นที่รอวันทวงคืน
View Moreกลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ ผสมกลิ่นเหงื่อยามบ่ายสามภายในโรงฝึกปฏิบัติการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ไม่เคยทำให้ความคึกคักของเหล่านิสิตนักศึกษาลดลง เสียงอุปกรณ์ช่างกระทบพื้นปูนดังสลับกับเสียงพูดคุยเฮฮาหลังเลิกคลาส แต่ทว่า...ณ โต๊ะม้านั่งหินอ่อนริมลานฝึกปฏิบัติการนั้น ความสนใจของบุคคลทั้งสามคนกลับไม่ได้อยู่ที่ตารางเรียนหรือผลสอบปลายภาคแต่อย่างใด
“มึง…กูไม่ไหวแล้วว่ะ หัวใจกูเต้นแรงกว่าลูกสูบเครื่องยนต์ V8 ที่เพิ่งเทสไปเมื่อกี้อีกอ่ะ!”
‘ปอร์เช่’ หรือ ‘กษิดิษ’ หนุ่มLGBTQ ร่างเพรียวหน้าตี๋ตัวจี๊ดประจำกลุ่ม ทิ้งตัวลงแนบใบหน้ากับโต๊ะหินอ่อนอย่างหมดแรง สองมือกุมแก้มตัวเองไว้แน่น พลางส่งสายตาเชื่อมหวานระยับไปยังชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่กำลังยืนเช็ดมืออยู่ริมลานฝึกปฏิบัติงาน
“เอะอะก็ลูกสูบ V8 มึงเปลี่ยนหัวใจมาสี่รอบแล้วตั้งแต่เปิดเทอมนะ...ยัยกษิดิษ!”
‘ไทเกอร์’ หรือ ‘ภัทรพล’ชายหนุ่มหน้าตาดีสายทะเล้นในชุดเสื้อช็อปเด็กช่างสีน้ำตาลเข้ม เอนหลังพิงม้านั่งพลางยักคิ้วยิ้มขำ
“ไอ่เสือ! เมื่อไหร่มึงจะเลิกเรียกชื่อจริงกูซะที...กูอายนะ...มึงเรียกกูปอร์เช่สิ...ชื่อนี้เหมาะกับหน้าตาอันสะสวยและบอบบางของกูมากเลยนะ”
“ไม่! กูจะเรียกแบบนี้แหละ น่ารักดีออก”
“ไอ่บ้า!”
“สรุป...รอบนี้ใครอีกละมึง? มโนไปถึงไหนแล้วนั่น”
“นั่นไง! คนนั้นน่ะ! คุณภวินท์ของกู!” กษิดิษชี้นิ้วสั่นระริกไปยังเป้าหมายที่ยืนอยู่ห่างออกไป
ร่างสูงใหญ่ราว 185 เซนติเมตรในชุดเสื้อช็อปภาควิชาเครื่องกลที่สวมทับเสื้อยืดสีดำเรียบ กำลังใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดคราบน้ำมันออกจากท่อนแขนแกร่ง สัดส่วนช่วงไหล่กว้างรับกับแผ่นหลังตรงและช่วงเอวสอบ ไหล่หนาแสดงถึงคนที่ดูแลตัวเองอย่างดี ใบหน้าคมคายสลักเกลาอย่างสมบูรณ์แบบ ดวงตาคมกริบเย็นชาใต้โครงคิ้วเข้ม สันจมูกโด่งโดดเด่น และริมฝีปากหยักได้รูปที่แทบไม่เคยเผยรอยยิ้มให้ใครเห็น
‘พีช’ หรือ ‘ภวินท์ เดชะอัครโภคิน’ หนุ่มหล่อลึกลับขวัญใจคนทั้งคณะวิศวะฯ ที่สาวๆ (และเกย์สาว) ต่างยกให้เป็น ‘เทพบุตรสายน้ำแข็ง’
“โห…คุณภวินท์ เดชะอัครโภคิน”
ภัทรพลมองตามแล้วแค่นหัวเราะ
“กูยอมรับนะว่ามันหล่อ หล่อแบบวัวตายควายล้ม หล่อจนผู้ชายอย่างกูยังต้องหันไปมองซ้ำ แต่มึงพักก่อนกษิดิษ ไอ้พีชเนี่ยตู้เย็นเคลื่อนที่ชัดๆ ชวนมันคุยสามคำ มันตอบกลับคำเดียวว่า ‘ครับ’ แถมมองคนอื่นด้วยสายตาเหมือนกำลังวิเคราะห์ค่าแรงดันไฮดรอลิก มึงเดินเข้าใกล้ก้าวเดียวคงโดนรังสีความเย็นแช่แข็งตายห่าพอดี”
“แต่มันลุคผัวมากเลยนะไอ้เสือ! มึงดูท่อนแขนที่มีเส้นเลือดปูดขึ้นมานั่นสิ! โอ้ยจะคลั่ง!”
กษิดิษทำท่าเพ้อฝันหนักขึ้น ร่างกายดิ้นขลุกขลิกไปมาบนม้านั่ง
“แล้วมึงรู้ไหม ตระกูลเดชะอัครโภคินของพีชน่ะ รวยระดับมหาเศรษฐีแสนล้าน! เจ้าของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ระดับประเทศ ทั้งหล่อ ทั้งรวย ทั้งนิ่ง…ถ้ากูได้โดนแขนคู่นั้นรวบเอวแล้วกอดไว้แน่นๆ นะ มึงเอ๋ย…กูยอมตายคาอก!”
“เพ้อเจ้อละมึง รวยไม่รวยกูไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ไอ่พีชไม่มองมึงหรอก กูฟันธงล้านเปอร์เซ็นต์!”
ภัทรพลย้อนทันควัน ก่อนจะหันไปสะกิดแขนหญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มที่กำลังนั่งดูดชาไทยเย็นผ่านหลอดอย่างสบายอารมณ์
“จริงไหมวะ...โอปอ?”
‘โอปอ’ หรือ ‘รินรดา วรโชติเมธี’ ละสายตาจากหน้าจอสมาร์ทโฟน ร่างบางส่วนสูง 168 เซนติเมตรในชุดเสื้อช็อปพอดีตัวเผยให้เห็นช่วงเอวคอดกิ่ว เรียวขาสวยใต้กางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ดูเซ็กซี่อย่างลงตัว ผมยาวดัดลอนสีบรอนด์สว่างสะท้อนแสงแดดยามบ่ายเป็นประกาย ใบหน้าเรียวไข่ ผิวขาวเนียนอมชมพูไร้ที่ติประดับด้วยดวงตากลมโตและขนตางอนสวย ยามที่เธอคลียิ้มเบาๆ ลักยิ้มข้างแก้มทั้งสองข้างจะปรากฏขึ้น เพิ่มเสน่ห์ชวนมองจนผู้ชายในคณะต้องแอบมองกันเป็นตาเดียว
“กูฟังมึงสองคนจิกกันจนชาไทยกูละลายหมดแล้วเนี่ย”
รินรดาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง
“ปอร์เช่…มึงอยากได้เขาขนาดนั้น ทำไมมึงไม่เดินเข้าไปทักเองล่ะวะ มานั่งเพ้อน้ำลายไหลตรงนี้มึงจะได้เขาไหม?”
“กูไม่กล้าไงโอปอ!” กษิดิษทำหน้าหงิก
“กูเดินผ่านเขาแค่ระยะสองเมตร หัวใจกูยังเกร็งจนแทบจะหยุดเต้น ถ้ากูเข้าไปทักเอง มีหวังช็อกดับคาโรงฝึกแน่ๆ มึงช่วยกูหน่อยดิโอปอ…มึงเป็นตัวแม่ประจำภาควิชา เป็นถึงดาวคณะวิศวะฯ ที่ผู้ชายเดินตามจีบเป็นพรวน มึงช่วยเดินไปทักและขอไลน์ให้กูหน่อยไม่ได้เหรอ?”
“เหอะ!” ภัทรพลแค่นหัวเราะทันที
“มึงจะบ้าเหรอกษิดิษ? ให้โอปอเนี่ยนะไปขอไลน์ไอ้พีช?”
“ทำไมจะไม่ได้วะไอ้เสือ?” กษิดิษหันไปค้อนขวับ
“ไอ้โอปอมันสวยขนาดนี้ หญิงแท้เกรดพรีเมียม สวย เซ็กซี่ หุ่นดีครบสูตร ถ้าเป็นโอปอเดินเข้าไปทัก พีชมันอาจจะยอมคุยด้วยก็ได้นะมึง!”
“มึงมองโลกในแง่ดีเกินไปละ”
ภัทรพลเอนหลังพิงเก้าอี้ ยักคิ้วกวนประสาท
“ระดับไอ้พีชน่ะ มันไม่สนใจผู้หญิงคนไหนเลย มึงก็เห็น…เมื่ออาทิตย์ก่อน สาวคณะอักษรฯ สวยระดับดาวมหาวิทยาลัย หิ้วขนมแบรนด์หรูมายื่นให้มันถึงตรงหน้า มันยังมองผ่านเหมือนเห็นอากาศธาตุ แล้วไอ้โอปอมันจะต่างอะไรวะ?”
รินรดาที่กำลังนั่งฟังอยู่เงียบๆ เริ่มขมวดคิ้วนิดๆ ดวงตากลมโตตวัดมองภัทรพลทันที
“ไอ้ไทเกอร์…มึงกำลังจะบอกว่ากูไม่มีปัญญาจีบติดว่างั้น?”
“ไม่ได้บอกว่าไม่มีปัญญา แต่กูพูดตามความเป็นจริงครับเพื่อนรัก” ภัทรพลยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย
“มึงสวย กูรู้ มึงเซ็กซี่ กูไม่เถียง แต่กับไอ้พีช…กูว่ามึงเดินเข้าไป ก็หน้าแตกเย็บไม่ติดกลับมาเหมือนกันแหละวะ”
“ตลกละไอ้เสือ”
รินรดาวางแก้วชาไทยลงบนโต๊ะดัง กึก! ลักยิ้มบนแก้มปรากฏขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความมั่นใจเต็มเปี่ยม
“ระดับกูแล้ว ในคณะนี้มีผู้ชายคนไหนกล้าเมินกูบ้าง? มึงอย่ามาสบประมาทรังสีความงดงามของกูนะ”
“ถ้างั้นมึงก็ลองดิ!”
ภัทรพลได้ทีรีบยุยงทันที
“ถ้าระดับ ดาวคณะวิศวะฯ อย่างมึง เดินเข้าไปทักไอ้พีช แล้วทำให้มันยอมคุยกับมึงเกินสามประโยค หรือยอมให้เบอร์ ให้ไลน์มึงได้…กูเสนอน้ำซุปชาบูมื้อใหญ่ ตบท้ายด้วยเนื้อวากิวเกรดพรีเมียมให้มึงกับกษิดิษเลยสามมื้อติด!”
“ไอ้เสือ! มึงเอาจริงเหรอวะ?!”
กษิดิษตาโตด้วยความตกใจ ก่อนจะหันมาจับแขนเพื่อนแน่น
“โอปอเพื่อนรัก! เพื่อเนื้อวากิวฟรีสามมื้อ และเพื่ออนาคตผัวในฝันของกู…มึงต้องสู้! มึงต้องไปเดินจีบมันเดี๋ยวนี้เลย!”
รินรดานิ่งคิดไปชั่วครู่ ดวงตาคู่สวยมองข้ามลานกว้างไปยังร่างสูงของภวินท์ ชายหนุ่มคนนั้นกำลังก้มหน้าก้มตาเก็บอุปกรณ์เข้ากล่องด้วยท่าทางสงบนิ่ง ราวกับมีกำแพงแก้วหนาหลายชั้นล้อมรอบตัวเขาไว้ ไม่มีความเย้ายวนใดในโลกที่สามารถทะลุผ่านเข้าไปได้...จริงเหรอ?
ยิ่งดูเข้าถึงยาก…ยิ่งท้าทาย
“ชาบูวากิวสามมื้อ มึงจ่ายจริงนะไอ้เสือ?”
รินรดายกยิ้มหวานฉ่ำ ท่าทางของเธอเหมือนแม่เสือสาวที่กำลังเตรียมออกล่าเหยื่อ
“เออ...กูคำไหนคำนั้นครับคุณรินรดา!”
ภัทรพลกอดอกยิ้มกวน
“ถ้ามึงทำได้นะ!”
“ดี!”
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดแต่งเสื้อช็อปตัวสั้นให้เข้าทรง สะบัดเรือนผมสีบรอนด์สว่างให้พลิ้วไหว กลิ่นหอมนุ่มนวลของน้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์ลอยละมุนไปตามอากาศ
“นั่งมองความปังของกูตรงนี้แหละมึงสองคน…เดี๋ยวเอาไลน์หนุ่มหล่อของมึงมาให้ ปอร์เช่!”
รินรดาก้าวขาเรียวยาวเดินตรงไปยังลานฝึกปฏิบัติ จังหวะการเดินเต็มไปด้วยความมั่นใจและมีเสน่ห์ตามธรรมชาติ ร่างบางเดินผ่านกลุ่มผู้ชายในภาควิชาที่ส่งเสียงแซวตลอดทาง แต่เธอเพียงแค่ส่งรอยยิ้มมุมปากกลับไปโดยไม่เสียจังหวะก้าวเดิน
เป้าหมายอยู่ตรงหน้า…ห่างออกไปไม่ถึงห้าเมตร
ภวินท์ยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเอง เขาไม่ได้สังเกตเห็นการมาถึงของสาวสวยประจำคณะเลยด้วยซ้ำ กระทั่งร่มเงาของร่างบางเดินเข้ามาบังแสงแดดยามบ่าย และกลิ่นหอมหวานนุ่มนวลที่ไม่คุ้นเคยลอยมาเตะจมูก
“ขอโทษนะ…” น้ำเสียงหวานใสกังวานดังขึ้น
ภวินท์หยุดชะงักมือ ชายหนุ่มค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองตามเสียง ดวงตาคมกริบคู่โตใต้โครงคิ้วเข้มจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ทำให้คนตัวเล็กต้องแหงนหน้ามองเขาเล็กน้อย
ดวงตาคมประสานสายตากับดวงตากลมโตของเธอ ไร้ซึ่งความหวั่นไหวหรือประหม่า มีเพียงความนิ่งสงบเรียบเฉยราวน้ำในสระลึก ทว่าลึกลงไปในแววตานั้น…กลับมีประกายบางอย่างที่วูบวาบขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว
“ครับ?”
คำเดียวสั้นๆ ถูกปล่อยมาจากริมฝีปากหยักได้รูป น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทำให้คนฟังรู้สึกวาบไปทั้งหัวใจ
รินรดายิ้มหวาน ลักยิ้มข้างแก้มบุ๋มลงน่ารัก เธอส่งสายตาพราวระยับพิจารณาใบหน้าหล่อเหลาไร้ร่องรอยคราบจาระบีของคนตรงหน้าอย่างเปิดเผย ก่อนจะเปิดฉากการรุกจีบสุดท้าทาย!
..............................
@คอนโดมิเนียมหรูห้อง1802...แพขนตาหนาดกดำของภวินท์ค่อยๆ ขยับเปิดขึ้นในเช้าวันใหม่ แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าส่องผ่านช่องว่างของผ้าม่านเข้ามาตกกระทบลงบนเตียงกว้าง...ทันทีที่รู้สึกตัว มือของชายหนุ่มก็ตวัดควานหาเรือนร่างอวบอิ่มของแฟนสาวที่เขากกกอดและตักตวงความหวานละมุนมาตลอดทั้งคืนตามสัญชาตญาณทว่า…สิ่งที่ฝ่ามือสัมผัสได้กลับมีเพียงความว่างเปล่าและความเย็นชืดของผ้าปูที่นอน“...???”ภวินท์ยันเรือนกายลุกขึ้นนั่งบนเตียง สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องนอนอันเงียบสงัด คราบความเร่าร้อนเมื่อคืนยังคงทิ้งร่องรอยไว้ชัดเจน ผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ รอยรักสีเข้มบนซอกคอและรอยข่วนบนแผ่นหลังแกร่งของเขายังคงแสบพร่า แต่คนที่ควรจะนอนอยู่ข้างกายบัดนี้กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย“โอปอ…?”น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยเรียกชื่อเธอเบาๆ ชายหนุ่มลุกออกจากเตียง คว้ากางเกงยีนส์ขึ้นมาสวมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวยาวๆ ไปเปิดประตูห้องน้ำว่างเปล่า…ไร้เงาของร่างบาง“...”ภวินท์เดินออกมาระเบียง ห้องรับแขก และครัวเล็กๆ ทุกตารางนิ้วในห้องพักของรินรดาไร้ซึ่งร่องรอยของเจ้าของห้อง สิ่งเดียวที่หายไปคือเสื้อผ้าชิ้นเดิมที่ตกอยู่บนพื้นเมื่อคืนและกระเ
“ความเงียบสงบภายในห้องนอนกว้างถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจกระชั้นชิดและอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นจนร้อนผ่าว แสงไฟโคมหัวเตียงโทนสีส้มสลัวส่องกระทบเรือนร่างสองร่างที่แอบอิงผูกพันกันอยู่บนเตียงหนานุ่ม”ภวินท์อุ้มเรือนร่างอวบอิ่มของรินรดาขึ้นมาบนเตียงกว้างอย่างเบามือ ก่อนจะทาบทับเรือนร่างสูงใหญ่เกิน 185 เซนติเมตรของเขาลงมา ลำแขนแกร่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อตระกองกอดเอวคอดกิ่วไว้แน่น รูปร่างอันบอบบาง ทรวดทรงเอวเอสและอกอิ่มงดงามของรินรดา ตัดกับความแข็งแกร่ง กำยำ และแผ่นอกกว้างของภวินท์อย่างชัดเจน“พีช...อื้อ...”รินรดาส่งเสียงครางแผ่วเบาในลำคอเมื่อริมฝีปากหนาได้รูปโถมบดขยี้ลงมาอีกครั้ง จูบครั้งนี้ไม่ได้อ่อนหวานเหมือนตอนแรก แต่กลับเต็มไปด้วยความดิบเรียลตามอารมณ์ของชายหนุ่มวัย 20 ปีที่อดทนรอคอยความซาบซ่านนี้มานาน ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานละมุนภายในโพรงปากบาง สัมผัสรุนแรงทว่าละเมียดละไมบดเบียดจนสาวดาวคณะตัวสั่นสะท้านมือหนาเลื่อนลงไปปลดปราการชิ้นน้อยออกทีละชิ้นอย่างชำนาญ เผยให้เห็นผิวกายเนียนลื่นขาวผ่องประดุจไข่มุกตัดกับแสงไฟสลัว ภวินท์หลุบสายตามองเรือนร่างเปลือยเปล่าอันงดงามตรงหน้าด้วยสายตาค
เสียงดนตรีจังหวะเบสหนักๆ ดังกระหึ่มไปทั่วผับหรูใจกลางเมือง สถานที่จัดงานปาร์ตี้ฉลองสอบเสร็จและเลี้ยงสายรหัสของคณะวิศวกรรมศาสตร์ แสงไฟสปอตไลต์สีส้มสลับน้ำเงินหมุนวนตัดผ่านความมืด อบอวลไปด้วยกลิ่นควันไอเย็น แอลกอฮอล์ และความคึกคักของเหล่านิสิตนักศึกษา“หมดแก้ว! หมดแก้ว! หมดแก้ว!”เสียงเชียร์จากกลุ่มเพื่อนในภาควิชาดังขึ้นอย่างสนุกสนาน รินรดาในชุดเสื้อครอปสายเดี่ยวเอวลอยสีดำขับผิวขาวเนียนอมชมพู คู่กับกางเกงยีนส์ขาสั้นทรงสปอร์ต เผยเรียวขาสวยและช่วงเอวคอดกิ่วอย่างเซ็กซี่ เธอยกแก้วเหล้าผสมเข้มข้นขึ้นดื่มรวดเดียวหมดตามคำท้า เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องชมเชยดังขึ้นรอบโต๊ะใบหน้าหวานเรียวไข่บัดนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ดวงตากลมโตเยิ้มปรืออย่างเย้ายวน รอยยิ้มมีลักยิ้มสดใสฉ่ำวาว สายตาของบรรดาชายหนุ่มหลายคนที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ต่างตวัดมามองเรือนร่างอรชรและรอยยิ้มพราวเสน่ห์ของดาวคณะเป็นตาเดียว“โอปอ! มึงเบาๆ หน่อยดิเว้ย!” กษิดิษที่นั่งข้างๆ ร้องห้าม พลางยกมือขึ้นกุมขมับ“หน้ามึงแดงเป็นลูกเชอรี่สุกแล้วเนี่ย มึงบ้ามาก เมาแล้วมึงยั่วมาก กูเป็นเกย์กูยังแอบมองเอวมึงเลยเนี่ย!”“เอาน่ากษิดิษ!” ภ
เสียงสัญญาณแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนในเวลาแปดโมงเช้าตรงเป๊ะ ทำให้รินรดาที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จต้องรีบคว้าขึ้นมาดู ข้อความสั้นๆ จากภวินท์ส่งมาบอกว่าเขายืนรออยู่หน้าประตูห้องพักแล้ว“...”รินรดายักคิ้วให้กระจก พลางจัดแต่งเสื้อช็อปตัวสั้นพอดีตัวและเรือนผมสีบรอนด์สว่างให้เข้าทรง เธอไม่คิดเลยว่าหนุ่มหน้านิ่งคนนั้นจะบ้าดีเดือดมารับเธอถึงหน้าห้องจริงๆ แต่เอาเข้าจริงๆ เธอก็ไม่ได้ตื่นเต้นหรือดีใจอะไรขนาดนั้นรินรดาเพียงแค่ปล่อยเลยตามเลย เพราะคิดว่าอย่างน้อยถ้า ภวินท์มาอยู่ใกล้ๆ ตัวเธอบ่อยๆ เพื่อนของเธอก็น่าจะชอบใจและได้ฟินตามไปด้วยก็เท่านั้น ในหัวใจของดาวคณะวิศวะฯ ตอนนี้…เธอยังไม่ได้ชอบเขาจริงๆ เสียหน่อยทว่า…จังหวะนรกก็เกิดขึ้นจนได้!กึก!รินรดาเปิดประตูห้องพักออกไปพร้อมๆ กับประตูห้องตรงข้ามที่เปิดออกพอดี กษิดิษในชุดเสื้อยืดกางเกงนอนย้วยๆ กับภัทรพลที่สะพายกระเป๋าเตรียมลงไปข้างล่าง เดินก้าวออกมาชนจังหวะกันพอดีเป๊ะ ทั้งสองคนชะงักกึก สายตาทั้งคู่ตวัดไปมองร่างสูงใหญ่ 185 เซนติเมตรของภวินท์ที่ยืนพิงผนังห้องรอรินรดาอยู่ด้วยท่าทางสงบนิ่ง“...!!!”“ว้ายยยยย!”กษิดิษเบิกตากว้าง สองมือยกขึ้นตะปบปากตัวเองไว้แน