LOGIN“ฉันโอเคค่ะ” เธอตอบให้สามีคลายใจ แต่เหงื่อที่ไหลโซมพร้อมกับอาการนิ่วหน้าด้วยความเจ็บทำให้กวียิ่งร้อนใจ“กฤษฏ์ขับรถเร็วๆ หน่อย”“ครับพ่อ ผมกำลังเร่งอยู่ครับ” อุกฤษฏ์รับคำตั้งใจขับรถไม่วอกแวก ก่อนจะถึงโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย“คุณกวี” พิมพ์มาดาจับมือสามีเอาไว้แน่น“ผมขอเข้าไปอยู่ใกล้ๆ คุณได้ไหม” กวีไม่อยากห่างภรรยา ครั้งนี้เขาขอได้อยู่กับเธอตลอดเวลาตอนคลอด“ฉัน... ต้องการคุณค่ะคุณกวี”อุกฤษฏ์และพวงชมพูนั่งรอบิดามารดาอยู่หน้าห้องคลอด ทั้งสองลุ้นให้ทั้งแม่และลูกปลอดภัย แต่สีหน้าเป็นกังวลของสามีทำให้พวงชมพูมองอย่างแปลกใจ“พี่กฤษฏ์หน้าเครียดจัง คุณแม่อยู่ใกล้มือหมอแล้ว น้องกับคุณแม่ต้องปลอดภัยค่ะ” เธอเห็นสีหน้าของสามีก็คิดไปว่าเขาห่วงมารดาของเธอมากๆ นั่นเอง“พิ้งค์ ตอนพิ้งค์คลอดเจ็บขนาดนี้หรือเปล่า ไม่เอานะ พี่ไม่อยากให้พิ้งค์เจ็บ”“อะไรกันคะพี่กฤษฏ์ พิ้งค์ยังไม่เห็นกลัวเลย” พวงชมพูหัวเราะคิกเมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวของสามี เขาจะกลัวมากไปหรือเปล่า เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีทันสมัย วิวัฒนาการทางด้านการแพทย์ก็ก้าวหน้าไปไกล คลอดแล้วนอนพักคืนเดียวก็กลับบ้านได้เลย“พี่เป็นห่วงพิ้งค์”“ถ้าพิ้งค์คลอดกับหมอตำแย
“ใช่สิ ฉันมันเป็นไอ้อ้วนน่ารำคาญนี่ ไหนจะสู้สาวๆ สวยๆ ได้ คุณยังมีเมียได้อีกเยอะแยะ ฉันเห็นนะ เวลาเข้าเมืองพาฉันไปตรวจท้อง สาวๆ สวยๆ ชม้ายชายตาให้คุณตาไม่กะพริบ”“โธ่... คุณพิมพ์ไม่ใช่อย่างนั้นเลย จะไปกันใหญ่แล้ว”“ใช่สิ ฉันพูดอะไรก็ผิดไปหมด ก็ฉันบอกว่าเค็มคุณก็ยังจะเถียง หึ! คงอยากให้ฉันกับลูกกินอาหารเค็มๆ ป่วยเป็นโรคไตตายใช่ไหม ฮึกๆ ฮื่อๆ” เธอขึ้นเสียงใส่เขา เริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น“มะ... ไม่ใช่อย่างนั้นเลยนะคุณพิมพ์” กวีส่ายหน้าดิก เมื่อเห็นภรรยายิ่งพูดก็ยิ่งจะไปกันใหญ่“ไม่ใช่อย่างนั้นแล้วยังไง คงรำคาญน่ะสิ จะไปไหนก็ไปเลยนะ เหม็นขี้หน้า ฉันรู้ว่าคุณรำคาญเมียแก่ๆ ท้องโย้ๆ กินจุอย่างฉันเต็มทน”“คุณพิมพ์ ผมไม่เคยรำคาญคุณกับลูกเลยนะ คุณอยากกินอะไร ผมยินดีหาให้คุณทุกอย่าง อยากได้อะไร อยากทำอะไร ผมไม่เคยคิดจะว่าคุณเลย คุณไม่ได้แก่ คุณยังสาวยังสวย ท้องก็ไม่ได้โย้น่าเกลียด แต่คุณมีเจ้าตัวเล็กอยู่ในครรภ์ คนท้องก็หุ่นแบบนี้ คุณดูดีมากเลยนะเวลาท้อง แล้วถึงแม้ว่าคุณจะกินจุขนาดไหน แต่ถ้าคุณกับลูกหิว ไม่ว่าจะไปขึ้นเขาลงห้วยผมก็ยินดีหามาให้คุณกินทุกอย่าง”กวีรีบพูดให้ภรรยาสบายใจ เพราะเขาไม่เคยคิ
“แต่ใจร้ายยิ่งกว่า ดูสิ จะทรมานพี่ไปถึงไหน” อุกฤษฏ์พูดไปหอบไปเมื่อภรรยาดูดกลืนส่วนปลายของความแข็งแกร่งขณะที่รูดไล้ตัวตนของเขา แต่ไม่ยอมสัมผัสถึงให้ลึกซึ้งกว่านั้น“ดูพูดเข้าคุณสามีขา ทำเหมือนภรรยาใจร้ายใจดำ” คนพูดแกล้งทำน้ำเสียงแสนงอน แต่หัวเราะคิกเมื่อเห็นเขาซู๊ดปากทุกครั้งที่ถูกดูดกลืนความเป็นชาย“พิ้งค์ อ๊า... แบบนั้นล่ะครับ”“แบบไหนคะ” เธอแกล้งคายส่วนที่ดูดรวบเข้าปากออกมาเพื่อเอ่ยถาม อุกฤษฏ์สบถก่อนจะจัดการพลิกร่างภรรยาให้นอนหงาย“แม่ตัวดี เดี๋ยวเหอะ”“น่ากลัวชะมัด ดูสิทำหน้าถมึงทึงแบบนี้ เดี๋ยวก็หน้าเหี่ยวหรอก” พวงชมพูหยิกแก้มสากของสามีอย่างแสนรัก เธอหัวเราะคิกเมื่อเห็นเขาแสดงความปรารถนาเธออย่างชัดเจน จนแทบจะคลั่งอยู่รอมร่อ“อื้อ...”พวงชมพูร้องครางเมื่อเขากดใบหน้าลงสู่หว่างขาอ่อนหวานของเธอ หญิงสาวดีดดิ้นจิกมือกับที่นอนกว้าง กัดริมฝีปากเม้มเข้าหากันสลับกับการครวญครางเสียงสะท้านซ่านซ่าด้วยความเสียวซ่านเมื่อปลายลิ้นร้อนซอกซอนสัมผัสดูดกลืนดอกผกากรองหอมหวานที่ซุกซ่อนน้ำหวานหอมกรุ่นเอาไว้ภายใน ต้องกระตุ้นซ้ำๆ ถึงจะผลิตหยาดน้ำทิพย์ออกมาให้เขาได้กลืนกินอย่างเอร็ดอร่อย“ฮันนีมูนรอบนี้พี่ข
“พิ้งค์เคยบอกพี่ว่าอยากไปเที่ยวทะเล” เขาจำได้ว่าตอนที่ทุกอย่างคลี่คลาย เธอเคยเปรยๆ อยากมาเที่ยวทะเล“พี่กฤษฏ์จำได้ด้วยเหรอคะ”“จำได้สิ” เขาโอบกอดเธอเอาไว้ วางคางที่ไหล่กลมกลึง“พิ้งค์ต้องให้รางวัลคนความจำดียังไงคะนี่” เธอเอ่ยถามทำท่าขบคิด“คนรักกันก็ต้องจำกันได้สิ แล้วพี่ก็ไม่โลภด้วย ไม่ขออะไรมาก ขอแค่ฮันนีมูนสิบวันสิบคืนไม่ออกจากห้อง”“ว้าย! แบบนั้นก็คางเหลืองสิคะ”“ไม่ถึงกับคางเหลือง แค่ฟ้าเหลือง”“บ้าสิคะ คนเราทำอะไรไม่ควรหักโหมเกินไปนะคะ”“ก็ต้องรีบปั๊มสิครับ มีทายาทเร็วๆ มีลูกทันใช้”“หือ... ถามยังว่าอยากมีหรือเปล่า”“อ้าว... พิ้งค์ไม่อยากมีลูกเหรอ”“พี่กฤษฏ์นี่ ใครบอกว่าไม่อยากมี แค่ให้ถามก่อน ไม่ใช่สรุปเองเสร็จสรรพ”“พี่ว่าอย่าโยกโย้เลย เรามาปั๊มลูกกันเดี๋ยวนี้ดีกว่า”“ว้าย! พี่กฤษฏ์บ้า ถ้าตกลงไปจะทำยังไง” พวงชมพูผวากอดคอเขาเอาไว้แน่นเมื่อโดนอุ้มขึ้นสู่อ้อมแขน“ตกลงไปก็แข้งหาหักน่ะสิ” อุกฤษฏ์แกล้งโดยการทำท่าจะโยนเธอลงบนพื้น“ว้าย! พี่กฤษฏ์บ้า จะโยนพิ้งค์ลงพื้นจริงเหรอ” เธอยิ่งผวากอดคอเขาเอาไว้แน่น หน้างอใส่คนที่กำลังหัวเราะสะใจที่ได้แกล้ง“ใครจะกล้าแกล้งเมียได้ลงคอ” ร่างสูงอุ้ม
“คุณเป็นห่วงผมใช่ไหม ถึงร้องห่มร้องไห้ขนาดนั้น”“คนบ้า เจ้าเล่ห์นัก เอาเรื่องความเป็นความตายมาล้อได้ยังไงกัน”“ตอบผมก่อนว่าเป็นห่วงผมใช่ไหม”“ไม่ห่วงได้ยังไง ก็คุณเป็นผู้ชายที่ฉันรักนี่นา แถมยังเป็นรักแรก และรักเดียวเสียด้วย” พิมพ์มาดาตอบอย่างขวยเขิน“คุณว่าอะไรนะ” กวีถามเสียงดัง หัวใจพองโตคับอก“ไม่พูดด้วยแล้ว แก่แล้วหูตึงหรือไงคุณนี่” เธอพูดแล้วหันหน้าหนี เขาจึงตามมากอดเอาไว้จากเบื้องหลัง“ถ้ารู้อย่างนี้ใช้วิธีนี้ไปนานแล้ว”“คุณคงจะถอดใจไปแล้วสิ” เธอว่าอย่างงอนๆ“เปล่าสักหน่อย ผมไม่ได้ถอดใจ แค่อยากรู้สาเหตุว่าทำไมคุณถึงไม่ยอมให้อภัยผมสักที ทั้งๆ ที่ความจริงเปิดเผยแล้วแบบนี้ นายกฤษฏ์กับยัยพิ้งค์ก็เลยช่วยผมคิด”“ร้ายกาจทั้งพ่อทั้งลูกเลยนะคะ แถมพ่วงมาด้วยว่าที่ลูกเขย แบบนี้พิมพ์ก็โดนรุมสิ”“ใครจะกล้ารุมที่รักของผมได้” กวีดึงร่างภรรยามาสวมกอดอีกครั้ง จุมพิตกลุ่มผมสลวยด้วยความรู้สึกโล่งใจและรักใคร่“ยัยหนูพิ้งค์นี่เจ้าเล่ห์นัก น่าหยิกให้เนื้อเขียว”“โห... คุณแม่ใจร้าย จะหยิกหนูให้เนื้อเขียวเลยเหรอคะ เดี๋ยวราคาค่าสินสอดหนูก็ตกสิคะ” เสียงหัวเราะคิกคักของบุตรสาวทำให้พิมพ์มาดาหันไปมอง ก่อนจะ
“ไม่นะ คุณพ่อไปโดดหน้าผาตรงไหน พาแม่ไปเร็ว”“ตามพิ้งค์มาค่ะคุณแม่ พี่กฤษฏ์รออยู่ตรงนั้น เจอรองเท้าคุณพ่อวางทิ้งเอาไว้ ป่านนี้ๆ...” พวงชมพูพูดไม่ทันจบก็สะอื้นฮักๆ“คุณกวี คุณต้องไม่เป็นอะไรนะ อย่าเป็นอะไรนะ” พิมพ์มาดาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าอดีตสามีจะคิดสั้นฆ่าตัวตายเช่นนี้“ในจดหมายคุณพ่อบอกว่าเสียใจในทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำลงไป คุณพ่อไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ค่ะคุณแม่” พวงชมพูพูดให้มารดาฟังเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ“แม่ไม่ได้ถือโทษโกรธคุณพ่อแล้ว แค่น้อยใจเท่านั้น” พิมพ์มาดาถึงกับร้องไห้โฮเมื่อเห็นรองเท้าของสามีวางทิ้งเอาไว้ที่หน้าผา ผาตรงนี้สูงนัก ตกลงไปไม่มีใครรอดชีวิตมาได้ เพราะเธอเคยอาศัยอยู่ที่นี่กับอดีตสามีนานเป็นปีๆ“คุณพ่อไม่ได้โกรธคุณแม่หรอกเหรอคะ ฮึกๆๆ ฮื่อๆๆๆ” พวงชมพูรุกถามมารดาที่คุกเข่าร้องไห้ กอดรองเท้าของบิดาเอาไว้“แม่ไม่ได้โกรธจริงๆ แค่น้อยใจที่วันนั้นคุณพ่อนอกใจแม่ไปมีอะไรกับกัญญามาศ เพื่อนที่แม่รักมากที่สุด ฮื่อๆๆ แม่เสียใจก็เลยหนีไป ฮื่อๆ ทั้งๆ ที่อยากอธิบายและอยู่พิสูจน์ความจริงว่าแม่ไม่ได้มีชู้กับคนงานคนนั้น”“คุณแม่ก็เลยหนีคุณพ่อไปเพราะเหตุผลนี้เหรอคะ” พวงชมพูถาม







