เข้าสู่ระบบแรกที่หุนหันขึ้นมาบนห้องนอนของแผ่นภพ เพราะเธออยากรู้ว่าอะไรทำให้จันทร์พยายามกีดกันไม่ได้เธอขึ้นมาบนนี้ อะไรที่ทำให้จันทร์ร้องไห้อ้ำอึ้งเหมือนมีความลับที่อัดอั้นและบอกใครไม่ได้ แต่ตอนนี้เธอรู้แล้ว รู้ในสิ่งที่ไม่แน่ใจเลยว่าเธอควรจะมาเห็นหรือไม่ หรือเธอควรยอมกลับไปตามที่จันทร์ร้องขอ ไม่ควรดึงดันเพื่อมาเห็นสิ่งที่กรีดแทงเข้าไปในหัวใจ สิ่งที่คือความจริงอันแสนจะโหดร้ายกับว่าที่เจ้าสาวเช่นเธอ
ร่างเปล่าเปลือยของ ‘แผ่นภพ’ คู่หมั้นของเธอ กับ ‘อิงฟ้า’ เด็กในปกครองของเขา ซึ่งเป็นหลานสาวของจันทร์ คนทั้งคู่นอนกอดกันหลับใหลอยู่บนเตียงที่มีสภาพไม่ต่างจากสมรภูมิรบ คง ‘เหน็ดเหนื่อย’ กันมาทั้งคืน เพราะขนาดที่เธอกับจันทร์เดินเข้ามาในห้อง ทั้งคู่ก็ยังคงหลับนิ่งไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น แต่เป็นเธอที่ได้ยินเสียงกรีดร้องในหัวใจของตัวเอง เพราะมันถูกกรีดออกและแทงซ้ำจนขาดใจตาย
ไม่มีสิ่งใดจะหักล้างภาพที่เห็นได้ เสื้อผ้าของคนทั้งคู่ที่มองก็รู้ว่าถูกเหวี่ยงกระจัดกระจายไปทั้งห้อง ไม่สนใจว่ามันจะไปตกอยู่ตรงไหนบ้าง จะอยู่บนโต๊ะ ตู้ หรือว่าหัวเตียง รวมทั้งหมอนขนเป็ดที่ถูกฉีกทึ้งจนขาด ปลดปล่อยให้ขนสีขาวฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งห้อง
ไม่ว่าจะเป็นบนเตียง โต๊ะ ตู้ หรือแม้แต่พื้นที่เธอยืนเหยียบอยู่ มันคือหลักฐาน คือความรุนแรงที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นแผ่นภพในเวอร์ชั่นนี้ เพราะตลอด 7 ปีที่คบหากัน แผ่นภพมีแต่ความอ่อนโยนให้กับเธอเสมอมา สัมผัสของเธอกับเขาเพียงแค่กอดจูบกันด้วยความรัก ไม่เกินเลยไปไกลถึงความใคร่ที่ต้องใช้ลิ้นแลกลิ้น เธอจึงไม่เคยคิดว่าเขาจะรุนแรงได้มากมายขนาดนี้
แต่หลักฐานที่ใดก็ไม่เท่าร่องรอยความรุนแรงของเกมปรารถนา ที่ปรากฏชัดอยู่บนเรือนร่างของอิงฟ้าและกระจายเปรอะเปื้อนอยู่บนผ้าปูเตียงนั้น นั่นเขาจะปฏิเสธอีกเหรอว่าไม่รู้เรื่อง ในเมื่อแผ่นภพเองก็ยังตะลึงกับสิ่งที่เห็น
ร่างสูงโปร่งของธารธาราหันกลับโดยเร็ว เธอไม่อยากให้หยาดน้ำตาต้องไหลออกมาให้ใครเห็นอีก ไม่ว่าจะเป็นจันทร์ที่มองมายังเธออย่างเห็นใจแกมสำนึกผิด หรือจะเป็นอิงฟ้าที่สั่นสะอื้นฮึกฮักและน้ำตากบใบหน้าไม่ต่างจากเธอ
ใครกันล่ะที่เป็นคนผิด ในเมื่อคนที่ได้ประโยชน์นั้นคือ ‘แผ่นภพ’ คนเดียวเท่านั้น
“น้ำ! น้ำรอเดี๋ยว น้ำอย่าเพิ่งไป น้ำ! รอพี่ก่อน น้ำ!”
แผ่นภพถลาลงจากเตียงไปคว้าเอาเสื้อคลุมที่อยู่ใกล้มือที่สุดขึ้นมาสวมใส่ ก่อนจะรีบรุดตามธารธาราที่หันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว แต่ไม่วายจะหันมาพูดกับจันทร์เสียงเข้ม
“พี่จันทร์อยู่ที่นี่ อย่าไปไหนนะ ฉันต้องการคำอธิบาย”
ร่างแบบบางที่ยังคงสั่นสะอื้นอยู่บนเตียงมองตามหลังเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่ผลุนผลันวิ่งตามคู่หมั้นสาวสวยของเขาออกไป อิงฟ้าสั่นสะอื้นน้ำตาไหลพราก เพราะเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น รู้แต่เพียงว่าเธอไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว ความภาคภูมิใจในตัวเองถูกกระชากขาดหายและหลุดลอย
ความสาวที่เก็บรักษามากว่า 20 ปี ถูกพรากไปอย่างไม่รู้ตัวและคงรุนแรงที่สุดเพราะทั่วทั้งร่างเจ็บปวด โดยเฉพาะที่ส่วนนั้นมันเจ็บจนเธอไม่กล้าที่จะขยับหน้าขาเข้าหากัน เพราะแค่ถลาลุกขึ้นนั่ง มันก็ทั้งเจ็บทั้งแสบ ไม่ต่างจากยังมีอะไรคงค้างอยู่ในนั้น มันคือความยิ่งใหญ่ที่บุกรุกเข้าไปทำลายเธออย่างย่อยยับ และกี่ครั้งกี่หนกัน หยดเลือดจึงเปรอะเปื้อนทั้งผ้าปูที่นอนและผ้าแพรที่เธอห่มคลุมอยู่
“ฟ้า... เป็นยังไงบ้าง เจ็บ... เจ็บมากไหม”
น้ำเสียงปรานีของผู้เป็นป้าทำให้อิงฟ้าได้สติ ใบหน้าฉ่ำชื้นไปด้วยหยาดน้ำตาหันมองญาติที่เหลืออยู่หนึ่งเดียวบนโลกใบนี้ อ้อมกอดของป้าเท่านั้นที่เธอต้องการ อิงฟ้าโผเข้าหาอ้อมกอดที่เข้ามาโอบกระชับ ซุกใบหน้าลงคร่ำครวญด้วยความร้าวราน
“ป้า... ฟ้าเจ็บ... ป้าช่วยฟ้าด้วย ฟ้าไม่รู้... ฟ้าไม่รู้มันเกิดอะไรขึ้น ฟ้าไม่รู้จริงๆ นะป้า ป้าต้องเชื่อฟ้านะ ฟ้าไม่รู้จริงๆ ฟ้าไม่รู้...”
อิงฟ้าสั่นสะอื้นพร้อมพูดสิ่งที่อัดอั้นออกมา ทำไมเรื่องราวถึงได้กลับกลายเป็นแบบนี้ และเธอกับแผ่นภพทำเรื่องนี้ได้อย่างไร อะไรทำให้เป็น ทำไมเธอถึงไม่รู้ตัว ทั้งที่เธอควรจะยับยั้งชั่งใจตัวเองได้สิ เพราะเธอจะไม่ทำสิ่งที่สิ้นคิดนี้เด็ดขาด
“ฟ้าไม่รู้จริงๆ นะป้า ฟ้าไม่รู้...”
“โธ่... ฟ้า... ป้าเชื่อแกนะ ป้าเชื่อแก”
จันทร์น้ำตาไหลพรากกอดร่างหลานสาวไว้อย่างปลอบประโลม ฝ่ามือลูบเนื้อตัวของอิงฟ้าเรียกขวัญก่อนจะค่อยๆ เปิดผ้าที่อิงฟ้าใช้ปกปิดตัวเองออก แล้วน้ำตาของจันทร์ก็ยิ่งไหลออกมามากขึ้น เพราะไม่ใช่แค่รอยเลือดที่เปรอะเปื้อนต้นขา แต่เป็นร่องรอยของความรุนแรง ไม่คิดเลยว่าอิงฟ้าต้องมาพบเจอกับเรื่องโหดร้ายมากมายขนาดนี้
ร่องรอยความเจ็บปวดนั้น บ้างก็มีสีแดง บ้างก็เป็นสีเขียว และหนักสุดก็คือสีม่วงคล้ำ รอยช้ำกระจายเป็นวงเล็กบ้างใหญ่บ้าง เริ่มตั้งแต่ซอกคอ แขนทั้งสองข้าง เนินหน้าอกอวบ จนมาถึงด้านล่าง โดยเฉพาะ ณ จุดนั้น ที่มีรอยช้ำเป็นวงกว้าง นั่นทำให้จันทร์ต้องปิดปากตัวเองเก็บกลั้นเสียงสะอื้น ทำได้เพียงกอดรับขวัญที่โบยบินไปของหลานรัก และหวังว่าแผ่นภพจะรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำลงไปทั้งหมด
แสงสีส้มจางๆ เริ่มจะโผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมาอย่างรางเลือนเป็นสัญญาณว่าทุกชีวิตที่หลับใหลบนโลกใบนี้ควรจะตื่นตัวและเริ่มต้นวันใหม่ ทว่าคู่บ่าวสาวหมาดๆ กลับยังไม่ได้หลับได้นอนเลยสักนิด ความรักจากริมฝีปาก ฝ่ามือ ร่างกาย และความยิ่งใหญ่ของแผ่นภพยังคงพร่ำบอกให้อิงฟ้าได้รับรู้ ทุกครั้งที่เสียงครวญครางดังออกจากปากกระจับน้อยๆ แผ่นภพก็จะยิ้มรับก่อนจะตอกย้ำความรักด้วยการกระแทกกระทั้นให้ยิ่งหนักมากขึ้น “โอว... อาภพขา... โอว... อื้อ... ฟ้าเสียว... อาภพขา... โอว...” “ไม่อาภพ ผัว เรียกผัวขา อื้อ... ผัวก็เสียว เมียจ๋า... โอว... ผัวเสียวที่สุด โอว... เมียจ๋า...” แผ่นภพกระซิบที่ข้างใบหู ส่งอัดตัวตนของเขาใส่บั้นท้ายของอิงฟ้าแนบแน่นและรุนแรง เพราะตอนนี้เขาอยู่ในท่วงท่าคลานเข่าซ้อนแผ่นหลังของเธอเอาไว้ ความยิ่งใหญ่สอดแทรกเข้าออกล้ำลึกตามเสียงร้องของอิงฟ้า “อื้อ... ผัวขา... โอว... แรงอีกค่ะผัวขา... แรงอีก โอว... ฟ้าชอบ เมียชอบ ผัวขา... โอว...” ฝ่ามืออ้อมมาด้านหน้าเพื่อบีบเคล้นเต้าอวบอัดที่ขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ริมฝีปากกับจมูกก็ซุก
แสงไฟจากห้องหอของบ่าวสาวที่เขามีส่วนร่วมให้คนทั้งคู่สมหวังยังคงเปิดอยู่ ทำให้เอเดนต้องยิ้มออกมาด้วยความสุขใจเป็นครั้งแรกนับจากวันที่เขาพาอิงฟ้าหนีมา สุดท้ายเขาก็ทำให้เธอมีความสุขจนได้ แม้จะไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่เป็นในฐานะเพื่อนหรือฐานะของพี่ชายก็เพียงพอแล้ว ดวงตาคมเข้มสะท้อนลูกแก้วสีฟ้าเจิดจ้าละจากม่านหน้าต่างที่ไหววูบเพราะแรงลม ทอดมองไปยังลำน้ำโขงยามค่ำคืนเพราะอยากจดจำภาพความสุขเหล่านี้เอาไว้ ต่อจากนี้เขาคงต้องปล่อยให้อิงฟ้ามีชีวิตที่มีความสุขอยู่กับสามีและลูก เพราะมั่นใจว่าแผ่นภพจะสามารถดูแลหัวใจทั้ง 2 ดวงของเขาได้แน่ ทว่า ณ จุดโฟกัสของสายตา เอเดนกลับเห็นใครคนหนึ่งยืนอยู่ที่ระเบียงไม้ริมแม่น้ำ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า เพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้อกหักรักคุดอยู่คนเดียว ยังมีอีกคนเป็นเพื่อน “ลมเย็นนะครับ” ธารธาราสะดุ้งเล็กๆ เมื่อเสียงทักจากชายต่างชาติดังอยู่ด้านข้าง ดวงตาสวยหวานชำเลืองมองฝรั่งหล่ออย่างเอือมระอา เพราะตลอดทั้งวันที่ผ่านมานี้ ชายต่างชาติทั้งหนุ่มทั้งแก่ต่างเข้ามาขายขนมจีบให้เธอไม่หยุด จนเธออยากจะถามให้ชั
แผ่นภพส่งความรักผ่านปลายลิ้นเซาะแซะสัมผัสกลีบดอกไม้งดงามเพียงแผ่วเบา ก่อนจะแทรกลึกเข้าไปในโพรงฉ่ำหวาน เพื่อบอกให้อิงฟ้าได้รู้ว่าเขารักเธออย่างลึกซึ้งเท่าที่ความรักจะนำพาเข้าไปได้ และอิงฟ้าก็ตอบรับความรักนั้นด้วยการบีบรัดปลายลิ้นของเขาจนแนบแน่น เธอกรีดร้องครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความสุขจากรักที่เขามอบให้ และไม่ว่าเขาจะแทรกแซงซอกซอนความรักให้ลึกมากเท่าไร อิงฟ้าก็พร้อมจะโอบรัดรักร้อนๆ จากปลายลิ้นของเขาให้ยิ่งลึกมากขึ้นมากขึ้น แต่ยังไม่สิ้นสุด รักของเขายังแทรกสู่ร่างกายของเธอได้ลึกมากกว่านี้ ทว่าไม่ใช่ด้วยปลายลิ้นแต่เป็น... “โอ๊ะ! อาภพ... อื้อ... อาภพขา... อื้อ... เบาๆ อื้อ... เบาค่ะ อื้อ...” “จ้ะเบาๆ อืม... อาจะทำเบาๆ อืม... แน่น... อืม... ฟ้าจ๋า... เยี่ยมสุดๆ ฟ้าจ๋า... โอว... เยี่ยม... อืม...” “อื้อ... อาภพขา... อาภพ... อื้อ...” “ฟ้าจ๋า... อาภพทำเบาๆ แล้วนะจ๊ะ อืม... ฟ้าจ๋า... อาภพทำเบาๆ แล้ว อืม... เบาแล้ว... โอว...” เขาที่ตอบรับคำร้องขอของเธอพร้อมครางเสียงต่ำทำให้อิงฟ้ายิ้มทั้งน้ำตา ความสุขที่ร้างลากลับคืนอย่างสมบูร
เกือบ 5 ทุ่ม กว่าที่อิงฟ้าจะปลีกตัวขึ้นมาบนบ้านได้ แม้จะห่วงว่าคุณพ่อจ๋ากับคุณลูกจ๋าจะรอนาน แต่เธอก็ต้องอยู่ขอบคุณบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและเพื่อนบ้านที่ต่างเข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับเธอเสียก่อน และที่ทำให้เธอต้องอายจนถึงตอนนี้ก็คือ ‘น้องฟ้าคะ ขอน้องผู้ชายให้น้องรุ้งสักคนนะคะ ลูกชายต้องหล่อเหมือนคุณพ่อจ๋าแน่ๆ เลยค่ะ’ นั่นคือคำสัพยอกของบรรดาเพื่อนบ้านที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เมื่อได้รู้จากป้าอี๊ดว่าเจ้าบ่าวของเธอก็คือพ่อที่แท้จริงของน้องรุ้งนั่นเอง และยิ่งเดินถึงหน้าประตูห้อง เธอก็ยิ่งร้อนวูบวาบที่ใบหน้ามากขึ้น ทั้งๆ ที่นี่ก็เป็นห้องนอนของเธอเองด้วยซ้ำ แต่วันนี้ในห้องนอนนั้นจะไม่ได้มีแค่ ‘แม่กับลูก’ อีกแล้ว แต่ยังมี ‘พ่อของลูก’ อยู่อีกคน อิงฟ้าค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปเพราะจากที่เงี่ยหูฟังจากด้านนอกนั้นไม่ได้ยินเสียงพ่อลูกเจี้ยวจ้าวเล่นสนุกกันอย่างที่เคยไปแอบฟังที่โฮมสเตย์ข้างเคียงเมื่อคืนก่อน เสียงที่เงียบไปนั้นอาจเป็นได้ว่าทั้งคู่คงจะหลับไปด้วยกันอีกตามเคย แต่ผิดคาด เพราะในห้องนอนของเธอนั้นไม่มีเขากับลูกอยู่ หัวใจอิงฟ้าไหววูบเพราะคิดว
“ฟ้า... อาภพไม่มีคำยืนยันไหนที่จะทำให้ฟ้าเชื่อใจได้ มีแค่คำว่า ‘รัก’ เท่านั้นที่อยากให้ฟ้าพิสูจน์ อาภพอยากขอโอกาส ให้อาภพได้พิสูจน์ตัวเองนะ พิสูจน์ว่าอาภพรักฟ้ามากแค่ไหน ซึ่งมันอาจต้องใช้เวลายี่สิบปี สามสิบปี หรืออาจอีกสักห้าสิบปี กว่าที่อาภพจะพิสูจน์ว่ารักฟ้าได้เพียงพอ ขอให้อาภพได้เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของฟ้า ให้โอกาสอาภพนะ” คำพูดหนักแน่นมั่นคงกระซิบบอกที่ข้างใบหู พร้อมอ้อมกอดที่กระชับร่างของอิงฟ้าแนบแน่นขึ้น ความอบอุ่นซึมซาบผ่านอ้อมแขนขึ้นมาสู่หัวใจ ให้เขาได้รับรู้ว่าร่างกายนี้ยังมีหัวใจเต้นอยู่ แต่แล้วเสียงหวานแผ่วเบาที่ตอบกลับมา กลับทำให้หัวใจของเขาตกหายไปอีก เพราะอิงฟ้าที่หันมาเผชิญหน้ากับเขานั้น เธอพูดว่า “ไม่ค่ะ ฟ้าไม่ให้โอกาส เพราะกว่าจะถึงวันนั้น ฟ้าคงแก่ตายพอดี และภรรยาก็ไม่เรียกสามีว่า ‘อา’ นะคะ โอกาสที่อาภพขอ ฟ้าจึงให้ไม่ได้ค่ะ” “อาไม่เข้าใจ ฟ้าหมายความว่ายังไง” อิงฟ้าที่ก้มหน้างุดทำให้หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน แต่เมื่อตรองคำพูดของอิงฟ้าอีกครั้ง แผ่นภพก็ร้องไชโยด้วยความดีใจ เขาโอบกอดอิงฟ้าไว้เต็มอ้อมแขน จูบหนักๆ เ
“น้องรุ้ง คุณแม่จ๋ามาแล้วลูก น้องรุ้ง” “ฟ้าใจเย็นๆ สิ อย่าเสียงดัง” “อย่ามายุ่งกับฟ้า ฟ้าจะไปหาลูก ฟ้าจะเอาลูกกลับบ้าน และถ้าเขาไม่เลิกยุ่งกับฟ้า ฟ้าจะพาลูกหนีไปอยู่ที่อื่น น้องรุ้งอยู่ไหน น้องรุ้ง น้อง...” เสียงร้องเรียกลูกน้อยถูกเก็บกลืนเข้าสู่ลำคอเพราะภาพที่เห็น หยาดน้ำตาพรั่งพรูออกมาจนอิงฟ้าหยุดแรงสะอื้นไว้ไม่ได้ ฝ่ามือจึงยกขึ้นปิดริมฝีปากของตนเองไม่ให้เปล่งเสียงร้องไห้โฮออกมา เพราะภาพนี้คือสิ่งที่เธออยากเห็นมาตลอด “นี่ไง ผมถึงบอกไม่ให้ฟ้าเสียงดัง ฟ้าก็ไม่เชื่อ” ภาพที่เห็นนั้นคือ แผ่นภพนอนหลับอยู่บนที่นอนที่ปูราบไปกับพื้นกระดานของห้อง โดยมีน้องรุ้งนอนคว่ำหน้าอยู่บนอกของเขา มองก็รู้ว่าสองคนพ่อลูกมีความสุขกันมากแค่ไหน เพราะความรกของห้องที่เต็มไปด้วยเศษกระดาษและแท่งสีเมจิกกระจัดกระจายนั้น คือหลักฐานแห่งความเหนื่อย และก็ทำให้ทั้งคู่นอนหลับกันตั้งแต่หัวค่ำ จนไม่รู้ว่าเธอและเอเดนมายืนอยู่หน้าห้อง “เล่นกันแบบนี้ตั้งแต่บ่าย น้องรุ้งก็เลยหัวเราะจนเพลียน่ะ ส่วนเคลย์ เมื่อคืนไม่ได้นอน เลยเพลียกันทั้งพ่อทั้งลู







