Mag-log inอลิชา หญิงสาววัย 28 ปี ต้องพบจุดจบในงานวันเกิดของตัวเองที่คอนโดหรู เธอถูกวางยาพิษในเค้กวันเกิด และในวินาทีสุดท้ายก่อนสิ้นใจ เธอเห็นรอยยิ้มเยาะจากคนสามคน - เพื่อนสนิท อดีตสามี และน้องสาวต่างแม่ โชคชะตากลับเปิดโอกาสให้เธอย้อนเวลากลับไปสามปีก่อน สู่ช่วงที่เธออายุ 25 ปี วัยที่เธอยังเป็นเพียงหญิงสาวผู้ทะเยอทะยานที่กำลังพยายามสร้างตัวในวงการธุรกิจ ช่วงเวลาที่เธอยังไม่ได้แต่งงานกับสามีคนที่จะทรยศเธอในอนาคต อลิชาตั้งใจใช้โอกาสครั้งนี้แก้ไขอดีตและวางแผนหาตัวการที่ทำร้ายเธอ แต่เส้นทางนี้ไม่ง่าย เมื่อเธอต้องเผชิญกับการต่อสู้ทั้งในครอบครัวที่แตกแยก การแข่งขันในวงการธุรกิจ และการพลิกผันของความรัก จุดพลิกผันเกิดขึ้นเมื่อเธอได้พบกับประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลของ JC Group ที่อาจเป็นได้ทั้งพันธมิตรหรือศัตรู การตัดสินใจของเธอในครั้งนี้จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอไปตลอดกาล
view more‘จุดสูงสุดของชีวิต’
เมื่อพูดถึงช่วงเวลาดั่งทองคำล้ำค่านี้ ก็มักจะต้องนึกถึงความร่ำรวย ชื่อเสียงและเกียรติยศมากมายเท่าที่คนคนหนึ่งจะไขว่คว้ามาให้ตนเองได้ มันเป็นช่วงเวลาที่คนเรามีความสุขและภาคภูมิใจสูงสุดหลังจากฝ่าฟันอุปสรรคทุกสิ่งทุกอย่างมาได้
อลิชา สิริอนันต์ หรือ ริสา หญิงสาวผู้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นในช่วงวัยที่ย่างเข้าสู่อายุ 28 ปี ก็นับว่าตัวเธอก้าวมาถึงจุดที่ว่านี้แล้ว ไม่ใช่แค่มีเงินทองมั่งคั่งชื่อเสียงโดดเด่น เรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอเองก็เป็นที่น่าอิจฉา
เธอมีสามีหนุ่มสุดหล่อฐานะดีคอยรักและเอาใจใส่ มีเพื่อนรักจริงใจคอยอยู่เคียงข้างสนับสนุน มีครอบครัวที่อาจไม่สมบูรณ์พร้อมนักเพราะมารดาจากไปช่วงที่เธอพึ่งอายุสิบขวบ เมื่อกล่าวถึงภรรยาใหม่ของบิดาซึ่งถือว่าเป็นแม่เลี้ยงของเธอ อลิชาถือว่าโชคดีที่อีกฝ่ายไม่ใช่ประเภทแม่เลี้ยงใจร้ายอย่างในละครน้ำเน่า แม่เลี้ยงเป็นคนดีคนหนึ่งราวกับเป็นแม่แท้ ๆ ที่เข้ามาเพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปแก่ครอบครัว ทั้งยังให้กำเนิดน้องสาวรู้ความว่าง่ายมาเป็นเพื่อนเล่นรู้ใจอลิชาอีกหนึ่งคน
หลังเลิกงานวันนี้ก็เหมือนกับทุก ๆ วันที่ผ่านมา ถ้าไม่มีประชุมหรือต้องไปพบปะเหล่าคนใหญ่คนโต หญิงสาวเจ้าของบริษัทสุดยุ่งเช่นอลิชามักอยากตรงกลับบ้านซึ่งเป็นเพนต์เฮาส์สุดหรูของตนเองทันที เพื่อตักตวงช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนให้ได้มากที่สุด เพราะหลังจากนี้อาจมีงานเร่งงานด่วนโหมเข้ามาจนตัวยุ่งเป็นเกลียวได้เสมอ
พอปลดล็อกประตูด้วยรหัสหกหลัก ก็พบว่าด้านในมืดสนิททำเอาอลิชาแปลกใจ สามีบอกว่าวันนี้อยากให้เธอกลับบ้านเร็วหน่อย ไฉนสองทุ่มกว่าแล้วเขาดันไม่อยู่ ไม่ถูกสิ! เหตุใดอุณหภูมิในห้องเย็นเฉียบเช่นนี้ เหมือนมีใครเปิดเครื่องปรับอากาศเอาไว้ อลิชาก้าวเข้าไป ท่ามกลางความมืด มีแสงเปลวเทียนสีส้มเหลืองส่องสะท้อนกระทบนัยน์ตาดำขลับของเธอ
“เซอร์ไพรส์! สุขสันต์วันเกิดล่วงหน้านะครับคุณภรรยาคนเก่ง”
ความตกใจแปรเปลี่ยนเป็นความหวานล้ำ อลิชาอมยิ้มมองใบหน้าหล่อเหลาสะท้อนแสงเทียนของสามีอันเป็นที่รัก สองมือของเขาประคองเค้กช็อกโกแลตประดับตกแต่งสวยงามค่อย ๆ เดินตรงมาหาเธอ ด้านข้างซ้ายขวาขนาบด้วยหญิงสาวแสนกระตือรือร้นสองคน
“แฮปปีเบิร์ทเดย์ล่วงหน้าค่ะพี่สาวคนสวยของเอม” คนเป็นน้องสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
“อธิษฐานแล้วเป่าเทียนเร็วเข้า พี่ชาวีเขาเตรียมเค้กให้แกด้วยตัวเองเลยนะ”
อลิชาเหลือบมองเพื่อนสนิททีหนึ่งก่อนที่สายตาจะมาหยุดอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาของสามี ในใจไม่ต้องบอกว่าปลื้มปริ่มยินดีแค่ไหน แม้จะไม่ทันตั้งตัวที่เหล่าคนสนิทซุ่มจัดเซอร์ไพรส์ให้ก่อน อลิชาก็ไม่มีเวลามาคิดมากมาย ถึงอย่างไรพรุ่งนี้ก็ยังต้องจัดงานเลี้ยงวันเกิดครบรอบยี่สิบแปดปีอยู่ดี
เปลวเทียนร้อนแรงดุจช่วงชีวิตที่รุ่งโรจน์ยามนี้ นอกจากอธิษฐานขอพรก็ไม่รู้ว่าตัวเธอยังต้องการสิ่งใดอีก อลิชาจึงปิดเปลือกตาประนมมือ ขอให้วันข้างหน้าความสุขเหล่านี้จะคงอยู่กับเธอตลอดไป การงานราบรื่น ความรักเบ่งบาน เพื่อนฝูงคอยสนับสนุนกัน วินาทีถัดมาเทียนก็ถูกเป่าดับ หลอดไฟบนเพดานพร้อมใจกันจุดติดขึ้นจนบ้านทั้งหลังสว่างโร่
“อย่าบอกนะคะว่าพี่วีอยากให้ริสากลับบ้านเร็วเพราะเรื่องนี้ ลำบากกันเสียจริง วันพรุ่งนี้ก็จะจัดงานอยู่แล้ว”
ชาวีสามีของอลิชาส่งเค้กให้เพื่อนสนิทภรรยาอย่างเจนนี่รับช่วงช่วยถือต่อ ส่วนเขากุมมือบอบบางของหญิงสาวคู่ชีวิต รับกระเป๋าสะพายมาถือแทนเธอ จากนั้นพาตรงไปนั่งที่โต๊ะอาหาร ในห้องไม่ได้ตกแต่งหวือหวา มีเพียงลูกโปร่งอัดก๊าซสีฟ้าอ่อนสลับชมพูลอยประดับไปทั่วพร้อมกับเลขยี่สิบแปดซึ่งเป็นอายุครบรอบวันเกิดของอลิชาเท่านั้นเอง
ชาวีถอนหายใจก่อนจะกล่าวราวกับไม่ได้รับความเป็นธรรม “พรุ่งนี้ริสาต้องยุ่งมากแน่นอน ไหนจะต้องรับแขกคนใหญ่คนโตอย่างลูกสาวท่านนายกอีก ปลีกตัวมาอยู่กับพี่ไม่ได้แน่ พี่อยากจัดก่อนเพื่อชดเชยในส่วนของวันพรุ่งนี้”
เขาตั้งใจดีและมีเหตุผลชวนให้สงสาร อลิชาฟังแล้วก็อดที่จะรักผู้ชายคนนี้ยิ่งกว่าเดิมไม่ได้ “พี่วีน่ารักที่สุด”
เมื่อวนมาครบรอบวันเกิด อลิชามักย้อนนึกถึงความทรงจำเก่า ๆ แน่นอนว่าช่วงชีวิตที่ผ่านมานั้นไม่ได้โปรยด้วยกลีบกุหลาบ ทว่านั่นคือวันวาน ตอนนี้ชีวิตของเธอประสบความสำเร็จและมีความสุขดีแล้ว หญิงสาวอิ่มเอมกับทุกชั่วขณะ อยู่กับปัจจุบันอันแสนสมบูรณ์แบบ
บรรยากาศสภาพแวดล้อมอันคุ้นเคยพาให้หวนคิดถึงเหตุการณ์ในอดีต งานเลี้ยงคนรวย ตัวละครเอกอย่างประธานเกริกชัยและเอมิกาแววตาแฝงเร้นความชั่วร้ายที่อีกฝ่ายมองมายังตน กระตุ้นให้เกิดความรู้สึกเดียวกันกับค่ำคืนสามปีก่อนในอดีตและเหมือนกับวันแรกที่เธอย้อนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ถ้านับครั้งนี้ด้วยก็รอบที่สาม คนเราพลาดท่าครั้งแรกก็สมควรได้บทเรียนแล้ว เธอที่เจอถึงสองรอบคงไม่เซ่อถึงขั้นยอมตกหลุมพรางตื้นเขินนี่อีกเอมิกาหนอเอมิกา สติปัญญาโดนสุนัขรับประทานไปแล้วมั้ง นอกจากใช้แผนไร้สมองอย่างวางยาแล้ว คนอย่างเธอจะมีความสามารถลึกล้ำอะไร อยากทำลายชีวิตคนอื่น ก็ลองดูว่าครั้งนี้จะมีใครโง่พอเป็นเหยื่อหล่อนอลิชาทำทีขอตัวลุกไปเข้าห้องน้ำ เมื่อสบโอกาสประธานเกริกชัยดื่มเหล้าไปพลางลอบสบตากับเอมิกาอัตโนมัติ สื่อความบางอย่างซึ่งเข้าใจกันเพียงสองคน รอบด้านผู้คนยังคงสรวลเสเฮฮา อาศัยว่าไม่มีใครสังเกตเห็น เอมิกาหย่อนยาเม็ดฟู่ละลายเร็วลงในแก้วเหล้าอลิชา จากนั้นปรับสีหน้าพึงพอใจให้สงบราบเรียบ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อพี่สาวต่างมารดากลับมาอีกครั้ง เอมิกาก็ยกแก้วตนขึ้นมากล่าวกับอลิชาเสียงน่าสงสาร“พี่ริสา เอมดีใจที่พวกเรา
ที่ตึกทำการแห่งใหม่ของอาร์เอชฟาร์มาซูติคอล สัปดาห์แรกย้ายเข้าไป ส่วนต่าง ๆ ยังคงไม่ค่อยเข้ารูปเข้ารอยนัก ต้องแบ่งสันพื้นที่ให้กับแผนกสำคัญ ผู้รับหน้าที่หลักกระจายงานคือมินนี่ ผู้ช่วยสาวคนเก่ง อลิชาเพียงตรวจอนุมัติคำสั่งสุดท้ายจากนั้นใช้เวลาไปกับการเคลียร์สารพัดปัญหาเกี่ยวกับโรงงานผลิตโรงงานนี้ต้องขึ้นตรงเป็นของอาร์เอช ถึงจะรับประกันคุณภาพในขั้นตอนผสมและพัฒนาได้ และด้วยความที่เธอเป็นหน้าใหม่ไร้ชื่อเสียงการันตี เมื่อเจรจาต่อรองราคา ตกลงการค้าร่วมกับพวกบริษัทจัดหาวัสดุอุปกรณ์ จึงมักจะได้รับข้อเสนอเอารัดเอาเปรียบอยู่บ่อย ๆซึ่งหากเป็นอลิชาผู้ไม่เจนจัดประสบการณ์น้อย แน่นอนว่าต้องเสียรู้ให้กับคนเหล่านี้ สามปีในชาติก่อนไม่ได้ผ่านไปเปล่าประโยชน์ พอเริ่มอ้าปากอลิชาก็ปล่อยให้พวกเขาเฉือนเนื้อตนอีกเป็นครั้งที่สอง“บอสสุดยอดไปเลยค่ะ แม้แต่เจ้าใหญ่ยังไม่กล้าเล่นตุกติกด้วย” มินนี่นำเอกสารมาให้เจ้านายสาวเซ็นอนุมัติ การเจรจาหาคนมาสร้างโรงงานสำเร็จลุล่วงไปได้อย่างราบรื่น โดยมีเพียงอลิชาเดินสายตระเวนไปพบผู้รับเหมา ปกติหนึ่งโครงการใหญ่ต้องใช้เวลาดีลข้อตกลงเป็นเดือนถึงจะลงตัว แต่เจ้านายใช้ไปแค่หนึ่งสัปด
ราตรีทำสีหน้าแหนงหน่ายก่อนจะตอบ “เพื่อนแม่เขาอยากมาเร็ว ๆ ก็เลยมาก่อน แกทำงานจนเย็นกว่าจะพร้อม แม่ไม่รอหรอกนะ อีกอย่างแม่ก็อยากเจอริสาเร็ว ๆ อยากคุยกับเธอเรื่องยาชะลออาการมะเร็งระยะสุดท้ายของเธอ มันเหลือเชื่อมาก อ้อ! ริสา คนนี้คือลูกชายพี่ เอ๊ย! ลูกชายอาเอง เจย์โรม รู้จักกันไว้สิ”ประโยคหลังกล่าวพร้อมกับหรี่ตากรุ้มกริ่มชวนคิด เล่นเอาคนรอบบริเวณอึ้งเหวอใบ้รับประทาน พากันงงเป็นไก่ตาแตกกับสถานะที่แท้จริงของราตรี เจนนี่ได้สติคนแรกรีบพูดขึ้น“สวัสดีค่ะคุณอาราตรี เจนนี่นะคะ เจนเป็นพรี-เซนเตอร์คนล่าสุดให้กับแบรนด์สินค้าในเครือซีเจกรุ๊ปหลายตัว คุณอาอยู่ที่อังกฤษไม่ได้กลับประเทศนาน ถ้าสนใจเรื่องใดเป็นพิเศษบอกเจนได้นะคะ เกี่ยวกับยาของบริษัทริสาเจนอ่านจากนิตยสารสุขภาพมาพอสมควร คุยเล่นเป็นเพื่อนคุณอาได้ค่ะ ช่วงนี้ริสากำลังยุ่งเตรียมย้ายไปตึกออฟฟิศใหม่อาจไม่ว่าง ใช่ไหมริสา”ร้อนรนจนดูเขลาไปเลยสินะ มารดาเจย์โรมเป็นแพทย์หญิงความรู้ลึกล้ำ ถ้าแค่อ่านข่าวจากนิตยสารแล้วเพียงพอ คงไม่อยากคุยกับเจ้าของบริษัทเองเพื่อไต่ข้ามขั้นไปยังตัวธันวาหรอก “ช่วงนี้ยุ่งมากแต่ถ้าคุณอาอยากรู้เรื่องยาสามารถนัดล่วงหน้าได้น
อลิชาแกว่งแก้วแชมเปญในมือก่อนจะยกขึ้นจิบ พอเริ่มมีชื่อเสียงที่พ่วงมาด้วยคือวาสนาได้เข้าร่วมงานเลี้ยงไฮโซโดยไม่ต้องลำบากดิ้นรนหาบัตรเชิญหรือแอบแฝงตัว งานเลี้ยงค่ำคืนนี้เจย์โรมบอกให้เธอมาให้ได้ ไม่ทราบว่ามันสำคัญยังไงคุณหญิงคุณนายเจ้าภาพจัดประมูลกันเดือนชนเดือนไม่ขาดอยู่แล้ว รออีกสักหน่อยสะสมบารมีเพียงพอค่อยมาปรากฏตัวก็ยังไม่สาย จะได้ไม่โดนมองว่ามีจุดมุ่งหวังประจบประแจงทันทีที่ลืมตาอ้าปากด้วย แทนที่จะเผชิญกับสายตาเฝ้าระแวงสงสัย บ้างก็ดูถูกอย่างกับเธอเป็นผู้หญิงขายตัว มิสู้เอาเวลานี้ไปสะสางงานค้างที่บริษัทดีกว่า“ฮึ! ทำไมในหัวฉันมันมีแต่งานเนี่ย ทางสายกลางริสา สัญญากับตัวเองแล้วว่าจะไม่ใช้ชีวิตเหมือนเมื่อก่อน”ขณะคิดเรื่อยเปื่อยเบื่อหน่ายอยู่ในมุมอับสายตา เงียบ ๆ ทันใดนั้นก็มีผู้หญิงสะสวยรุ่นพี่เดินตรงมาจากทิศทางไหนไม่ทราบกล่าวกับอลิชา “สวัสดีจ้ะ หนูชื่อริสาใช่ไหม ทำไมมายืนคนเดียวตรงนี้ล่ะ”อลิชาหันมองด้วยความงุนงง จากนั้นตอบกลับตามมารยาท “สวัสดีค่ะ ชื่อริสาค่ะ”ผู้หญิงคนนี้มีใบหน้าเป็นมิตรและแววตาอ่อนโยนมาก น้ำเสียงขึ้นลงเหมาะสมพาให้บรรยากาศเป็นกันเองอย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับคนแปลกหน้ามา





