LOGINธารธาราเดินลิ่วไม่สนใจเสียงร้องเรียกของแผ่นภพที่ดังใกล้เข้ามา เพราะไม่มีอะไรต้องคุยกับเขาอีกแล้ว ทุกอย่างแหลกสลายไปจนไม่มีส่วนดี สิ่งที่เธอเห็นชัดเจนจนไม่มีคำแก้ตัวใดๆ มาหักล้างได้ หรือหากเขาจะยอมรับ ก็คงเป็นตัวเธอเองที่รับไม่ได้ เธอไม่ได้ต้องการคู่ชีวิตที่ใช้ความรุนแรงเป็นพื้นฐาน และจากสภาพของอิงฟ้าที่เห็น เธอแน่ใจว่ารับไม่ได้ ผู้หญิงไม่ใช่วัตถุทางเพศให้ผู้ชายมาระบายความต้องการใส่ ซึ่งเธอไม่มีวันยอม
“น้ำ! รอพี่ก่อน น้ำ! น้ำอย่าเพิ่งไป น้ำ! รอพี่ด้วย”
แผ่นภพร้องเรียกแต่ธารธาราก็ไม่หยุดเดินจนเขาต้องเร่งฝีเท้าขึ้นมาขวางหน้าเอาไว้ ทั้งที่ร่างเปล่าเปลือยนั้นมีเพียงเสื้อคลุมอาบน้ำปกปิดเอาไว้เท่านั้น แต่ธารธาราก็ไม่อยู่เฉยให้เขารั้งเธอเอาไว้ ร่างสูงโปร่งผละไปอีกทางเพื่อจะหลีกหนีจากเขาให้ได้ จนแผ่นภพต้องยื้อร่างของเธอไว้ด้วยอ้อมกอดของเขา
“พี่ภพปล่อยน้ำ น้ำบอกให้ปล่อย! ปล่อยเดี๋ยวนี้!”
“ไม่น้ำ เราต้องคุยกันให้รู้เรื่องก่อน พี่ไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดเรื่องแบบนี้ พี่ก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่ามันเกิดได้ยังไง แต่พี่มั่นใจว่าพี่ไม่ได้ทำนะน้ำ น้ำต้องเชื่อพี่”
“ปล่อยน้ำนะพี่ภพ เอามือสกปรกของพี่ออกไปจากตัวน้ำ”
“น้ำ...”
เสียงเข่นเครียดที่ออกมาจากปากของธารธาราทำให้แผ่นภพถึงกับครางด้วยความเจ็บปวด ไม่เคยคิดว่าเธอจะใช้น้ำเสียงแบบนี้กับเขาได้ ไม่เคยคิดว่าจะได้รับสายตาแสดงความน่ารังเกียจในตัวของเขาอย่างที่ธารธารากำลังมองอยู่ นั่นทำให้อ้อมกอดของเขาคลายออก และเธอก็ขืนร่างออกห่างจากเขาในทันทีเหมือนกัน
“พี่พูดออกมาได้ยังไงว่าพี่ไม่ได้ทำ ถ้าพี่ไม่ได้ทำ แล้วใครทำล่ะ อิงฟ้าทำพี่งั้นเหรอ”
คำถามเจือไปด้วยความเจ็บปวดพร้อมใบหน้าสวยที่เคยยิ้มแย้มให้เขาเสมอเชิดขึ้นอย่างไว้ตัวทั้งที่หยาดน้ำตายังไหลอาบสองแก้ม อีกทั้งแรงสะอื้นฮึกฮักในอกที่เขาได้ยิน แต่เธอก็ไม่เปล่งเสียงร้องออกมา ยิ่งกว่าความเจ็บช้ำที่เขาจะช่วยเยียวยาเธอได้
แผ่นภพเอื้อมมือออกไปหวังจะกอบกุมมือน้อยๆ นั้นให้คลายจากความทุกข์ แต่เสียงเฉียบขาดของธารธาราก็ทำให้เขาต้องชะงัก
“อย่าแตะต้องตัวน้ำ”
“น้ำ... น้ำต้องเชื่อพี่นะ พี่ไม่รู้จริงๆ ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง พี่ไม่เคยมีอะไรที่ปิดบังน้ำนะ เจ็ดปีที่เราคบกัน น้ำก็น่าจะรู้ว่าพี่เป็นคนยังไง แม้แต่น้ำเอง พี่ยังไม่เคยฉวยโอกาส พี่รอคอยให้ถึงวันที่เหมาะสมของเรา แล้วทำไมพี่ต้องไปทำกับ... กับอิงฟ้าด้วยล่ะ พี่จะทำแบบนั้นทำไมล่ะน้ำ”
“เรื่องนั้นน้ำไม่รู้หรอกค่ะว่าทำไม คนที่รู้ดีที่สุดก็น่าจะเป็นตัวพี่ภพเองนั่นแหละ เราคบกันเจ็ดปีก็จริง แต่นั่นไม่ทำให้น้ำรู้จักพี่ภพดีพอหรอกค่ะ สิ่งที่พี่ทำกับอิงฟ้า ไม่ว่าจะเพราะอะไร น้ำก็รับไม่ได้ น้ำไม่ใช่ผู้หญิงที่ต้องรองรับอารมณ์ใคร่ของผู้ชายนะคะ และน้ำก็จะไม่ลดตัวลงไปทำด้วยา”
สภาพยับเยินของอิงฟ้ายิ่งทำให้เธอสงสาร แม้จะเจ็บที่ผู้ชายคนนั้นเป็นแผ่นภพ แต่เด็กอิงฟ้าที่เรียบร้อยและน่าเอ็นดูนั้นก็น่าสงสารมากกว่านัก ร่องรอยช้ำแทบจะทั่วทั้งตัว ไม่ว่าจะมาจากรอยคิสมาร์กหรือความรุนแรง เธอก็รับไม่ได้ เพราะมันมากมายเหลือเกิน เธอถือว่านั่นคือความโหดร้าย ที่ผู้ชายทำราวกับผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ หวังผลเพียงเพื่อระบายอารมณ์ใคร่ออก และเธอจะไม่มีวันเดินเฉียดเข้าไปใกล้อย่างเด็ดขาด
“น้ำ... นั่นมัน... พี่ไม่รู้จะอธิบายให้น้ำเข้าใจได้ยังไง แต่ขอเวลาให้พี่หน่อย มันต้องมีคำตอบแน่ นะน้ำ น้ำเชื่อพี่นะ พี่ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายขนาดนั้น ขอเวลาให้พี่หาคำตอบ น้ำใจเย็นก่อนนะ อย่าเพิ่งเชื่อทุกอย่างที่ตาเห็น นะน้ำ ให้เวลาพี่หน่อยนะ”
“ได้ค่ะ น้ำจะใจเย็น น้ำจะรอให้พี่ภพหาคำตอบให้ได้”
แผ่นภพยิ้มอย่างดีใจจนถลาเข้าไปจับมือของธารธารา แต่เธอกลับสะบัดออกเพราะไม่อยากให้เขาแตะต้อง ทำให้แผ่นภพต้องยืนหน้าม้านกำฝ่ามือของตัวเองแน่นกับความวาบลึกของหัวใจ แต่นั่นก็ยังดีกว่าที่เธอจะไม่ให้โอกาสเขาเลย
“พี่ขอบคุณน้ำมากนะ ขอบคุณที่น้ำเข้าใจ พี่จะหาคำตอบให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
“ได้ค่ะ น้ำจะรอคำตอบของพี่ภพ แต่ทั้งหมดนั้น...” เธอเว้นวรรคคำพูดเพราะสิ่งที่ตัดสินใจนี้ไม่อาจเรียกคืนมาได้อีก “จะไม่มีงานแต่งงานของเราเกิดขึ้นเด็ดขาด น้ำขอยกเลิกทั้งหมด และถ้าพี่ภพทำให้น้ำเข้าใจได้ ความสัมพันธ์ของเราจะเริ่มนับหนึ่งใหม่ แต่ถ้าพี่ภพทำไม่ได้ เราคงต้องไปเริ่มจากศูนย์ คือการไม่รู้จักกันเลย”
“น้ำ...” แผ่นภพครางอย่างเจ็บช้ำ มองใบหน้าสวยที่เชิดขึ้นอย่างไว้ตัว ธารธาราพูดจริง เธอจะทำอย่างนั้นจริงๆ
“ทำอย่างนั้นไม่ได้นะน้ำ งานก็เตรียมไว้หมดแล้ว การ์ดก็แจกหมดเรียบร้อยแล้วด้วย ไหนจะแขกเหรื่อของพ่อแม่เราอีกล่ะ แม่กับแด๊ดของพี่ก็จะบินมาอาทิตย์หน้าแล้วนะน้ำ จะยกเลิกได้ยังไง”
แสงสีส้มจางๆ เริ่มจะโผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมาอย่างรางเลือนเป็นสัญญาณว่าทุกชีวิตที่หลับใหลบนโลกใบนี้ควรจะตื่นตัวและเริ่มต้นวันใหม่ ทว่าคู่บ่าวสาวหมาดๆ กลับยังไม่ได้หลับได้นอนเลยสักนิด ความรักจากริมฝีปาก ฝ่ามือ ร่างกาย และความยิ่งใหญ่ของแผ่นภพยังคงพร่ำบอกให้อิงฟ้าได้รับรู้ ทุกครั้งที่เสียงครวญครางดังออกจากปากกระจับน้อยๆ แผ่นภพก็จะยิ้มรับก่อนจะตอกย้ำความรักด้วยการกระแทกกระทั้นให้ยิ่งหนักมากขึ้น “โอว... อาภพขา... โอว... อื้อ... ฟ้าเสียว... อาภพขา... โอว...” “ไม่อาภพ ผัว เรียกผัวขา อื้อ... ผัวก็เสียว เมียจ๋า... โอว... ผัวเสียวที่สุด โอว... เมียจ๋า...” แผ่นภพกระซิบที่ข้างใบหู ส่งอัดตัวตนของเขาใส่บั้นท้ายของอิงฟ้าแนบแน่นและรุนแรง เพราะตอนนี้เขาอยู่ในท่วงท่าคลานเข่าซ้อนแผ่นหลังของเธอเอาไว้ ความยิ่งใหญ่สอดแทรกเข้าออกล้ำลึกตามเสียงร้องของอิงฟ้า “อื้อ... ผัวขา... โอว... แรงอีกค่ะผัวขา... แรงอีก โอว... ฟ้าชอบ เมียชอบ ผัวขา... โอว...” ฝ่ามืออ้อมมาด้านหน้าเพื่อบีบเคล้นเต้าอวบอัดที่ขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ริมฝีปากกับจมูกก็ซุก
แสงไฟจากห้องหอของบ่าวสาวที่เขามีส่วนร่วมให้คนทั้งคู่สมหวังยังคงเปิดอยู่ ทำให้เอเดนต้องยิ้มออกมาด้วยความสุขใจเป็นครั้งแรกนับจากวันที่เขาพาอิงฟ้าหนีมา สุดท้ายเขาก็ทำให้เธอมีความสุขจนได้ แม้จะไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่เป็นในฐานะเพื่อนหรือฐานะของพี่ชายก็เพียงพอแล้ว ดวงตาคมเข้มสะท้อนลูกแก้วสีฟ้าเจิดจ้าละจากม่านหน้าต่างที่ไหววูบเพราะแรงลม ทอดมองไปยังลำน้ำโขงยามค่ำคืนเพราะอยากจดจำภาพความสุขเหล่านี้เอาไว้ ต่อจากนี้เขาคงต้องปล่อยให้อิงฟ้ามีชีวิตที่มีความสุขอยู่กับสามีและลูก เพราะมั่นใจว่าแผ่นภพจะสามารถดูแลหัวใจทั้ง 2 ดวงของเขาได้แน่ ทว่า ณ จุดโฟกัสของสายตา เอเดนกลับเห็นใครคนหนึ่งยืนอยู่ที่ระเบียงไม้ริมแม่น้ำ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า เพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้อกหักรักคุดอยู่คนเดียว ยังมีอีกคนเป็นเพื่อน “ลมเย็นนะครับ” ธารธาราสะดุ้งเล็กๆ เมื่อเสียงทักจากชายต่างชาติดังอยู่ด้านข้าง ดวงตาสวยหวานชำเลืองมองฝรั่งหล่ออย่างเอือมระอา เพราะตลอดทั้งวันที่ผ่านมานี้ ชายต่างชาติทั้งหนุ่มทั้งแก่ต่างเข้ามาขายขนมจีบให้เธอไม่หยุด จนเธออยากจะถามให้ชั
แผ่นภพส่งความรักผ่านปลายลิ้นเซาะแซะสัมผัสกลีบดอกไม้งดงามเพียงแผ่วเบา ก่อนจะแทรกลึกเข้าไปในโพรงฉ่ำหวาน เพื่อบอกให้อิงฟ้าได้รู้ว่าเขารักเธออย่างลึกซึ้งเท่าที่ความรักจะนำพาเข้าไปได้ และอิงฟ้าก็ตอบรับความรักนั้นด้วยการบีบรัดปลายลิ้นของเขาจนแนบแน่น เธอกรีดร้องครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความสุขจากรักที่เขามอบให้ และไม่ว่าเขาจะแทรกแซงซอกซอนความรักให้ลึกมากเท่าไร อิงฟ้าก็พร้อมจะโอบรัดรักร้อนๆ จากปลายลิ้นของเขาให้ยิ่งลึกมากขึ้นมากขึ้น แต่ยังไม่สิ้นสุด รักของเขายังแทรกสู่ร่างกายของเธอได้ลึกมากกว่านี้ ทว่าไม่ใช่ด้วยปลายลิ้นแต่เป็น... “โอ๊ะ! อาภพ... อื้อ... อาภพขา... อื้อ... เบาๆ อื้อ... เบาค่ะ อื้อ...” “จ้ะเบาๆ อืม... อาจะทำเบาๆ อืม... แน่น... อืม... ฟ้าจ๋า... เยี่ยมสุดๆ ฟ้าจ๋า... โอว... เยี่ยม... อืม...” “อื้อ... อาภพขา... อาภพ... อื้อ...” “ฟ้าจ๋า... อาภพทำเบาๆ แล้วนะจ๊ะ อืม... ฟ้าจ๋า... อาภพทำเบาๆ แล้ว อืม... เบาแล้ว... โอว...” เขาที่ตอบรับคำร้องขอของเธอพร้อมครางเสียงต่ำทำให้อิงฟ้ายิ้มทั้งน้ำตา ความสุขที่ร้างลากลับคืนอย่างสมบูร
เกือบ 5 ทุ่ม กว่าที่อิงฟ้าจะปลีกตัวขึ้นมาบนบ้านได้ แม้จะห่วงว่าคุณพ่อจ๋ากับคุณลูกจ๋าจะรอนาน แต่เธอก็ต้องอยู่ขอบคุณบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและเพื่อนบ้านที่ต่างเข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับเธอเสียก่อน และที่ทำให้เธอต้องอายจนถึงตอนนี้ก็คือ ‘น้องฟ้าคะ ขอน้องผู้ชายให้น้องรุ้งสักคนนะคะ ลูกชายต้องหล่อเหมือนคุณพ่อจ๋าแน่ๆ เลยค่ะ’ นั่นคือคำสัพยอกของบรรดาเพื่อนบ้านที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เมื่อได้รู้จากป้าอี๊ดว่าเจ้าบ่าวของเธอก็คือพ่อที่แท้จริงของน้องรุ้งนั่นเอง และยิ่งเดินถึงหน้าประตูห้อง เธอก็ยิ่งร้อนวูบวาบที่ใบหน้ามากขึ้น ทั้งๆ ที่นี่ก็เป็นห้องนอนของเธอเองด้วยซ้ำ แต่วันนี้ในห้องนอนนั้นจะไม่ได้มีแค่ ‘แม่กับลูก’ อีกแล้ว แต่ยังมี ‘พ่อของลูก’ อยู่อีกคน อิงฟ้าค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปเพราะจากที่เงี่ยหูฟังจากด้านนอกนั้นไม่ได้ยินเสียงพ่อลูกเจี้ยวจ้าวเล่นสนุกกันอย่างที่เคยไปแอบฟังที่โฮมสเตย์ข้างเคียงเมื่อคืนก่อน เสียงที่เงียบไปนั้นอาจเป็นได้ว่าทั้งคู่คงจะหลับไปด้วยกันอีกตามเคย แต่ผิดคาด เพราะในห้องนอนของเธอนั้นไม่มีเขากับลูกอยู่ หัวใจอิงฟ้าไหววูบเพราะคิดว
“ฟ้า... อาภพไม่มีคำยืนยันไหนที่จะทำให้ฟ้าเชื่อใจได้ มีแค่คำว่า ‘รัก’ เท่านั้นที่อยากให้ฟ้าพิสูจน์ อาภพอยากขอโอกาส ให้อาภพได้พิสูจน์ตัวเองนะ พิสูจน์ว่าอาภพรักฟ้ามากแค่ไหน ซึ่งมันอาจต้องใช้เวลายี่สิบปี สามสิบปี หรืออาจอีกสักห้าสิบปี กว่าที่อาภพจะพิสูจน์ว่ารักฟ้าได้เพียงพอ ขอให้อาภพได้เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของฟ้า ให้โอกาสอาภพนะ” คำพูดหนักแน่นมั่นคงกระซิบบอกที่ข้างใบหู พร้อมอ้อมกอดที่กระชับร่างของอิงฟ้าแนบแน่นขึ้น ความอบอุ่นซึมซาบผ่านอ้อมแขนขึ้นมาสู่หัวใจ ให้เขาได้รับรู้ว่าร่างกายนี้ยังมีหัวใจเต้นอยู่ แต่แล้วเสียงหวานแผ่วเบาที่ตอบกลับมา กลับทำให้หัวใจของเขาตกหายไปอีก เพราะอิงฟ้าที่หันมาเผชิญหน้ากับเขานั้น เธอพูดว่า “ไม่ค่ะ ฟ้าไม่ให้โอกาส เพราะกว่าจะถึงวันนั้น ฟ้าคงแก่ตายพอดี และภรรยาก็ไม่เรียกสามีว่า ‘อา’ นะคะ โอกาสที่อาภพขอ ฟ้าจึงให้ไม่ได้ค่ะ” “อาไม่เข้าใจ ฟ้าหมายความว่ายังไง” อิงฟ้าที่ก้มหน้างุดทำให้หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน แต่เมื่อตรองคำพูดของอิงฟ้าอีกครั้ง แผ่นภพก็ร้องไชโยด้วยความดีใจ เขาโอบกอดอิงฟ้าไว้เต็มอ้อมแขน จูบหนักๆ เ
“น้องรุ้ง คุณแม่จ๋ามาแล้วลูก น้องรุ้ง” “ฟ้าใจเย็นๆ สิ อย่าเสียงดัง” “อย่ามายุ่งกับฟ้า ฟ้าจะไปหาลูก ฟ้าจะเอาลูกกลับบ้าน และถ้าเขาไม่เลิกยุ่งกับฟ้า ฟ้าจะพาลูกหนีไปอยู่ที่อื่น น้องรุ้งอยู่ไหน น้องรุ้ง น้อง...” เสียงร้องเรียกลูกน้อยถูกเก็บกลืนเข้าสู่ลำคอเพราะภาพที่เห็น หยาดน้ำตาพรั่งพรูออกมาจนอิงฟ้าหยุดแรงสะอื้นไว้ไม่ได้ ฝ่ามือจึงยกขึ้นปิดริมฝีปากของตนเองไม่ให้เปล่งเสียงร้องไห้โฮออกมา เพราะภาพนี้คือสิ่งที่เธออยากเห็นมาตลอด “นี่ไง ผมถึงบอกไม่ให้ฟ้าเสียงดัง ฟ้าก็ไม่เชื่อ” ภาพที่เห็นนั้นคือ แผ่นภพนอนหลับอยู่บนที่นอนที่ปูราบไปกับพื้นกระดานของห้อง โดยมีน้องรุ้งนอนคว่ำหน้าอยู่บนอกของเขา มองก็รู้ว่าสองคนพ่อลูกมีความสุขกันมากแค่ไหน เพราะความรกของห้องที่เต็มไปด้วยเศษกระดาษและแท่งสีเมจิกกระจัดกระจายนั้น คือหลักฐานแห่งความเหนื่อย และก็ทำให้ทั้งคู่นอนหลับกันตั้งแต่หัวค่ำ จนไม่รู้ว่าเธอและเอเดนมายืนอยู่หน้าห้อง “เล่นกันแบบนี้ตั้งแต่บ่าย น้องรุ้งก็เลยหัวเราะจนเพลียน่ะ ส่วนเคลย์ เมื่อคืนไม่ได้นอน เลยเพลียกันทั้งพ่อทั้งลู







