เข้าสู่ระบบ"แผลเล็กติ๊ดเดียวเดี๋ยวพี่สาวจะทำแผลให้นะคะ"
เสียงหวานเอ่ยกับเด็กชายตัวน้อยที่กำลังนั่งร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหลอยู่บนเตียงคนไข้ด้วยความอ่อนโยน ลูบสัมผัสศีรษะทุยเล็กเบาๆ พลางยิ้มอ่อนหวานใจดีช่วยคลายความกลัวของเด็กน้อยให้
"ฮึก.. ฮือ..."
"ไม่ร้องนะคะคนเก่งเดี๋ยวก็หายแล้วค่ะ"
อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่ไม่อยากพบพานเลยจริงๆ เพราะไม่เพียงแค่สรีเพศอ่อนแอ คนชราแต่ยังรวมไปถึงเด็กเล็กเด็กน้อยที่ไม่รู้เรื่องราวที่ต้องรับกับผลร้ายแรงของมันไปด้วย
นานาวจดจ้องยังแผลสดเลือดไหลซึมของเด็กน้อยที่ยังสะอึกสะอื้นร้องไห้ไม่หยุดโดยมีแม่นั่งกอดปลอบอยู่ข้างๆ
เสียงพูดคุยเซ็งแซ่ของผู้คนภายในห้องฉุกเฉินดังขึ้นเป็นระลอกราวกับเกลียวคลื่นทะเลที่ถูกลมทะเทพัดเข้าฝั่ง แต่ตอนนี้เห็นจะเป็นเสียงของเหล่าพยาบาลผู้ช่วยและหมออาชีพด้วยกันที่กระซิบต่อกันดังขึ้นดึงความสนใจของหญิงสาวร่างบอบบาง
เสียงฝีเท้าหนักที่ก้าวเข้ามาใกล้ทำให้นานาวที่กำลังล้างแผลให้กับคนไข้ตัวเล็กในความดูแลของตัวเองต้องละสายตาออกจาก เพราะปลายเท้าใหญ่คู่นั้นเดินมาหยุดไม่ไกลจากที่เธอยืนก้มๆ เงยๆ อยู่ตรงนี้มากนัก
ดวงตากลมโตเหลือบมองมายังเจ้าของเท้าใหญ่ เงยหน้าขึ้นจ้องใบหน้าเจ้าของแล้วก็ต้องแปลกใจเพราะจำได้ว่าเขาเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่เธอเพิ่งเดินผ่านมาก่อนหน้านี้
"มีอะไรหรือเปล่าคะ" เหลือบมองรอบบริเวณสายตาของเพื่อนพยาบาลและรุ่นพี่รวมไปถึงหมอและผู้ช่วยพยาบาลที่กำลังจ้องมาทางเธอเป็นตาเดียวกันด้วยความสงสัยงุนงง เอ่ยถามเสียงหวานพลางละมืออกจากคนไข้ตัวเล็ก
"เชิญทางนี้หน่อยครับ"
"คะ? เออ... คือ..."
"เชิญครับ"
"..."
สายตากดดันทำคนฟังรู้สึกหวาดหวั่นได้อย่างน่าประหลาด เหลือบมองหารุ่นพี่พยาบาลที่ดูแลพอเห็นการพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้ทำตามจึงได้ละมือจากอุปกรณ์ล้างแผลอย่างเลี่ยงไม่ได้
ไม่รู้ว่าคนที่เดินเข้ามาหาตัวเองนั้นมีอำนาจมากแค่ไหน แต่หากดูจากสายตาของรุ่นพี่พยาบาลและผู้ช่วยที่ดูเหมือนจะมีความหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อยทำให้เธอจำยอมต้องทำตามอีกฝ่าย
"หยิบอุปกรณ์ล้างแผลด้วยก็ดีครับ"
"...ค่ะ"
เสียงทุ้มที่เอ่ยออกมาเป็นภาษาไทยอย่างชัดถ้อยชัดคำยังคงเป็นความสงสัยในใจ นานาวคาดเดาว่าคนในกลุ่มของพวกเขาที่เธอเพิ่งเดินผ่านมาอาจจะมีใครสักคนที่ได้รับบาดเจ็บเขาจึงต้องเดินมาหาคนที่ช่วยเหลือได้เท่านั้น
มือเรียวคว้าหยิบชุดอุปกรณ์ล้างแผลวางไว้ในถาดก้าวเท้ายาวๆ เดินตามคนตัวใหญ่ที่เดินเพียงก้าวเดียวก็เท่ากับสองก้าวของเธอแล้ว ด้วยช่วงขนาดเรียวขาที่สั้นกว่าทำให้เหมือนตอนนี้ตัวเองกำลังวิ่งตามหลังเขาไปเสียมากกว่า
คาลอสทอดสายตาคมนิ่งมองทิวทัศน์ตึกสูงด้านนอกกระจกใสบานใหญ่โดยมีเจ้าของโรงพยาบาลพ่วงตำแหน่งเพื่อนสนิทที่นั่งจ้องซีกหน้าคมเข้มของเพื่อนอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ด้วยความสงสัยเล็กน้อย
นิ้วแกร่งเคาะโต๊ะทำงานเบาๆ อย่างใช้ความคิด น้อยครั้งที่เพื่อนเขาจะเดินทางมาหาถึงที่แบบนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นนัดกันตามคาสิโนหรือไม่ก็แหล่งธุรกิจสีเทาเหลือบไปทางดำของพวกเขามากกว่า แต่วันนี้...
ก๊อก~ ก๊อก~
เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำงานดึงความสนใจของคุณหมอหนุ่มให้ละสายตามอง บานประตูใหญ่สีน้ำตาลเข้มถูกเปิดเข้ามาก่อนร่างสูงใหญ่ของมือขวาคนสนิทของเพื่อนจะเดินตามเข้ามาและตามด้วยร่างเล็กของหญิงสาวนางหนึ่งในชุดยูนิฟอร์มนักศึกษาพยาบาลของตัวเอง
บดินทร์ดันลิ้นดุนมุมปากอย่างเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้างเล็กน้อยแต่ก็ยังสงสัยเพื่อนตัวเองอยู่มาก ปกติมันไม่เคยมาหาผู้หญิงถึงที่แบบนี้ ดูจากสีหน้าของผู้หญิงตัวเล็กที่ดูใสซื่อเหมือนแทบจะไม่รู้จักเพื่อนเขาแล้วด้วยนั้น... เดาว่าเจ้าหล่อนคงจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในความสนใจของมาเฟียตุรกีหนุ่มเจ้าของใบหน้าเย็นชานั้น
"กูจะใช้ห้องส่วนตัว" มันไม่ใช่คำขออนุญาตแต่เป็นคำบอกกล่าวต่างหาก
นานาวดึงสายตามองยังเจ้าของโรงพยาบาลที่เคยเห็นผ่านตาผ่านสื่อโซเชียลมาบ้าง โค้งตัวลงเล็กน้อยเป็นการทักทายเพราะมือยังไม่ว่างเว้นจากถาดอุปกรณ์ล้างแผลที่ถืออยู่
เดาในใจว่าคนที่จะต้องมาล้างแผล ทำแผลให้ต้องเป็นผู้ชายอีกคนที่เพิ่งเปล่งวาจาราบเรียบแต่กลับเย็นชานั้นเป็นแน่
"อือ"
มีเพียงเสียงครางรับเบาๆ ในลำคอของบดินทร์ที่ตอบกลับเพื่อนรัก แต่กับหญิงสาวเขาทำเพียงพยักหน้าเล็กน้อยส่งให้เท่านั้น
คาลอสไม่รอให้เพื่อนได้เอ่ยอะไรออกมาอีกก็ก้าวเท้ายาวเดินตรงมายังหญิงสาวร่างเล็กที่กำลังยืนก้มหน้าลง เดินผ่านร่างเล็กไปยังบานประตูที่ถูกเปิดด้วยมือของลูกน้องคนสนิท
"เชิญครับ"
นานาวสะดุ้งน้อยๆ หลังเสียงทุ้มของชายต่างชาติร่างสูงใหญ่ที่ไปตามเธอขึ้นมาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเผลอเหม่อเพราะมัวแต่คิดว่าคุ้นหน้าคุ้นชายหนุ่มอีกคนมากเหมือนเคยเห็นที่ไหน พอรู้ตัวอีกทีเขาก็ไม่อยู่ในห้องนี้แล้ว
ร่างเล็กหมุนตัวเดินตามออกไปแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าไม่เห็นแม้แต่เงาของคนที่เธอต้องมาทำแผลให้ เอียงคอเล็กน้อยกำลังจะหันกลับมาถามลูกน้องของเขาเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ร่างใหญ่ของเครย์ตันเดินผ่านไปพอดีทำให้เท้าเล็กจำต้องก้าวเดินตามไปยังอีกห้องซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งกับห้องทำงานของเจ้าของโรงพยาบาล
ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องก็สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงาน นานาวกวาดสายตามองรอบห้องซึ่งมีเพียงโซฟาตัวใหญ่สีดำด้านและเตียงนอนขนาดหกฟุตรวมถึงห้องน้ำในตัวเท่านั้น ไม่มีเครื่องมือแพทย์หรืออุปกรณ์อื่นที่บ่งบอกว่านี่คือห้องพักพิเศษสำหรับคนไข้เลยสักนิด
"เดินเข้ามา"
"อ๊ะ!" เพราะมัวแต่ลอบมองห้องจึงเผลอลืมไปว่าตัวเองขึ้นมาที่ตึกนี้เพราะมีหน้าที่อะไร
นานาวคลี่ยิ้มบางเดินเข้ามาวางอุปกรณ์ในมือลงบนโต๊ะกระจกสีทึบด้านหน้าคนตัวใหญ่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟา จัดการเปิดอุปกร์อย่างชำนาญในขณะที่คาลอสทำเพียงเหลือบหางตามองการกระทำของสาวเจ้านิ่งๆ
กลิ่นกายหอมเฉพาะตัวของเจ้าหล่อนบวกกับกลิ่นหอมสะอาดของโรงพยาบาลและกลิ่นยาบนตัวทำให้เขาเผลอกลิ่นน้ำลายลงคอ ยิ่งช่วงจังหวะที่สาวเจ้าขยับกลิ่นหอมกรุ่นก็ยิ่งแผ่กำจายออกมาทำรู้สึกปวดหนึบกลางกายหนุ่มอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
"เออ... คุณมีแผลตรงไหนคะ ดิฉันต้องขอดูแผลก่อนถึงจะสามารถทำแผลได้" ทำไมพอถูกดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองมาแล้วถึงได้รู้สึกประหม่าแบบนี้นะ ทั้งที่เธอจะแทนตัวเองว่าพยาบาลหรือแทนด้วยชื่อเล่นแบบที่ทำเหมือนคนอื่นก็ได้แต่กับผู้ชายคนนี้แล้ว... อดจะเกร็งเรียกแทนตัวเองไม่ถูกเลย
"แทนตัวเองด้วยชื่อ"
"คะ?" หมายความว่าไง
คำเรียกแทนของเจ้าหล่อนทำให้คาลอสเกิดความรู้สึกขัดใจ ฟังดูห่างเหินและน่าหงุดหงิดไปในเวลาเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรมากยังคงปั้นหน้านิ่งเช่นเดิม
"แผลอยู่ตรงไหล่ด้านซ้าย"
"..."
ประโยคบอกกล่าวสั้นๆ ของมาเฟียหนุ่มดึงนานาวให้กลับออกมาจากความมึนงงอีกครั้ง มือเรียวรับหน้าที่เปิดเสื้อสูทตัวหนาของเขาเพราะดูจากท่าทางแล้วหากรอเขาทำเองวันนี้คงไม่ได้ทำอะไรแน่
ริมฝีปากอวบอิ่มเอ่ยขออนุญาตปลดเสื้อตัวหนาออกวางพาดบนพนักพิงหลังโดยที่มีสายตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองการกระทำเธอตลอดเวลา แต่หากจะบอกว่าจ้องมองการกระทำก็คงไม่ถูกเสียทีเดียวเพราะเขาเอาแต่จ้องหน้าเธอลูกเดียวเลยต่างหาก
ความชุ่มและหยาดน้ำเหนียวหนืดบริเวณหัวไล่บอกให้รู้ว่าสิ่งที่ตาเห็นผ่านเนื้อผ้าเสื้อเชิ้ตสีดำนั้นมันไม่ใช่เหงื่อ และยิ่งไม่ใช่น้ำแน่แต่มันคือเลือด ซึ่งเยอะมากมากจนยังอดจะคิดไม่ได้ว่าเจ้าของมันไม่รู้สึกเจ็บบ้างเลยหรือไงกันยังปั้นหน้านิ่งแบบนี้ได้อยู่อีก
"เจ็บนิดนึงนะคะ"
"..."
เหมือนคุยอยู่กับตัวเอง ความเงียบของมาเฟียหนุ่มส่งผลให้คนตัวเล็กเกิดความประหม่า ลมหายใจร้อนกรุ่นที่พ่นเหนือริมฝีปากลงมากระทบซีกแก้มนวลแผ่วเบาทำหัวใจดวงน้อยเต้นแรงอย่างไม่สามารถหักห้ามได้
นานาวถอดเสื้อเชิ้ตสีดำบนกายแกร่งออกเพราะเจ้าตัวไม่ยอมขยับดิ้นเลยสักนิด เอาแต่จ้องหน้าเธอจนตอนนี้สองแก้มเห่อร้อนแดงก่ำลามไปถึงใบหูและลำคอแล้ว
พอเปิดเสื้อออกก็ต้องกลั้นหายใจกลืนน้ำลายอีกครั้งเพราะกล้ามเนื้อเป็นลอนสวยแข็งแกร่งของมาเฟียหนุ่ม เคยทำแผลให้ผู้ชายมาก็เยอะเขาไม่ใช่คนแรกแต่กลับมารู้สึกประหม่าใจเต้นแรงเพราะเขาคนเดียว เกิดเป็นบ้าอะไรขึ้นมานะนานาว!
แผลที่เห็นบนหัวไหล่แกร่งคาดว่าน่าจะมาจากของมีคมแต่เหมือนไม่ใช่มีดเพราะลักษณะใหญ่กว่านั้นแต่จะให้ถามเจ้าตัวคนเจ็บเองใจก็ไม่กล้าพอเหมือนกัน แค่นี้ก็รู้สึกหายใจแทบไม่ออกแล้ว
"ส.. แสบหน่อยนะคะ"
อยู่ๆ ก็หาเสียงตัวเองไม่เจอ รู้สึกได้ว่าหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมาดื้อๆ มือเล็กสั่นเทาจนก้านสำลีชุบแอกอฮอล์ที่เพิ่งยกขึ้นมาสั่นดิ๊กๆ นานาวพยายามดึงสติสนใจแต่บาดแผลของชายหนุ่มแม้จะมีกลิ่นเหงื่อผสานกลิ่นกายหนุ่มอ่อนๆ โชยมาให้ได้สัมผัสทำใจเต้นแรงอยู่ตลอดเวลาก็ตาม
"ซี๊ด~"
"แสบเหรอคะ ขอโทษค่ะ"
"..."
คาลอสจ้องดวงหน้าหวานจิ้มลิ้มที่รีบเงยกลับขึ้นมาเอ่ยขอโทษขอโพยเพียงได้ยินเสียงเขาซู๊ดปากเบาๆ เพราะแรงกดทับลงมาบนแผลอย่างจัง ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงระเรื่อน่าจูบขบเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงนัยน์ตาดำขลับใสซื่อทำให้คนที่พยายามอดกลั้นนั่งนิ่งทนต่อความปวดหนึบกลางกายไม่ไหวอีกต่อไป
มือหนาตวัดรวบเอวคอดของพยาบาลตัวน้อยลงมาบนตักแกร่งท่ามกลางความตกอกตกใจของเจ้าหล่อนที่รีบไขว่คว้าอากาศเพื่อยึดเหนี่ยวตัวเองเอาไว้ สะโพกกลมมนสัมผัสกับความแข็งขึงใต้ร่างได้ยินเสียงครางกระหึ่มในลำคอของเจ้าของตักก็ยิ่งตกใจรีบดีดดิ้นถอยหนี
"นั่งนิ่งๆ"
"ค.. คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะปล่อย"
"จำไม่ได้?"
อะไร? จำอะไรไม่ได้กัน นี่เขาทำแบบนี้คือกำลังพยายามลวมลามเธออยู่ใช่ไหม นานาวพยายามยันมือเล็กที่ว่างเว้นจากการจับก้านสำลีดันอกกว้างแข็งแรงของคนตัวใหญ่ออก ใบหน้าหวานแดงก่ำลมหายเริ่มร้อนรนเพราะความตกใจ
"...ข.. ขอโทษค่ะ แต่เราเคยเจอกันเหรอคะ"
"..."
ดวงตากลมโตแหงนขึ้นมองเข้าไปในดวงตาคมกริบมืดมนคู่นั้น หัวใจดวงน้อยเต้นถี่รัวจนแทบกระดอนออกมานอกอกอีกนิดเดียวใบหน้าของเขาจะแตะกับหน้าเธอแล้วโดยเฉพาะจมูกโด่งคมสันที่เฉียดปลายจมูกเธออยู่ตรงหน้า
"เดี๋ยวฉันทายาอ๊ะ! อื้อ!" นานาวพยายามพูดดึงความสนใจของคาลอสให้กลับมายังแผลบนไหล่มากกว่าแต่นั่นกลับทำให้ความอดของมาเฟียหนุ่มขาดผึ่งกดริมฝีปากลงมาบนกลีบปากนุ่มนิ่มของเธอบดเคล้าเคลึงอย่างรุนแรงราวกับกำลังโกรธอยู่ก็ไม่ปาน
การกระทำอุกอาจทำให้ดวงตากลมโตเบิกโพลงด้วยความตกใจ สัมผัสที่ไม่เคยรับสัมผัสมาก่อนทำลมหายใจหายขาดห้วงไปช่วงขณะหนึ่ง เสียงดูดดึงกลีบปากนุ่มเสียงดังจ๊วบจ๊าบสลับขบเม้มจนบวมเจ่อไม่ได้อยู่ในโสตประสาทรับรู้ของหญิงสาวเลยสักนิด
ความรู้สึกแปลกใหม่เจ็บแปลบดึงสติกลับมาอีกครั้ง แต่นั่นก็นานพอจะปล่อยให้ลิ้นสากร้อนเข้ามาสัมผัสควานหาความหอมหวานในโพรงปากเล็กไปแล้ว
"อื้อ!~"
ตุบ ตุบ ตุบ!
นานาวยกมือทุบอกกว้างแข็งแกร่งแรงๆ ให้ปล่อยเธอออกเพราะลมหายใจที่ถูกช่วงชิงไปบวกกับการกลั้นหายใจไปเมื่อครู่ทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตายให้ได้
เปลือกตาบางปิดแน่นรับรู้ได้ถึงแรงดูดดึงริมฝีปากล่างที่แรงมากๆ เหมือนเขาจงใจทำ หอบหายใจสูดเอาลมเข้าทั้งทางปากและจมูกอย่างรุนแรงจนอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนักหลังได้รับอิสระ มือไม้อ่อนระทวยใบหน้าแดงก่ำเห่อร้อนวูบวาบไปทั่วตัว
ร่างเล็กยังคงถูกกอดรัดจากอ้อมแขนแกร่งบนตักหนา ดวงตาคมจับจ้องดวงหน้าหวานจิ้มลิ้มที่กำลังสูดเอาอากาศเข้าปอดอย่างเอาเป็นเอาตายโดยไม่พูดอะไรจนกระทั่งเจ้าหล่อนเงยหน้าขึ้นมองมาตาขวางเขาจึงประกบปากลงไปดูดดึงกลีบปากอวบอิ่มล่างที่แสนจะนุ่มหอมหวานแรงๆ อีกหนึ่งทีพร้อมกับประโยคคำพูดที่ทำเอาร่างเล็กชะงักกึกความทรงจำน้ำเสียงของเพื่อนหลั่งไหลกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง
"ฉันชื่อคาลอส บาลาสเซีย อย่าลืมอีก..."
คาลอส บาลาสเซีย... คงไม่ใช่...
เจ๊ : ยินดีด้วยนะยัยนาวที่ในที่สุดแกก็ได้มีความสุขสักที : ติดเรียนไปไม่ได้ไว้รอไปรับขวัญหลานแล้วกันKP : ฉันอยากจะหยิกมันให้เนื้อเขียวเลย หนีพวกฉันไปแต่งงานก่อนได้ไง : ถ้าไม่ติดว่าในงานมีผัวในอนาคตฉันอยู่ด้วยนะฉันอาละวาดแน่ เจ๊ : ผัวในอนาคต? @KP ใคร?KP : ไม่บอกปล่อยให้งง ใครใช้ให้พวกแกหนีฉันไปกันหมดเองล่ะเจ๊ : ส่วนตัวมา @KP เจ๊ : ยัยข้าว!นานาวส่ายหน้ายิ้มน้อยๆ ให้บทสนทนาของเพื่อนรักทั้งสอง หนาวยังไม่รู้เรื่องพี่ชายเธอเพราะมีคนที่สถาปนาตัวเองให้เป็นเมียในอนาคตของคนไม่รู้เรื่องด้วยบอกให้ปิดไว้ก่อน จะรอเปิดเซอร์ไพรส์เองในตอนที่จีบติดแล้ว ซึ่งเธอก็รับปากว่าจะไม่บอกแต่ใครจะคิดว่าเจ้าตัวจะมาโป๊ะแตกเสียเองมือเรียวกดส่งสติ๊กเกอร์รูปเด็กผู้หญิงกำลังหัวเราะกลับไปในกลุ่มแชทเพื่อน ข้อความนั้นมันเด้งขึ้นมาตั้งแต่เมื่อคืนดูจากเวลาแล้วน่าจะเป็นตอนที่เธอกับคนรักกำลังเข้าหอกันอยู่.. นิ้วเรียวกดออกจากแชทกลุ่มเพื่อนเลื่อนลงมายังข้อความที่ยังไม่ได้เปิดอ่านอีกสองสามแชทก่อนจะรู้สึกถึงความอุ่นที่เข้ามาโอบร่างเล็กเอาไว้จากทางด้านหลังดวงหน้าหวานแหงนขึ้นเอนวางศีรษะลงไปกับพนักวางมือจ้องคนตัวโตที่เดิ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วและในที่สุดงานมงคลที่ตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อก็มาถึง แต่นั่นมันไม่ใช่สำหรับคนที่เคลียร์ตัวเองทุกอย่างพร้อมตั้งแต่เดือนที่แล้วอย่างคาลอส เขายังรู้สึกว่ากว่าจะถึงวันนี้เวลามันช่างเดินผ่านไปช้าเหลือเกิน ดีหน่อยที่ได้อยู่กับคนรักถึงได้ช่วยแบ่งเบาความเชื่องช้านั้นลงไปได้บ้างร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มในชุดเจ้าบ่าวดูดีสีขาวไปทั้งชุดกำลังยืนล้วงกางเกงทอดสายตามองแขกเหรื่อที่กำลังทยอยกันเข้ามาอย่างแน่นหนาด้วยใบหน้านิ่งๆ งานช่วงเย็นในวันนี้ถูกจัดขึ้นภายในโรงแรมหรูระดับไฮคลาสที่คาลอสเพิ่งได้ลงทุนไปด้วยเม็ดเงินมหาศาล ถือหุ้นในเครือเป็นอันดับสองรองลงมาจากผู้ก่อตั้งเหตุผลที่ลงทุนไปเหรอไม่มีอะไรมากแค่อยู่ใกล้บ้านยายของคนรักข้อเดียวเลยจริงๆ"ไงวะเจ้าบ่าว"เสียงทุ้มติดกวนเล็กน้อยทำให้คาลอสที่กำลังยืนมองตรงไปด้านหน้าต้องหันกลับมายังกลุ่มเพื่อนที่เดินเข้ามาพร้อมกันทั้งสามคน และแน่นอนว่าเจ้าของประโยคทักทายนั่นคือศรัณย์โดยไม่ต้องสงสัย"งานแต่งตัวเองทั้งทีแต่ทำไมมายืนหน้านิ่งอยู่นี่วะ ยิ้มอะทำเป็นหรือเปล่าแขกเมียเห็นคงได้เดินหนีกันหมด""..." มาเฟียหนุ่มทำเพียงพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ แทนคำพูด
หลายวันต่อมา...จุ๊บ~"อื้อ~"มือเรียวยกปัดป้องสิ่งรบกวนการพักผ่อนเปลือกตาบางยังคงปิดแน่นพลิกกายซุกหน้าเข้าหาความอบอุ่นของอกกว้างไม่ยอมตื่นตามการปลุกของอีกคนคาลอสมองคนรักด้วยความเอ็นดูปนหมั่นเขี้ยว จรดริมฝีปากร้อนลงมาบนแก้มนุ่มหนักๆ อีกครั้งพร้อมกับยกร่างเล็กของคนรักขึ้นมากอดรัดแน่นแกล้งเย้าแหย่ ได้ยินเสียงครางอื้ออึงประท้วงจากคนตัวเล็กก็ยิ่งมันเขี้ยวอ้าปากงับแก้มนุ่มนิ่มไม่แรงมากนัก"อื้อ~ อย่ากวนหนู""ตื่นได้แล้ว ขี้เซาจริงๆ เลย""..."มาเฟียหนุ่มกึ่งนั่งกึ่งนอนมองดูร่างเล็กของคนที่ยังไม่ยอมตื่นแล้วได้แต่ส่ายหัวยิ้มน้อยๆ รู้ว่าคนท้องมักจะอ่อนเพลียอยากนอนเยอะมากกว่าปกติคนทั่วไปแต่หากว่าเจ้าหล่อนเอาแต่นอนอยู่แบบนี้มีหวังวันนี้คงไม่ต้องไปไหนแล้ว สิ่งที่คิดไว้ว่าจะทำในวันนี้คงต้องยกเลิกไปดวงตาคมเงยขึ้นมองบ้านทรงไทยหลังขนาดกลางด้านหน้าที่มีเจ้าบ้านออกมายืนรอรับชะเง้อคอยาวรอข้างกันนั้นคือแม่ผู้ให้กำเนิดของเขาเองที่ตื่นเต้นรีบลงจากรถลงไปก่อนแล้วชวนผู้อายุมากกว่าพูดคุยเสียงเจื้อยแจ้ว ส่วนอีกสองคนที่เหลือยืนคนละฝั่งทำหน้าขรึมเหมือนรูปปั้นยักษ์หน้าวัดต่างคนต่างไม่มองหน้ากัน ตอนนี้จึงเหลือเพ
"ทานเยอะๆ นะหนูนาว วันนี้แม่บ้านช่างรู้ใจทำแต่อาหารไทยทั้งนั้นเลยนะ""..."นานาวกวาดสายตามองอาหารบนโต๊ะที่ระรานตาแล้วก็ใจเต้นแรง เพราะมันมีแต่ของโปรดของเธอทั้งหมดเลย อาหารมากกว่าสิบอย่างยังไม่นับรวมผลไม้ของโปรดอย่างชมพู่ทับทิมจันทร์ลูกสีแดงๆ ที่วางอยู่ไม่ไกลนั้นอีกเขาคง... ไม่ได้จัดหาแม่ครัวอาหารไทยมาเพื่อเธอโดยเฉพาะหรอกนะ"ใครบอกว่าแม่บ้านทำครับมัม ผมทำเองต่างหาก"แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรเลยเถิดไปมากกว่านั้น เสียงเข้มๆ ของมาเฟียหนุ่มก็ดังแทรกขึ้นมาพร้อมกับร่างใหญ่ที่เดินเข้ามากับพ่อของเขาดวงตากลมที่เผลอรีบเงยจากอาหารบนโต๊ะขึ้นมายังใบหน้าคมเข้มเจ้าของเสียงเกิดความสั่นไหวหัวใจเต้นแรงเป็นจังหวะระรัวขึ้นมา เมื่อกี้เขาบอกว่า.. เขาเป็นคนทำเองงั้นเหรอคาลอสดึงสายตามาสบกับดวงตากลมโตเล็กน้อยก่อนจะพาตัวเองเดินเข้ามาหาคนตัวเล็กที่ถูกจัดนั่งข้างแม่ผู้ให้กำเนิด หย่อนตัวลงบนเก้าอี้อีกตัวข้างเธอโดยมีแม่บ้านค่อยเลื่อนเก้าอี้ออกให้ มือหนาวางลงบนศีรษะทุยยีผมสวยเบาๆ อย่างอ่อนโยนก่อนจะคลี่ยิ้มให้เล็กน้อยด้วยความเอ็นดู"นี่ลูกบอกว่าทำเองงั้นเหรอ""ครับ ผมเรียนกับเชฟมิชลินอาหารไทยอันดับหนึ่งเพื่อเมียผมคนเ
"นาวสบายดีจ้ายายไม่ต้องเป็นห่วงนะ"'จะไม่ให้ห่วงได้ไง อยู่ๆ มีใครก็ไม่รู้โผล่มาพร้อมกับไอ้กลุ่มผู้ชายตัวใหญ่ๆ แล้วบอกว่าเป็นผัวแกแถมตอนนี้แกยังกำลังท้องลูกเขาอีก แกจะไม่ให้ยายห่วงได้ไงห๊ะ'"เขา... ไปหาแล้วบอกแบบนั้นจริงเหรอ" เสียงหวานแผ่วลง ฟันคมขบกัดกลีบปากล่างเบาๆ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงเต็มไปด้วยความตกใจและกังวล 'ก็ใช่น่ะสิ แถมตอนนั้นพ่อแกยังตั้งท่าจะยิงปืนไล่ยังกับอะไรที่มาพูดจาไม่เข้าหูแบบนั้น ดีที่ยายห้ามไว้ทันเสียก่อนไม่งั้นล่ะก็ไอ้หนุ่มนั่นคงเหลือแต่ร่างที่กลับไปวิญญาณคงไม่ได้กลับแล้วล่ะ'"..." ที่กังวลคือเรื่องนี้ไง ถึงพ่อเธอจะไม่ได้เลี้ยงดูเธอกับน้องมาแต่สายใยรักก็ยังคงผูกรอบกายเธอกับน้องเอาไว้ ใครเลยจะทนไหวหากว่าอยู่ๆ มีคนมาประกาศว่าเป็น.. สามีลูก ทั้งที่ยังไม่ได้ตบแต่งไม่ได้ทำให้ถูกขนบธรรมเนียมด้วยซ้ำ เป็นเธอก็คงจะโกรธเหมือนกัน อีกอย่างคือสองคนไม่ถูกกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้วใครเลยจะยิ้มรับได้กันนานาวเหลือบสายตามองออกไปยังด้านล่างสวนกว้างซึ่งมีต้นไม้และดอกไม้ปลูกตกแต่งรวมไปถึงสนามหญ้าสีเขียวขจีน่าลงไปนอนกลิ้งเล่นเหมือนเด็กนั่นด้วย สายลมที่พัดมาทำให้ปอยผมประบ่าที่ถูกปล่อยสยายปลิว
"เป็นไงบ้าง"เซน่อนยืนจ้องใบหน้าซีดเซียวของนานาวบนเตียงคนป่วยภายในห้องฉุกเฉิน มองสายน้ำเกลือที่เจาะแขนเรียวเอาไว้แล้วรีบหันถามคุณหมอวัยกลางคนที่ยืนตรวจร่างกายคนตัวเล็กมาได้สักพักอย่างใจเย็น ก็ไม่รู้ว่าจะใจเย็นไปทำไมทั้งที่ก็เห็นว่าเธอหมดสติไปแล้วคนปกติดีๆ ที่ไหนจะล้มพรึ่บลงไปต่อหน้าต่อตากัน"คนไข้แค่ร่างกายอ่อนแอเพราะเครียดเลยหมดสติไปน่ะครับ..""จะแค่นั้นได้ยังไงหมอก็เห็นอยู่ว่าน้องสาวผมยังไม่รู้สึกตัวเลย คนหมดสติต้องนานเกือบยี่สิบนาทีแบบนี้เหรอ""ใจเย็นๆ ครับ ผลพวงมันมาจากร่างกายอ่อนแอและกำลังท้องอ่อนๆ ด้วยจึงทำให้เวลานี้ร่างกายมักจะเพลียมากกว่าปกติ นอนพักสักคืนก็สามารถกลับบ้านได้แล้วครับ"คำพูดอธิบายของคุณหมอวัยกลางคนไม่ได้สะดุดใจแกร่งได้เท่ากันคำว่าท้องที่หลุดออกมา เซน่อนสะบัดหน้าเล็กน้อยเรียกสติกำลังจะเอ่ยถามย้ำถึงคำนั้นอีกครั้งแต่ยังไม่ทันจะอ้าปากก็ถูกเสียงเข้มของใครบางคนแทรกขึ้นมาเสียก่อน"เมื่อกี้บอกว่าท้องเหรอ"ทั้งคุณหมอและหัวหน้าองค์กรมังกรดำต่างหันกลับมายังเจ้าของเสียงเข้มด้านหลังแทบทันที คิ้วหนาขมวดเล็กน้อยด้วยความแปลกใจว่าทำไมคนที่เพิ่งแยกกันเมื่อไม่นานนี้ถึงได้มาโผล่ที่น







