เข้าสู่ระบบเท้าเล็กก้าวเข้ามาภายใต้ตึกสูงเกือบยี่สิบชั้นของโรงพยาบาลนานาชาติชื่อดังด้วยรอยยิ้มและแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ดวงตากลมโตเหลือบมองรอบบริเวณพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างหลังรุ่นพี่พยาบาลที่รับหน้าที่ดูแลนักศึกษาพยาบาลฝึกงานเรียกให้เข้ามาพร้อมกับเพื่อนร่วมรุ่นต่างสถาบันต่างๆ
"อ๊ะ! ขอโทษค่ะ"
นานาวชะงักเท้าที่สะดุดเข้ากับเพื่อนรุ่นเดียวกันแต่ต่างมหาลัยที่หยุดยืนด้านหน้าโค้งตัวลงเล็กน้อยเอ่ยขอโทษเสียงเบา ในขณะที่คนที่ตัวเองเดินชนทำเพียงหันมายื้มให้เล็กน้อยเท่านั้น
"สวัสดีค่ะทุกคน พี่ชื่อยี่หวานะคะจะรับหน้าที่ดูแลทุกคนในรุ่นปีนี้ใครมีปัญหาอะไรก็ปรึกษาพี่ได้นะคะ"
"ค่ะ"
"เอาล่ะค่ะตอนนี้เดี๋ยวพี่จะแบ่งน้องๆ ให้ไปยังแต่ละวอร์ดตามรายชื่อในมือนี้นะ"
หลังจากรุ่นพี่พยาบาลเอ่ยจบก็มีการขานชื่อของนักศึกษาพยาบาลทุกคน แบ่งออกไปยังวอร์ดต่างๆ ที่ต้องรับหน้าที่แล้วค่อยมีรุ่นพี่ประจำวอร์ดมารับอีกทีว่าต้องทำอะไรบ้าง นานาวได้อยู่วอร์ดฉุกเฉินกับเพื่อนรุ่นเดียวกันอีกสองคน วันแรกก็รับหน้าที่ดูแลคนไข้ฉุกเฉินทั่วไปก่อนอย่างเช่นทำแผลคนไข้ที่เกิดอุบัติเหตุเลือดตกยางออกเล็กๆ น้อยๆ เพื่อค่อยๆ ปรับตัวไป
นับว่าโชคดีมากที่เธอได้รุ่นพี่พยาบาลที่ดียิ้มแย้มให้ตลอดเวลาแม้จะเจอกับคนไข้สถานการณ์แบบไหนมาก็ตาม และตอนนี้เธอก็กำลังยืนทำแผลให้กับคนไข้ผู้ชายรายหนึ่งที่อยู่ในอาการมึนเมาแล้วเกิดไปมีเรื่องกันมา หัวแตกต้องเย็บสามเข็มคางแตกและมีแผลตามร่างกายเล็กน้อย
"อีกนิดเดียวจะเสร็จแล้วค่ะคนไข้"
"..."
เสียงหวานเอ่ยหว่านล้อมราวกับกำลังหว่านล้อมเด็กน้อยทำให้ชายร่างสูงโปร่งบนเตียงคนไข้จำต้องสลัดความมึนเมาจ้องใบหน้าหวานจิ้มลิ้มภายใต้หน้ากากอนามัยสีขาวสะอาดอย่างห้ามไม่ได้
ดวงตากลมฉ่ำวาวที่จดจ้องมองแผลบนปลายคางทำให้ใบหน้าสวยต้องอยู่ใกล้ใบหน้าอีกคนเพียงคืบ แพขนตาหนางอนยาวที่กระพรือขึ้นลงช้าๆ เป็นจังหวะทำคนเมาเผลอหลงเคลิบเคลิ้มในภวังค์รอบกายเหมือนติดอยู่ในโลกส่วนตัวไร้ผู้คน
"โอ๊ย!"
"แสบหน่อยนะคะเดี๋ยวก็เสร็จแล้วค่ะ"
นานาวดึงดวงตากลมโตขึ้นยังใบหน้าของคนเจ็บเล็กน้อยเอ่ยเสียงหวานปลอบประโลมก่อนจะยั้งน้ำหนักมือที่แทบจะเบาหวิวให้เบามากกว่าเดิมกดสำลีชุบแอลกอฮอล์ลงไปบนแผลสดอีกครั้ง
มือเรียวจัดการเก็บอุปกรณ์กลับไปเก็บยังตำแหน่งสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องนำไปทำความสะอาดฆ่าเชื้อหลังจากทำแลให้คนไข้ชายร่างสูงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะเดินกลับมาดูคนไข้รายอื่นโดยมีสายตาของคนที่เพิ่งได้รับการดูแลมาหมาดๆ คอยเหลือบมองอยู่ตลอดเวลา ความเมาก็เหมือนจะสร่างลงไปมาก
"คุณเชนครับ"
"..."
ดวงตาคมเลื่อนออกจากใบหน้าหวานของพยาบาลสาวไปยังเลขาส่วนตัวที่เดินมาหยุดข้างเตียงเอ่ยเรียกเสียงนิ่ง ข่มตาลงเล็กน้อยสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับอารมณ์ตัวเอง ยังคงรู้สึกมึนหัวและแสบปวดแผลที่เพิ่งได้รับมาอยู่มาก
ราเชนลืมตาขึ้นมาอีกครั้งหลังปรับอารมณ์ให้เย็นลงได้ เหลือบมองตรงไปยังตำแหน่งที่เคยมีร่างเล็กของพยบาลสาวยืนทำหน้าที่อยู่แต่ตอนนี้กลับไม่มีแล้วครู่หนึ่ง ดันตัวขึ้นนั่งหย่อนขาลงข้างเตียงโดดลงจากเตียงคนเจ็บเดินกลับออกไปจากห้องฉุกเฉินพร้อมด้วยร่างสูงของเลขาส่วนตัว
.
.
"โอเคพี่รู้แล้ว ฝากบอกยายด้วยว่าไม่ต้องห่วงพี่สบายดีแล้วก็บอกให้กินข้าวตรงเวลาด้วย แค่นี้แหละพี่ทำงานอยู่"
เสียงหวานกรอกลงไปให้คนในสายให้คลายความกังวลบอกว่าตัวเองสบายดี ไม่ไวเอ่ยสั่งให้กำชับผู้เป็นยายให้ทานอาหารให้ตรงตามเวลาด้วย นานาวสอดโทรศัพท์มือถือลงกลับในกระเป๋าเสื้อหมุนตัวออกจากห้องน้ำมายืนล้างมือหน้าอ่างล้างหน้า พลางสำรวจความเรียบร้อยบนใบหน้าหวานไปด้วย
หลังจากเข้าฝึกงานแบบจริงจังเธอแทบไม่มีเวลาเพราะช่วงที่ผ่านมาคนป่วยฉุกเฉินเยอะมากมาจากอุบัติเหตุทางถนนเสียส่วนใหญ่คงเพราะใกล้ช่วงเทศกาลหยุดยาวผู้คนส่วนใหญ่จึงเดินทางกันเยอะมากขึ้นเลยเกิดเหตุตามท้องถนนเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังมีวันหยุดอาทิตย์ละหนึ่งวันเป็นวันเสาร์อาทิตย์วันไหนที่ไม่ใช่เวรแต่ก็ยังรู้สึกว่าร่างกายยังคงเพลียมากอยู่ดี
ส่วนเรื่องของผู้ชายคนนั้นที่เพื่อนเธอเคยเอ่ยถึง... เขาไม่ได้มาตามหรือมาทำอะไรให้เธอเหมือนที่เพื่อนกังวลเลย เธอลืมไปแล้วด้วยซ้ำแต่พอถูกเพื่อนสะกิดให้ก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ แต่หน้าตาที่เพื่อนเคยให้ดูจากในอินเทอร์น็ตก็ไม่หลงเหลือในความทรงจำเลยสักนิด รู้แค่ว่าเขาหล่อมากเท่านั้นเอง
นี่ก็ผ่านมาสามอาทิตย์แล้วเขาคงจะไม่ได้สนใจเธอมากขนาดนั้นหรอก อีกอย่างหากเขาเป็นมาเฟียจริงก็คงไม่มีเวลามายุ่งกับคนธรรมดาตัวเล็กๆ แบบเธอหรอก เอาเวลานั้นไปทำอย่างอื่นยังมีประโยชน์กว่าอีก
"นาวพี่ฝากเอาเอกสารไปให้คุณหมอชลที"
"ได้ค่ะพี่ยี่หวา"
เท้าเล็กก้าวเดินตามเส้นทางไปยังแผนกตึกพิเศษที่ต้องเดินเข้าลึกเข้าไปด้านในตัวตึกอีกที ตึกนี้จะเป็นตึกสำหรับผู้ป่วยวีไอพีไปจนถึงวีวีไอพีและเป็นตึกที่ผู้บริหารอยู่ด้วย ส่วนมากพยาบาลหรือนักศึกษาพยาบาลตัวเล็กๆ อย่างเธอจะไม่ค่อยได้เข้ามาในตึกนี้มากนัก รอบด้านตึกจะเงียบมากกว่าด้านนอกมากเพราะไม่มีผู้คนพลุกพล่าน ตามจุดยังมีชายใส่ชุดสีดำเฝ้าดูแลความปลอดภัยจะเรียกว่ายามก็น่าจะได้ในความรู้สึกของเธอ
"สวัสดีค่ะคุณหมอชล"
เสียงหวานเอ่ยทักทายคุณหมอสาวที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีเพราะเธอชอบเทียวไปแผนกฉุกเฉินตลอดหากว่างเว้นจากคนไข้พิเศษแล้ว คุณหมอสาวฉีกยิ้มหวานให้กับนานาวก่อนจะเอ่ยทักทายกลับด้วยความเป็นมิตรเช่นกัน เธอได้ฉายาว่าเป็นดาวโรงพยาบาลเพราะออร่าความสวยที่เปล่งประกายและรอยยิ้มที่มักได้เห็นตลอดเวลานั้น
"เอกสารที่คุณหมอต้องการค่ะ"
"ขอบใจจ้า"
นานาวยืนหน้าโต๊ะทำงานของคุณหมอคนสวยแอบเผลอยืนชื่นชมความสวยงามของเจ้าหล่อนแล้วก็ยิ้มให้กับตัวเองบ่อยๆ คิดว่าหากตัวเองมีออร่าเปล่งประกายได้เสี้ยวหนึ่งของคุณหมอดาวประจำโรงพยาบาลเธอก็คงจะภูมิใจไม่น้อยเลย
ริมฝีปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มบางๆ เอ่ยพูดคุยสัพเพเหระกับคุณหมอคนสวยประจำโรงพยาบาลอีกเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับไปยังห้องฉุกเฉินพร้อมกับเอกสารอีกฉบับที่คุณหมอสาวเอ่ยฝากไปด้วย
ระหว่างทางที่เงียบเชียบได้ยินเพียงเสียงรองเท้าตัวเองตกกระทบกับพื้นด้านล่างก็เกิดมีเสียงฝีเท้าหนักของกลุ่มคนจำนวนมากกว่าห้าชีวิตก้าวเดินเข้ามาจากทางด้านหน้าเช่นกัน นานาวเงยหน้าขึ้นยังกลุ่มจำนวนคนที่กำลังจะเดินสวนกันเผลอหยุดเท้าจ้องมองชายร่างสูงใหญ่ที่ดูยังไงก็ไม่ใช่คนเชื้อชาติเดียวกันกำลังเดินหน้านิ่งตรงมาทางนี้
ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาสะกิดก้อนเนื้อก้อนเล็กในอกข้างซ้ายให้กระตุกเข้าอย่างจัง โครงหน้าคมเข้มเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนของหนึ่งในจำนาวนกลุ่มคนนั้นทำลำคอเล็กแห้งผากแต่ก็จำไม่ได้ว่าเคยเห็นเขาจากที่ไหน ดวงตาคมกริบไม่ได้ปรายมายังจุดที่เธอยืนเลยด้วยซ้ำแต่อย่างนั้นก็ยังรับรู้ได้ถึงความกดดันน่ากลัวจากดวงตาคู่นั้นอยู่ดี
"คุณคาลอส"
นานาวเอี้ยวตัวตามเสียงหวานหยดของคุณหมอสาวที่เพิ่งพูดคุยกันเมื่อครู่ เหมือนเธอจะเอ่ยทักหนึ่งในกลุ่มชายร่างสูงใหญ่นั้นนะ เพราะเพียงแค่เสียงหวานดังขึ้นชายร่างสูงใหญ่จำนวนห้าชีวิตก็หยุดชะงักหันมาตามเสียง
กลิ่นหอมอ่อนๆ จากน้ำหอมของคุณหมอสาวโชยผ่ายตามร่างบอบบางที่เดินตรงไปยังชายร่างสูงใหญ่ทำนานาวได้สติ สลัดความคิดในหัวออกหมุนตัวเดินออกไปจากบริเวณนี้โดยไม่รู้เลยสักนิดว่ามีดวงตาคมกริบของเจ้าของชื่อที่หลุดออกมาจากริมฝีปากสวยของคุณหมอสาวมองตามไปจนลับแผ่นหลังเล็กนั้น
คาลอสดึงสายตากลับยังคุณหมอสาวที่เดินเข้ามาหาพร้อมด้วยรอยยิ้มหวานหยดชนิดที่มดยังต้องวิ่งเข้าหา ใบหน้าสวยดวงตากลมมนจ้องมองเขาอย่างไม่ปกปิดความรู้สึก เจ้าหล่อนจะมาทักทายเขาทุกครั้งที่มาที่นี่จะเรียกว่าสนิทกับเธอก็คงเรียกได้ไม่สนิทปากเพราะเธอเป็นญาติของเพื่อนสนิทเจ้าของโรงพยาบาลนี้ แต่หากจะบอกว่าไม่สนิทเลยก็พบเจอกันบ่อยๆ ก็คงไม่เชิงอีกเช่นกัน
หนึ่งในหญิงสาวที่เขาใกล้ชิดและพูดคุยด้วยมากที่สุดเห็นจะเป็นเจ้าของรอยยิ้มหวานหยดนี้ได้ เพราะนอกจากแม่ผู้ให้กำเนิดแล้วก็เห็นจะมีแค่ผู้หญิงที่เป็นญาติของเพื่อนสนิทคนนี้เท่านั้นที่ได้สิทธิ์ใกล้เขามากกว่าผู้หญิงคนอื่นนอกจากเรื่องเซ็กส์ แต่ก็ไม่ได้ใกล้มากจนล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของเขาได้เช่นกัน
ดวงตาคมเหลือบหางตายังลูกน้องคนสนิทที่ยืนข้างกัน ส่งสายตาเป็นเชิงสั่งงานแม้ไม่ได้ออกเสียงเครย์ตันก็รู้หน้าที่เลี่ยงเดินออกมาทันที เท้าหนักของมือขวาคนสนิทเดินตามเจ้าของร่างเล็กที่เดินหายไปก่อนหน้านี้ด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ได้ยินเสียงคล้อยหลังของหญิงสาวด้านหลังที่เอ่ยถามเจ้านายหลายประโยคแต่กลับไร้เสียงตอบกลับจากมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด
เจ๊ : ยินดีด้วยนะยัยนาวที่ในที่สุดแกก็ได้มีความสุขสักที : ติดเรียนไปไม่ได้ไว้รอไปรับขวัญหลานแล้วกันKP : ฉันอยากจะหยิกมันให้เนื้อเขียวเลย หนีพวกฉันไปแต่งงานก่อนได้ไง : ถ้าไม่ติดว่าในงานมีผัวในอนาคตฉันอยู่ด้วยนะฉันอาละวาดแน่ เจ๊ : ผัวในอนาคต? @KP ใคร?KP : ไม่บอกปล่อยให้งง ใครใช้ให้พวกแกหนีฉันไปกันหมดเองล่ะเจ๊ : ส่วนตัวมา @KP เจ๊ : ยัยข้าว!นานาวส่ายหน้ายิ้มน้อยๆ ให้บทสนทนาของเพื่อนรักทั้งสอง หนาวยังไม่รู้เรื่องพี่ชายเธอเพราะมีคนที่สถาปนาตัวเองให้เป็นเมียในอนาคตของคนไม่รู้เรื่องด้วยบอกให้ปิดไว้ก่อน จะรอเปิดเซอร์ไพรส์เองในตอนที่จีบติดแล้ว ซึ่งเธอก็รับปากว่าจะไม่บอกแต่ใครจะคิดว่าเจ้าตัวจะมาโป๊ะแตกเสียเองมือเรียวกดส่งสติ๊กเกอร์รูปเด็กผู้หญิงกำลังหัวเราะกลับไปในกลุ่มแชทเพื่อน ข้อความนั้นมันเด้งขึ้นมาตั้งแต่เมื่อคืนดูจากเวลาแล้วน่าจะเป็นตอนที่เธอกับคนรักกำลังเข้าหอกันอยู่.. นิ้วเรียวกดออกจากแชทกลุ่มเพื่อนเลื่อนลงมายังข้อความที่ยังไม่ได้เปิดอ่านอีกสองสามแชทก่อนจะรู้สึกถึงความอุ่นที่เข้ามาโอบร่างเล็กเอาไว้จากทางด้านหลังดวงหน้าหวานแหงนขึ้นเอนวางศีรษะลงไปกับพนักวางมือจ้องคนตัวโตที่เดิ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วและในที่สุดงานมงคลที่ตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อก็มาถึง แต่นั่นมันไม่ใช่สำหรับคนที่เคลียร์ตัวเองทุกอย่างพร้อมตั้งแต่เดือนที่แล้วอย่างคาลอส เขายังรู้สึกว่ากว่าจะถึงวันนี้เวลามันช่างเดินผ่านไปช้าเหลือเกิน ดีหน่อยที่ได้อยู่กับคนรักถึงได้ช่วยแบ่งเบาความเชื่องช้านั้นลงไปได้บ้างร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มในชุดเจ้าบ่าวดูดีสีขาวไปทั้งชุดกำลังยืนล้วงกางเกงทอดสายตามองแขกเหรื่อที่กำลังทยอยกันเข้ามาอย่างแน่นหนาด้วยใบหน้านิ่งๆ งานช่วงเย็นในวันนี้ถูกจัดขึ้นภายในโรงแรมหรูระดับไฮคลาสที่คาลอสเพิ่งได้ลงทุนไปด้วยเม็ดเงินมหาศาล ถือหุ้นในเครือเป็นอันดับสองรองลงมาจากผู้ก่อตั้งเหตุผลที่ลงทุนไปเหรอไม่มีอะไรมากแค่อยู่ใกล้บ้านยายของคนรักข้อเดียวเลยจริงๆ"ไงวะเจ้าบ่าว"เสียงทุ้มติดกวนเล็กน้อยทำให้คาลอสที่กำลังยืนมองตรงไปด้านหน้าต้องหันกลับมายังกลุ่มเพื่อนที่เดินเข้ามาพร้อมกันทั้งสามคน และแน่นอนว่าเจ้าของประโยคทักทายนั่นคือศรัณย์โดยไม่ต้องสงสัย"งานแต่งตัวเองทั้งทีแต่ทำไมมายืนหน้านิ่งอยู่นี่วะ ยิ้มอะทำเป็นหรือเปล่าแขกเมียเห็นคงได้เดินหนีกันหมด""..." มาเฟียหนุ่มทำเพียงพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ แทนคำพูด
หลายวันต่อมา...จุ๊บ~"อื้อ~"มือเรียวยกปัดป้องสิ่งรบกวนการพักผ่อนเปลือกตาบางยังคงปิดแน่นพลิกกายซุกหน้าเข้าหาความอบอุ่นของอกกว้างไม่ยอมตื่นตามการปลุกของอีกคนคาลอสมองคนรักด้วยความเอ็นดูปนหมั่นเขี้ยว จรดริมฝีปากร้อนลงมาบนแก้มนุ่มหนักๆ อีกครั้งพร้อมกับยกร่างเล็กของคนรักขึ้นมากอดรัดแน่นแกล้งเย้าแหย่ ได้ยินเสียงครางอื้ออึงประท้วงจากคนตัวเล็กก็ยิ่งมันเขี้ยวอ้าปากงับแก้มนุ่มนิ่มไม่แรงมากนัก"อื้อ~ อย่ากวนหนู""ตื่นได้แล้ว ขี้เซาจริงๆ เลย""..."มาเฟียหนุ่มกึ่งนั่งกึ่งนอนมองดูร่างเล็กของคนที่ยังไม่ยอมตื่นแล้วได้แต่ส่ายหัวยิ้มน้อยๆ รู้ว่าคนท้องมักจะอ่อนเพลียอยากนอนเยอะมากกว่าปกติคนทั่วไปแต่หากว่าเจ้าหล่อนเอาแต่นอนอยู่แบบนี้มีหวังวันนี้คงไม่ต้องไปไหนแล้ว สิ่งที่คิดไว้ว่าจะทำในวันนี้คงต้องยกเลิกไปดวงตาคมเงยขึ้นมองบ้านทรงไทยหลังขนาดกลางด้านหน้าที่มีเจ้าบ้านออกมายืนรอรับชะเง้อคอยาวรอข้างกันนั้นคือแม่ผู้ให้กำเนิดของเขาเองที่ตื่นเต้นรีบลงจากรถลงไปก่อนแล้วชวนผู้อายุมากกว่าพูดคุยเสียงเจื้อยแจ้ว ส่วนอีกสองคนที่เหลือยืนคนละฝั่งทำหน้าขรึมเหมือนรูปปั้นยักษ์หน้าวัดต่างคนต่างไม่มองหน้ากัน ตอนนี้จึงเหลือเพ
"ทานเยอะๆ นะหนูนาว วันนี้แม่บ้านช่างรู้ใจทำแต่อาหารไทยทั้งนั้นเลยนะ""..."นานาวกวาดสายตามองอาหารบนโต๊ะที่ระรานตาแล้วก็ใจเต้นแรง เพราะมันมีแต่ของโปรดของเธอทั้งหมดเลย อาหารมากกว่าสิบอย่างยังไม่นับรวมผลไม้ของโปรดอย่างชมพู่ทับทิมจันทร์ลูกสีแดงๆ ที่วางอยู่ไม่ไกลนั้นอีกเขาคง... ไม่ได้จัดหาแม่ครัวอาหารไทยมาเพื่อเธอโดยเฉพาะหรอกนะ"ใครบอกว่าแม่บ้านทำครับมัม ผมทำเองต่างหาก"แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรเลยเถิดไปมากกว่านั้น เสียงเข้มๆ ของมาเฟียหนุ่มก็ดังแทรกขึ้นมาพร้อมกับร่างใหญ่ที่เดินเข้ามากับพ่อของเขาดวงตากลมที่เผลอรีบเงยจากอาหารบนโต๊ะขึ้นมายังใบหน้าคมเข้มเจ้าของเสียงเกิดความสั่นไหวหัวใจเต้นแรงเป็นจังหวะระรัวขึ้นมา เมื่อกี้เขาบอกว่า.. เขาเป็นคนทำเองงั้นเหรอคาลอสดึงสายตามาสบกับดวงตากลมโตเล็กน้อยก่อนจะพาตัวเองเดินเข้ามาหาคนตัวเล็กที่ถูกจัดนั่งข้างแม่ผู้ให้กำเนิด หย่อนตัวลงบนเก้าอี้อีกตัวข้างเธอโดยมีแม่บ้านค่อยเลื่อนเก้าอี้ออกให้ มือหนาวางลงบนศีรษะทุยยีผมสวยเบาๆ อย่างอ่อนโยนก่อนจะคลี่ยิ้มให้เล็กน้อยด้วยความเอ็นดู"นี่ลูกบอกว่าทำเองงั้นเหรอ""ครับ ผมเรียนกับเชฟมิชลินอาหารไทยอันดับหนึ่งเพื่อเมียผมคนเ
"นาวสบายดีจ้ายายไม่ต้องเป็นห่วงนะ"'จะไม่ให้ห่วงได้ไง อยู่ๆ มีใครก็ไม่รู้โผล่มาพร้อมกับไอ้กลุ่มผู้ชายตัวใหญ่ๆ แล้วบอกว่าเป็นผัวแกแถมตอนนี้แกยังกำลังท้องลูกเขาอีก แกจะไม่ให้ยายห่วงได้ไงห๊ะ'"เขา... ไปหาแล้วบอกแบบนั้นจริงเหรอ" เสียงหวานแผ่วลง ฟันคมขบกัดกลีบปากล่างเบาๆ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงเต็มไปด้วยความตกใจและกังวล 'ก็ใช่น่ะสิ แถมตอนนั้นพ่อแกยังตั้งท่าจะยิงปืนไล่ยังกับอะไรที่มาพูดจาไม่เข้าหูแบบนั้น ดีที่ยายห้ามไว้ทันเสียก่อนไม่งั้นล่ะก็ไอ้หนุ่มนั่นคงเหลือแต่ร่างที่กลับไปวิญญาณคงไม่ได้กลับแล้วล่ะ'"..." ที่กังวลคือเรื่องนี้ไง ถึงพ่อเธอจะไม่ได้เลี้ยงดูเธอกับน้องมาแต่สายใยรักก็ยังคงผูกรอบกายเธอกับน้องเอาไว้ ใครเลยจะทนไหวหากว่าอยู่ๆ มีคนมาประกาศว่าเป็น.. สามีลูก ทั้งที่ยังไม่ได้ตบแต่งไม่ได้ทำให้ถูกขนบธรรมเนียมด้วยซ้ำ เป็นเธอก็คงจะโกรธเหมือนกัน อีกอย่างคือสองคนไม่ถูกกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้วใครเลยจะยิ้มรับได้กันนานาวเหลือบสายตามองออกไปยังด้านล่างสวนกว้างซึ่งมีต้นไม้และดอกไม้ปลูกตกแต่งรวมไปถึงสนามหญ้าสีเขียวขจีน่าลงไปนอนกลิ้งเล่นเหมือนเด็กนั่นด้วย สายลมที่พัดมาทำให้ปอยผมประบ่าที่ถูกปล่อยสยายปลิว
"เป็นไงบ้าง"เซน่อนยืนจ้องใบหน้าซีดเซียวของนานาวบนเตียงคนป่วยภายในห้องฉุกเฉิน มองสายน้ำเกลือที่เจาะแขนเรียวเอาไว้แล้วรีบหันถามคุณหมอวัยกลางคนที่ยืนตรวจร่างกายคนตัวเล็กมาได้สักพักอย่างใจเย็น ก็ไม่รู้ว่าจะใจเย็นไปทำไมทั้งที่ก็เห็นว่าเธอหมดสติไปแล้วคนปกติดีๆ ที่ไหนจะล้มพรึ่บลงไปต่อหน้าต่อตากัน"คนไข้แค่ร่างกายอ่อนแอเพราะเครียดเลยหมดสติไปน่ะครับ..""จะแค่นั้นได้ยังไงหมอก็เห็นอยู่ว่าน้องสาวผมยังไม่รู้สึกตัวเลย คนหมดสติต้องนานเกือบยี่สิบนาทีแบบนี้เหรอ""ใจเย็นๆ ครับ ผลพวงมันมาจากร่างกายอ่อนแอและกำลังท้องอ่อนๆ ด้วยจึงทำให้เวลานี้ร่างกายมักจะเพลียมากกว่าปกติ นอนพักสักคืนก็สามารถกลับบ้านได้แล้วครับ"คำพูดอธิบายของคุณหมอวัยกลางคนไม่ได้สะดุดใจแกร่งได้เท่ากันคำว่าท้องที่หลุดออกมา เซน่อนสะบัดหน้าเล็กน้อยเรียกสติกำลังจะเอ่ยถามย้ำถึงคำนั้นอีกครั้งแต่ยังไม่ทันจะอ้าปากก็ถูกเสียงเข้มของใครบางคนแทรกขึ้นมาเสียก่อน"เมื่อกี้บอกว่าท้องเหรอ"ทั้งคุณหมอและหัวหน้าองค์กรมังกรดำต่างหันกลับมายังเจ้าของเสียงเข้มด้านหลังแทบทันที คิ้วหนาขมวดเล็กน้อยด้วยความแปลกใจว่าทำไมคนที่เพิ่งแยกกันเมื่อไม่นานนี้ถึงได้มาโผล่ที่น