เข้าสู่ระบบอึก!
นานาวกลืนน้ำลายลงคอจ้องใบหน้าคมเข้มเรียบนิ่งเย็นชาของคนที่เอ่ยแนะนำตัวเองว่าชื่อ คาลอส บาลาสเซีย ด้วยใบหน้าถอดสี
ผ่านมาสามอาทิตย์เธอคิดว่าเขาคงจะไม่สนใจอะไรกับผู้หญิงธรรมดาตัวเล็กๆ แบบเธอแล้วเสียอีก แต่นี้เขากลับมาหาเธอถึงที่แบบนี้... คงไม่คิดจะฆ่าเธอเพราะเผลอไปสัมผัสส่วนหวงห้ามตอนเมาหรอกนะ
มือไม้เย็นเฉียบอ่อนโรยแรงจนก้านสำลีในมือหล่นหายไปตอนไหนไม่รู้ได้ ยังจ้องใบหน้าคมเข้มของมาเฟียหนุ่มอยู่อย่างนั้นราวกับวิญญาณถูกดึงหลุดไปอีกโลกหนึ่ง จนกระทั่ง...
"อื้อ! ข... ขอโทษค่ะ คืนนั้นฉันเมาฉันไม่ได้ตั้งใจคุณอย่าใส่ใจเลยนะคะ อย่าฆ่าฉันเลยนะคะ" จมูกโด่งคมสันที่โน้มลงมาหาอีกครั้งนานาวจึงจำต้องรีบหันหลบหันรีหันขวางเอ่ยเสียงตื่นพร้อมกับยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองหนึ่งข้าง ส่วนอีกข้างยกปิดปากชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เอาไว้
คาลอสหลุบมองมือเล็กที่ยกปิดปากตัวเอง กดจูบฝ่ามือนุ่มหอมกรุ่นเฉพาะตัวของเจ้าหล่อนทำให้เจ้าของรีบลนลานดึงมือกลับแทบทันที
"ก็จำได้นี่"
"จ... จำไม่ได้ค่ะ"
"จำไม่ได้? ต้องให้ทวนความจำอีกรอบ" เอียงคอถามยียวน ยิ่งเห็นท่าทางลุกลี้ลุลนของสาวเจ้าก็ยิ่งนึกสนุก เหยียดยิ้มมุมปากโน้มลงมาใกล้ใบหูเล็กหอมกรุ่น
"อื้อ..." ส่ายหน้าพัลวันบอกว่าไม่จำเป็นทั้งที่มือยังคงปิดปากตัวเองแน่น
พวงแก้มนวลแดงเรื่อผิวนุ่มยุบไปตามน้ำหนักการกดของมือเล็กดวงตากลมโตดูตื่นกลัวเป็นอย่างมาก
คาลอสส่งเสียงขำดังหึในลำคอยกมือขึ้นเคาะนิ้วลงบนสันจมูกโด่งเชิดรั้นเบาๆ เป็นจังหวะเวลาเดียวกับที่ประตูห้องถูกเปิดเข้ามาจากฝีมือคนด้านนอก
นานาวหันมองตามเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เดินเข้ามา พอเห็นว่าเป็นผู้ชายร่างใหญ่ที่ไปตามเธอขึ้นมาก็พยายามดีดดิ้นอีกครั้งเพื่อลงจากตักแกร่ง รู้สึกหน้าร้อนขึ้นมาอีกครั้งเพียงแค่มีบุคคลที่สามอยู่ในห้องด้วย
"นั่งนิ่งๆ หรืออยากให้ฉันทวนเรื่องคืนนั้น" เอ่ยเสียงเย็นชิดแก้มนุ่มหอมกรุ่นโดยไม่คิดสนใจลูกน้องคนสนิทที่เดินมาหยุดไม่ไกลเลยสักนิด
คนบนตักได้แต่ดีดดิ้นแต่พอไม่สามารถทำอะไรได้ก็จำยอมต้องหยุดนิ่ง คำขู่เสียงเย็นแม้ไม่รู้ชะตากรรมว่าจะถูกลงโทษด้วยวิธีการใดแต่ก็ยังสามารถทำให้สมองน้อยๆ ของเธอคิดไปไกลถึงวิธีการลงโทษป่าเถื่อนโหดร้ายต่างๆ นานาที่เคยเห็นในหนัง
"ว่ามา"
"..."
เครย์ตันเหลือบมองหญิงสาวร่างเล็กบนตักของเจ้านายหนุ่มอย่างไม่ไว้ใจ แต่พอได้ยินเสียงเย็นของผู้เป็นนายเอ่ยมาจึงจำต้องรายงานเรื่องสำคัญก่อน
"สินค้าที่ส่งข้ามไปฮ่องกงมีปัญหาครับ ตอนนี้คุณบดินทร์และคนอื่นๆ กำลังรอนายอยู่ที่ห้องประชุมครับ" แต่ก็เลือกที่จะไม่เอ่ยชื่อบุคคลที่สามออกมานอกเสียจากชื่อของเจ้าของโรงพยาบาลที่หญิงสาวรู้จักอยู่แล้วเท่านั้น เพื่อกันความปลอดภัยไว้ก่อน
"สินค้าข้ามไปฮ่องกง... คนของไอ้ศรัณย์ดูแล?"
"ครับ"
"...อือ ออกไปก่อน"
ลิ้นสากดุนกระพุ้งแก้มระบายความหงุดหงิด ใบหน้าคมเข้มยังคงเรียบนิ่งแม้ในใจจะรู้สึกหงุดหงิดมากแค่ไหนก็ตาม
"ทำแผลต่อ"
"อ๊ะ!"
ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ หลังสัมผัสเย็นจากฝ่ามือหนาแตะลงมากลางหลัง เมื่อครู่เพื่อความปลอดภัยของตัวเองนานาวจึงปิดผนึกสัมผัสทั้งหกของตัวเองไว้ ทำเป็นคนหูหนวกตาบอดกายเป็นอากาศธาตุไปชั่วครู่เพราะไม่อยากเพิ่มโทษให้ตัวเองมากกว่าที่มีอยู่
หลับตาแน่นท่องสูตรคูณในใจอย่างเอาเป็นเอาตายจนเครย์ตันเดินจากออกไปก็ยังไม่รู้สึก จนกระทั่งฝ่ามือเย็นทาบลงมากลางหลังถึงได้ดึงสติกลับมา
"ฉันไม่ได้ยินอะไรสักอย่างเลยนะคะ" นานาวพยักหน้าหงึกหงักเอ่ยแก้ตัวให้ตัวเองโดยที่ยังไม่มีคำคาดค้านแต่อย่างใดออกมาจากริมฝีปากหนา ได้ยินมาว่างานของพวกมาเฟียแต่ละอย่างมีแต่ผิดกฎหมายทั้งนั้นเพราะฉะนั้นทำทีเป็นคนหัวหนวกตาบอดน่ะดีสำหรับตัวเองที่สุดแล้ว
"..."
"คุณปล่อยฉันลงก่อนดีไหมคะนั่งแบบนี้แล้วมันไม่ถนัด..."
"อยากนอน?"
"..."
เขากำลังกวนตีนอยู่ใช่ไหม คำถามนี้ได้แต่คิดในใจแต่ไม่กล้าพูดออกไปหรอก
นานาวเอี้ยวตัวหยิบก้านสำลีล้างแผลก้านใหม่ชุบแอลกอฮอล์ยกขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดแผลบนหัวไหล่ให้เจ้าของตักที่กำลังนั่งทับอีกครั้ง ริมฝีปากอวบอิ่มรูปกระจับเผลอยื่นออกอย่างขัดใจ ทำปากขมุบขมิบงึมงำหายใจฟึดฟัดแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาให้ตัวเองลำบากไปกว่านี้
พยายามปกปิดสงวนท่าทีให้ได้มากที่สุดแต่ก็ยังไม่สามารถปกปิดคนที่ช่างสังเกตอย่างคาลอสได้อยู่ดี
ดวงตาคมยังคงจับจ้องยังดวงหน้าหวานจิ้มลิ้มบึ้งตึง รู้สึกอารมณ์ดีอย่างประหลาดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อาจเป็นเพราะแก้มป่องๆ แดงเรื่อของสาวเจ้าที่กำลังทำ และลมหายใจฟึดฟัดขัดใจนั่นมันน่าแกล้งมากในความรู้สึกส่วนตัว
เธอไม่เหมือนใคร ความรู้สึกส่วนลึกบอกกับเขาแบบนั้น
คาลอสนั่งให้พยาบาลตัวน้อยได้ทำแผลบนหัวไหล่ให้เสร็จสรรพโดยไม่ได้พูดหรือทำอะไรมากกว่านั่งจ้องดวงหน้าหวานนิ่งๆ เพราะเขายังมีงานที่ยังต้องรีบไปจัดการอยู่
เผลอกลืนน้ำลายก็หลายครั้งเพราะความอึดอัดอยากปลดปล่อยเพียงได้กลิ่นหอมๆ และแรงขยับบดเบียดสะโพกมนบนหน้าตักแต่ก็ต้องข่มเอาไว้ก่อนเพราะหากให้เขาต้องลงมือทำอะไรตอนนี้ เพียงช่วงเวลาสั้นๆ คงไม่พอแน่
"ฟูว์~"
หลังทำแผลให้กับมาเฟียหนุ่มเสร็จเขาก็เดินออกไปเลย คราแรกนานาวยังหวั่นใจคิดว่าจะโดนคาดโทษหรือทำโทษเสียอีก แต่พอเขาเดินออกไปโดยไม่ได้หันกลับมาพูดอะไรนั่นจึงทำให้เธอโล่งอกมาก
มือเรียวจัดการเก็บอุปกรณ์ผ้าชุ่มเลือดกลับลงในถาดเหมือนเดิม ยกถาดใบเล็กเดินออกจากห้องมาตรงไปยังลิฟต์เพื่อพาตัวเองลงกลับไปยังที่ที่ของตัวเองโดยไม่สนใจหันเหลียวมองด้านหลังอีก
"ได้ข่าวว่ามึงถ่อมาทำแผลถึงนี่... จริงเหรอวะ" คำถามเชิงกวนตีนที่เอ่ยออกมามีศรัณย์เป็นเจ้าของ รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาของหนุ่มเอเชียทำให้คนที่เพิ่งเดินเข้ามาชักสีหน้าใส่เล็กน้อย
"จัดการคนของมึงให้ได้ก่อนค่อยมาเสือกเรื่องกู"
"หึ" ศรัณย์ยกแก้วเหล้าสีอำพันในมือขึ้นกระดกลงคอไม่ได้เดือดร้อนอะไรกับคำพูดเชิงกระแนะกระแหนของเพื่อน
ก่อนภายในห้องจะกลับเข้าสู่โหมดจริงจังทำบรรยากาศรอบข้างดูเยือกเย็นตาม ใบหน้าจริงจังของแต่ละคนไม่นับรวมคนที่ทำตัวสบายๆ อย่างศรัณย์แม้ครั้งนี้จะเป็นความประมาทของตัวเองก็ตามแต่เขาก็ย่อมมีวิธีจัดการกับคนของตัวเองในแบบของตัวเอง
ภายในกลุ่มเพื่อนสนิทที่ร่ำเรียนด้วยกันมาตั้งแต่อายุเข้าสู่เลขสองหลักต้นๆ มีกันทั้งหมดสี่คน ซึ่งโปรไฟล์แต่ละคนนั้นไม่ได้ธรรมดาเลยสักนิด
คาลอสเป็นทายาทมาเฟียรุ่นที่สิบสามที่สืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นนับจากรุ่นบรรพบุรุษครอบครองทั่วทั้งตุรกีโดยจะมีแขนงแยกเป็นสาขาให้เหล่าหัวหน้าแต่ละสาขาดูแลทั่วทั้งประเทศ
ธุรกิจที่รับช่วงต่อกันมาจะเป็นการค้าอาวุธสงครามเถื่อนและครอบครองท่าเรือรวมไปถึงธุรกิจเกี่ยวกับการขนส่งทั้งหมดในประเทศ
บดินทร์นายแพทย์หนุ่มเจ้าของโรงพยาบาลนานาชาติชื่อดังทายาทเพียงคนเดียวที่ต้องสืบต่อธุรกิจโรงพยาบาลของครอบครัวแต่เบื้องลึกเบื้องหลังนั้นเขาก็ยังคงมีธุรกิจมืดที่ร่วมกันทำมากับเพื่อนสนิท จะเรียกเขาว่าเป็นสีขาวทั้งหมดก็ไม่ใช่เพราะน้อยคนมากที่จะรู้จักตัวตนของเขาจริงๆ
ศรัณย์เจ้าพ่อคาสิโนบ่อนการพนันรวมไปถึงเงินกู้ทั้งในและนอกระบบ มีสาขาแหล่งอบายมุขทั้งในและนอกประเทศมากกว่าสิบประเทศ เจ้าเล่ห์เพทุบาย โหดเหี้ยมสมกับฉายาเจ้าพ่อคาสิโนและเงินกู้
คนสุดท้ายอังเดรเป็นบุคคลอันตรายที่ใครๆ ต่างก็ไม่อยากเข้าหา ขึ้นชื่อเรื่องความเลือดเย็นมากที่สุดในกลุ่ม ฆ่าคนโดยไม่กระพริบตาทายาทตระกูลมาเฟียที่โหดที่สุดที่ถืออำนาจเด็ดขาดจากประเทศที่ขึ้นชื่อของโลกว่าเป็นประเทศมาเฟียอย่างอิตาลี ธุรกิจที่สืบทอดต่อกันมาเป็นธุรกิจมืดทั้งหมด เรียกได้ว่าเป็นบุคคลในความมืดเลยก็ว่าได้
"ว่าแต่... รอยลิปสติกบนปากมึงนี่ยังไงวะ"
"..."
คำถามกวนๆ ของศรัณย์ทำให้ทั้งหมดหันเหความสนใจกลับมายังคาลอสอีกครั้งหลังจากจัดการกับเรื่องงานกันเสร็จแล้ว
มาเฟียหนุ่มเหลือบหางตามองยังเพื่อนรักที่ยังคงยกยิ้มกวนตีนไม่เลิก เหวี่ยงเท้าถีบโซฟาเดี่ยวที่มันนั่งอยู่จนเกิดการเคลื่อนที่เสียงดังครืดครูดไปกับพื้นกระเบื้องเงาวับจนเกิดรอยขีดข่วนตามมา
ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นจากที่นั่งเดินออกไปจากห้องด้วยใบหน้าเรียบเฉยไม่ใส่ใจคำกวนที่ยังคงดังตามหลังมาเคล้ากับเสียงหัวเราะจากเจ้าของคำถาม ยกนิ้วเช็ดคราบลิปสติกบนริมฝีปากออกลวกๆ ก้าวเท้ายาวๆ ตรงไปยังลิฟต์เพื่อออกไปจากสถานที่แห่งนี้ก่อนจะได้เกิดการปะทะดวลปืนกับเพื่อนรัก
เจ๊ : ยินดีด้วยนะยัยนาวที่ในที่สุดแกก็ได้มีความสุขสักที : ติดเรียนไปไม่ได้ไว้รอไปรับขวัญหลานแล้วกันKP : ฉันอยากจะหยิกมันให้เนื้อเขียวเลย หนีพวกฉันไปแต่งงานก่อนได้ไง : ถ้าไม่ติดว่าในงานมีผัวในอนาคตฉันอยู่ด้วยนะฉันอาละวาดแน่ เจ๊ : ผัวในอนาคต? @KP ใคร?KP : ไม่บอกปล่อยให้งง ใครใช้ให้พวกแกหนีฉันไปกันหมดเองล่ะเจ๊ : ส่วนตัวมา @KP เจ๊ : ยัยข้าว!นานาวส่ายหน้ายิ้มน้อยๆ ให้บทสนทนาของเพื่อนรักทั้งสอง หนาวยังไม่รู้เรื่องพี่ชายเธอเพราะมีคนที่สถาปนาตัวเองให้เป็นเมียในอนาคตของคนไม่รู้เรื่องด้วยบอกให้ปิดไว้ก่อน จะรอเปิดเซอร์ไพรส์เองในตอนที่จีบติดแล้ว ซึ่งเธอก็รับปากว่าจะไม่บอกแต่ใครจะคิดว่าเจ้าตัวจะมาโป๊ะแตกเสียเองมือเรียวกดส่งสติ๊กเกอร์รูปเด็กผู้หญิงกำลังหัวเราะกลับไปในกลุ่มแชทเพื่อน ข้อความนั้นมันเด้งขึ้นมาตั้งแต่เมื่อคืนดูจากเวลาแล้วน่าจะเป็นตอนที่เธอกับคนรักกำลังเข้าหอกันอยู่.. นิ้วเรียวกดออกจากแชทกลุ่มเพื่อนเลื่อนลงมายังข้อความที่ยังไม่ได้เปิดอ่านอีกสองสามแชทก่อนจะรู้สึกถึงความอุ่นที่เข้ามาโอบร่างเล็กเอาไว้จากทางด้านหลังดวงหน้าหวานแหงนขึ้นเอนวางศีรษะลงไปกับพนักวางมือจ้องคนตัวโตที่เดิ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วและในที่สุดงานมงคลที่ตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อก็มาถึง แต่นั่นมันไม่ใช่สำหรับคนที่เคลียร์ตัวเองทุกอย่างพร้อมตั้งแต่เดือนที่แล้วอย่างคาลอส เขายังรู้สึกว่ากว่าจะถึงวันนี้เวลามันช่างเดินผ่านไปช้าเหลือเกิน ดีหน่อยที่ได้อยู่กับคนรักถึงได้ช่วยแบ่งเบาความเชื่องช้านั้นลงไปได้บ้างร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มในชุดเจ้าบ่าวดูดีสีขาวไปทั้งชุดกำลังยืนล้วงกางเกงทอดสายตามองแขกเหรื่อที่กำลังทยอยกันเข้ามาอย่างแน่นหนาด้วยใบหน้านิ่งๆ งานช่วงเย็นในวันนี้ถูกจัดขึ้นภายในโรงแรมหรูระดับไฮคลาสที่คาลอสเพิ่งได้ลงทุนไปด้วยเม็ดเงินมหาศาล ถือหุ้นในเครือเป็นอันดับสองรองลงมาจากผู้ก่อตั้งเหตุผลที่ลงทุนไปเหรอไม่มีอะไรมากแค่อยู่ใกล้บ้านยายของคนรักข้อเดียวเลยจริงๆ"ไงวะเจ้าบ่าว"เสียงทุ้มติดกวนเล็กน้อยทำให้คาลอสที่กำลังยืนมองตรงไปด้านหน้าต้องหันกลับมายังกลุ่มเพื่อนที่เดินเข้ามาพร้อมกันทั้งสามคน และแน่นอนว่าเจ้าของประโยคทักทายนั่นคือศรัณย์โดยไม่ต้องสงสัย"งานแต่งตัวเองทั้งทีแต่ทำไมมายืนหน้านิ่งอยู่นี่วะ ยิ้มอะทำเป็นหรือเปล่าแขกเมียเห็นคงได้เดินหนีกันหมด""..." มาเฟียหนุ่มทำเพียงพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ แทนคำพูด
หลายวันต่อมา...จุ๊บ~"อื้อ~"มือเรียวยกปัดป้องสิ่งรบกวนการพักผ่อนเปลือกตาบางยังคงปิดแน่นพลิกกายซุกหน้าเข้าหาความอบอุ่นของอกกว้างไม่ยอมตื่นตามการปลุกของอีกคนคาลอสมองคนรักด้วยความเอ็นดูปนหมั่นเขี้ยว จรดริมฝีปากร้อนลงมาบนแก้มนุ่มหนักๆ อีกครั้งพร้อมกับยกร่างเล็กของคนรักขึ้นมากอดรัดแน่นแกล้งเย้าแหย่ ได้ยินเสียงครางอื้ออึงประท้วงจากคนตัวเล็กก็ยิ่งมันเขี้ยวอ้าปากงับแก้มนุ่มนิ่มไม่แรงมากนัก"อื้อ~ อย่ากวนหนู""ตื่นได้แล้ว ขี้เซาจริงๆ เลย""..."มาเฟียหนุ่มกึ่งนั่งกึ่งนอนมองดูร่างเล็กของคนที่ยังไม่ยอมตื่นแล้วได้แต่ส่ายหัวยิ้มน้อยๆ รู้ว่าคนท้องมักจะอ่อนเพลียอยากนอนเยอะมากกว่าปกติคนทั่วไปแต่หากว่าเจ้าหล่อนเอาแต่นอนอยู่แบบนี้มีหวังวันนี้คงไม่ต้องไปไหนแล้ว สิ่งที่คิดไว้ว่าจะทำในวันนี้คงต้องยกเลิกไปดวงตาคมเงยขึ้นมองบ้านทรงไทยหลังขนาดกลางด้านหน้าที่มีเจ้าบ้านออกมายืนรอรับชะเง้อคอยาวรอข้างกันนั้นคือแม่ผู้ให้กำเนิดของเขาเองที่ตื่นเต้นรีบลงจากรถลงไปก่อนแล้วชวนผู้อายุมากกว่าพูดคุยเสียงเจื้อยแจ้ว ส่วนอีกสองคนที่เหลือยืนคนละฝั่งทำหน้าขรึมเหมือนรูปปั้นยักษ์หน้าวัดต่างคนต่างไม่มองหน้ากัน ตอนนี้จึงเหลือเพ
"ทานเยอะๆ นะหนูนาว วันนี้แม่บ้านช่างรู้ใจทำแต่อาหารไทยทั้งนั้นเลยนะ""..."นานาวกวาดสายตามองอาหารบนโต๊ะที่ระรานตาแล้วก็ใจเต้นแรง เพราะมันมีแต่ของโปรดของเธอทั้งหมดเลย อาหารมากกว่าสิบอย่างยังไม่นับรวมผลไม้ของโปรดอย่างชมพู่ทับทิมจันทร์ลูกสีแดงๆ ที่วางอยู่ไม่ไกลนั้นอีกเขาคง... ไม่ได้จัดหาแม่ครัวอาหารไทยมาเพื่อเธอโดยเฉพาะหรอกนะ"ใครบอกว่าแม่บ้านทำครับมัม ผมทำเองต่างหาก"แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรเลยเถิดไปมากกว่านั้น เสียงเข้มๆ ของมาเฟียหนุ่มก็ดังแทรกขึ้นมาพร้อมกับร่างใหญ่ที่เดินเข้ามากับพ่อของเขาดวงตากลมที่เผลอรีบเงยจากอาหารบนโต๊ะขึ้นมายังใบหน้าคมเข้มเจ้าของเสียงเกิดความสั่นไหวหัวใจเต้นแรงเป็นจังหวะระรัวขึ้นมา เมื่อกี้เขาบอกว่า.. เขาเป็นคนทำเองงั้นเหรอคาลอสดึงสายตามาสบกับดวงตากลมโตเล็กน้อยก่อนจะพาตัวเองเดินเข้ามาหาคนตัวเล็กที่ถูกจัดนั่งข้างแม่ผู้ให้กำเนิด หย่อนตัวลงบนเก้าอี้อีกตัวข้างเธอโดยมีแม่บ้านค่อยเลื่อนเก้าอี้ออกให้ มือหนาวางลงบนศีรษะทุยยีผมสวยเบาๆ อย่างอ่อนโยนก่อนจะคลี่ยิ้มให้เล็กน้อยด้วยความเอ็นดู"นี่ลูกบอกว่าทำเองงั้นเหรอ""ครับ ผมเรียนกับเชฟมิชลินอาหารไทยอันดับหนึ่งเพื่อเมียผมคนเ
"นาวสบายดีจ้ายายไม่ต้องเป็นห่วงนะ"'จะไม่ให้ห่วงได้ไง อยู่ๆ มีใครก็ไม่รู้โผล่มาพร้อมกับไอ้กลุ่มผู้ชายตัวใหญ่ๆ แล้วบอกว่าเป็นผัวแกแถมตอนนี้แกยังกำลังท้องลูกเขาอีก แกจะไม่ให้ยายห่วงได้ไงห๊ะ'"เขา... ไปหาแล้วบอกแบบนั้นจริงเหรอ" เสียงหวานแผ่วลง ฟันคมขบกัดกลีบปากล่างเบาๆ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงเต็มไปด้วยความตกใจและกังวล 'ก็ใช่น่ะสิ แถมตอนนั้นพ่อแกยังตั้งท่าจะยิงปืนไล่ยังกับอะไรที่มาพูดจาไม่เข้าหูแบบนั้น ดีที่ยายห้ามไว้ทันเสียก่อนไม่งั้นล่ะก็ไอ้หนุ่มนั่นคงเหลือแต่ร่างที่กลับไปวิญญาณคงไม่ได้กลับแล้วล่ะ'"..." ที่กังวลคือเรื่องนี้ไง ถึงพ่อเธอจะไม่ได้เลี้ยงดูเธอกับน้องมาแต่สายใยรักก็ยังคงผูกรอบกายเธอกับน้องเอาไว้ ใครเลยจะทนไหวหากว่าอยู่ๆ มีคนมาประกาศว่าเป็น.. สามีลูก ทั้งที่ยังไม่ได้ตบแต่งไม่ได้ทำให้ถูกขนบธรรมเนียมด้วยซ้ำ เป็นเธอก็คงจะโกรธเหมือนกัน อีกอย่างคือสองคนไม่ถูกกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้วใครเลยจะยิ้มรับได้กันนานาวเหลือบสายตามองออกไปยังด้านล่างสวนกว้างซึ่งมีต้นไม้และดอกไม้ปลูกตกแต่งรวมไปถึงสนามหญ้าสีเขียวขจีน่าลงไปนอนกลิ้งเล่นเหมือนเด็กนั่นด้วย สายลมที่พัดมาทำให้ปอยผมประบ่าที่ถูกปล่อยสยายปลิว
"เป็นไงบ้าง"เซน่อนยืนจ้องใบหน้าซีดเซียวของนานาวบนเตียงคนป่วยภายในห้องฉุกเฉิน มองสายน้ำเกลือที่เจาะแขนเรียวเอาไว้แล้วรีบหันถามคุณหมอวัยกลางคนที่ยืนตรวจร่างกายคนตัวเล็กมาได้สักพักอย่างใจเย็น ก็ไม่รู้ว่าจะใจเย็นไปทำไมทั้งที่ก็เห็นว่าเธอหมดสติไปแล้วคนปกติดีๆ ที่ไหนจะล้มพรึ่บลงไปต่อหน้าต่อตากัน"คนไข้แค่ร่างกายอ่อนแอเพราะเครียดเลยหมดสติไปน่ะครับ..""จะแค่นั้นได้ยังไงหมอก็เห็นอยู่ว่าน้องสาวผมยังไม่รู้สึกตัวเลย คนหมดสติต้องนานเกือบยี่สิบนาทีแบบนี้เหรอ""ใจเย็นๆ ครับ ผลพวงมันมาจากร่างกายอ่อนแอและกำลังท้องอ่อนๆ ด้วยจึงทำให้เวลานี้ร่างกายมักจะเพลียมากกว่าปกติ นอนพักสักคืนก็สามารถกลับบ้านได้แล้วครับ"คำพูดอธิบายของคุณหมอวัยกลางคนไม่ได้สะดุดใจแกร่งได้เท่ากันคำว่าท้องที่หลุดออกมา เซน่อนสะบัดหน้าเล็กน้อยเรียกสติกำลังจะเอ่ยถามย้ำถึงคำนั้นอีกครั้งแต่ยังไม่ทันจะอ้าปากก็ถูกเสียงเข้มของใครบางคนแทรกขึ้นมาเสียก่อน"เมื่อกี้บอกว่าท้องเหรอ"ทั้งคุณหมอและหัวหน้าองค์กรมังกรดำต่างหันกลับมายังเจ้าของเสียงเข้มด้านหลังแทบทันที คิ้วหนาขมวดเล็กน้อยด้วยความแปลกใจว่าทำไมคนที่เพิ่งแยกกันเมื่อไม่นานนี้ถึงได้มาโผล่ที่น







