LOGINในวันที่พายุโหมกระหน่ำเขาคือคนที่ยื่นมือมากางร่มให้ ขณะเดียวกันก็เป็นคนกระชากศักดิ์ศรีเธอโยนลงไปในหุบเหวลึก “บนคอเธอน่ะมันมีปลอกคอ แล้วฉันก็เป็นคนถือสายจูงตั้งแต่วินาทีที่เธออ้าขาให้ฉันแล้วธารเดือน"
View Moreลูเธอร์ กาสิโน
ม่านฝนในคืนฟ้าหม่นหอบเอาความชื้นแฉะและความหวังริบหรี่ของใครบางคนให้มายังสถานที่อันตรายแห่งนี้
กลิ่นน้ำที่กระทบผืนดินเบื้องล่างคละเคล้ากับกลิ่นไอดินที่ลอยฟุ้ง ทำให้หัวใจของหญิงสาวสั่นระริกด้วยความหวาดหวั่น
ไม่ชอบฝนเอาซะเลย
ยิ่งฝนกระหน่ำลงมามากเท่าไหร่ ความทรงจำโหดร้ายในวัยเด็กก็ย้อนกลับมาทำให้เจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น
“ขอพบคุณราฟาเอลค่ะ” เสียงสั่นเพราะความหนาวเย็นจากเครื่องปรับอากาศ กอปรกับความชื้นของเสื้อผ้าราคาแพงเพราะโดนละอองฝน เอ่ยบอกเจ้าหน้าที่สักคนตรงล็อบบี้ทันทีที่เข้ามา
“เอ่อ…”
“นัดไว้แล้วค่ะ” คำโกหกคำโตถูกเอ่ยออกไปพร้อมกับความกล้าภายในใจที่เริ่มลดน้อยถอยลง เมื่อเห็นบรรดาการ์ดตัวสูงใหญ่เดินตรวจตราประจำจุดท่ามกลางลูกค้าจำนวนมาก ที่ปักหลักใช้บริการจนเต็มแทบทุกพื้นที่ชั้นแรกของตึกสูงแห่งนี้
พนักงานหญิงที่เชื่อสนิทใจว่าสาวสวยตรงหน้านัดผู้เป็นนายเหนือหัวไว้แล้วจริง ๆ ยกหูโทรศัพท์แจ้งใครสักคน ก่อนจะผายมือพาร่างบางเดินตรงไปยังส่วนพื้นที่รับรอง จากนั้นไม่นานก็มีร่างสูงโปร่งของใครบางคนเดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร ทว่าแผ่รังสีน่ากลัวออกมาปกคลุมไปทั้งบรรยากาศตรงพื้นที่นั้น
“สวัสดีครับ” สายตาที่กำลังประเมินเธอสวนทางกับรอยยิ้มเป็นมิตรที่ระบายบนใบหน้าหล่อเหลาคมคายนั้นตลอดเวลา ยิ่งทำให้แผ่นหลังของธารเดือนเย็นวาบขึ้นมากะทันหัน
หญิงสาวพอจะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร และมีสถานะใดในตระกูลมาเฟียที่คุ้มกะลาหัวคนตระกูลย่อยอย่างเธออยู่ ทว่าอีกฝ่ายคงไม่รู้จักเธอ เพราะคนประเภทที่ถูกจัดให้อยู่บนยอดพีระมิดอย่างเขานั้นทั้งเย่อหยิ่งและเข้าถึงตัวยาก เว้นเสียแต่ว่าคนพวกนั้นจะยินยอมเปิดทางให้เข้าหาเสียเอง
“คุณหนูตระกูลย่อยมาถึงที่นี่โดยไร้ผู้ติดตามได้ยังไงกันครับ”
วาบ
ราวกับเซลล์ประสาททุกเซลล์ถูกแช่แข็งเดี๋ยวนั้น เมื่อผู้ชายตรงหน้าไม่เพียงแค่จับได้ว่าเธอโกหก ทว่าอีกฝ่ายยังรู้ว่าเธอเป็นใคร
“ธารเดือน ศิรวศิน…” ชื่อและนามสกุลที่เขาเอ่ยออกมาตอกย้ำว่าคนตรงหน้าอาจจะรู้จักเธอมากกว่าที่เธอคิด
“ลูกสาวคนเดียวของเจ้าสัวธานินทร์"
“…”
ไม่รู้ว่าเธอคิดถูกหรือคิดผิดที่ก้าวเท้าเข้ามาที่นี่ เพียงแค่เข้ามาอยู่ในอาณาเขตของลูเธอร์ไม่กี่นาที ธารเดือนก็ต้องพบเจอกับความหวาดหวั่นที่ยากจะรับมือ
นัยน์ตาลึกลับสีอเมทิสต์หรี่มองเพียงครู่ ก่อนจะเปลี่ยนมายิ้มเป็นมิตรให้อีกครั้งแล้วเอ่ยต่อ
“เดี๋ยวผมนำไปหานายท่าน เชิญครับ” ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีแดงเข้มราคาแพงเดินนำไปที่ลิฟต์ ก่อนที่นิ้วเรียวจะกดไปที่ตัวเลขสามสิบเก้า ไม่นานประตูลิฟต์ก็เปิดออกเผยให้เห็นโถงทางเดินหรูหราทอดยาวเบื้องหน้า ที่นำทางไปสู่ห้องทำงานของนายเหนือหัวลูเธอร์คนปัจจุบัน
“เชิญครับ” ประตูห้องทำงานถูกเคาะสองสามครั้ง ก่อนที่คนข้าง ๆ จะเปิดมันออกโดยไม่รอให้เจ้าของอนุญาต แล้วผายมือให้ร่างเล็กเดินเข้าไปเพียงลำพัง
ความเย็นเยือกภายในห้องที่ปะทะเข้ามา ไม่ต่างจากสัญญาณเตือนว่ามีอะไรกำลังรอเธออยู่ตรงหน้า
เดิมทีคุณชายใหญ่ลูเธอร์ไม่ใช่คนที่ใครจะขอเข้าพบได้ง่าย ๆ การที่เธอโกหกแล้วยังไม่โดนโยนออกไป กระทั่งมายืนตรงหน้าห้องทำงานของอีกฝ่ายได้เป็นความตั้งใจของมาเฟียหนุ่มแน่นอน
แกร๊ก
เสียงประตูบานใหญ่ที่ปิดลงดึงสติธารเดือนให้กลับเข้าที่ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เพื่อเรียกกำลังใจให้ตัวเอง
เอาวะ
ช่วงขาเรียวเดินตรงเข้าไปภายในห้องทำงานสีสะอาด ที่ถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเอิร์ธโทนให้ความรู้สึกอบอุ่น ตัดกับบรรยากาศเย็นยะเยือก ที่เริ่มกัดกินความกล้าภายในใจที่สั่งสมมาทั้งวัน
ร่างสมส่วนในชุดสูทสีเข้มราคาแพงของทายาทลูเธอร์ ที่กำลังนั่งจิบกาแฟอยู่บนโซฟากลางห้องสะท้อนในนัยน์ตาคู่สวย
ใบหน้าคมคายที่มีส่วนผสมของเชื้อสายเอเชียและตะวันตกแฝงกลิ่นอายดุดัน กอปรกับเส้นผมสีบลอนด์เงินที่ถูกเซตอย่างดี ยิ่งส่งให้คนตรงหน้าดูดีประหนึ่งภาพวาดที่สวยงาม สมมาตร ไร้ที่ติ
รวมถึงความรู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่บนหน้าผาสูงชัน ในวินาทีที่นัยน์ตาสีอำพันปราศจากคลื่นอารมณ์คู่นั้นจ้องมองมา
นี่น่ะเหรอ…ราฟาเอล ลูเธอร์
อันตรายทว่าดึงดูดคนมองได้อย่างน่าประหลาด
จริงอยู่ที่ธารเดือนเป็นคนในตระกูลย่อยใต้ปกครองของลูเธอร์ ทว่าตระกูลเธอเป็นเพียงตระกูลเล็ก ๆ ปลายแถว การจะได้พบเจอคนตำแหน่งสูง ๆ ในตระกูลหลักมีเพียงผู้นำตระกูลเท่านั้น
นี่จึงเป็นครั้งแรกที่คุณหนูตระกูลปลายแถวอย่างเธอได้มายืนตรงหน้าผู้นำคนปัจจุบันของตระกูลหลัก
“จะยืนค้ำหัวอีกนานไหม” นัยน์ตาคมกริบละจากใบหน้าสวยก่อนจะปรายตามองไปที่โซฟาฝั่งตรงข้าม เป็นเชิงอนุญาตให้เธอนั่งลงได้ ธารเดือนจึงรักษามารยาทด้วยการทำตามที่อีกฝ่ายสั่ง ด้วยการเดินไปนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้ามมาเฟียหนุ่ม ก่อนจะเอ่ยแนะนำตัว
“สวัสดีค่ะ ฉันธะ…”
“ฉันรู้ว่าเธอเป็นใคร…” ประโยคที่ถูกอีกฝ่ายเว้นจังหวะการพูดไว้ กอปรกับนัยน์ตาสีอำพันลึกลับที่มองมาทำให้ธารเดือนรู้สึกหายใจติดขัดไปชั่วขณะ
ม่านฝนที่โปรยลงมาปกคลุมตึกสูงยิ่งทำให้อากาศภายในห้องหนาวเย็นจับใจ ร่างกายบอบบางสั่นเทาราวกับเหยื่อตัวน้อยที่ถูกจ้องมองด้วยสัตว์นักล่าตัวใหญ่
“…พูดธุระของเธอมา” เสียงทุ้มเอ่ยต่อก่อนจะวางแก้วกาแฟลงบนจานรอง ขณะที่นัยน์ตาสีอำพันยังคงวางไว้ที่ร่างเล็กตรงหน้าไม่ละไปไหน ราวกับกำลังประเมินอีกฝ่ายที่กล้ามาขอพบเขา โดยที่ไม่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า
บรรยายกาศรอบตัวของราฟาเอลนั้นทั้งสร้างความอึดอัดและสร้างความยากลำบากในการหายใจให้คู่สนทนาไม่น้อย
ร่างกายบอบบางพยายามเก็บซ่อนความสั่นกลัวไว้ให้ลึกสุดใจ ก่อนจะรวบรวมความกล้าที่สั่งสมมาทั้งวัน เอ่ยในสิ่งที่อาจจะทำให้คนตรงหน้าจับเธอโยนลงมาจากชั้นสามสิบเก้า ของโรงแรมกาสิโนที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของเอเชีย
“ฉันอยากให้คุณ 'คุ้มครอง' ฉันค่ะ”
ราวกับถูกใบมีดนับร้อยกรีดลงบนเส้นประสาท เมื่อจบประโยคนั้น สายตาคมดุภายใต้ความนิ่งเรียบปราศจากคลื่นอารมณ์ที่มองมา สร้างความหวาดหวั่นน่ากลัวให้จนยากที่จะรับมือ
ด้วยรู้ดีว่าคุณชายใหญ่ลูเธอร์อย่างราฟาเอล ไม่มีทางที่จะทำในสิ่งที่เธอร้องขอ เพราะอีกฝ่ายไม่ชอบความยุ่งยากจึงไม่เคยยื่นมือไปแทรกแซงปัญหาภายในของตระกูลย่อยในปกครองเลยสักครั้ง
ทว่าเธอเองก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วในการเดิมพันครั้งนี้
หากวินาทีต่อจากนี้จะถูกอีกฝ่ายโยนลงตึกสูง ก็ยังดีกว่ากลับไปให้ญาติพี่น้องโลภมากในตระกูลรุมทึ้งโดยไร้คนปกป้อง
“อะไรทำให้เธอคิดว่าฉันจะทำในสิ่งที่เธอร้องขอ” คำถามเมื่อครู่ไม่ต่างจากมือมัจจุราช ที่ยื่นมาดันแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นให้ก้าวไปยืนบนขอบตึกสูง
ธารเดือนกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยตอบมาเฟียหนุ่มตรงหน้าไปด้วยน้ำเสียงไม่คงที่นัก
“ฉะ…ฉันจะยอมทำทุกอย่าง…ที่คุณต้องการค่ะ” คำตอบที่ไม่ตรงคำถามทำให้คิ้วเข้มที่พาดเหนือนัยน์ตาสีอำพันเลิกขึ้นเล็กน้อย เพราะคำตอบจากอีกฝ่ายผิดไปจากที่ตนคาดการณ์ไว้
การที่คุณหนูตรงหน้ามาโดยไร้ข้อต่อรอง ทั้งยังยื่นข้อเสนอที่ตนเป็นฝ่ายเสียเปรียบโดยสิ้นเชิง ไม่ต่างจากการขุดหลุมเตรียมฝังตัวเองลงไปในขุมนรกที่มีเขาเป็นผู้ควบคุม
ไม่จนตรอกจนไม่เหลือทางเลือกก็โง่เง่าสิ้นดี
“ทุกอย่าง?”
ในปกครองมาเฟีย
ฝากเนื้อ ฝากตัว ฝากกดติดตามนามปากกา Thrymr ด้วยนะคะ
“จูบมันหน่อยค่ะ” ภรรยาคนสวยทำตามคำขออย่างว่าง่าย ริมฝีปากนุ่มบรรจงจุมพิตเบา ๆ ที่ส่วนหยักโค้งฉ่ำเยิ้มอ่า…สัมผัสแผ่วเบา ทะนุถนอม กอปรกับดวงตากลมโตที่ช้อนมองขึ้นมาไม่ว่าจะเห็นภาพนี้กี่ครั้งเขาก็ยังใจเต้นแรงจนแทบบ้าทุกครั้งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมียเขาเซ็กซี่กว่าผู้หญิงคนไหนที่เคยเจอมา“เอานมทูนหัวมาทำแทนปากสิคะ” สายตาเชื้อเชิญที่เจือไปด้วยความร้อนแรง กอปรกับใบหน้าประณีต คมคายภายใต้แสงเงาสลัวจากดวงไฟดาวน์ไลท์ดวงเล็ก ๆ ตรงหัวเตียง ทำให้มาเฟียหนุ่มดูเซ็กซี่ขึ้นเป็นเท่าตัว“แบบนี้เหรอคะ”“ดีค่ะ อืมมมม” ฝ่ายถูกเอาใจคำรามพร่าในลำคอแกร่งภาพมาเฟียหนุ่มที่เชิดหน้าขึ้นสูดปากระบายความเสียวซ่าน ยิ่งทำให้คนข้างล่างอยากเอาใจ ริมฝีปากเล็ก ๆ จึงจุมพิตที่ส่วนปลายหยักโค้งอีกครั้งก่อนจะเร่งจังหวะรูดรั้งตัวตนอุ่นร้อนที่โอบล้อมไปด้วยเส้นเลือดด้วยหน้าอกนุ่ม“เด็กดี อืมมม…” คนถูกปรนเปรอคำรามต่ำ พลางส่งมือแกร่งไปลูบกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนของคนตรงหน้าแผ่วเบา ก่อนที่ท้องนิ้วจะเลื่อนลงมาคลึงที่ยอดอกสีสวยสองข้างเอาใจคนสวยขาของเขาบ้าง“อ๊ะ…” ยิ่งอีกฝ่ายเผยอปากสีสวย ครางหวานเขาก็ยิ่งอยากปริแตกเดี๋ยวนั้น“เสร็จใส่นมทูนหั
“ไปอุ้มโจไซอาห์มานอนด้วย” รอยยิ้มบางของคนรู้ทันผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาคมคายไม่แพ้กัน ก่อนจะลุกขึ้นเดินตามคนเป็นพี่ไปอย่างว่าง่ายหลังจากปารัณอุ้มนายน้อยลูเธอร์ที่กำลังหลับลึกออกจากห้องนอนใหญ่ไปแล้ว ร่างกายสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มก็เอนลงไปนอนซ้อนหลังคนที่กำลังฝันดีในห้วงนิทรา มืออุ่นแทรกเข้าไปลูบไล้หน้าท้องนวลเนียนของคนรักแผ่วเบา“อื้อออ” คนโดนรบกวนส่งเสียงร้องประท้วงทั้งที่ยังหลับลึก กว่าจะรู้ตัวว่าแพนตี้ตัวบางถูกมือแกร่งรั้งออกไปจากเรียวขาสวย ก็ตอนที่ร่างกายสูงใหญ่แทรกเข้ามากลางกาย“ราล์ฟ…อื้อ” คำพูดเมื่อครู่อันตรธานไป เมื่อริมฝีปากร้อนบดจูบลงมาช่วงชิงเอาทุกสิ่งทุกอย่างกะทันหัน ขณะที่มือแกร่งสองข้างก็แทรกเข้าไปใต้เนื้อผ้า กอบกุมฐานเต้าอวบอิ่มสองข้างอย่างเอาแต่ใจไปพร้อม ๆ กับที่ตัวตนแข็งขืนจงใจเสียดสีส่วนบอบบางกลางกายที่เปลือยเปล่าของคนใต้อาณัติไปด้วยจูบล้ำลึกดำเนินไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ปล่อยให้เธอได้มีโอกาสต่อรองราฟาเอลรุกไล่ กวาดต้อนเธอทุกทาง ทั้งเรียวลิ้นร้อนที่แทรกเข้ามาเกี่ยวกระหวัด ฝ่ามืออุ่นที่บีบเคล้นสองเต้าอวบ รวมถึงท่อนเนื้อใต้กางเกงที่เสียดสีกลางกลีบดอกไม้ฉ่ำเยิ้มนั่นทั้งหมดที่เ
7 ปีให้หลัง“ว่าไง” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถามคิริลล์ผ่านหูฟังบลูทูท ขณะที่ยืนกอดอกพิงผนังมองเบนจามินประเคนเท้าหนัก ๆ ให้ใครบางคนอยู่กลางโถงบ้านหลังใหญ่ใจกลางย่านเศรษฐกิจหลังหนึ่ง[มึงอยู่ไหนเสี่ย]“มึงก็รู้คิริลล์”[บ้านคู่กรณีเฮียขา?]“อืม”[บอกกูทีว่ามึงไม่ได้กำลังใช้ความรุนแรงจบปัญหา]“กูไม่ได้ใช้” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยตอบปลายสาย พลางจรดก้นบุหรี่นอกราคาแพงลงบนริมฝีปากได้รูป ก่อนที่เกลียวควันสีขุ่นจะฟุ้งไปในอากาศ[สมกับเป็นมึงเลยราล์ฟ]“แต่เบนจามินใช้”[ฉิบหาย] เสียงสบถจากปลายสายทำให้เรียวคิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย เพราะคนอย่างคิริลล์ไม่น่าสบถเพียงเพราะเขาใช้กำลังสั่งสอนไอ้พวกเศษสวะไร้สำนึก มีแต่จะเห็นด้วยแล้วร่วมวงเสียมากกว่า“อะไร?” [ขอโทษนะเสี่ย]“เรื่อง?”[คือว่า…พวกกูไม่ได้ตั้งใจ แค่จะมาเรียกขวัญให้เฮียขาเฉย ๆ]“มาสอนอะไรพิเรนทร์ให้ลูกกูสิไม่ว่า เดี๋ยวนะ…” ท้ายประโยคถูกเว้นว่างไว้เมื่อมาเฟียหนุ่มเริ่มคาดเดาสถานการณ์บางอย่างจากคำพูดแปลก ๆ ของคุณชายสามได้[ครับเสี่ย]แม่ง…“บอกกูทีว่าเมื่อกี้ไม่ใช่การล่อซื้อ” [เมียมึงได้ยินทั้งหมดแล้วครับนายเหนือหัว]ฉิบหาย…คฤหาสน์ลูเธอร์แรงกดข่มเ
ราวสามชั่วโมงต่อมาการตรวจร่างกายเบื้องต้นเสร็จสิ้นก่อนที่มาเฟียหนุ่มที่ต้องออกไปสะสางงานด่วนเพิ่งจะกลับเข้าบ้านมา ช่วงขายาวรีบเดินตรงไปหาคนเป็นภรรยาด้วยหัวใจที่ว้าวุ่นกว่าปกติ“เป็นไงบ้างคะ หมอว่าไง” ภาพที่คนตัวเล็กนอนดูหนังเรื่องโปรดด้วยสีหน้าที่ดีขึ้นกว่าเมื่อตอนบ่ายทำให้เขาใจชื้นขึ้นมา ทว่ายังไม่ทันที่จะได้คำตอบจากอีกฝ่ายสูทสีเข้มและเนกไทก็ถูกคนสวยขาช่วยจัดการถอดออกอย่างที่เคยทำ พร้อมกับประทับจุมพิตแผ่วเบาที่แก้มเกลี้ยงเกลาแล้วเปรย“อาบน้ำก่อนนะคะ หนูเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้แล้ว”“บอกก่อนว่าทุกอย่างโอเค”“หนูดีขึ้นแล้วค่ะ ไปอาบน้ำก่อนนะแล้วมาดูหนังกัน” นายเหนือหัวลูเธอร์ทำตามที่ภรรยาบอกอย่างว่าง่าย เขาใช้เวลาอาบน้ำคิดทบทวนสิ่งที่ค้างคาใจเกี่ยวกับอาการของคนรัก ทว่าที่สุดแล้วมาเฟียหนุ่มก็สลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปเนื่องจากหมอประจำตระกูลไม่ได้แจ้งอะไรมากไปกว่าภรรยาของเขาพักผ่อนน้อย ความคิดที่ว่าอีกฝ่ายจะเจ็บไข้ได้ป่วยหรือตั้งครรภ์จึงถูกชำระล้างไปพร้อมกับสายน้ำในที่สุดหนังเรื่องโปรดถูกเปิดคลอไป ขณะที่คนสองคนใช้เวลาส่วนตัวด้วยกันบนเตียงกว้าง ทว่าสมาธิที่ควรจะจดจ่ออยู่ที่หนังตรงหน้ากลับถูกรบ