LOGINคาลอส บาลาสเซีย มาเฟียหนุ่มเจ้าของดวงตาคมกริบ มีอำนาจในมือมากล้นครอบครองทั่วทั้งตุรกี นิ่งขรึม เข้าถึงตัวยาก . . นานาว นักศึกษาพยาบาลปี 4 เจ้าของดวงตากลมโตดำขลับน่าหลงไหล ขี้อ้อน น่ารัก ยิ้มเก่ง
View Moreอ๊อก! อ๊อก!
"ซี๊ด~ ดูดตรงหัวแรงๆ"
น้ำเสียงเย็นกดต่ำบอกคนที่กำลังใช้ปากครอบลำกายแข็งขึงกลางกายหนุ่ม ใบหน้าคมเข้มแดงก่ำกรามหนาขบแน่นจนเอ็นขึ้นคอ
คาลอสเลื่อนมือใหญ่ขึ้นขยุ้มผมยาวของแอร์โฮสเตสสาวสวยขยับศีรษะทุยด้วยกำลังแขนแข็งแรงอย่างรุนแรง กายแกร่งเกร็งขึ้งต้องการการปลดปล่อยออกมาแหงนหน้าขึ้นเกร็งกระตุกน้ำสีขุ่นข้นเข้าไปในโพรงปากเล็กที่ยังคงครอบงำลำกายแข็งแกร่งเอาไว้
"แค่ก แค่ก!"
หญิงสาวไอหน้าดำหน้าแดงสำลักน้ำรักที่มาเฟียหนุ่มปลดปล่อยเข้ามาในปาก หอบหายใจเข้าออกหนักๆ ราวกับคนที่กำลังลอยอยู่เหนือผิวน้ำต้องรีบกอบกวยเอาอากาศเข้าปอดก่อนจะจมดิ่งลงสู่ใต้น้ำลึก
ดวงตากลมหวานหยดแหงนขึ้นจ้องเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่กำลังจัดการเก็บท่อนลำเนื้อใหญ่ใส่ในกางเกง เลื่อนสายตาลงมายังมือหนาที่กำลังยุกยิกกับซิปเป้ากางเกงอย่างแสนเสียดายพลางกัดปากกลืนกินน้ำคาวในปากลงคอ
คาลอสก้าวเดินออกจากห้องรับรองชั้นเฟิร์สคลาสของสายการบินต่างชาติ ที่เขาเลือกที่จะใช้บริการการเดินทางโดยสายการบินของบริษัทยักษ์ใหญ่เพราะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เขากำลังคิดว่าจะร่วมลงทุนกับเจ้าของที่คะยั้นคะยออย่างดิบดีดีหรือไม่ แทนการนั่งเครื่องบินส่วนตัวอย่างทุกครั้งที่ต้องเดินทางข้ามประเทศ
ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาตามแบบฉบับเชื้อชาติตุรกีร้อยเปอร์เซ็นต์เรียบขรึมติดไปทางหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ทันทีที่ร่างสูงใหญ่ก้าวออกมานอกเครื่องบินลำใหญ่โดยมีลูกน้องชุดดำยืนล้อมรอบดูแลความปลอดภัยมากกว่าสามสิบคนเครย์ตันมือขวาคนสนิทก็โค้งคำนับเจ้านายอย่างนอบน้อมทันที
"คุณบดินทร์โทรมาย้ำเรื่องงานคืนนี้ครับ"
"อือ"
เสียงครางตอบกลับในลำคอเบาๆ ทันทีที่ร่างสูงใหญ่ก้าวลงมาเหยียบบนพื้นลูกน้องอีกหลายสิบคนที่ยืนดูแลความปลอดภัยอยู่รอบบริเวณก็หันกลับมาโค้งคำนับเขาเช่นเดียวกับเครย์ตันก่อนหน้านี้ทันที
ท่ามกลางบรรยากาศร้อนอบอ้าวในเวลาบ่ายแก่ของประเทศไทยก็ยังมีกระแสลมอุ่นพัดเข้าหาอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน คาลอสหรี่ตาให้เล็กลงเมื่อแสงจากการกระทบของดวงอาทิตย์เหนือหัวกำลังบดบังการมองเห็นเล็กน้อย ความร้อนพลันทำให้ร่างกายผลิตหยาดน้ำเค็มผุดออกมาตามผิวหนังยิ่งทำให้ร่างกายเกิดการไม่สบายเนื้อตัวมากขึ้นเท่าตัว
บอดี้การ์ดดูแลความปลอดภัยกว่าสามสิบคนก่อนหน้านี้สลายตัวอย่างรวดเร็วเหลือเพียงห้าคนที่รับหน้าที่เดินตามหลังคนเป็นนายเข้ามายังในเขตของตัวอาคารที่ยังคงมีผู้โดยสารคนอื่นๆ คอยเข้าออกใช้บริการอย่างแน่นหนาอยู่ตลอดเวลา
เพียงแค่ร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มปรากฏแก่สายตาผู้คนก็สามารถหยุดทุกกิจกรรมที่กำลังดำเนินให้พร้อมใจกันหันตรงมายังกลุ่มคนชุดดำทันที ด้วยออร่ากระแสความน่ากลัวน่าเกรงขามและความกดดันบางอย่างที่แผ่กำจายออกมาจากเรือนร่างใหญ่นั้นก็สามารถเดาได้ไม่ยากเลยว่าใครที่เป็นเจ้านายภายในกลุ่มคนน่ากลัวและน่าค้นหาเหล่านั้น
"พี่กำลังจะขึ้นเครื่องอีกชั่วโมงคงจะถึงแล้ว"
เสียงหวานหยดของหญิงสาวในชุดเอี้ยมกระโปรงยีนส์ฟอกสีซีดความยาวเสมอเข่าดังเล็ดลอดให้ได้ยินเหมือนเสียงรอบกายจะหยุดชะงักมีเพียงเสียงของหญิงสาวที่กำลังพูดคุยกับคนในสายก้มหน้าลงเล็กน้อยเดินตรงมาทางนี้เท่านั้นที่ยังคงดังกระทบโสตประสาท
คาลอสหลุบมองคนตัวเล็กกว่ามากด้วยแววตาเรียบนิ่ง สาวเจ้าไม่สนใจมองทางเลยเอาแต่ก้มต่ำล้วงอะไรบางอย่างจากในกระเป๋ากระโปรงเอี้ยมจนกระทั่ง...
"อ๊ะ!" เธอเดินชนเข้ากับแผงอกกว้างแข็งแรงของมาเฟียหนุ่มเข้าอย่างจัง
เครย์ตันที่เดินประกบหลังเจ้านายก้าวขึ้นมาหยุดข้างหญิงสาวร่างเล็กเจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังเงยขึ้นจ้องประสานกับดวงตาคมกริบนิ่งเรียบของเจ้านาย มือหนายื่นออกไปกำลังจะคว้าแขนเรียวของสาวเจ้าแต่กลับถูกขัดไว้ด้วยมือหนาของร่างสูงใหญ่เสียก่อน
"ขอโทษค่ะ"
หญิงสาวหันมองชายร่างใหญ่ที่เดินเข้ามาหาเหมือนจะเอาเรื่องก่อนจะหันกลับมายังคนที่เดินชนโค้งตัวลงกล่าวคำขอโทษเป็นภาษาอังกฤษชัดเจนแทนการยกมือพนมไหว้ขอโทษแบบคนไทย เพราะใบหน้าหล่อเหลาที่ดูยังไงก็ไม่ใช่คนเชื้อชาติเดียวกันนั้นบวกกับมือเล็กที่กำลังติดอยู่ในกระเป๋ากระโปรงเธอจึงเลือกที่จะโค้งขอโทษแทน ก่อนจะเดินผ่านหน้ากลุ่มคนร่างสูงใหญ่น่ากลัวมา ไม่ไวเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะหนึ่ง
มาเฟียหนุ่มเหลือบหางตามองร่างเล็กที่เดินผ่านไปเพียงนิดก่อนจะก้าวเท้าเดินออกมาจากบริเวณดังกล่าวโดยไม่สนใจอะไร ราวกับไม่เคยเกิดเรื่องอะไรขึ้นก่อนหน้านี้ กลิ่นหอมอ่อนๆ ตามกระแสลมหลังร่างเล็กของหญิงสาวผู้นั้นเดินผ่านโชยเตะจมูกดึงความสนใจของคาลอส แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้นเขาก็หันดึงความสนใจกลับอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
"นายจะกลับเพ้นเฮ้าส์ก่อนหรือตรงไปกาสิโนเลยดีครับ"
"...เพ้นเฮ้าส์"
เสียงเย็นตอบกลับลูกน้องเอนหลังกับพนักพิงข่มตาหลับ เพียงความเงียบที่กลับเข้ามาแทนที่ความวุ่นวายเสียงดังด้านนอกกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เพิ่งสัมผัสมาก็โชยให้ได้กลิ่นอีกครั้ง คาลอสเปิดตาขึ้นหรี่ลงยังตำแหน่งที่หญิงสาวแปลกหน้ากระแทกชนเพียงนิดก่อนจะปลดกระดุมถอดเสื้อสูทสีดำสนิทบนตัวออกโยนไว้ด้านข้างแล้วข่มตาหลับอีกครั้ง
.
.
นานาวใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพมายังเชียงใหม่ต่อด้วยรถโดยสารกลับมายังบ้านเกิดซึ่งอยู่ในอำเภอที่ห่างจากตัวเมืองเพียงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ก่อนจะมาถึงยังบ้านสวนของยายสถานที่ที่เธอเติบใหญ่มา
"พี่นาว!"
ริมฝีปากอวบรูปกระจับคลี่ยิ้มกว้างมองร่างสูงของน้องชายคนเดียวที่เหมือนปีนี้จะสูงมากกว่าปีที่แล้วมากกำลังวิ่งออกมารับหน้าบ้าน มือเรียวยื่นขนมของฝากจุกจิกให้กับคนตัวสูงกว่ารับไปพลางเอ่ยถามไม่จริงจัง
"วิ่งออกมาเร็วแบบนี้คงจะนั่งตั้งตารอเลยใช่ไหมเนี่ย"
"แหม~ พี่สาวจะกลับบ้านทั้งทีจะไม่ให้ตั้งตารอได้ไงล่ะ แล้วนี่พี่ซื้อการ์ตูนที่บอกไปกลับมาป่ะ" นาเอกเอ่ยถามพี่สาวพลางยกถุงของฝากมากมายในมือขึ้นดูประกอบไปด้วย
คิ้วเรียวสวยหยักยกขึ้นเล็กน้อยเป็นคำตอบก่อนเสียงหัวเราะหวานใสของเจ้าตัวจะดังแทรกออกมาเมื่อเห็นดวงตาเบิกกว้างของน้องชายด้วยความดีใจ
นาเอกเป็นน้องชายที่อายุห่างจากเธอราวเกือบเจ็ดปีได้ หลังจากคลอดน้องชายเธอแม่เธอก็จากไปทันทีเพราะเสียเลือดมากจากการคลอดลูก ส่วนพ่อเธอนั้น... ไม่รู้หายไปไหน ไม่เคยเห็นหน้าอีกเลยหลังจากจัดการกับงานศพของแม่เสร็จ
เธออาศัยอยู่กับยายและน้องแค่สามคนแต่แค่นี้ชีวิตก็มีความสุขมากแล้ว จนกระทั่งเธอสอบติดมหาลัยในกรุงเทพจึงจำต้องย้ายไปอยู่ในกรุงเทพเพื่อศึกษาต่อจะมีกลับมาเยี่ยมบ้านบ้างตามช่วงปิดเทอมหรือวันหยุดยาวเท่านั้น
สองพี่น้องพากันเดินเข้ามาในเขตรั้วบ้านสวนที่มีพื้นที่ประมาณหกไร่เศษได้ ทั้งสวนจะปลูกเป็นลำไยและมะม่วงจะมีบ่อปลาหลังบ้านที่เลี้ยงไว้สำหรับขายและทานเอง ส่วนบริเวณลานกว้างใกล้ตัวบ้านแบบทรงไทยขนาดกลางจะเป็นพื้นที่สำหรับปลูกผักสวนครัวไว้ทานเอง หน้าบ้านจะมีไม้ดอกปลูกเรียงรายไว้แบบพอเหมาะให้ดูสวยงาม ใช้ชีวิตเรียบง่ายแต่กลับมีความสุขมากเป็นไหน
กลิ่นหอมของขนมที่โชยมาจากครัวซึ่งแยกออกมาจากตัวบ้านหลังใหญ่บอกให้รู้ว่ายายบัว ยายผู้เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กกำลังทำอะไรอยู่ ไม่รอช้านานาวก็รีบเดินตรงเข้าด้านในทันทีตามด้วยนาเอกที่วางข้าวของของฝากในมือมากมายไว้บนแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้านแล้วเดินตามพี่สาวเข้าไป
"กลิ่นห๊อมหอมเหมือนจะเป็นของโปรดหลานสาวคนสวยเลยนะเนี่ย"
"อะๆ อย่าเพิ่งไปล้างมือก่อน" เสียงดุเอ็ดให้ไม่จริงจัง พอรู้ว่าหลานสาวจะกลับมาบ้านก็รีบให้หลานชายคนเดียวขับรถพาไปตลาดซื้อของกลับมาทำของโปรดหลานรอรับทันที แต่เด็กสาวที่เพิ่งเดินทางกลับมาถึงกลับไม่สนอนามัยก้มหยิบขนมในถาดขึ้นท่านจึงต้องเอ็ดเสียงดุไม่จริงจัง ไม่รู้จับฉลากมาได้หรือเปล่าถึงได้ติดเรียนพยาบาลมา แถมยังเรียนจนจะจบการศึกษาแล้วด้วยแต่เรื่องนี้ก็ต้องให้ท่านคอยเอ็ดให้อยู่บ่อยเหลือเกิน
"หือ~"
ใบหน้าจิ้มลิ้มยู่ปากงอแงไม่จริงก่อนจะเดินเข้ามาสวมกอดเอวอวบของยายบัวกดจมูกหอมแก้มเหี่ยวฟอดใหญ่ได้ยินเสียงโวยวายไม่จริงจังจากคนอายุมากก็พลอยหัวเราะคิกคักเดินเลี่ยงมายังอ่างเคาน์เตอร์ล้างจานเปิดน้ำล้างมือโดยที่ยังมีเสียงบ่นโวยวายว่าให้ไม่จริงจังของท่านตามหลัง
เป็นการเปิดตัวพระนางที่เร็วมากตั้งแต่ตอนแรกเลย🤣
เจ๊ : ยินดีด้วยนะยัยนาวที่ในที่สุดแกก็ได้มีความสุขสักที : ติดเรียนไปไม่ได้ไว้รอไปรับขวัญหลานแล้วกันKP : ฉันอยากจะหยิกมันให้เนื้อเขียวเลย หนีพวกฉันไปแต่งงานก่อนได้ไง : ถ้าไม่ติดว่าในงานมีผัวในอนาคตฉันอยู่ด้วยนะฉันอาละวาดแน่ เจ๊ : ผัวในอนาคต? @KP ใคร?KP : ไม่บอกปล่อยให้งง ใครใช้ให้พวกแกหนีฉันไปกันหมดเองล่ะเจ๊ : ส่วนตัวมา @KP เจ๊ : ยัยข้าว!นานาวส่ายหน้ายิ้มน้อยๆ ให้บทสนทนาของเพื่อนรักทั้งสอง หนาวยังไม่รู้เรื่องพี่ชายเธอเพราะมีคนที่สถาปนาตัวเองให้เป็นเมียในอนาคตของคนไม่รู้เรื่องด้วยบอกให้ปิดไว้ก่อน จะรอเปิดเซอร์ไพรส์เองในตอนที่จีบติดแล้ว ซึ่งเธอก็รับปากว่าจะไม่บอกแต่ใครจะคิดว่าเจ้าตัวจะมาโป๊ะแตกเสียเองมือเรียวกดส่งสติ๊กเกอร์รูปเด็กผู้หญิงกำลังหัวเราะกลับไปในกลุ่มแชทเพื่อน ข้อความนั้นมันเด้งขึ้นมาตั้งแต่เมื่อคืนดูจากเวลาแล้วน่าจะเป็นตอนที่เธอกับคนรักกำลังเข้าหอกันอยู่.. นิ้วเรียวกดออกจากแชทกลุ่มเพื่อนเลื่อนลงมายังข้อความที่ยังไม่ได้เปิดอ่านอีกสองสามแชทก่อนจะรู้สึกถึงความอุ่นที่เข้ามาโอบร่างเล็กเอาไว้จากทางด้านหลังดวงหน้าหวานแหงนขึ้นเอนวางศีรษะลงไปกับพนักวางมือจ้องคนตัวโตที่เดิ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วและในที่สุดงานมงคลที่ตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อก็มาถึง แต่นั่นมันไม่ใช่สำหรับคนที่เคลียร์ตัวเองทุกอย่างพร้อมตั้งแต่เดือนที่แล้วอย่างคาลอส เขายังรู้สึกว่ากว่าจะถึงวันนี้เวลามันช่างเดินผ่านไปช้าเหลือเกิน ดีหน่อยที่ได้อยู่กับคนรักถึงได้ช่วยแบ่งเบาความเชื่องช้านั้นลงไปได้บ้างร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มในชุดเจ้าบ่าวดูดีสีขาวไปทั้งชุดกำลังยืนล้วงกางเกงทอดสายตามองแขกเหรื่อที่กำลังทยอยกันเข้ามาอย่างแน่นหนาด้วยใบหน้านิ่งๆ งานช่วงเย็นในวันนี้ถูกจัดขึ้นภายในโรงแรมหรูระดับไฮคลาสที่คาลอสเพิ่งได้ลงทุนไปด้วยเม็ดเงินมหาศาล ถือหุ้นในเครือเป็นอันดับสองรองลงมาจากผู้ก่อตั้งเหตุผลที่ลงทุนไปเหรอไม่มีอะไรมากแค่อยู่ใกล้บ้านยายของคนรักข้อเดียวเลยจริงๆ"ไงวะเจ้าบ่าว"เสียงทุ้มติดกวนเล็กน้อยทำให้คาลอสที่กำลังยืนมองตรงไปด้านหน้าต้องหันกลับมายังกลุ่มเพื่อนที่เดินเข้ามาพร้อมกันทั้งสามคน และแน่นอนว่าเจ้าของประโยคทักทายนั่นคือศรัณย์โดยไม่ต้องสงสัย"งานแต่งตัวเองทั้งทีแต่ทำไมมายืนหน้านิ่งอยู่นี่วะ ยิ้มอะทำเป็นหรือเปล่าแขกเมียเห็นคงได้เดินหนีกันหมด""..." มาเฟียหนุ่มทำเพียงพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ แทนคำพูด
หลายวันต่อมา...จุ๊บ~"อื้อ~"มือเรียวยกปัดป้องสิ่งรบกวนการพักผ่อนเปลือกตาบางยังคงปิดแน่นพลิกกายซุกหน้าเข้าหาความอบอุ่นของอกกว้างไม่ยอมตื่นตามการปลุกของอีกคนคาลอสมองคนรักด้วยความเอ็นดูปนหมั่นเขี้ยว จรดริมฝีปากร้อนลงมาบนแก้มนุ่มหนักๆ อีกครั้งพร้อมกับยกร่างเล็กของคนรักขึ้นมากอดรัดแน่นแกล้งเย้าแหย่ ได้ยินเสียงครางอื้ออึงประท้วงจากคนตัวเล็กก็ยิ่งมันเขี้ยวอ้าปากงับแก้มนุ่มนิ่มไม่แรงมากนัก"อื้อ~ อย่ากวนหนู""ตื่นได้แล้ว ขี้เซาจริงๆ เลย""..."มาเฟียหนุ่มกึ่งนั่งกึ่งนอนมองดูร่างเล็กของคนที่ยังไม่ยอมตื่นแล้วได้แต่ส่ายหัวยิ้มน้อยๆ รู้ว่าคนท้องมักจะอ่อนเพลียอยากนอนเยอะมากกว่าปกติคนทั่วไปแต่หากว่าเจ้าหล่อนเอาแต่นอนอยู่แบบนี้มีหวังวันนี้คงไม่ต้องไปไหนแล้ว สิ่งที่คิดไว้ว่าจะทำในวันนี้คงต้องยกเลิกไปดวงตาคมเงยขึ้นมองบ้านทรงไทยหลังขนาดกลางด้านหน้าที่มีเจ้าบ้านออกมายืนรอรับชะเง้อคอยาวรอข้างกันนั้นคือแม่ผู้ให้กำเนิดของเขาเองที่ตื่นเต้นรีบลงจากรถลงไปก่อนแล้วชวนผู้อายุมากกว่าพูดคุยเสียงเจื้อยแจ้ว ส่วนอีกสองคนที่เหลือยืนคนละฝั่งทำหน้าขรึมเหมือนรูปปั้นยักษ์หน้าวัดต่างคนต่างไม่มองหน้ากัน ตอนนี้จึงเหลือเพ
"ทานเยอะๆ นะหนูนาว วันนี้แม่บ้านช่างรู้ใจทำแต่อาหารไทยทั้งนั้นเลยนะ""..."นานาวกวาดสายตามองอาหารบนโต๊ะที่ระรานตาแล้วก็ใจเต้นแรง เพราะมันมีแต่ของโปรดของเธอทั้งหมดเลย อาหารมากกว่าสิบอย่างยังไม่นับรวมผลไม้ของโปรดอย่างชมพู่ทับทิมจันทร์ลูกสีแดงๆ ที่วางอยู่ไม่ไกลนั้นอีกเขาคง... ไม่ได้จัดหาแม่ครัวอาหารไทยมาเพื่อเธอโดยเฉพาะหรอกนะ"ใครบอกว่าแม่บ้านทำครับมัม ผมทำเองต่างหาก"แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรเลยเถิดไปมากกว่านั้น เสียงเข้มๆ ของมาเฟียหนุ่มก็ดังแทรกขึ้นมาพร้อมกับร่างใหญ่ที่เดินเข้ามากับพ่อของเขาดวงตากลมที่เผลอรีบเงยจากอาหารบนโต๊ะขึ้นมายังใบหน้าคมเข้มเจ้าของเสียงเกิดความสั่นไหวหัวใจเต้นแรงเป็นจังหวะระรัวขึ้นมา เมื่อกี้เขาบอกว่า.. เขาเป็นคนทำเองงั้นเหรอคาลอสดึงสายตามาสบกับดวงตากลมโตเล็กน้อยก่อนจะพาตัวเองเดินเข้ามาหาคนตัวเล็กที่ถูกจัดนั่งข้างแม่ผู้ให้กำเนิด หย่อนตัวลงบนเก้าอี้อีกตัวข้างเธอโดยมีแม่บ้านค่อยเลื่อนเก้าอี้ออกให้ มือหนาวางลงบนศีรษะทุยยีผมสวยเบาๆ อย่างอ่อนโยนก่อนจะคลี่ยิ้มให้เล็กน้อยด้วยความเอ็นดู"นี่ลูกบอกว่าทำเองงั้นเหรอ""ครับ ผมเรียนกับเชฟมิชลินอาหารไทยอันดับหนึ่งเพื่อเมียผมคนเ