Se connecterอิงเถาไม่ตอบออกมาแต่ส่ายหน้าน้อย ๆ พร้อมกับก้มหน้างุดหลบสายตาเร่าร้อนของบุรุษตรงหน้า แต่กลับทำให้ผิงหยางใบหน้าเศร้าคิดว่าเขาเดาใจนางไม่ถูก “ทำไมเจ้าไม่ชอบปิ่นนี้” ผิงหยางพูดด้วยเสียงผิดหวัง แต่เมื่อขยับจะถอยห่างตัวนางอิงเถากลับมาขยับเข้ามาใกล้แล้วเขย่งขึ้นกระซิบที่ใบหูของชายหนุ่มแทน “ข้าชอบท่านเจ้าค่ะ” อิงเถากระซิบเบา ๆ แต่ชายหนุ่มได้ยินชัดเจนเสียจนใบหน้าเบิกบาน แล้วเขาก็ดึงนางเข้ามากอดเอาไว้ “ข้าก็ชอบเจ้า ชอบทุกอย่างที่เป็นเจ้า” ผิงหยางสารภาพรักกับอิงเถาแล้วก็ฉวยโอกาสหอมแก้มนางอีกหลายฟอด กว่าจะปล่อยให้นางเป็นอิสระ อิงเถาเดินออกมาจากห้องของผิงหยางด้วยใบหน้ายิ้มแย้มสร้างความเอ็นดูให้กับหลันฮุ้ยเจิน ‘บุตรชายนางก้าวหน้าไปอีกขั้นแล้วสินะ’ ยามเมื่อนางสาว ๆ สามีนางก็กว่าจะเกี้ยวนาง แม้ช่วยเหลือนางแล้วก็ยังไม่สารภาพ จนท่านแม่เกือบให้แต่งงานล้างอายกับคนอื่นไปแล้วถึงยอมมาคุยกับท่านแม่แต่งนางโดยที่ไม่ได้บอกทางบ้านด้วยซ้ำ แต่นางก็นับถือความรักของสามีทำให้นางอดทนจนมีทุกวันนี้ เมื่อถึงเวลาอาหารค่ำ ฉินชินอ๋องนอกจากจะพาไท่ซ่างหวงม
“ท่านแม่ พี่ใหญ่มีความลับกับข้า” ผิงเหยาฟ้องมารดาไม่พอใจที่พี่ใหญ่ไม่ให้ตนเข้าไปด้วย “เอาเถอะ...ไม่ใช่ว่าลูกก็มีความลับกับพี่ใหญ่หรอกรึ” เมื่อมารดากล่าวเช่นนี้ผิงเหยาก็อมยิ้มทันที นางยังไม่กล้าบอกพี่ใหญ่เรื่องคุณชายฉิน แต่ว่านางเป็นสตรีจะให้เอ่ยเรื่องเช่นนี้ก่อนได้อย่างไรกัน “ท่านแม่...อย่าล้อข้า” ผิงเหยารีบหนีมารดาเข้าห้องไปทันที นางไปขโมยหยกของฉินชินอ๋องขณะเขาอาบน้ำที่ลำธารเมื่อหลายปีก่อน แล้วอย่างไรนะหรือ โดนเขาจับได้ตีก้นนางเสียแดงไปหมด แต่เมื่อนางนอนในห้องเปิดก้นรอให้สาวใช้ทายาให้ เขากลับกระโดดเขาห้องมา แล้วนางก็โวยวายหาว่าเขาแอบดูก้นนางต้องรับผิดชอบแต่งงานกับนาง เรื่องนั้นเพียงพูดไปเท่านั้น เพราะรู้ว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษพอไม่ยอมแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปแน่ แต่ว่าเมื่อไม่นานมานี้ จู่ ๆ เขาก็พูดว่านางปักปิ่นเมื่อใด จะให้ไท่ซ่างหวงมาสู่ขอ เล่นเอานางอึ้งไปจนพูดไม่ออก และที่สำคัญเขาเลือกพูดขณะที่ท่านแม่กำลังเดินเข้ามา แล้วนางก็มั่นใจว่าท่านแม่ได้ยินเต็มสองหู หลังจากนั้นนางก็ฝันถึงฉินชินอ๋องทุกคืน ทำเอานางไม่อยากตื่น เพียงแต่ปีนี
“สตรีชอบสิ่งใดกันนะ” เขานั่งบ่นอยู่บนหลังม้าแล้วก็เหลือบไปเห็นฉินชินอ๋องที่เดินออกมาจากโรงยาหนิงเจี้ยน เขาหลบหน้าเพราะช่วงนี้ยังหาสมุนไพรมาขายไม่ได้ และสหายจงเช่อของเขายังขี้เกียจแล้วเขาก็คิดว่าปล่อยให้เห็ดหลินจือมันโตอีกหน่อยแล้วกัน จะได้ราคาดี ทั้งที่จริงเขาก็ขี้เกียจไม่ต่างจากเจ้าม้า กำลังหาวิธีปลูกมันอยู่ หากได้วิธีปลูกเห็ดหลินจือ เขาก็ไม่ต้องขึ้นเขาอีกแล้ว “อาหยางนั่นเจ้าจะไปที่ใด” ฉินชินอ๋องร้องเรียกสหายต่างวัยที่ทำเหมือนไม่เห็นเขา แต่เขารับรู้ว่าเจ้านั่นเห็นเขาแน่ เพียงแต่ไม่ทักแล้วมาในตัวอำเภอเช่นนี้เพื่ออันใด “คุณชายฉิน” ไม่ว่าผ่านมานานเพียงใด ผิงหยางก็ได้รับอนุญาตให้เรียกคุณชายฉิน เพราะว่าไม่ต้องการให้ชาวบ้านแตกตื่นเรื่องยศตำแหน่ง ใบหน้ายิ้มเจื่อนบนหลังม้าหันไปมองแล้วก็กระโดดลงมา ตอนนี้ในเมืองอำเภอชุนคึกคักนัก ได้ข่าวว่าจะมีการรวมอำเภอขึ้นเป็นมณฑลปกครองใต้อำนาจฉินชินอ๋อง เนื่องจากฝ่าบาทเห็นว่าไท่ซ่างหวงก็เสด็จประทับอยู่ชายแดน การเดินทางทางต่าง ๆ และงบประมาณชายแดนจะได้สร้างสิ่งต่าง ๆ ให้ทางนี้เยอะขึ้น “เจ้ามาหาสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือไม่” ฉ
ห้าปีผ่านไปก็ถึงวัยที่อิงเถาปักปิ่น หลันฮุ้ยเจินคิดจัดงานยิ่งใหญ่ให้คนในหมู่บ้านมาดื่มกิน รวมทั้งสหายการค้าและไท่ซ่างหวงก็ยังไม่พลาดรับเชิญในงานนี้ แต่มีคนหนึ่งกำลังกลัดกลุ้มใจด้วยเรื่องไม่รู้จะหาอันใดเป็นของขวัญให้ว่าที่ภรรยาในอนาคตนะสิ เขาเดินไปที่คอกม้าพอเห็นครอบครัวของจงเช่อที่ยืนคลอเคลียกันอย่างน่าเอ็นดู มีเจ้าม้าตัวน้อยสองตัว แล้วจงเช่อก็ยืนไม่ห่างจินจูดูเป็นคู่ที่น่าอิจฉาเสียจนเขาถอนหายใจเกาะคอกม้าดูครอบครัวสหายม้ารักใคร่ปรองดองกันดี “จงเช่อ...ไม่ว่างรึ” เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะทำอะไรจะเรียกไปแบบเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว จงเช่อก็มีเมียและลูกคอยดูแล แต่เขาไม่เห็นว่าจะต้องดูแลอะไร ก็แค่ยืนพลอดรักให้เขาอิจฉาเท่านั้น “นายน้อยเป็นอันใด” จงเช่อกำลังเกี้ยวภรรยา แต่ว่านายน้อยกลับมายืนหน้าเศร้าเกาะคอกม้าท่าทางน่าสงสารสงสัยคงมีเรื่องอะไรแล้วกระมัง และสหายที่ดีอย่างจงเช่อจะยอมให้นายน้อยทุกข์ใจได้เช่นไรจึงบอกภรรยา แล้วปลีกตัวมาหานายของตน ผิงหยางเดินไปนั่งที่ชิงช้าริมน้ำที่ทำไว้ให้อิงเถากับเหยาเหยาได้มานั่งผ่อนคลาย โดยมีจงเช่อเดินตามมาติด ๆ “ข้าคิดไม่ตก”
คราวนี้ผิงหยางถึงกับหัวเราะท้องแข็ง นั่งหัวเราะไม่พอลงไปกลิ้งหัวเราะกับพื้นไปมา จนเข้าใจที่มาของคำว่าขำกลิ้งเป็นเช่นไร “ฮรี้....!!!! นายน้อยจงเช่อไม่ขำนะขอรับ” ม้าหนุ่มถึงกับงอนเลยทีเดียว เพราะเจ้านายของตนนอกจากจะไม่ปลอบใจยังเอาแต่หัวเราะเยาะอีก “ฮึก...ฮึก...ฮึก...ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ผิงหยางพยายามกลั้นแล้วจริง ๆ แต่ทว่ามันกลั้นไม่ได้ มันขำหนักมากจนหยุดไม่อยู่ กว่าจะเลิกหัวเราะได้ก็ทำเอาเจ้าม้างอนยิ่งกว่าสตรี “ขอโทษ...เช่นนั้นตอนนี้เจ้าก็ว่างแล้วใช่หรือไม่ ข้าไม่ได้เข้าป่านานแล้วนะ ตั้งแต่เจ้ามีเมีย ไม่ได้หาหลินจือ หาโสมให้องค์ชายสามเลย ตอนนี้มีอยู่บ้างหรือไม่เล่าบนเขา” ผิงหยางตั้งแต่มั่งคั่งก็ไม่ได้ไปเก็บสมุนไพรล้ำค่าอีกเลย เขามีหน้าที่ตรวจโรงงานต่าง ๆ การทำการค้ากับกลุ่มพันธมิตรที่คิดมาร่วมค้าด้วย โดยทำร่วมกับองค์ชายสามหรือฉินชินอ๋องในตอนนี้ “ยังไม่ออกตอนนี้หรอก ท่านเทพไป๋หู่จะให้พบแค่ปีละครั้งเท่านั้น เพราะท่านร่ำรวยมากแล้ว” จงเช่อกล่าว แต่ก่อนที่พบบ่อยเพราะท่านเทพไป๋หู่อยากให้เจ้าเด็กน้อยนี้ตั้งตัวได้เร็ว ๆ แผ่นดินจะได้ผาสุกชาวบ้านอยู่ดีกินดีโดยเร็
ครบสามปีฝ่าบาทสละราชบัลลังก์ให้กับองค์ชายห้าขึ้นครองราชย์ แล้วมาเป็นไท่ซ่างหวงอยู่ริมชายแดนคุมเหมืองทองเสียเอง และนั่นคือข้ออ้าง แท้ที่จริงเบื่อราชสำนักที่วุ่นวายตั้งแต่ตัวเองขึ้นครองราชย์แล้ว จึงโยนภาระให้กับบุตรชายคนที่ห้าแทน “ท่านพ่อ...ท่านทำอันใด” เมื่ออยู่ชายแดนไท่ซ่างหวงทิ้งหัวโขน อำนาจแล้วก็ตำแหน่งขอเป็นตาแก่อยู่บ้านเอาแต่ใจบ้าง และที่สำคัญของกินบ้านผิงหยางถูกส่งมาเท่าไหร่ไท่ซ่านหวงก็กินจนเต็มท้อง จนหมอหลวงติดตามมาขอให้องค์ชายสามช่วย “ก็กินขนม” เหยาถังเกานั่งจิ้มกินขนมอย่างสบายใจ หลังกำจัดอดีตฮองเฮาที่วางแผนจะลอบฆ่าตนเองที่ไม่ยกบัลลังก์ให้บุตรชายคนแรก แล้วก็จัดการยึดอำนาจขององค์ชายใหญ่ส่งกำลังทหารให้ฮ่องเต้องค์ใหม่จัดการควบคุม เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข “ท่านกินขนมไม่ได้แล้วนะขอรับ” ฉินหวงหมิ่นต้องส่งจดหมายไปเรียกมารดาให้มาช่วยดูแลท่านพ่อของตน แล้วฉินกุ้ยเฟยก็เบื่อหน่ายวังหลวงเดินทางมาถึงหลังจากสามีหนีมาก่อน เพราะว่านางบ่นเรื่องการกินของหวานเกินไปจนทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง ตั้งแต่บุตรชายของตนร่วมตั้งโรงน้ำตาลอ้อย สารพัดของหวานแสนอร่อยก็ถูกคิดค
“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง บ้านท่านยายท่านเก่าแล้ว ตอนนี้ไม่มีคนอยู่ อ้างชื่อท่านพ่อและท่านแม่แล้วก็ไปคุยกับท่านผู้ใหญ่บ้านให้ทำเรื่อง เล่าความเป็นมาให้ฟังที่เหลือคนจะสงสารท่านทั้งสองเอง” เรื่องราวชีวิตของเด็กน้อยทั้งสอง ต่อไปคงเป็นที่กล่าวขานอีกนาน ดังนั้นเขาย่อมต้องช่วยเหลือเด็กสองคนนี้ให้ปลอดภัย
ยามเหม่าท้องฟ้าที่มืดมิดเริ่มมีความสว่างเล็กน้อย สองเด็กน้อยกับม้าอีก 5 ตัววิ่งฝ่าความมืดออกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือที่เป็นป่ารกทึบ เพื่อทะลุป่าออกไปยังหมู่บ้านหลัวไห่ในอำเภอเหอหลัว เพราะหากวิ่งผ่านไปยังกำแพงเมืองที่ทางออกใกล้กว่า นอกจากมีแม่น้ำและยังต้องข้ามสะพานแล้ว ยังต้องผ่านประตูเมือง และต้องใช้
“ท่านพี่จะไปที่ใดกันเจ้าคะ” ผิงเหยาอยากรอท่านแม่ที่บ้าน กลัวว่าท่านแม่กับท่านพ่อมาแล้วจะไม่พบ “เราจะไปตามหาท่านพ่อกับท่านแม่กัน จงเช่อจะพาไป” เด็กชายกล่าวเสียงกระซิบแล้วเมื่อถึงที่จงเช่อเฝ้าไว้ เป็นที่ใต้ต้นไม้มีไหเกลือฝังอยู่ ในนั้นเต็มไปด้วยตำลึงราวสัก 50 ตำลึงทองได้ แต่เขาแค่กะประมาณคร
ผิงหยางเดินสำรวจเรือนผิงในความมืดด้วยเสียงอันเบาราวตีนแมว จนมาถึงคอกม้าด้านหลังแล้วก็เขาก็เดินเข้าไปดูม้าในคอกว่ามีทั้งหมดกี่ตัว “มีม้า 5 ตัวเชียว” เขาอุทานขึ้นไม่น่าเชื่อว่าจะมีม้าใหม่ น่าจะเป็นช่วงที่ท่านพ่อกับท่านแม่ส่งตำลึงมาหลายตำลึงทอง ท่านลุงใหญ่ที่ชื่นชอบม้าจึงขอตำลึงท่านย่าไปซื้อ







