สองพี่น้องแซ่ผิงผู้เก่งกาจ

สองพี่น้องแซ่ผิงผู้เก่งกาจ

last update最終更新日 : 2026-05-01
言語: Thai
goodnovel18goodnovel
評価が足りません
114チャプター
88ビュー
読む
本棚に追加

共有:  

報告
あらすじ
カタログ
コードをスキャンしてアプリで読む

概要

ทะลุมิติ/ย้อนยุค/ย้อนเวลา

ทําฟาร์ม/ปลูกผัก/ทำสวน

ทำอาหาร

เด็กดี

แก้แค้น

ภูผาหนุ่มนักศึกษาแพทย์แผนจีนตะวันออก เข้าฝึกนักศึกษาวิชาทหาร แล้วเป็นลมสลบตื่นมาอีกครั้งในร่างเด็กชายวัย 10 ขวบเพื่อปกป้องน้องสาวที่โดนรังแกจากบ้านบิดา

もっと見る

第1話

บทที่ 1 พี่ใหญ่ข้าหนาว 1/2

แนะนำเรื่อง

ภูผาหนุ่มนักศึกษาแพทย์แผนจีนตะวันออก ในมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง ที่อยากทำให้พ่อแม่ภาคภูมิใจที่เวลารับปริญญาแล้วจะได้เรียกชื่อนำหน้าว่า ว่าที่ร้อยตรีแล้วใส่ชุดขาวรับปริญญา นั่นคือความใฝ่ฝันในวัยเด็กของเขา จึงดั้นด้นไปเรียนนักศึกษาวิชาทหารในชั้นปีที่ 5 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายแล้ว

         ขณะที่กลางคืนเขากำลังเดินป่าทดสอบความกล้าอยู่นั้นอยู่นั้นเกิดพลัดหลงไปชนต้นไม้จนสลบไป และตื่นขึ้นมาอีกทีก็รู้ตัวว่าตนเองอยู่ในร่างเด็กชาย 10 ขวบที่นอนหนาวกอดน้องสาวอยู่ในห้องเก็บฟืนของบ้านเดิมบิดา

         เนื่องจากบิดาเป็นลูกชายคนรองที่ปู่ไม่รักไม่พอ ทั้งยังชิงชัง ถูกเปรียบเทียบกับท่านลุงใหญ่เป็นประจำ ต้องไปรับจ้างต่างเมืองกับท่านแม่ บ้างก็ไปเร่ขายของตามเมืองต่าง ๆ เพื่อหาตำลึงมาจุนเจือเพื่อให้ตนมีที่ซุกหัวนอน โดยฝาก

ผิงหยางและผิงเหยาให้ท่านปู่ท่านย่าดูแล แต่ทว่ากลับให้กินอยู่ราวกับหมูในคอกที่เลี้ยงไว้ขายไม่พอ และคิดจะขายตนและน้องสาว จนเด็กชายชวนน้องสาวหนีไปตามหาบิดาและมารดา โดยไปตั้งหลักที่หมู่บ้านโม๋หลัว ซึ่งเป็นบ้านเดิมของมารดา และเป็นบ้านท่านยายที่เสียชีวิตไปแล้ว

.........................................................................................................................................................................................................................

“พี่ใหญ่...ข้าหนาว” เสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นข้างใบหูของภูผา ทำให้ชายหนุ่มขยับเปิดเปลือกตาขึ้นกะพริบตาไปมาพร้อมปรับแสงในความมืด ที่อากาศหนาวเย็นกว่าตอนก่อนที่เขาเดินป่าในตอนหัวค่ำ ที่เป็นหน้าฝนมียุงชุกชุมค่อนข้างมาก จนเขาต้องแต่งตัวมิดชิดตั้งแต่หัวจรดเท้า

         เมื่อเขาขยับพลิกตัวที่ตะแคงให้นอนหงาย ความปวดหนึบที่ศีรษะก็เกิดขึ้น เขาปวดหัวแทบระเบิดพร้อมกับความทรงจำของใครไม่รู้ผุดขึ้นเต็มหัวไปหมด

         ‘นะ...นี่มัน...’ เสียงแหบเครือเปล่งออกมา เมื่อเขาปวดร้าวไปยันกระบอกตา ลามไปยังศีรษะด้านหลังจนแทบใกล้จะระเบิดเต็มที เขาจะร้องก็ร้องไม่ออกได้แต่หลับตาปล่อยให้ภาพต่าง ๆ ลอยเข้ามาในความทรงจำให้จบ จนเวลาผ่านไป 1 เค่อ เหมือนอาการจะดีขึ้นเล็กน้อย คงเหลือเพียงอาการปวดที่ศีรษะกับอาการตัวร้อนยังคงอยู่ไม่เสื่อมคลาย

         ‘เขาไม่สบายงั้นเหรอ?’

         ความทรงจำก่อนตื่นคือเดินป่าในวิชาฝึกความกล้า กับการแบกกระเป๋าเป้ทหาร ที่มีอุปกรณ์ดำรงชีพในป่าของจริง ที่ครูฝึกให้ภูผาฝึก และเขาก็ตั้งใจเป็นอย่างดี แต่เขาดันเหยียบกิ่งไม้แห้งจนลื่นล้มหัวฟาดกับกิ่งไม้ใหญ่ และจำอะไรไม่ได้อีก จนมารู้สึกตัวเอาก็ตอนตัวเองนอนอยู่ในความมืด ที่แขนขารู้สึกจะหดเล็กราวกับเด็ก 10 ขวบไม่พอ ยังเหมือนขาดสารอาหารอีกต่างหาก เหมือนเติบโตไม่สมวัย

         แล้วเสียงเย็นยะเยือกของเด็กผู้หญิงก็เรียกเขาอีกครั้งแต่ไม่ใช่ภูผา “พี่ใหญ่เสี่ยวเหยาหนาวแล้วก็หิวด้วย”

         แค่คำพูดว่าเสี่ยวเหยาความทรงจำในร่างของเด็กคนนี้ก็ตีเข้าหัว ราวกับถูกไม้หน้าสามฟาดตีแสกเข้าหน้า ได้แต่คิดว่านี่อาจจะเป็นเพียงความฝันของเขาก็ได้

         ‘ไม่...ไม่จริง...ข้าคือภูผา...เหตุใดมาอยู่ในร่างเด็กที่มีนามว่าผิงหยาง แล้วมีน้องสาวตัวเล็กที่น่าสงสารเช่นนี้เล่า’

         มือเล็ก ๆ กวาดมองหากระเป๋าตัวเองคาดว่าอาจจะยังตกอยู่แถวนี้ ในนั้นมีอุปกรณ์ยังชีพในป่าที่สามารถอยู่ได้แรมสัปดาห์ เพราะการฝึกครั้งนี้เป็นการฝึกจริงจังเหมือนทหาร ดังนั้นของที่อยู่ในกระเป๋าล้วนเป็นของที่ทหารใช้กันจริง ๆ

         เขาจำได้ว่าในนั้นมียา มีน้ำและอาหารและยังมีไฟฉายด้วย เขาพยายามหอบเอาสังขารที่น่าจะกำลังป่วยของเด็กชายลุกขึ้น แล้วหาไฟฉายออกมาเปิดแล้วหรี่ไฟ ให้พอเพียงมองเห็นความสว่าง

         เมื่อฉายไฟไปทั่ว ๆ เขาก็รับรู้ได้แล้วว่าไม่ผิดแน่ เขาย้อนอดีตมาเหมือนกับนิยายแนวทะลุมิติในเว็บนิยายดัง มีทั้งนักเขียนคนไทยและงานเขียนแปลจากต่างประเทศ

         “ข้าฝันไปหรือเปล่า” เขายังถามตัวเองอีกรอบ แต่เมื่อเห็นแววตาน่าสงสารของเด็กสาวที่ใบหน้ามอมแมมราวกับไม่ได้อาบน้ำ และบ่นหิวและหนาวเขาจึงหยิบเอาขนมปังขึ้นมาฉีกถุงออกข้างในมันเป็นไส้ลูกเกดสีดำ ให้นางกินแล้วก็เอากระติกน้ำสีทหารที่ยังมีน้ำอยู่เต็ม เห็นขนาดมันไม่ใหญ่มากก็จริงแต่เก็บน้ำได้เยอะเชียว

         เขาควานหายาพารา ยาลดไข้ ยาแก้ไอ แกะแล้วกระดกเข้าปาก ตามด้วยน้ำและก็หยิบขนมปังที่ในกระเป๋าตัวเองออกมาอีก แต่เหมือนของกินยิ่งล้วงกลับยิ่งมีเพิ่ม เขาจำได้ว่ามีขนมปังสามห่อ แต่เมื่อล้วงไปอีกทำไมยังมีสามห่อเช่นเดิมล่ะ

         ‘อย่าบอกนะว่าเจ้ากระเป๋านี่ทะลุมิติมาในโลกคู่ขนานนี้เพื่อช่วยเหลือเขา...’ บ้าบอเกินไปแล้ว

         ขณะที่ชีวิตกำลังสิ้นหวังอยู่นั้น กลับมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อดูเหมือนว่าความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นในความทรงจำจะมีทางช่วยเหลือเขา ต้องสะพายกระเป๋านี้ติดตัวไม่ยอมให้ห่างกายทีเดียว

         เขาจำได้ว่าเพื่อนที่เป็นคุณชายแสนร่ำรวยให้เสื้อขนเป็ดใส่กระเป๋าเขามาด้วย เพราะบอกว่ากระเป๋าเขากว้างและยัดของได้เยอะ ทั้งที่ประเทศไทยร้อนตลอดชาติ คิดได้ยังไงเอาเสื้อขนเป็ดมา แต่เมื่อซักถามได้ความว่าแม่ของมันกลัวลูกชายจะหนาวกลางคืน

もっと見る
次へ
ダウンロード

最新チャプター

続きを読む
コメントはありません
114 チャプター
บทที่ 1 พี่ใหญ่ข้าหนาว 1/2
แนะนำเรื่องภูผาหนุ่มนักศึกษาแพทย์แผนจีนตะวันออก ในมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง ที่อยากทำให้พ่อแม่ภาคภูมิใจที่เวลารับปริญญาแล้วจะได้เรียกชื่อนำหน้าว่า ว่าที่ร้อยตรีแล้วใส่ชุดขาวรับปริญญา นั่นคือความใฝ่ฝันในวัยเด็กของเขา จึงดั้นด้นไปเรียนนักศึกษาวิชาทหารในชั้นปีที่ 5 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายแล้ว ขณะที่กลางคืนเขากำลังเดินป่าทดสอบความกล้าอยู่นั้นอยู่นั้นเกิดพลัดหลงไปชนต้นไม้จนสลบไป และตื่นขึ้นมาอีกทีก็รู้ตัวว่าตนเองอยู่ในร่างเด็กชาย 10 ขวบที่นอนหนาวกอดน้องสาวอยู่ในห้องเก็บฟืนของบ้านเดิมบิดา เนื่องจากบิดาเป็นลูกชายคนรองที่ปู่ไม่รักไม่พอ ทั้งยังชิงชัง ถูกเปรียบเทียบกับท่านลุงใหญ่เป็นประจำ ต้องไปรับจ้างต่างเมืองกับท่านแม่ บ้างก็ไปเร่ขายของตามเมืองต่าง ๆ เพื่อหาตำลึงมาจุนเจือเพื่อให้ตนมีที่ซุกหัวนอน โดยฝากผิงหยางและผิงเหยาให้ท่านปู่ท่านย่าดูแล แต่ทว่ากลับให้กินอยู่ราวกับหมูในคอกที่เลี้ยงไว้ขายไม่พอ และคิดจะขายตนและน้องสาว จนเด็กชายชวนน้องสาวหนีไปตามหาบิดาและมารดา โดยไปตั้งหลักที่หมู่บ้านโม๋หลัว ซึ่งเป็นบ้านเดิมของมารดา และเป็นบ้านท่านยายที่เสียชีวิตไปแล้ว..........................
last update最終更新日 : 2026-04-20
続きを読む
บทที่ 1 พี่ใหญ่ข้าหนาว 2/2
เขาอยากจะมองบน แต่เพราะแบรนด์ดังแล้วเสื้อเหมือนไม่หนาแต่โคตรอุ่น จึงดึงมันออกมาให้น้องสาวในโลกคู่ขนาดของเขาได้สวมใส่ “ท่านพี่นี่อันใดเจ้าค่ะ” ผิงเหยาที่เคี้ยวอะไรไม่รู้ รู้แต่อร่อยเข้าท้องอย่างมูมมาม จนไม่ได้ถามพี่ชายว่าพี่ชายเอามาจากที่ใด นางอายุ 5 หนาวเชื่อฟังพี่ชายตามที่ท่านพ่อท่านแม่สั่งไว้ และเมื่อพี่ชายบอกว่าอะไรก็เชื่อไปหมด “นี่เป็นเสื้อที่พี่ได้มาจากพ่อค้าเร่ พี่ไปรับจ้างช่วยเขาแบกสินค้าลงเรือ” เหตุผลนี้น่าจะสมเหตุสมผลที่สุดแล้ว ที่จะบอกน้องสาวของเขา หากขืนบอกว่าเขาไม่ใช่พี่ชาย เป็นวิญญาณที่มาสิงร่าง พอดีน้องสาวร้องไห้ไม่กล้าเข้าใกล้กันพอดี เมื่อเห็นน้องสาวไม่พูดอะไรทั้งยังยิ้มและกินขนมปังต่อไป เขาก็ดีใจแล้วนั่งคิดว่าก่อนที่จะตื่นเด็กชายผู้นี้โดนท่านปูและท่านย่าใจร้าย สั่งให้ไปทำงานรับจ้างนอกบ้านเอาตำลึงมาเลี้ยงดูน้องสาว แล้วโกหกว่าท่านพ่อกับท่านแม่ยังไม่ส่งมาให้ แต่เขาแอบได้ยินหลายวันก่อนว่าท่านแม่ส่งตำลึงมาให้หลายตำลึงทอง แต่ท่านปู่กับท่านย่าเอาไปซื้อเสื้อผ้าและอาหาร ม้า ให้ท่านลุงใหญ่ และญาติผู้พี่จนหมด เมื่อเขาเถียงขึ้นมาก็โดนทุบตีไม่พอย
last update最終更新日 : 2026-04-20
続きを読む
บทที่ 2 สหายม้าของท่านพ่อ 1/2
ผิงหยางเดินสำรวจเรือนผิงในความมืดด้วยเสียงอันเบาราวตีนแมว จนมาถึงคอกม้าด้านหลังแล้วก็เขาก็เดินเข้าไปดูม้าในคอกว่ามีทั้งหมดกี่ตัว “มีม้า 5 ตัวเชียว” เขาอุทานขึ้นไม่น่าเชื่อว่าจะมีม้าใหม่ น่าจะเป็นช่วงที่ท่านพ่อกับท่านแม่ส่งตำลึงมาหลายตำลึงทอง ท่านลุงใหญ่ที่ชื่นชอบม้าจึงขอตำลึงท่านย่าไปซื้อมาเป็นแน่ ‘ราคาไม่ใช่ถูก ๆ เลี้ยงม้าอย่างดีเลี้ยงคนราวกับหมูในคอก’ ฮรี้Zzzz ฟืด ฟืด... “นายน้อยขอรับ...นายน้อย” เย้ยยยย!!! ผิงหยางตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อได้ยินว่าม้าพูดได้ “จะ...เจ้า...เจ้าพูดได้” เสียงตะกุกตะกักเอ่ยออกมา พร้อมกับใบหน้าซีดเผือดยิ่งกว่าไก่ต้มตอนตรุษจีนเสียอีก “นายน้อยได้ยินข้าแล้ว...ในที่สุด...” เจ้าม้าที่บิดาเจ้าหนูน้อยเป็นเจ้าของถึงกับปล่อยโฮออกมา เขาเป็นม้าศึกที่ถูกปลดระวางจะถูกเข้าโรงเชือด แต่ผิงเหลียงจินช่วยเขาออกมา เขาเป็นม้าก็จริงแต่ถูกใช้แรงงานหนัก ทั้งสองผู้เฒ่าไม่เลี้ยงดูเขาให้ดี ยังคิดจะขายเขาไม่พอ ยังจะขายเด็กน้อยทั้งสอง เพราะเขาได้เทียมรถม้าพาตาแก่ยายแก่นั่นไปตลาด ได้ยินสิ่งที่สองสามีภรรยาผู้เห็นแก่ตัวสนทนา
last update最終更新日 : 2026-04-21
続きを読む
บทที่ 2 สหายม้าของท่านพ่อ 2/2
“ท่านพี่จะไปที่ใดกันเจ้าคะ” ผิงเหยาอยากรอท่านแม่ที่บ้าน กลัวว่าท่านแม่กับท่านพ่อมาแล้วจะไม่พบ “เราจะไปตามหาท่านพ่อกับท่านแม่กัน จงเช่อจะพาไป” เด็กชายกล่าวเสียงกระซิบแล้วเมื่อถึงที่จงเช่อเฝ้าไว้ เป็นที่ใต้ต้นไม้มีไหเกลือฝังอยู่ ในนั้นเต็มไปด้วยตำลึงราวสัก 50 ตำลึงทองได้ แต่เขาแค่กะประมาณคร่าว ๆ แล้วก็จับมันใส่กระเป๋าเดินป่าของตัวเอง ตอนแรกคิดว่ามันจะหนัก แต่ทว่าเมื่อใส่ ๆ ไปแล้วกลับไม่หนักอย่างที่คิด “นายน้อยใส่หินลงไปให้เต็ม จงเช่อใช้กีบขุดมาแล้ว” จงเช่อรู้งานทั้งอยากแก้เผ็ดสตรีชั่วช้าผู้นั้น จึงจัดการใช้เท้าตัวเองขุดเอาหินใกล้ ๆ ต้นไม้ออกมากองไว้ “ได้รอสักประเดี๋ยว” ผิงหยางจัดการนำหินใส่ลงไปแทนแล้วจัดการฝังกลบให้หมด เท่านี้สองผู้เฒ่าชั่วนั่นก็มีแค่ตำลึงอีแปะที่ยึดจากที่เขาใช้แรงงานมาตั้งแต่ท่านพ่อกับท่านแม่ไปทำงาน คิดว่าหากรวม ๆ กันแล้วคงจะสักไม่เกิน 5 ตำลึงหรอกกระมัง เพราะไม่ยอมหยิบเอาตำลึงท่านพ่อท่านแม่ไปใช้ เอาแต่ตำลึงที่เขาหามาได้ใช้อย่างสุขสบาย “จงเช่อ...มีไต้จุดไฟอยู่ที่ใดบ้าง” “ตรงคอกม้ามีขอรับนายน้อย” ผิงหยางไม่รอช้าวิ่งไปที่ค
last update最終更新日 : 2026-04-21
続きを読む
บทที่ 3 อิสรภาพครั้งแรก 1/2
ยามเหม่าท้องฟ้าที่มืดมิดเริ่มมีความสว่างเล็กน้อย สองเด็กน้อยกับม้าอีก 5 ตัววิ่งฝ่าความมืดออกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือที่เป็นป่ารกทึบ เพื่อทะลุป่าออกไปยังหมู่บ้านหลัวไห่ในอำเภอเหอหลัว เพราะหากวิ่งผ่านไปยังกำแพงเมืองที่ทางออกใกล้กว่า นอกจากมีแม่น้ำและยังต้องข้ามสะพานแล้ว ยังต้องผ่านประตูเมือง และต้องใช้ป้ายประจำตัวของตระกูลเพื่อเข้าออกเมืองหลวงอีกด้วยจงเช่อเชี่ยวชาญมานาน เพราะหลายครั้งเขาเป็นผู้นำพาท่านแม่ทัพหลบหลีกความพลุกพล่าน เพื่อเข้าป่าไปทำภารกิจสำคัญ ดังนั้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ทหารใช้ในงานสำคัญชาวบ้านทั่วไปไม่ใช้ และนอกจากไม่ใช้แล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกสัตว์ป่าทำร้ายเอาด้วย ไม่สู้เดินทางตามถนนที่ปลอดภัยกว่าสองร่างเด็กน้อยบนหลังม้าฟุบหลับไปแล้ว เขาน่าจะเพลียจงเช่อและสหายม้าอีกสี่ตัวจึงชะลอความเร็ว เพราะจะถึงชายป่าตะวันตกเฉียงเหนือแล้ว และตรงนี้มีแหล่งน้ำเขาและสหายจะได้กินน้ำและกินหญ้าเพื่อเพิ่มกำลัง“นายน้อย...นายน้อย...ฮรี่!!!” เสียงจงเช่อปลุกนายน้อยของตนเอง เพราะน่าจะเพลียจึงหลับไปพร้อมกับนายหญิงน้อยทั้งกอดแพงม้าเขาไว้แน่นใบหน้างัวเงียของผิงหยางค่อย ๆ รู้สึกตัวจากที่ได้ยินเสียงเรีย
last update最終更新日 : 2026-04-21
続きを読む
บทที่ 3 อิสรภาพครั้งแรก 2/2
“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง บ้านท่านยายท่านเก่าแล้ว ตอนนี้ไม่มีคนอยู่ อ้างชื่อท่านพ่อและท่านแม่แล้วก็ไปคุยกับท่านผู้ใหญ่บ้านให้ทำเรื่อง เล่าความเป็นมาให้ฟังที่เหลือคนจะสงสารท่านทั้งสองเอง” เรื่องราวชีวิตของเด็กน้อยทั้งสอง ต่อไปคงเป็นที่กล่าวขานอีกนาน ดังนั้นเขาย่อมต้องช่วยเหลือเด็กสองคนนี้ให้ปลอดภัย“เอาตามเจ้าว่า ถึงเวลานั้นจะขอให้ท่านผู้ใหญ่บ้านส่งจดหมายไปหาท่านแม่ก็ไม่สาย หรือเจ้ามีสหายนกหรือไม่ไหว้วานพวกเขาให้ข้าหน่อยได้หรือไม่” แม้เขาจะเป็นเด็ก 10 ขวบในความทรงจำ ผิงหยางมักแอบดูเถ้าแก่สอนลูกชาย 6 ขวบหัดอ่านเขียนยามพักกลางวัน จึงพอจะรู้หนังสืออยู่บ้าง ก็พอจะเขียนจดหมายได้“ข้ามีเพื่อนอินทรีอยู่ หากพบระหว่างทางจะขอร้องให้ช่วย” จงเช่อบอกกล่าวกับนายน้อยของตน เขาสงสารนายท่านกับนายหญิงทำงานเหนื่อยแทบตาย ไม่มีเวลาเลี้ยงดูบุตรชายและบุตรสาว ทั้งทำงานเลี้ยงดูคนชั่วตระกูลผิงอย่างสุขสบาย แต่บุตรชายบุตรสาวแสนลำบากเมื่อใดที่กลับมา ก็จะได้รับการข่มขู่จากท่านปู่กับท่านย่าไม่ให้พูดเรื่องที่พวกเขาอดมื้อกินมื้อ แล้วก็ต้องทำงานหนัก เมื่อนั้นจะได้กินอาหารดี ๆ ได้นอนอุ่น ๆ ได้ใส่เสื้อผ้าสะอาดสักหน่อย แ
last update最終更新日 : 2026-04-21
続きを読む
บทที่ 4 กุ้งแม่น้ำย่างแสนอร่อย 1/2
“อาบน้ำตรงที่ใดเจ้าคะท่านพี่ใหญ่” ผิงเหยาเพิ่งเคยออกจากจวนสกุลผิงครั้งแรก ปกติอาบน้ำหรือทำธุระในบ้านเท่านั้น แต่นี่ต้องมากลางป่านางจึงถามท่านพี่ใหญ่ “เข้าไปตรงนี้แล้วอาบน้ำให้ดี เอาสบู่ถูตัวแล้วก็ล้างหน้าแบบนี้” คนเป็นพี่สาธิตให้น้องสาวดู เขาไม่มั่นใจว่าในโลกนี้ใช้สบู่แบบใดกัน นี่เป็นก้อนสีชมพูกลิ่นหอม น่าจะเป็นที่ชื่นชอบในสตรียุคนี้ “ผิงเหยาถอดเสื้อผ้าออกแล้วเจ้าค่ะท่านพี่” เด็กสาวตัวน้อยบอกกับพี่ชาย “ส่งมาเดี๋ยวพี่ซักให้ค่อย ๆ อาบน้ำไปดี ๆ จงเช่อดูเหยาเหยาด้วย ข้าจะไปซักผ้าตรงโน้น” “ได้เลยนายน้อยม้าจะคอยดูเอง” จงเช่อขานรับ โดยที่มีแค่นายน้อยของเขาเท่านั้นที่ได้ยินช่างดียิ่ง ต่อไปเขาก็จะไม่เหงาอีกแล้ว เด็กชายเลือกเดินไปอีกทางแล้วนั่งลงบนโขดหินซักผ้าโดยใช้สบู่อีกก้อนที่ไปหยิบมา และใช้มันอาบน้ำด้วยเสียเลย เขาแหวกว่ายในลำธารชั่วครู่ก็มุดน้ำดำผุดดำว่าย แต่แล้วราวกับเจอทองคำใต้น้ำ เมื่อเห็นฝูงกุ้งแม่น้ำอยู่ห้าตัว เขาไม่รอช้ารีบดำเข้าไปจับมันขึ้นมาทันที “อ่า...ได้แล้ว กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ขนาดนี้ ไม่มีคนในยุคนี้กินกันเลยหรือไง” เด็กชา
last update最終更新日 : 2026-04-21
続きを読む
บทที่ 4 กุ้งแม่น้ำย่างแสนอร่อย 2/2
เมื่อเสื้อผ้าที่บิดจนหมาดถูกผิงไฟราวสองเค่อ กับอากาศที่ค่อนข้างแห้งเล็กน้อย ทำให้เสื้อผ้าของทั้งสองแห้งเร็ว ผิงหยางใส่เสื้อผ้าเสร็จก็หยิบเสื้อผ้าให้น้องสาวใส่ แล้วเด็กสาวตัวน้อยก็ม้วนเสื่อกลับมาด้วย นำไปปูนั่งใกล้พี่ชายของตนเอง ที่เริ่มเทข้าวสวยร้อน ๆ ลงบนใบบัว “หิวแล้วใช่หรือไม่ กินให้เยอะหน่อย จะได้อิ่มท้อง” เขาเทข้าวให้น้องสาวเยอะ ๆ ท่าทางของน้องสาวเหมือนไม่เคยกินข้าวดี ๆ สักมื้อด้วยซ้ำทำเอาคนเป็นพี่ชายเจ็บปวดใจนัก แล้วเขาก็เอากุ้งมาวางในใบหัวอีกใบ พร้อมกับไข่เค็มสองฟองที่เขาหยิบสองครั้ง เพราะมันมีแค่ฟองเดียว เมื่อหยิบออกมาจึงได้ครั้งละ 1 ฟองเท่านั้น “ท่านพี่เจ้าคะ เจ้าก้อนกลม ๆ ขาว ๆ นั่นคล้ายไข่ไก่นักเจ้าค่ะ” ผิงเหยาไม่เคยเห็นมันมาก่อน จึงใช้มือป้อม ๆ ชี้ไปตรงนั้นแล้วก็ได้รับรอยยิ้มตอบกลับจากพี่ชายก่อนจะเอ่ย “มันคือไข่เป็ดดองเค็ม” เขากล่าวออกมา เช่นนี้โลกนี้ก็คงยังไม่ได้กินไข่เป็ดสินะ เขาเริ่มมองเห็นหนทางการสร้างงานสร้างอาชีพราง ๆ แล้ว “มันกินได้เหรอเจ้าคะ เหยาเหยาเคยเห็นป้าบ้านที่ถัดจากบ้านของเราไปสามหลังเลี้ยงเป็ด แต่เอาไว้ฆ่ากิ
last update最終更新日 : 2026-04-21
続きを読む
บทที่ 5 ผลไม้ป่าแสนอร่อย 1/2
ม้าทั้ง 5 ตัวออกเดินทางในป่าเพื่อทะลุไปยังหมู่บ้านหลัวไห่อำเภอหลัวเหอ สองพี่น้องขึ้นม้าไปด้วยกันโดยที่จงเช่อเป็นผู้นำทางไปเพื่อจะได้ผ่านดงผลไม้ป่า ที่เขาเองชอบแวะเล็มกินบ่อยครั้งเมื่อเจ้านายไม่เร่งรีบนักเฉ่าเหมย(สตอเบอรีป่า) ลูกสีแดง ๆ กับหลันเหมย(บลูเบอร์รีป่า) เป็นสิ่งที่มันชื่นชอบนัก และอยากให้เจ้านายได้ลองชิมสักครั้งบ้านผิงหลังจากฟ้าสาง ความเสียหายของบ้านยังไม่เท่าทรัพย์สินที่หายไปด้วยซ้ำ“ไม่...ไม่จริงข้าจำได้ว่าฝังตรงนี้” เผยอิงซวงสตรีร้ายกาจที่แอบซ่อนตำลึงของบุตรชายคนรองไว้ครึ่งหนึ่งในไหเกลือใต้ต้นไม้ ยามนี้พบว่ามันกลายเป็นหินไปหมดแล้ว“เจ้าแน่ใจหรือไม่อาซวง ไม่ผิดแน่หรือ” ผู้เฒ่าหม่าคงเริ่มใจคอไม่ค่อยดี ยามนี้บ้านโดนไฟไหม้แล้วยังมีทรัพย์สูญหายไปเสียอีก โรงครัวกับห้องเก็บฟืนเป็นหลังคามุงด้วยจากและหญ้าคาทำให้มันลุกไหม้จนแยกสิ่งใดไม่ได้ กระทั่งเด็กสองคนนั้นก็ไม่รู้ว่าตายในกองเพลิงแล้วหรือไม่ แต่เผยอิงซวงไม่ได้ให้คนตามหา เพราะต้องจัดเก็บข้าวของให้เสร็จก่อน เด็กไร้ประโยชน์นั่นนางตั้งใจจะขายอยู่แล้ว เพื่อเอาตำลึงมากินใช้ เลี้ยงไว้ก็ต้องเสียตำลึงรักษาอีก“ตาเฒ่าข้าเหลือตำลึงเพียงไม
last update最終更新日 : 2026-04-21
続きを読む
บทที่ 5 ผลไม้ป่าแสนอร่อย 2/2
“อู้ว...หูววว ผลไม้ป่า...ลูกโต ๆ ทั้งนั้น” นี่มันสตอเบอรี่ป่ากับเบอร์รี่ป่า โลกที่จากมาของภูผาต้องซื้อราคาแพงมาก แต่ว่านี่จะเก็บเท่าไหร่ก็ได้“ทางโน้นมีต้นท้อ บ๊วย และสาลี่ด้วย” ม้าหนุ่มบอกกับนายน้อยของตนเอง นั่นจึงทำให้ผิงหยางคิดอะไรออกเขาเอาใบบัวใส่กระเป๋ามาสองใบเอาไว้รองใส่ข้าวกินตอนเย็น เผื่อที่พักแรมไม่มีหนองน้ำและใบบัวจะได้ไม่ต้องหาภาชนะในใส่ข้าวกิน เขาคิดจะหาไม้ไผ่เหลาทำตะเกียบด้วยจะได้ง่ายต่อการคีบอาหาร จึงบอกน้องสาวให้เก็บผลไม้ที่พื้นใส่ใบบัวไว้ ส่วนตนเองจะปีนขึ้นไปเก็บท้อและสาลีรวมทั้งบ๊วยป่าเอาใส่กระเป๋าไป เขารับรู้ความวิเศษของกระเป๋าอีกอย่างหนึ่งก็คือ ใส่ของเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม และแบกไม่หนัก ดังนั้นเขาจะเอามันใส่ไปเผื่อถึงหมู่บ้านโม๋หลัวจะได้เอาไปขายเผื่อมีคนรับซื้อผลไม้พวกนี้มีรสชาติดี และหายากต้องเข้ามาในป่าดังนั้นเขาคิดว่าต้องมีราคาแพง เพิ่มตำลึงในกระเป๋าให้เขาระหว่างทางสักเล็กน้อยก็ยังดี“เหยาเหยา ลงไปเก็บให้ได้เยอะ ๆ เลย พี่จะเอาไปขายด้วย หากท่านแม่กลับมาเราจะได้มีตำลึงให้ท่านแม่เยอะ ๆ” ผิงหยางอยากทำให้ท่านแม่กับท่านพ่อสบายใจ เขาจะเลี้ยงดูทุกคนเอง“นายน้อย เจ้าอินทรีส
last update最終更新日 : 2026-04-21
続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status