FAZER LOGIN
ในสถานการณ์คับขัน ผมฝืนดันกายเข้าใส่แบบไม่ยั้ง แต่ผู้อำนวยการอู๋กลับมองผมด้วยสายตาผิดหวัง"เฉินเฉิง ไม่นึกเลยว่าคุณที่ดูล่ำสันบึกบึนขนาดนี้ แท้จริงแล้วกลับไร้น้ำยาเสียได้ เห็นทีโบนัสปีนี้คงไม่มีส่วนของคุณแล้วล่ะ"ผมจะยอมให้ผู้อำนวยการมาดูถูกไม่ได้เด็ดขาด และก็ยิ่งบอกไม่ได้ว่าเมื่อกลางวันเพิ่งจะจัดหนักกับลูกสาวของเธอไป เพื่อโบนัสก้อนนี้ ไม่ว่าอย่างไรผมก็ต้องทำให้อาวุธของผมผงาดขึ้นมาให้ได้ผมจึงรีบบอกไปว่า "สงสัยผมจะตื่นเต้นไปหน่อยครับ ขอไปเข้าห้องน้ำสักครู่ เดี๋ยวผมรีบกลับมา"ผมวิ่งโร่ไปห้องน้ำทั้งที่ยังไม่ได้สวมกางเกงด้วยซ้ำแต่พอผลักประตูเข้าไป กลับพบว่าหลินเหยาก็อยู่ในนั้นด้วย เธอกำลังใช้ฝักบัวฉีดพ่นใส่ส่วนล่างของตัวเองไม่หยุดเพื่อหาความสุขสมพอเห็นผมเข้ามา เธอก็ดูตื่นเต้นขึ้นมาทันที"คุณพ่อคะ หนูรู้อยู่แล้วว่าคุณต้องตัดใจจากหนูไม่ลง ช่วยหนูหน่อยนะคะ หนูอึดอัดจะแย่อยู่แล้ว"เมื่อเห็นท่าทางออดอ้อนแสนนุ่มนิ่มของหลินเหยา อารมณ์ของผมก็พุ่งพล่านขึ้นมาทันทีส่วนนั้นของผมเริ่มกลับมาผงาดขึ้นทีละนิดหลินเหยาเห็นดังนั้นก็รีบลุกขึ้นมากอดผมไว้ ร่างกายช่วงล่างแนบชิดติดกันสนิทแน่นกลิ่น
ผมรู้ดีว่าหลินเหยากำลังหึง เลยไม่รู้จะพูดอะไรออกไปผู้อำนวยการอู๋พูดกับผมว่า "ลูกคนนี้ก็นิสัยแบบนี้แหละ อย่าไปสนใจเลย เธอไปก็ดีแล้ว จะได้ไม่มีใครมาขัดจังหวะเราสองคน"สิ้นเสียงของเธอ เธอก็ขยับมานั่งลงบนตักของผมโดยตรง ร่างกายที่นุ่มนวลแนบชิดติดกับตัวผมสิ่งที่ต่างจากลูกสาวของเธอก็คือ ร่างกายของหลินเหยานั้นเบาบางและนุ่มนิ่ม แต่ร่างกายของผู้อำนวยการอู๋กลับเต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบและเซ็กซี่แบบผู้ใหญ่หัวใจของผมเต้นระทึกด้วยความประหม่า ไม่กล้าขยับตัวทำอะไรสุ่มสี่สุมห้าผู้อำนวยการอู๋รินไวน์แดงใส่แก้ว แล้วยื่นมาจ่อที่ริมฝีปากเพื่อป้อนผม"มาเถอะ ดื่มเหล้าแก้วนี้ซะ จะได้ช่วยเพิ่มความกล้าให้คุณ"ผมดื่มมันลงไป และรู้สึกได้เลยว่าท้องน้อยของผมเริ่มร้อนรุ่มยิ่งกว่าเดิมผู้อำนวยการอู๋เองก็ดื่มอึกใหญ่ ใบหน้าของเธอแดงซ่านขึ้นมาทันที มือข้างหนึ่งโอบรอบคอของผมไว้"บอกมาซิ ในที่ทำงานน่ะ ฉันสวยที่สุดใช่ไหม?"ผมจะกล้าบอกว่าไม่ใช่ได้ยังไง ได้แต่พยักหน้าตอบรับรัวๆ ว่า "ใช่ครับ ใช่ที่สุดเลย"ผู้อำนวยการอู๋ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ เธอใช้มือทั้งสองข้างคล้องคอผมไว้ขณะที่นั่งอยู่บนหน้าขา แล้วเริ่มขยับถู
พอถึงบ้าน ภรรยาของผมก็กำลังง่วนอยู่กับการทำกับข้าวเมื่อเห็นแผ่นหลังของเธอที่ยุ่งวุ่นวายอยู่ในครัว ผมก็รู้สึกผิดต่อเธอขึ้นมาทันทีเพราะยังไงเธอก็คือเมียตีทะเบียนของผม ย้อนกลับไปตอนนั้นเธอก็เป็นสาวบริสุทธิ์ผุดผ่องที่ยอมฝากชีวิตไว้กับผม หลายปีที่ผ่านมานี้เธออยู่กับผมโดยที่ไม่ได้มีชีวิตสุขสบายอะไรนักผมเดินเข้าไปสวมกอดเธอจากทางด้านหลังแล้วหอมแก้มเธอไปหนึ่งฟอด"ที่รัก คุณเหนื่อยแย่เลยนะ"ภรรยาของผมยิ้มแล้วตอบว่า "วันนี้มาไม้ไหนเนี่ย พูดจาเลี่ยนเชียว ปกติไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย"ผมถึงกับอึกอักไปชั่วครู่ ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดีในใจรู้สึกผิดขึ้นมาเต็มอก และเนื่องจากใกล้จะถึงวันครบรอบแต่งงานของเราแล้ว ผมเลยกะว่าจะไปห้างสรรพสินค้าซื้อชุดบำรุงผิวดีๆ ให้เธอใช้สักหน่อยแต่ผลปรากฏว่าพอเดินพ้นประตูบ้านไปถึงห้างได้ไม่ทันไร เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นพอรับสาย ถึงได้รู้ว่าเป็นผู้อำนวยการอู๋โทรมานั่นเอง"เสี่ยวเฉิน ลูกสาวฉันเรียนขับรถเสร็จกลับมาถึงบ้านแล้วนะ วันนี้คุณเองก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เย็นนี้มากินข้าวที่บ้านฉันสิ"ผมกำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธ "พอดีเมียผมทำกับข้าวรออยู่ที่บ้านแล้วครับ คงไม่สะดวกไปรบก
"อ๊าาา! เจ็บจัง"ทันทีที่ผมสอดแทรกกายเข้าไปจนสุดทาง หลินเหยาก็โอบกอดผมไว้แน่น ปลายนิ้วทั้งสิบจิกเกร็งลงบนแผ่นหลังของผมจนแทบจมลงในเนื้อแต่สัมผัสที่ได้รับจากภายในของหลินเหยานั้นมันช่างคับแน่นเกินบรรยาย เป็นความเสียวซ่านรัญจวนใจที่ผมไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนเลยในชีวิตผมอดใจไม่ไหวจนต้องโถมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเข้าใส่เธอหลินเหยาร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด "ไม่ไหวแล้ว... หยุดก่อนค่ะคุณพ่อ อย่าทำแบบนี้เลย~"เธอเจ็บจนแทบจะร้องไห้ออกมา ผมจึงรีบหยุดนิ่งไม่ขยับกาย สัมผัสได้เพียงแรงตอดรัดจากภายในของเธอที่ขยับเขยื้อนอยู่ตลอดเวลาผมค่อยๆ ซึมซับความรู้สึกที่ถูกโอบรัดอย่างแนบแน่น ทั้งอุ่นซ่านและอ่อนนุ่มมือของผมลูบไล้ไปบนทรวงอกอวบอัดของเธออย่างแผ่วเบา หวังจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้ทุเลาลง"เหยาเหยา นี่เป็นครั้งแรกของหนูเหรอ? ทำไมถึงดูเจ็บขนาดนี้ล่ะ"หลินเหยาขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าแดงซ่าน เธอหอบหายใจรัวรินก่อนจะพูดออกมา"ก็ของคุณพ่อมันใหญ่ขนาดนั้น แถมยังรุนแรงอีก หนูเจ็บจะตายอยู่แล้ว"ผมเกาหัวพลางยิ้มแห้งๆ "ก็หนูเล่นรัดแน่นขนาดนั้น พ่อก็เลยเผลอตัวยั้งใจไว้ไม่อยู่ เผลอลงแรงไปหน่อย"หลินเหยาส่งเสียงฮึ
เธอกำลังจะถอดกางเกงในออกอยู่แล้วเชียว แต่ใครจะไปรู้ว่าในตอนนั้นเอง ผู้อำนวยการอู๋ที่สวมรองเท้าส้นสูงก็รีบเดินตรงรี่เข้ามาในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน ผมรีบกดตัวหลินเหยาให้มุดลงไปข้างล่างทันที พร้อมกับเอาเสื้อคลุมมาปิดทับช่วงล่างของผมไว้ผู้อำนวยการอู๋เดินมาหยุดที่ข้างหน้าต่างรถ เธอโน้มตัวลงจนเผยให้เห็นร่องอกที่อวบอิ่มเย้ายวนตา"เฉินเฉิง ลูกสาวฉันฝึกขับรถไปถึงไหนแล้วล่ะ?"ผมจะกล้าพูดเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ออกไปได้ยังไง ในสถานการณ์คับขันนี้ ผมจึงโพล่งออกไปว่า"หลินเหยายังมาไม่ถึงเลยครับ ผมกำลังรอเธออยู่เนี่ย""ยัยเด็กคนนี้ ไม่รู้หนีไปเที่ยวเล่นที่ไหนอีก ป่านนี้ยังไม่มาเรียนขับรถอีก" ผู้อำนวยการอู๋บ่นออกมาด้วยความระอาสายตาของเธอเหลือบไปเห็นว่าช่วงล่างของผมมีเสื้อคลุมปิดไว้อยู่"หน้าร้อนขนาดนี้ ทำไมคุณถึงเอาเสื้อมาคลุมไว้ล่ะ"เหงื่อเย็นๆ เริ่มผุดซึมออกมาตามไรผม เพราะกลัวว่าเธอจะจับพิรุธได้ ผมจึงรีบอธิบาย"อ๋อ... พอดีแอร์ในรถมันเป่าขาจนหนาวน่ะครับ ผมเลยเอามาคลุมไว้หน่อย"คำพูดนี้ช่วยหลอกผู้อำนวยการอู๋ได้ชั่วคราว ทำให้ผมเริ่มโล่งใจขึ้นมาบ้างทว่าในตอนนั้นเอง ความรู้สึกอุ่นซ่านและนุ
เมื่อเธอจัดแจงท่านั่งจนมั่นคงแล้ว ผมก็เอื้อมมือไปคาดเข็มขัดนิรภัยให้สายรัดเข็มขัดนิรภัยดึงรั้งเราทั้งคู่ให้แนบชิดติดกันยิ่งขึ้น ผมรู้สึกได้เลยว่าก้นของเธอขยับลงมานั่งทับจนลึกกว่าเดิม"มือจับพวงมาลัยไว้ เท้าซ้ายเหยียบคลัตช์ เท้าขวาเหยียบเบรก แล้วค่อยๆ ผ่อนเท้าออก หาจุดตัดต่อกำลังให้เจอ แล้วรถก็จะเคลื่อนตัวได้"ผมพยายามข่มความรู้สึกปั่นป่วนที่แล่นพล่านไปทั่วร่างกาย ในขณะที่กำลังสอนวิธีสตาร์ทรถให้กับเธอแต่ปรากฏว่าหลินเหยาถอนเท้าเร็วเกินไป เครื่องยนต์สะดุดอย่างรุนแรงจนดับพรึบลงแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ตัวเธอกระดอนขึ้นจากตักผม แล้วทิ้งตัวกระแทกกลับลงมาอย่างแรงเธอนั่งทับลงบนส่วนนั้นของผมเข้าอย่างจัง ร่างกายที่นุ่มนิ่มและลื่นเนียนของเธอปลุกเร้าให้เลือดในกายผมฉีดพล่านจนแทบจะทนไม่ไหวหลินเหยาเองก็ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง ริมฝีปากเล็กๆ สีเชอร์รี่ของเธอเผยอออกเบาๆ พร้อมกับส่งเสียงครางอืออาออกมาในลำคอผมรู้สึกเหลือเชื่อมาก เพราะเสียงแบบนี้มันคือเสียงที่จะเกิดขึ้นในตอนที่ทำ "เรื่องอย่างว่า" เท่านั้นนี่เธอ... เธอกำลังมีความสุขกับความรู้สึกแบบนี้งั้นเ







