แสงสุดท้ายของวันเริ่มเจือสีส้มอ่อนลงตามแนวขอบฟ้า เงาต้นไม้และเสาไฟริมทางทอดยาวลงบนพื้นถนนเหมือนภาพสีน้ำที่กำลังจางลง
ร้านคาเฟ่ของไอริสเริ่มเข้าที่เข้าทางผิดกับตอนแรกโดยสิ้นเชิง ทุกอย่างดูเรียบร้อยขึ้นผิดหูผิดตา หลังจากทุกคนช่วยกันจัดของ ขนโต๊ะ เก็บกล่อง จนสภาพร้านเริ่มเป็นรูปเป็นร่างสวยงาม
“ถ้างั้นพี่กลับก่อนนะไอ”
“ขอบคุณนะคะ พี่ซีลีน พี่บอม ที่มาช่วยจัดร้านจนเสร็จ”
“ต่อไปมีอะไรก็บอกพวกพี่รู้ไหม”
ซีลีนถอดถุงมือผ้าออกแล้วปัดฝุ่นออกจากแขนเสื้อ ก่อนจะพยักหน้าให้ไอริสเบา ๆ แล้วเดินออกมา
“เจ๊ไม่กลับกับผมเหรอ เดี๋ยวไปส่งก็ได้” บอมเอ่ยถาม
“ไม่เป็นไร เจ๊เอารถมา เดี๋ยวเจ๊กลับเอง”
“แน่นะ?”
“พูดมาก จะเอาไหมค่าแรงวันนี้”
“เอาครับ เจ๊ซีคนสวยของไอ้บอม”
เด็กหนุ่มทำหน้าทะเล้นก่อนจะยกมือไหว้ลาเธอไปแบบขำ ๆ ซีลีนหันหลังเดินออกมาจากร้านโดยไม่ได้รีบร้อน แสงเย็นของวันคลอเคลียผิวขาวเนียนที่สะท้อนแสงส้ม ๆ จาง ๆ ยิ่งขับให้เธอดูละมุนตาแม้ไม่ได้แต่งหน้า
แต่ยังไม่ทันก้าวมาถึงรถมินิคูเปอร์คู่ใจ สายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับร่างสูงที่ยืนพ่นควันสีขาวอยู่หน้ารถของเธอ ซีลีนชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วกดรีโมทปลดล้อกรถ โดยไม่คิดจะสนใจชายหนุ่มที่ยืนพิงรถเธออยู่
“ไม่กลับพร้อมเพื่อนเหรอ” เสียงทุ้มต่ำถามขึ้นเรียบ ๆ
“แล้วเกี่ยวอะไรกับนาย?”
ซีลีนตอบทันควัน แต่ไม่ได้เดินหนี เธอยังยืนเว้นระยะเหมือนตั้งกำแพงบาง ๆ ไว้ ลมเหลือบตามองหญิงสาวตรงหน้า เสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์ยับนิด ๆ กับกางเกงยีนธรรมดา แต่แปลกตรงที่เขามองแล้วไม่อาจละสายตาได้เลยตั้งแต่เช้ายันเย็น
“ไปส่งหน่อย ไม่มีรถ”
“เรื่องของนาย ไม่เกี่ยวกับฉัน อย่ามาเพ้อเจ้อแถวนี้”
ซีลีนเบ้ปากเล็กน้อยแล้วหมุนตัวจะเดินปขึ้นรถ แต่เสียงเรียบ ๆ ก็ดังตามหลังมาอีก
“ไม่เสียเวลาหรอก เดียวขับให้เอง”
คนตัวโตพูดจบ พร้อมกับใช้เท้าขยี้ดับก้นบุหรี่ที่เหลือลงพื้นแล้วเดินแทรกตัดหน้าคนตัวเล็ก เพื่อเปิดประตูรถที่ถูกปลดล็อกอยู่แล้วขึ้นที่นั่งคนขับทันที
“ทำไมฉันต้องไปกับนาย?”
เท้าเล็กชะงักในอากาศชั่ววินาที มองอีกคนที่นั่งบนรถของเธออย่างถือวิสาสะด้วยแววตาที่แฝงทั้งความระแวงและหงุดหงิด
“เพราะนี่รถเธอ แต่ตอนนี้ฉันเป็นคนขับ และฟ้าก็เริ่มมืดแล้วขึ้นมาเถอะยุงมันเยอะ”
เขาตอบเรียบ ๆ แล้วเอื้อมมือเปิดประตูฝั่งข้างคนขับไว้ให้
“แล้วถ้าเกิดฉันไม่ขึ้นล่ะ?”
“ก็ไม่เป็นไร อยู่ด้วยทั้งคืนที่นี่ก็ได้ ฉันไม่ติด” เขายักไหล่ราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร ทั้งที่เขากำลังเป็นฝ่ายเข้ามาวุ่นวายกับเธอ
“…”
“แต่ว่าคนที่ต้องตอบคำถามไม่ใช่ฉัน เพราะดูจะมีคนสนใจเรื่องเรา แล้วแอบมองจากในร้านหลายคนเลยนะ”
คำพูดนั้นทำเอาซีลีนชะงักอีกครั้ง หญิงสาวหันขวับกลับไปมองหน้าร้าน เห็นไอริสกับคนอื่น ๆ กำลังแอบชะเง้อแอบมองผ่านช่องกระจก แถม ไอริสยังส่งยิ้มบาง ๆ มาให้ ราวกับอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเธอกับผู้ชายโรคจิตคนนี้
“แค่ครั้งนี้นะจำไว้”
ซีลีนบอกกับอีกฝ่ายที่กำลังยกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะถอนหายใจแรง ๆ เหมือนยอมแพ้ แล้วก้าวขึ้นรถไปในที่สุด
“ทำหน้างอแบบนั้น เดี๋ยวคนอื่นคิดว่าโดนบังคับขึ้นรถหรอก”
“นายก็พูดให้เบาลงหน่อย เดี๋ยวคนจะคิดว่าฉันเต็มใจ”
“อ้าว ก็เต็มใจไม่ใช่เหรอ”
เสียงหัวเราะในลำคอของคนขับดังขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่รถจะแล่นออกจากหน้าร้าน ทิ้งแสงอุ่นยามเย็นไว้เบื้องหลัง พร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นเงียบ ๆ ระหว่างคนสองคนในรถคันนั้น
บรรยากาศภายในรถเงียบสนิท มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ดังต่ำ ๆ คลอเคลียอยู่เป็นจังหวะ หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างคนขับเหยียดตัวพิงเบาะเล็กน้อย พลางหยิบมือถือขึ้นมาเลื่อนหน้าจอช้า ๆ คล้ายพยายามเบี่ยงความสนใจจากคนชับรถจำเป็นที่ยังคงทำหน้าที่ต่อไปอย่างนิ่ง ๆ โดยไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก
“เธอชื่ออะไร”
“เกี่ยวอะไรกับนาย”
“ฉันชื่อลม ไม่ใช่นาย”
“สวัสดีไอ้ด่าง”
ลมหัวเราะในลำคอเบา ๆ ไม่ได้โกรธ ไม่ได้เถียง แต่กลับยิ้มออกมาอย่างจริงใจครั้งแรกตั้งแต่เจอกัน
“ไอ้ด่างมันเลียเก่งด้วยนะ เผื่อจะพิจารณาเลี้ยงไว้ข้างเตียง”
ใบหน้าหญิงสาวเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อทันที มือเรียวบางที่ถือโทรศัพท์ชะงักค้าง ก่อนจะหันขวับไปมองคนขับด้วยแววตาเหลือเชื่อ
“ทะลึ่ง”
“ก็เธอเริ่มก่อน”
“ก็นายมันปากหมาแบบนี้ไง”
“ว่าฉันปากหมา แล้วทำไมต้องหน้าแดงขนาดนี้ แบบนี้หัวใจคงเต้นแรงกว่าสินะ”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นราวกับอ่านความคิดความรู้สึกของเธอได้ ซีลีนหันหน้าหนีออกไปมองสองข้างทางทันที ก่อนจะเถียงออกมาอย่างไม่เต็มเสียงนัก
“ใจเต้นแรง เพราะฉันหงุดหงิด ไม่ใช่เพราะนาย”
“อ๋อเหรอ”
ลมยิ้มมุมปาก พลางนึกขำคนตัวเล็กที่คงยังไม่รู้ตัว ว่าเพิ่งยอมรับออกมาว่าตัวเองกำลังรู้สึกใจเต้นแรงจริง ๆ
“ดีจัง ฉันนึกว่าเธอกำลังเขิน”
“มั่นหน้ามาก เขินคนอย่างนายเนี่ยนะ?” ซีลีนหลุดหัวเราะในลำคอทันที
“คนอย่างฉันทำไม?”
“ทำไมเหรอ? ก็...”
เสียงหวานหยุดลง เธอห้ามตัวเองไว้ไม่พูดต่อ ก่อนจะเริ่มปรับสีหน้าและท่าทางให้เหมือนกันไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะพึ่งรู้ตัวว่าอีกฝ่ายแค่ต้องการยั่วโมโหเธอเพื่อจะชวนคุยเท่านั้น
ลมหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มรู้ทัน เขาหันหน้ากลับไปมองถนนด้านหน้าและขับรถต่อไป คล้ายกับพอใจที่ทำให้เธอเริ่มตอบโต้เขากลับมาอย่างเป็นธรรมชาติ
“แสดงว่าคิดไว้เยอะเลยนะ ว่าฉันเป็นคนแบบไหน” เขาเอ่ยต่อ
“เปล่าเลย คิดแค่ว่าผู้ชายที่มั่นหน้าขนาดนี้กินอะไรเข้าไปถึงได้หลงตัวเองนัก”
“แล้วอยากลองหลงฉันดูไหม”
ลมเหลือบมองหญิงสาวผ่านทางหางตา เห็นใบหน้าขาวจัดที่เริ่มมีสีเลือดฝาดจาง ๆ เขาก็หัวเราะเบา ๆ กับตัวเอง มันแปลกดีที่แม้เธอจะพูดจาแรง ๆ เพื่อตอบโต้กลับมา แต่ทุกคำกลับดูน่าฟัง ไม่รู้สึกเบื่อ ช่างเป็นผู้หญิงที่ น่ามอง แม้กระทั่งตอนเบะปากใส่เขา
“หิวไหม” เขาเอ่ยขึ้นกลางทาง เพื่อเปลี่ยนเรื่องคุย
“ถามทำไม จะเลี้ยง?” ซีลีนหันกลับมามองอย่างระแวดระวัง
“ไม่เชิง” เขาตอบเสียงเรียบ แล้วเหยียบคันเร่งต่อไป
“หรือเธอจะใจดี เลี้ยงฉันก็ได้”
“ฝันไปเถอะ!”
“หรืออยากขึ้นคอนโดไปกิน...ด้วยกันได้นะไม่ติด”
ร่างสูงเอ่ยออกมาโดยตั้งใจเว้นคำว่า ข้าว เอาไว้ให้เธออ่านปากเขาแทน หากแต่มันจะไม่รู้สึกอะไรเลย หากคนร่างสูงไม่ใช้เรียวลิ้นแลบเลียริมฝีปากตัวเองขณะที่มองเข้ามานัยย์ตาเธอ
“นายมันโรคจิตจริง ๆ”
เธอส่ายหน้าก่อนจะเม้มริมฝีปากบางเบา ๆ แต่หัวใจกับเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ลมเหลือบตามองเธออีกครั้งก่อนจะพูดช้า ๆ
“รู้ไหม…ตอนนี้เธอโคตรน่าจูบ”
“…”
คำพูดสุดท้ายของเขาทำเอาซีลีนชะงักไปชั่วครู่ ดวงตากลมโตนิ่งค้างก่อนจะเบนกลับไปมองทางกระจกข้างรถอีกครั้ง ลมหายใจเหมือนสะดุดเพียงเสี้ยววินาที ทั้งที่อุณหภูมิในรถไม่ได้สูงขึ้น แต่แก้มเธอกลับเริ่มร้อนวูบโดยไม่มีเหตุผล
บรรยากาศในรถไม่ตึงเครียดเหมือนแรกเจอ แต่ก็ไม่ได้ผ่อนคลายเลยเสียทีเดียว มันเหมือนแรงตึงบางอย่างที่โยงไว้ระหว่างคนสองคน ซึ่งไม่มีใครพูดมันออกมา…แต่ทั้งคู่ก็รู้ว่ามีกันและกันอยู่
“ตกลงเธอชื่ออะไร?” ลมถามขึ้นนิ่ง ๆ
“ซีลีน”
เสียงตอบเบา ๆ ของเธอแทบจะกลืนไปกับเสียงเครื่องยนต์ แต่ลมได้ยินชัดเจน ก่อนจะค่อย ๆ ชะลอรถจอดริมฟุตปาธหน้าทางเข้า เมื่อเห็นว่ามาถึงที่หมาย ซีลีนก็ตั้งท่ากำลังจะเปิดประตูเพื่อเปลี่ยนไปขับรถแทน แต่เขาพูดขึ้นกลับถูกชายหนุ่มขัดขึ้นมาเสียก่อน
“อย่าเพิ่งลง”
“อะไรอีกล่ะ?”
เธอหันกลับมาอย่างระแวง เขาไม่ได้ตอบทันที แต่ยกมือขึ้นแล้วเอื้อมไปแตะสายคาดเบลต์ของเธอ ดึงมันออกด้วยจังหวะที่แนบเนียนและนิ่งมากพอจนเธอไม่ทันตั้งตัว ระยะห่างระหว่างใบหน้าทั้งสองคนกระชั้นชิดจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย
คลิก จากสายคาดเบลต์ปลดออก แต่กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากตัวเขา และลมหายใจที่แผ่วรินอยู่ข้างแก้ม ยังคงอยู่
“ลงได้แล้ว”
เขากระซิบเบา ๆ พร้อมโน้มใบหน้าออกอย่างช้า ๆ แววตานิ่งแต่แฝงรอยยิ้มไว้จาง ๆ ตรงมุมปาก ซีลีนเม้มปากแน่น ก่อนจะคว้ากระเป๋าเปิดประตูลงจากรถไปโดยไม่พูดอะไรเลยแม้แต่นิด
“ชั้นห้าสิบแปด ห้องเก้า เพื่อรู้สึกหิวแล้วอยากเปลี่ยนใจ”
ลมหัวเราะเบา ๆ โบกมือลาร่างบางอย่างอารมณ์ดี ขณะมองร่างเล็กที่เดินขึ้นรถไวกว่าปกติ ก่อนจะปิดประตูรถแล้วขับออกไป เธอคงไม่รู้เลย ว่าทุกจังหวะอารมณ์ที่เธอแสดงออกมานั่นแหละ ยิ่งกว่าคำว่าน่ามอง