Share

บทที่ 7

last update Last Updated: 2025-12-03 09:57:41

วันต่อมา

วันนี้มีการลงพื้นที่สำรวจหน้างานจริง ทั้งสภาพแวดล้อมและปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ รวมถึงการประชุมวางแผนร่วมกับตัวแทนจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ แต่ซีลีนไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อยว่าใครจะเป็นตัวแทนจากฝั่งนั้น เพราะเธอไม่ได้คิดจะไปประชุมอยู่แล้ว

หลังจากที่เมฆโทรมาเมื่อคืน เธอก็ได้ตกลงแบ่งหน้าที่กันเอาไว้แล้วว่าให้เขาเข้าประชุม ส่วนเธอขอออกมาสำรวจพื้นที่แทน และในเช้าวันนี้ เธอก็มาลงพื้นที่ด้วยตัวเองเพียงลำพัง เพราะเธอไม่อยากวุ่นวายกับใคร และการสำรวจพื้นที่จริงแบบนี้ เธอเชื่อว่ามันจะช่วยให้งานในส่วนของเธอสามารถมองภาพได้ชัดเจนและตรงตามความต้องการของคนในพื้นที่มากกว่า

“ร้อนชะมัด”

ร่างบางในชุดนักศึกษาพอดีตัวกับกระโปรงทรงเอสีดำยาวถึงข้อเท้าที่ดูเรียบร้อยหากมองผิวเผินจากทางด้านหลัง ทว่าหากหันกลับมา กลับเผยให้เห็นรอยผ่าแหวกสูงข้างลำตัวจนถึงต้นขาอ่อน อวดเรียวขาเรียวยาวทุกครั้งที่ก้าวเดิน

ซีลีนเดินสำรวจพื้นที่มาตั้งแต่เช้า จนถึงช่วงสายของวัน แสงแดดแรงจัดจนเหงื่อผุดพราวทั่วใบหน้า ผิวขาวเนียนของเธอเริ่มขึ้นสีชมพูระเรื่อตามอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้น ร่างบางหยุดพักใต้ร่มไม้ใหญ่ริมคลองข้าง ๆ กับสะพานเก่าที่ทรุดโทรมจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม

ดวงตากลมโตของเธอกวาดมองไปรอบบริเวณ มันดูเงียบ ไม่มีเสียงรบกวน มีเพียงเสียงใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ กับลมที่พัดผ่านร่างบางไปถึงแม้พื้นที่โดยรวมจะเต็มไปด้วยบ้านเรือน แต่การสัญจรกลับเงียบเหงา อาจจะเป็นเพราะสะพานตรงนี้ไม่สามารถใช้งานได้ปกติ ทำให้คนส่วนใหญ่ไปใช้สะพานข้ามคลองในจุดที่ไกลกว่าแทน

หญิงสาวล้วงสมุดสเก็ตซ์ในกระเป๋าผ้าใบเล็กออกมา เปิดหน้าว่างอย่างรวดเร็ว แล้วนั่งลงบนขอนไม้เก่า ๆ ใกล้สะพาน ก่อนจะเริ่มลงมือจดรายละเอียดและสเก็ตซ์ภาพด้วยความตั้งใจ

รอยยิ้มบางผุดขึ้นที่มุมปากในจังหวะที่เส้นดินสอเริ่มลากผ่านบนกระดาษ เพราะทันทีที่เหยียบยืนในพื้นที่ตรงนี้ เธอก็มองเห็นภาพของสะพานในแบบที่ต้องการอย่างชัดเจน

เสียงเครื่องยนต์ Porche Panamera AllBlack ของคันหนึ่งเลี้ยวเข้ามาจอดในลานดินใกล้สะพานเก่า ตามมาด้วยรถบิ๊กไบค์สีดำ BMW R18 ROCTANE ที่ของเจ้าของร่างสูงกำลังขับเคลื่อนเข้ามา

“ไอ้ลม เร็วดิวะมันร้อน”

เสียงเครื่องยนต์ดับลงพร้อมประตูรถที่เปิดออก ตามมาด้วยเสียงของเดย์ที่ถูกเพื่อนสนิทลากมาอย่างไม่เต็มใจตะโกนให้ลมก้าวตามเขามาทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ถอดหมวกกันน๊อค

“ร้อนก็เหี้ยละ มึงขับรถยนต์”

ลมก้าวลงจากเบาะรถบิ๊กไบค์คันโปรดอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะถอดหมวกกันน๊อคออก แล้วกวาดสายตามองไปรอบพื้นที่เพื่อประเมินสภาพและทำเลเบื้องต้น เขาเอี้ยวคอมองสะพานเก่าที่ทรุดโทรม จนเหล็กโครงสร้างบางจุดโผล่พ้นผิวปูนออกมา

“เก่าฉิบหาย”

ลมพึมพำเบา ๆ เหมือนพูดกับตัวเอง แต่ดังพอที่ทุกคนจะได้ยิน กะว่าจะเริ่มจดรายละเอียดทันที แต่สายตากลับไปสะดุดเข้ากับร่างบางในชุดนักศึกษาและผมสีบอนด์สลวยเด่นที่นั่งอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ใกล้หัวสะพานแทน

ภาพของหญิงสาวที่เขาคุ้นตาดี เพราะช่วงนี้รู้สึกว่าจะได้เจอกันบ่อย ๆ กว่าปกติ สายตาคมมองหญิงสาวที่กำลังก้มสเก็ตซ์ภาพอย่างตั้งใจจนแทบจะไม่รู้สึกตัวเลยว่าตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ลำพัง ก่อนที่คิ้วเข้มจะขมวดเข้าหากันเพราะรอยผ่าแหวกของกระโปรงตัวยาวที่แหวกจนเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนยามที่เธอขยับ ‘ถ้าจะแหวกขนาดนี้จะใส่กระโปรงยาวตั้งแต่แรกทำไมวะ’

“ซีลีน”

เมฆเอ่ยเรียกเพื่อนสนิทเสียงดังพอประมาณ ทำให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหันมองไปยังต้นเสียงแล้วกวาดสายตามองพวกเขาทีละคนพร้อมกับเก็บดินสอและสมุดร่างในมือ

“มากันตั้งแต่เมื่อไหร่”

เสียงหวานเอ่ยถามเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่เต็มไปด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าทำเมฆถึงมากับคนพวกนี้ได้ โดยเฉพาะใครบางคนที่เธอไม่อยากเจอ แต่กลับเจอกันบ่อยเหลือเกิน

“พอดีเราประชุมทีมเสร็จเร็ว เลยแวะมาสำรวจพื้นที่ต่อ แล้วนี่ก็ลมกับเดย์ตัวแทนจากวิศวะ เขาอยากมาดูหน้างานเราเลยมากับพวกเขา”

ซีลีนพยักรับ ก่อนจะปรายตามองชายหนุ่มที่กำลังยืนพิงเสาเหล็กใกล้ ๆ พบว่าเขากำลังจ้องมองเธออยู่ แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร เสียงเครื่องยนต์รถบรรทุกคันเล็กก็ดังใกล้เข้ามา จนบทสนทนาระหว่างเธอกับเพื่อนต้องหยุดลง

“คุณซีลีนใช่มั้ยครับ! ผมเอาซุ้มคีออสมาส่ง ให้ตั้งตรงไหนดีครับ!”

รถบรรทุกขนาดเล็กจอดเทียบตรงลานโล่งใกล้สะพาน ก่อนที่คนขับจะตะโกนถามเสียงดัง

“เธอสั่งตู้มาทำอะไร”

เมฆหันมามองเพื่อนสนิทตัวเองสลับกับตู้คีออสสีขาวขนาดประมาณสามคูณสี่เมตรอย่างงง ๆ

“ก็เอาไว้นั่งทำงานไง จะได้ไม่ต้องตากแดดตากลมอยู่แบบนี้ กว่างานจะเสร็จผิวเสียหมดก่อนพอดี”

คนตัวเล็กพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเหมือนเป็นเรื่องปกติสุด ๆ ทำเอาเดย์ที่มองเหตุการณ์อยู่หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ

“เรื่องมาก ตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน”

เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอียงคอมองตู้ที่กำลังถูกยกลงจากรถ แล้วหันมาปรายตามองเธออีกครั้ง

“สั่งตู้มาขนาดนี้ คงคิดจะอยู่สร้างบ้านอยู่ที่นี่เลยหรือไง”

“แล้วไง ฉันแค่ใช้พื้นที่ว่างตรงนี้ เพื่อจะได้ทำงานสะดวกมากขึ้น”

ซีลีนยักไหล่ อย่างไม่คิดจะสนใจว่าใครจะว่าเธอเรื่องมากยังไง เพราะเธอยึดหลังเอาตัวเองสบายใจไว้ก่อน แล้วตู้นี้เธอใช้เงินตัวเองไม่ได้ใช้งบของมหาวิทยาลัยซื้อมาซะหน่อย

“พื้นที่ว่าง ก็ใช่จะเป็นสิทธิ์ของคุณคนเดียวหรือเปล่า”

“แล้วเป็นสิทธิ์ของคุณเหรอ?” เธอเลิกคิ้วขึ้น

“เหอะ! ให้งานมันออกมาดีจริงสมกับความเรื่องเยอะก็แล้วกัน ไม่ใช่มาเดินสวยไปวัน รำคาญตา!”

“ชิส์”

เมฆกับเดย์มองหน้ากันแบบกลั้นขำ ส่วนลมเพียงไหวไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน แต่ยังไม่ทันที่คนขับรถตู้จะขยับรถออกไป เสียงเครื่องยนต์ของรถบรรทุกอีกคันก็ดังเข้ามาแทน

ชายหนุ่มหันมองพร้อมกันอีกครั้ง ก่อนจะเห็นว่าด้านหลังกระบะมีแผ่นหินทางเดินเรียงซ้อนกันสูงหลายชั้นคล้ายจะเป็นทางเดิน

“คุณซีลีนใช่มั้ยครับ! หินทางเดินที่สั่งไว้มาส่งแล้ว”

คนขับตะโกนถามเหมือนกลัวส่งผิดคน ทุกคนหันขวับไปที่ซีลีนเกือบพร้อมกัน เมฆขมวดคิ้ว

“นี่เธอสั่งแผ่นหินมาด้วยเหรอ?”

ซีลีนก้าวเข้าไปดูด้วยสีหน้าเป็นปกติ ก่อนจะจรดปากกาเซ้นรับ ของที่กำลังทยอยมาส่ง

“ก็จะปูเป็นทางเดินจากตู้ไปถึงสะพานไง ฉันไม่เดินบนดินเลอะ ๆ แน่”

“นี่จะมาลงพื้นที่สร้างสะพานหรือเปิดรีสอร์ตกันแน่”

ลมยืนกอดอกมองเธออยู่ครู่หนึ่ง สายตาเหมือนกำลังประเมินว่าเธอพูดจริงหรือแค่เล่น แล้วก็ส่ายหัวไปมาช้า ๆ

“เรื่องของฉัน”

“เยอะ”

คำเดียวสั้น ๆ แต่ทำเอาร่างบางแทบอยากจะพุ่งไปหยุมหัวคนตรงหน้า ซีลีนเหลือบตามองคนตัวโตที่กำลังว่าเธอครั้งแล้วครั้งเล่าตั้งแต่ที่มาถึง

“เยอะแล้วไง”

“เปล่า” เขาตอบเรียบ ๆ

“แค่ไม่เคยเจอใครลงพื้นที่ทำงาน แต่เท้ากับแตะพื้นไม่ได้”

“ฉันมาออกแบบกับวาดแบบ ไม่ได้มาช่วยผู้ประสบภัยทำไมต้องทำตัวเองให้ลำบาก”

“งั้นก็หวังว่าตู้เท่ารังหนูกับทางเดินนี่จะช่วยให้สะพานสร้างเสร็จเร็วขึ้นนะ”

“ช้าหรือเร็วไม่รู้ แต่มันช่วยให้ฉันทำงานได้โดยไม่อารมณ์เสีย แล้วก็ไม่ต้องเห็นหน้านาย ก็นับว่าคุ้ม”

เธอตอบทันควัน ก่อนจะหันไปบอกคนงานให้จัดการปูหินต่อ เมฆมองภาพตรงหน้าแล้วยิ้มบาง ๆ ส่วนเดย์กระซิบกับลมเบา ๆ

“มึงเจอของจริงแล้ววะ ฮ่า ๆ”

ลมทำเพียงไหวไหล่ แต่สายตายังจับอยู่ที่ซีลีนเหมือนอยากดูต่อว่าผู้หญิงแบบนี้จะไปสุดที่ตรงไหน

คนงานเริ่มยกแผ่นหินลงจากรถ เสียงกระทบกันดังเป็นจังหวะ ฝุ่นดินฟุ้งขึ้นเล็กน้อยตามแรง คนตัวเล็กรีบยกมือปิดจมูกก่อนจะเริ่มเดินหนีออกไป

“คงรอดหรอกสะพานกู แดดก็ไม่อยากโดน ฝุ่นก็ไม่เข้าใกล้”

ซีลีนเลือกจะไม่ตอบโต้ แค่เดินเลี่ยงไปอยู่ใต้ร่มไม้เพียงลำพัง มือหนึ่งกางสมุดสเก็ตซ์ที่วาดค้างทิ้งไว้ขึ้นมาร่างต่ออย่างตั้งใจ

“ถ้างั้นเดียวไปซื้อน้ำมาให้แล้วกัน”

“เดียวไปช่วย”

เมฆเดินออกไปยังร้านค้าในชุมชน พร้อมกับเดย์ที่เดินตามหลังมาไม่ห่างเพื่อไปช่วยกันซื้อน้ำมาให้อีกสองคนที่เหลือ

ลมที่ยืนห่างออกไปไม่กี่ก้าวเหลือบเห็นว่าแดดบ่ายเริ่มแรงจนเส้นผมบลอนด์ของเธอสะท้อนแสงจ้า เขาหยุดมองเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะเดินอ้อมไปอีกฝั่งที่แสงแดดกำลังสาดส่องเข้าหน้าเธอ แล้วหยุดยืนซ้อนแผ่นหลังร่างบางให้เงาตัวเองบดบังแสงอาทิตย์ที่สาดลงบนกระดาษสเก็ตซ์ของเธอพอดี

“จะตามมาว่าอีกหรือไง”

ซีลีนเอ่ยเสียงนิ่งแต่ตาเหลือบมองเขา ก่อนจะก้มหน้าวาดแบบร่างของตัวเองออกไป

“เห็นปากเก่ง อยากรู้ว่างานจะออกดีเหมือนปากไหม”

เขาพูดเรียบ ๆ พลางกวาดตามองหน้ากระดาษ เหมือนจะสนใจงานในมือบางมากกว่า แม้งานร่างที่คนตัวเล็กวาดก็ยังมองไม่ออกเท่าไหร่ และถ้าดูจากรายละเอียดที่โน๊ตเอาไว้ก็นับว่าเธอเก็บรายละเอียดงานได้ดีมากทีเดียว

“จากขนาดของสะพานเดิม คิดว่าต้องปรับขนาดของสะพานให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและแข็งแรงขึ้น”

เสียงหวานเอ่ยออกมาแผ่วเบาโดยไม่ได้หันกลับมามองคู่สนทนา

“อืม”

เขาพยักหน้าช้า ๆ เหมือนไม่ใส่ใจนัก แต่ก็ไม่ได้ขยับหนีไปไหน ก่อนที่เพื่อน ๆ ของเขาจะเดินกลับมาพร้อมขวดน้ำยื่นให้

“น้ำเย็น ๆ คลายร้อน”

ซีลีนรับน้ำมาแล้วดื่ม แต่ก็อดเหลือบตากลับไปทางร่างสูงที่ยังยืนนิ่ง ๆ อยู่ข้าง ๆ ไม่ได้ ทั้งสี่คนเริ่มออกทำสำรวจความต้องการของคนในพื้นที่เพื่อเก็บมาเป็นข้อมูลในการเริ่มดำเนินโปรเจกต์ เพราะหากจะต้องสร้างสะพานก็ควรถามความต้องการของคนที่ใช้จริง

“ข้อสรุปเบื้องต้น คือขนาดของสะพานที่สอดคล้องกับการใช้งานจริงให้เป็นขนาดมาตรฐานที่รถสามารถสัญจรไปมาได้สะดวก”

“งั้นเดียวสร้างไลน์กลุ่มไว้ มีอะไรจะได้คุยกันเรื่องความคืบหน้า”

“อืม”

หลังจากสำรวจพื้นที่และจัดการงานยิบย่อยกันเสร็จ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกลับ เมฆกับเดย์ขับรถออกไปก่อน ส่วนซีลีนเก็บสมุดสเก็ตลงกระเป๋าแล้วเดินเลาะทางดินกลับไปที่รถของตัวเอง

ลมไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม เพียงยืนพิงเสาเหล็กมองตามร่างเล็กที่ก้าวขึ้นรถไปอย่างสบายใจ ริมฝีปากหยักเผยรอยยิ้มบาง ๆ ที่เจ้าตัวคงไม่มีทางเห็น ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาบริษัทรับติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์ทันที

“เอาตู้ขนาด 20 ฟุต มาลงให้หน่อยเดียวส่งพิกัดให้อีกที ขอแบบติดตั้งแอร์พร้อมใช้งานนะครับ”

ฝ่ามือหนาที่กำลังจะกดวางสาย ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเดินเหยียบ บนแผ่นหินทางเดิน ก่อนจะลอบถอนหายใจเบา ๆ แล้วเอ่ยบอกกับปลายสายอีกครั้ง

“หาคนมาเทปูนทำพื้นทางเดินให้ผมด้วย ค่าใช้จ่ายเบิกมาได้เลย”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 65

    บ้านหลังใหญ่สไตล์โรมันที่ตั้งอยู่บนที่ดินทำเลทอง กลายเป็นจุดหมายปลายทางของชีวิตคู่ ลมตั้งใจสร้างทุกอย่างด้วยหัวใจ และใช้ทุกความรักที่เขามีต่อคนรักเป็นรากฐานที่มั่นคงในการสร้าง บ้าน ที่หมายถึงบ้านจริง ๆทว่าสิ่งที่เติมเต็มบ้านหลังนี้ให้สมบูรณ์ที่มากสุด กลับไม่ใช่เสาหินอ่อนหรือเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง หากแ

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 64

    พิธีกรเอ่ยคำกล่าวสั้น ๆ ก่อนจะเชิญทั้งคู่แลกคำสัญญา ลมมองลึกเข้าไปในตาเธอ พูดเสียงทุ้มมั่นคง“จากวันนี้…จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต ผมสัญญาจะรักและปกป้องซีลีนเพียงคนเดียวจนหมดลมหายใจ”ซีลีนกัดริมฝีปาก พยายามกลั้นน้ำตา ก่อนจะตอบกลับเสียงสั่นแต่หนักแน่น“ฉันก็จะยืนข้างที่รัก…ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”เสียงปรบ

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 63

    เช้าวันต่อมาลมขับรถเลี้ยวเข้าทางเข้าหลักของโรงแรมริมทะเล อาคารสีอ่อนทรงคลาสสิกตัดกับเสาหินอ่อนเรียงรายเป็นแถว โถงลอบบี้สูงโปร่งเปิดรับแสงธรรมชาติ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้สดลอยมากับลมทะเล พนักงานในยูนิฟอร์มสีขาวครีมเดินสวนกันปา เพื่อรีบจัดเตรียมสถานที่เพราะทุกคนรู้ดีว่าวันนี้คือ วันสำคัญของเจ้าของโร

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 62

    “บ้างครั้งอะไรใหม่ ๆ ก็เปลี่ยนบรรยากาศได้ดีนะคะ”เสียงหวานแผ่วดังขึ้น พร้อมกับมือที่ยื่นมาจับชายเสื้อเชิ้ตของเขา ลูบขึ้นลงอย่างช้า ๆ เพียงเสี้ยววินาที สายตาของลมแข็งขึ้น เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นจนมีนชะงัก ดวงตาคมจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอจนบรรยากาศในห้องหนักอึ้ง“หึ เดียวช่วยเปลี่ยนห้องนี้ให้เป็นห้องเก

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 61

    ปราณวริทร์ นิธิวราดล ชื่อนี้ถูกพาดหัวตัวโตบนหน้าหนังสือพิมพ์เช้าวันนี้ นักธุรกิจหนุ่มมาแรง ขึ้นแท่นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมหรู ภาพชายหนุ่มในสูทเข้ารูปสะท้อนความมั่นใจเต็มเปี่ยม สายตาคมกริบและรอยยิ้มเรียบนิ่ง กลายเป็นภาพจำที่หลายคนในแวดวงธุรกิจคุ้นตาไปแล้ว เขาไม่ใช่เพียงอดีตนักศึกษาวิศวกรรม

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 60

    มือใหญ่สวมแหวนลงบนนิ้วเรียวช้า ๆ เขายังคงคุกเข่าอยู่ตรงนั้น สบตากับเธอที่น้ำตาอาบแก้ม แต่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่ร่างบางจะโผเข้ากอดเขาแน่นเสียงปรบมือยังดังก้องรอบสนามหญ้า น้ำตาแห่งความยินดีเอ่อคลอในดวงตาของใครหลายคน พ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลก้าวเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นแม่ของซีลีนเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status