Masukเพราะคำพูดของเธอทำให้คนคนหนึ่งต้องตายไป มันคงดีกว่า หากเธอจะไม่พูดอะไรอีกเลย
Lihat lebih banyakตลาดคารวยสุข
“แม่...เข้าไปพักก่อนก็ได้จ๊ะ คนเริ่มน้อยแล้วเดียวหนูเฝ้าหน้าร้านเอง”
“บัวนั้นละ ไปอ่านหนังสือเถอะลูก เดียวจะเปิดเทมอแล้วไม่ใช่เหรอ”
เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วของใยบัวเด็กสาวตัวเล็ก ส่งยิ้มหวานให้คนเป็นแม่ พร้อมกับจัดเรียงผลไม้บนแผงให้สวยงาม ง่ายต่อการเลือกซื้อ
ภาพของสองแม่ลูกที่ช่วยกันจัดร้านด้วยรอยยิ้มสดใส ดูจะเป็นภาพชินตาของเหล่าพ่อค้าแม่ขายในตลาด เพราะใคร ๆ ต่างก็เอ็นดูใยบัวที่เป็นเด็กขยัน เรียนดี ช่วยแม่ทำมาหากิน อีกทั้งล่าสุดเธอยังสอบติดมหาลัยชื่อดัง แถมยังได้ทุนการศึกษาจนเรียนจบเพราะคะแนนสอบสูงเป็นอันดับหนึ่งอีกด้วย
โครม!
ถังน้ำขนาดไม่ใหญ่นักถูกโยนลงมาใส่กลางแผงผลไม้ พร้อมกับหญิงวัยกลางคนที่เดินเข้ามายืนเท้าเอวชี้หน้าเธอกับแม่เสียงดังลั่น
จนกลุ่มคนและเหล่าพ่อค้าแม่ค้าหันมามองด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น ว่าเกิดอะไรขึ้น เจ๊หงส์ คุณนายเจ้าของร้านทองในตลาด ถึงได้มาโวยวายที่แผงผลไม้เล็ก ๆ ในตลาด
“นี่อีพราว มีเวลาก็หัดสั่งสอนลูกตัวเองด้วยนะ อย่าคิดริอาจมาจับลูกชายฉัน เป็นแค่ลูกคนขายผลไม้จน ๆ ริอาจใฝ่สูงอยากได้ลูกชายเจ้าของร้านทอง”
เจ๊หงส์ แม่ของเก่งยืนเท้าสะเอวมองสองแม่ลูก ใบหน้าแดงจัดพร้อมกับตะโกนด่าเธอกับแม่ด้วยคำหยาบคาย เสียงดังลั่นตลาดอย่างจงใจ ก่อนจะกลอกตามองบนแล้วเบะปากพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ
“สงสัยจะแรดได้แม่”
“...”
เจ๊หงส์ปลายตามองเด็กสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของคนเป็นแม่ที่เข้ามาปกป้อง ก่อนจะเบะปากให้ทั้งสองคนอย่างเหยียดหยามแบบไม่ปิดบัง
แม้ความจริงเจ๊หงส์รู้อยู่แล้วว่าลูกชายเพียงคนเดียวของตัวเอง แอบมาคบหาดูใจกับเด็กสาวตรงหน้า แต่ที่ผ่านมาเธอยอมเงียบปากไม่พูดอะไร เพราะแอบหวังให้อีกฝ่ายช่วยติวหนังสือให้ลูกเธอสอบเข้ามหาลัยได้ก็เท่านั้น
แต่ในเมื่อผลสอบประกาศออกแล้วว่าลูกชายเธอสอบติดมหาลัยดังเช่นที่หวัง ก็ไม่จำเป็นต้องปล่อยให้ เก่ง มาคบค้าสมาคมกับลูกแม่ค้าขายผลไม้อีกต่อไป
“จะบอกอะไรให้นะ ฉันหาผู้หญิงดีดีที่เหมาะสมสำหรับเก่งไว้แล้ว! เธอเป็นแค่เด็กขายผลไม้ อย่าได้คิดฝันว่าฉันจะยอมรับมาเป็นสะใภ้!”
คำดูถูกถากถางพวกนั้นฟาดเข้ากลางอกของใยบัวจนลมหายใจสะดุด เธอสบตาแม่ที่ยืนโอบกอดปกป้องเธอด้วยน้ำตา ความรู้สึกเจ็บปวดยิ่งบีบหัวใจเด็กสาวรุนแรงเข้าไปอีก
“แล้วที่ผ่านมาเด็กสองคนเขาคบกัน เจ๊หงส์ก็รู้เรื่องนี้ไม่ใช่เหรอ ถ้าไม่พอใจทำไมถึงไม่ออกมาพูดตั้งแต่แรก ไม่ใช่ปล่อยให้เด็กคบกันมาตั้งนาน แล้วมาด่าทอกันแบบนี้”
พราวเอ่ยถามออกไปอย่างตรง ๆ ไม่ได้คิดจะมีเล่ห์เหลี่ยมหรือบิดพลิ้วใด ๆ เพียงแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมทางฝ่ายชายไม่ออกมาพูดอะไรตั้งแต่แรกแล้วปล่อยให้เด็ก ๆ คบกันมานานถึงสองปี
“ระ รู้เรื่องอะไร ฉันไม่เคยรู้ ไม่เคยยอมรับ อย่ามาพูดมัว ๆ นะ”
เจ๊หงส์เชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ สายตาแอบชำเลืองมองชาวบ้านที่เริ่มมามุ่งดู ก่อนมีเสียงกระซิบจากกลุ่มคนว่าที่ผ่านมามีใครในระแวงนี้ไม่รู้บ้างว่าเด็กสองคนนี้คบกัน จนทำให้เจ๊หงส์เริ่มอับอาย ทำหน้าไม่ถูก และกลัวจะมีคนรู้ว่าเธอ แค่หาข้ออ้างให้เด็กสองคนนี้เลิกกัน
“แม่ มาทำอะไร...หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
เสียงทุ้มที่แสนคุ้นหูของชายหนุ่มดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงของเก่งที่วิ่งมาหยุดยืนตรงหน้า ลมหายใจหอบเหนื่อยจากการวิ่งมาด้วยความเร็วติดต่อกันหลายนาที จนเหงื่อผุดขึ้นตามไรผม หลังจากที่รู้ว่าแม่ของเขามาที่นี่เพื่อหาเรื่องครอบครัวของใยบัว
ใยบัวหันไปสบตาเขา ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาสีใส ใบหน้าฉายภาพความเจ็บปวด ริมฝีปากบางเม้มแน่น เนื้อตัวสั่นเทา ท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ จนทำอะไรไม่ถูก
เก่งเดินก้าวเข้ามาใกล้แฟนสาว เขาหน้ามองใยบัวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
“บัวไม่เป็นไรนะ เก่งมาแล้ว”
“...”
“เราจะคุยกับแม่เอง เราจะไม่ให้ใครมาว่าบัวกับแม่อีก เชื่อเรานะ”
น้ำเสียงทุ้มเอ่ยออกมาติดสั่นเล็กน้อย เพราะไม่รู้ว่าใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาของแฟนสาวกำลังคิดอะไรอยู่ หัวใจของเธอคงแตกสลายและเจ็บปวดที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ แต่เก่งก็หวังแค่เพียงว่าใยบัวจะยังสู้อยู่ข้าง ๆ กัน ไม่ยอมแพ้ แล้วทิ้งเขาไป ไม่งั้นเขาคงอยู่ต่อไปไม่ได้จริง ๆ
เก่งมองดวงตากลมโตอย่างมีความหวัง ผิดกับใยบัวที่มองเขากลับมาด้วยความสับสน เธอไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำอย่างไร หรือต้องพูดแบบไหน ใยบัวไม่อยากให้แม่ต้องมาถูกด่า หรือต้องโดนดูถูกต่อหน้าคนทั้งตลาดแบบนี้
ทว่าสิ่งที่ยากที่สุดคือเธอก็มองไม่เห็นทางออกของเรื่องนี้เลย เธอรักเก่ง แต่หากว่าความสัมพันธ์นี้ยังเดินหน้าต่อไป เธอจะรับมือกับครอบครัวของเขาได้ยังไง หญิงสาวถอนหายใจลากยาว ริมฝีปากสั่นไหวและหัวใจที่แตกสลายไม่เหลือชิ้นดี
“เก่ง…บัวไม่อยากให้แม่ต้องถูกด่าอีก บัวสงสารแม่…บัวไม่อยากเป็นต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายนี้”
คำพูดที่เปล่งออกมาคมราวกับใบมีดที่กำลังบาดลึกหัวใจของชายหนุ่ม เพราะในชีวิตของเขาที่ถูกพ่อแม่ตีกรอบ บีบบังคับมาตลอดทั้งชีวิตจนไม่เป็นตัวเองเลยสักวัน
ชีวิตของของไม่ต่างอะไรกับโลกสีเทา ๆ ที่ไร้ซึ่งความสุข จนกระทั่งมาเจอกับใยบัว ผู้หญิงที่เข้ามาแต่งเติมสีสันให้โลกของเขาให้เปลี่ยนไป และเริ่มกลับมามีความสุขอีกครั้ง แต่ตอนนี้เขากำลังจะเสียความสุขนั้นไปอย่างไม่เต็มใจ
“บัวอย่าพูดแบบนั้น เก่งอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีบัว”
เก่งยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ยิ้มแบบคนที่ยังเชื่อว่าอีกฝ่ายจะไม่ทิ้งเขาไปไหน มือของเขายื่นออกมาจับแขนเธออย่างสุดแรง หวังจะเอื้อมมือไปขว้าคนตรงหน้ามากอดไว้ แต่ปลายนิ้วของเขากลับสัมผัสได้เพียงผ้ากันเปื้อนของเธอที่ก้าวถอยหลังหนีออกไป
“รู้ตัวก็ดี ออกไปจากชีวิตลูกชายฉันซะ”
คนเป็นแม่เดินเข้าไปดึงรั้งลูกชายของตัวเองออกมา ก่อนจะตะโกนตอกย้ำหญิงสาวและแม่ของเธออีกครั้ง ว่าการเลิกลาและจบความสัมพันธ์นี้เป็นสิ่งที่ครอบครัวเขาต้องการ
“แม่พูดอะไร หยุดพูดไปเลยนะ”
เก่งตะโกนบอกแม่ตัวเองสุดเสียง ด้วยความรู้สึกหวาดกลัวจับใจ กลัวว่าคนตรงหน้าจะทิ้งเขาไปจริง ๆ
“ระ...เราเลิกกันเถอะนะ”
น้ำเสียงราบเรียบเย็นวาบเข้าไปในหัวใจคนฟัง เธอพูดด้วยจังหวะสั้น ๆ พยายามบังคับสีหน้าและน้ำเสียงให้เป็นปกติเหมือนไม่เป็นอะไร แต่ในใจกลับพังทลายไม่ต่างกัน
ไหนใครบอกว่าคนบอกเลิกก่อนจะไม่เจ็บ...แต่ทำไมเธอถึงเจ็บเหมือนคนจะขาดใจแบบนี้ละ
ความเจ็บปวดที่บีบรัดหัวใจแน่นจนหายใจแทบไม่ออก แม้แต่มือเรียวบางที่กำไว้ข้างตัวสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด
เก่งหันมองเธอช้าๆ ความเงียบเข้ามาปกคลุมทันที เขาหัวเราะสะอื้นออกมาอย่างคนที่แตกสลาย เหมือนความสดใสเพียงอย่างเดียวในชีวิตของเขากำลังจะหายไปต่อหน้าต่อหน้า
“เก่ง…รักบัวนะแล้วบัวละ รักเก่งไหม”
“…”
“บอกคำนั้นให้เก่งฟังเป็นครั้งสุดท้ายหรือเปล่า”
“…”
ใยบัวได้แต่เม้มริมฝีปากแน่น เธอไม่รู้ว่าตัวเองควรพูดมันออกไปไหม หากเธอทำแบบนั้นจะยิ่งทำให้อีกฝ่ายตัดใจไม่ได้หรือเปล่า หากเป็นแบบนั้นแม่ของเขาก็คงไม่ยอม เพราะถึงยังไงเรื่องของเรามันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
“เก่งเข้าใจแล้ว แต่บัวจำไว้นะเก่งจะอยู่ข้างบัวเสมอไม่ว่าบัวจะอยู่ที่ไหน อย่ากังวลใจแล้วใช้ชีวิตตัวเองต่อไปอย่างมีความสุขนะ”
เก่งเดินถอยออกจากแผงผลไม้ แล้วส่งยิ้มให้เธออย่างที่เคยทำ แต่สายตาคมกลับดูว่างเปล่าและหมดสิ้นซึ่งความหวัง ก่อนจะยกมือขึ้นปาดซับน้ำตาบนดวงตาแดงก่ำ แล้ววิ่งออกไปอย่างไม่คิดจะหันกลับมา
“เก่งจะไปไหนลูก กลับมา”
“เก่ง! หยุดเดี๋ยวนี้!”
เธอวิ่งออกไปตามหลังเขาออกไปที่ริมถนน แต่ถูกมือของแม่จับไว้แน่น ไม่ให้เธอพุ่งตัวตามเขาออกไป คนตัวเล็กจึงทำได้แค่ตะโกนตามออกไปจนสุดเสียง
“เก่ง! ระวัง! กรี๊ดดดดดดดด”
ใยบัวกรีดร้องออกมาพร้อมตะโกนเรียกชื่อเขาจนสุดเสียง หยาดน้ำตาที่หลั่งไหลออกมาด้วยความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจทำให้ใยบัวมองเห็นหน้าคนรักไม่ชัด แต่เธอก็รู้ว่าเขากำลังมองกลับมาที่เธอด้วยรอยยิ้ม
เอี๊ยดดดดดดดดดด โครม!!!
รถคันหนึ่งหันเลี้ยวเข้ามาทางถนนเส้นหลักในตลาด ไฟหน้าปะทะกับดวงตาของเก่งแวบหนึ่ง แล้วทุกอย่างก็หมุนควงวนบนอากาศพร้อมกับร่างของเขาที่กระเด็นนอนจมกองเลือดที่ไหลทะลักออกมาไม่หยุด
“ม่ายยยยยยยยยยยยย”
ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าทำเอาคนตัวเองเล็กหน้าชา ความรู้สึกสับสนตีวนจนใยบัวไม่สามารถอธิบายได้ พร้อมกับเสียงกรีดร้องของคนรอบข้างที่เห็นสถานการณ์ชัดเจน
“เก่ง ทำไมทำแบบนี้ลูก ทำไม ตื่นขึ้นมาคุยกับแม่ก่อน แม่ขอโทษ”
เจ๊หงส์ก้าวเท้าเข้าไปหาร่างของลูกชาย ใบหน้าเธอขาวซีด มือสั่นไปทั้งตัว ก่อนจะโอบกอดร่างของเก่ง ลูกชายเพียงคนเดียวเอาไว้ทั้งน้ำตาที่หลั่งไหลออกมาราวกับสายเลือด
ต่างกับใยบัวที่กำลังช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว เรียวขาบางชะงักค้างอยู่กับที่ เธอสติหลุดจนไม่ได้ยินเสียงของความวุ่นวายรอบข้างได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงหัวใจของเธอก็เหมือนจะเต้นช้าลงจนหายใจไม่ออก
“ไม่เอาแบบนี้นะเก่ง บัวขอโทษ”
ใยบัววิ่งพรวดออกตรงหน้าพร้อมกับสะบัดมือของแม่ที่เกาะกุมข้อมือเธอออก มาหยุดที่ข้างศีรษะเขา เธอก้มลงมองคนที่นอนหลับตาแน่นิ่งไป ใบหน้าของเธอใกล้กับใบหน้าของคนรักด้วยความรู้สึกผิด
เธอจับมือเขา ด้วยมือที่เย็นกว่าที่ควรจะเป็น ปลายนิ้วสั่นเล็กน้อยแต่ไร้ปฏิกิริยาตอบรับ เธอกดแก้มลงบนมือของเขา ริมฝีปากของเธอสั่น จนพูดอะไรไม่ออก
“เก่ง…ตื่นสิ…ตื่นนะ”
น้ำเสียงสั่วไหวของใยบัวที่กำลังร้องไห้ตัวโยนคล้ายกับคนที่หัวใจแตกสลาย สายตาเธอเพ่งมองร่างหนาที่นอนนิ่งไม่ไหวติ่งอยู่แบบนั้น
ใยบัวไม่ละจากมือของเขา เธอจับมือเขาแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดขึ้น เธอวางมือลงบนศีรษะของแฟนหนุ่มแล้วลูบลงเบา แบบที่อีกคนชอบให้เธอทำประจำ
“ขอโทษ…ขอโทษ…ขอโทษ บัวขอโทษ”
“สมใจเธอแล้วใช่ไหมที่ทำให้ลูกฉันต้องเป็นแบบนี้”
แม่ของเก่งก้มหน้ามองใยบัวคนรักของลูกชาย ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความเกลียดชัง ก่อนจะผลักเด็กสาวตรงหน้าออกไปให้พ้นจากร่างลูกชายเธอ
“ไม่ ไม่ บัวไม่ได้ตั้งใจ”
เด็กสาวยังคงพูดคำเดิมซ้ำ ๆ ด้วยน้ำเสียงแตกพร่า จนกระทั่งรถพยาบาลมาถึง ผู้คนถอยออกให้กับเจ้าหน้าที่ เก่งถูกยกขึ้นไปบนรถพร้อมกับแม่ของเขาที่รีบตามขึ้นไป
“บัวรักเก่งนะ ได้ยินไหมบัวรักเก่ง”
ใยบัวบอกรักแฟนหนุ่มซ้ำ ๆ ทั้งน้ำตา คำว่ารักที่เขาอยากฟังเป็นครั้งสุดท้าย แต่ไม่รู้ว่าครั้งนี้เสียงของเธอจะดังมากพอให้เขาได้ยินหรือไม่ และไม่รู้จะยังมีโอกาสอีกไหม ที่เธอจะได้บอกคำนั้นออกไปอีกครั้ง
หญิงสาวที่ร้องไห้คร่ำครวญอยู่กลางถนนราวกับคนจะขาดใจ กลายเป็นภาพสุดเวทนาของคนที่อยู่ในเหตุการณ์จนรู้สึกสะเทือนใจไปตาม ๆ กัน ก่อนคนในตลาดเริ่มแยกย้ายออกไป เหลือเพียงกลุ่มคนสนิทที่เข้ามาประคองหญิงสาวด้วยความรู้สึกเป็นห่วง
ใยบัวถูกประคองออกมาจากกลางถนน เสื้อผ้าเนื้อตัวเต็มไปด้วยด้วยเลือดสีแดงฉาน เธอมองตามรถพยาบาลที่ขับออกไปจนสุดสายตา
ร่างบางล้มลงนั่งบนขอบฟุตบาท น้ำตาไหลยังคงไม่หยุดไหล เธออยากจะตะโกนออกไปเรียกชื่อเขาอีกครั้ง แต่ทุกอย่างมันกลับจุกอยู่ในอกจนพูดไม่ออก ก่อนที่คนตัวเล็กจะเป็นลมวูบแล้วหมดสติไป
สนามแข่งรถ เสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำ ๆ กลืนกินเสียงลมที่พัดผ่านอัฒจันทร์ กลิ่นน้ำมันเครื่อง และกลิ่นยางรถไหม้จาง ๆ คละคลุ้งอยู่ในอากาศยามเย็นมังกรนั่งพิงกำแพงพิทในท่าทางสบาย ๆ มือหนึ่งหมุนฝาขวดน้ำ อีกมือยังคงถือหมวกกันน็อกไว้บนตัก สายตาคมทอดยาวไปตามโค้งแรกของสนาม เหมือนกำลังมองเส้นทางที่คุ้นเคย แต่ในหัวกลับเต็มไปด้วยความคิดวุ่นวายเต็มไปหมด“คืนนี้สนใจเรียกน้อง ๆ มานั่งคุยแก้เหงาสักคนไหม”เดรกที่เพิ่งกลับขึ้นมาจากสนามโยนผ้าขนหนูมาพาดไหล่แกร่ง เดินตรงเข้ามา พร้อมกับยกน้ำขึ้นดื่ม ก่อนส่งทุกอย่างไปให้นับหนึ่งที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์ แต่ก็จำใจยอมรับมา“ไม่วะ มีแต่เดิม ๆ”มังกรตอบกลับสั้น ๆ สายตายังคงไม่ละจากสนาม ที่นี่คือสนามแข่งรถของครอบครัวเขา เป็นสถานบริการความบันเทิงทุกรูปแบบครบวงจร ซึ่งมันไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจและเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของอำนาจที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เกิด“ทำไม! กำลังคิดเรื่องเด็กคนนั้น?”เดรกยังคงถามต่อพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปากนิด ๆอย่างรู้ทันความคิดของกันและกันมังกรหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ไม่ปฏิเสธ และไม่ยอมรับ แต่เพียงแค่หันไปมองเพื่อนทั้งสี่คนที่กำลังจับจ้องมาที่เขาเป็นจุดเดียว
เสียงหวีดนกของรุ่นพี่สันทนาการดังขึ้นเหนือศีรษะทุกคน ทำให้นักศึกษาปีหนึ่งที่กระจัดกระจายตามจุดต่าง ๆ ค่อย ๆ ขยับมาเข้าแถวตอนเรียงหนึ่งตามรายภาควิชา บริเวณหน้าลานเกียร์“ปีหนึ่งทุกคน เข้าแถวรวมกลุ่มตามรายภาควิชานะครับ! กิจกรรมสุดท้ายในวันนี้ เราจะมาจับสายรหัสกัน!”เสียงเชียร์ดังขึ้นพร้อมกับเสียงกลองที่ดังเป็นจังหวะ เสียงพูดคุยของทุกคนที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นดังไปทั้งบริเวณ แต่สำหรับใยบัว มันคือเสียงที่ซัดเข้ามาเหมือนคลื่นใหญ่ที่ทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดบางจังหวะ“เราอยู่ตรงนี้ บัวไม่ต้องกลัว”ใยบัวพยักหน้ารับ เธอไม่ได้หวาดกลัวผู้คน แต่ทุกครั้งที่ต้องอยู่ในสถานที่ที่ยังไม่คุ้นชิน เธอมักจะตื่นตระหนกและกังวลง่ายกว่าปกติคนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แต่ยังไม่กล้ามองไปรอบ ๆ มากนัก เธอพยายามทำให้ตัวเองลีบเล็กมากที่สุด เพราะไม่อยากเป็นจุดสนใจในสายตาใคร โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาหนึ่ง…ที่มองเห็นเธออยู่ตลอดร่างสูงในเสื้อช้อปสีแดงยืนอยู่ไม่ไกลนัก ชายหนุ่มทอดสายตานิ่ง ๆ มาทางเธอ เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างที่อ่านไม่ออก แต่ความนิ่งนั้นกลับดึงดูดความสนใจของผู้คนรอบข้างได้ดี โดยเฉพาะพวกผู้หญิง“เดี๋ยว
ใยบัวเดินออกมาจากใต้ร่มไม้ใหญ่ ด้วยหัวใจที่สั่นระรัว เหงื่อผุดขึ้นตามกรอบหน้าราวกับอากาศร้อนระอุ ทั้ง ๆ ที่บรรยากาศเต็มไปด้วยสายลมเย็นพัดผ่านอย่างแผ่วเบา พร้อมกับเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นดังอยู่ในหัวและค่อย ๆ บีบหัวใจของเธอให้ทำงานช้าลงจนน่าอึดอัด เธอไม่ได้พูดกับเขา ไม่ได้พูด ไม่ได้พูดเสียงในหัวของใยบัวยังคงดังซ้ำ ๆ ดวงตากลมโตค่อย ๆ ก้มมองมือเรียวที่ยังสั่นระริกอย่างควบคุมไม่อยู่ ปลายนิ้วเย็นเฉียบเหมือนเลือดในกายหยุดไหลไปครู่หนึ่งเธอกัดริมฝีปากแน่น พยายามบังคับให้มือนิ่ง แต่ยิ่งพยายาม ทั้งมือและร่างกายของเธอก็ยิ่งสั่นไหวมากขึ้นยิ่งกว่าเดิมร่าบางหันกลับไปมองยังจุดที่เธอเพิ่งเดินออกมา ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นจะคิดยังไง ที่เธอเดินหนีออกมาดื้อ ๆ แบบนี้แต่เธอจะรู้สึกแบบไหน แล้วมันจะยังไงละ คนแบบเธอไม่ควรรู้จักใครทั้งนั้น เพราะหาทุกคนรู้ว่าว่าเธอเคยทำเรื่องเลวร้ายมากขนาดไหน ทุกคนก็ต้องถอยห่างจากเธออยู่ดีคนตัวเล็กทรุดตัวนั่งลงกับพื้น ก่อนจะก้มหน้าซบกับเรียวแขนของตัวเอง แล้วปล่อยให้น้ำตาไหลนองออกมาเพื่อบรรเทาความทุกข์และความเจ็บปวดที่กำลังก่อตัวขึ้นซ้ำ ๆเธอแค่อยากใช้ชีวิตปกติ
หลายเดือนต่อมา “เดียวบัวมานะ” ข้อความสั้น ๆ จากปลายปากกาสีน้ำเงินถูกขีดเขียนลงไปในสมุดโน้ตเล็ก ๆ สีชมพูของใยบัว ก่อนจะถูกยื่นส่งไปตรงหน้าเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธออย่าง ไอวา“ไปหาน้องหมาอีกแล้วเหรอ”เธอหันกลับไปถามบัวบูชา หรือใยบัวที่พยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะรวบสมุดปากกาลงกระเป๋าผ้าใบเล็ก ๆ แล้วรีบเดินออกไปไอวามองแผ่นหลังบางที่พยักหน้ารับ ก่อนจะพาตัวเองเดินออกจากลานเกียร์ไปทีละก้าว ความจริงเธออยากคว้ามือเพื่อนไว้ อยากบอกให้ใยบัวหยุดอยู่ตรงนี้ด้วยกัน เพราะกิจกรรมรับน้องกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าแล้ว และเพื่อนของเธออาจจะโดนรุ่นพี่ทำโทษที่มาช้าหรืออาจจะไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมรับเกียร์ตอนท้ายเทมออีกแต่พอคิดถึงภาพรอยยิ้มเล็ก ๆ บนใบหน้าของเพื่อนสนิทในตอนที่กำลังเล่นกับน้องหมา ไอวาก็ได้แต่กลืนคำพูดทั้งหมดลงคออย่างเงียบงันเพราะตั้งแต่ที่ใยบัวฟื้นขึ้นมาจากที่โรงพยาบาล ก็ได้มีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ใยบัวยังเป็นใยบัวที่อ่อนโยน แต่บางสิ่งในตัวเธอกลับหายไป เรียกว่านับจากวันนั้นที่เกิดเรื่องเธอก็ไม่เคยได้ยินเสียงของเพื่อนตัวเองอีกเลยสักครั้งเดี



![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)







