Share

บทที่ 8

last update Tanggal publikasi: 2025-12-03 09:58:17

วันถัดมา

เสียงเครื่องยนต์รถบรรทุกขนาดใหญ่ดังก้องไปทั่วลานโล่งข้างสะพาน รถเครนและคนงานหลายสิบชีวิตเริ่มขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์สีขาวขนาดใหญ่ลงจากรถ ภายในติดตั้งแอร์เสร็จสรรพ พื้นที่กว้างพอให้ตั้งโต๊ะทำงานและเก็บอุปกรณ์ได้ครบครัน ซีลีนที่เพิ่งขับรถมาถึงชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

“คีออสฉันหายไปไหน”

เธอถามเสียงเรียบ แต่เรียวคิ้วขมวดเข้าหากันแน่น คนงานที่กำลังปรับระดับพื้นตอบกลับขณะยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อ

“คุณลมสั่งให้คนมายกออกไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ”

ยังไม่ทันได้ซักต่อ เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง

“ตู้เล็กแค่นั้นจะยัดทุกคนเข้าไปยังไง เดี๋ยวก็บ่นอึดอัดอีก”

เธอหันขวับไปมอง ชายหนุ่มที่ยืนล้วงกระเป๋าอยู่ไม่ห่าง ในมือยังถือบุหรี่ก่อนจะยกขึ้นสูบด้วยสีหน้าสบาย ๆ เหมือนคนไม่ได้ทำอะไรผิด

“แล้วใครบอกว่าฉันจะให้นายเข้ามาอยู่ด้วย”

“ตู้ใหม่นี่กว้างกว่า แอร์ก็มีจะได้ทำงานได้สะดวกแบบที่ ‘คนบางคน’ ว่าไว้เมื่อวาน”

เขาเอ่ยย้อนคำพูดของเธอ พร้อมยกยิ้มเยาะที่เต็มไปด้วยรอยขบขันในแววตา ซีลีนเม้มปากแน่น มองตู้ขนาดใหญ่ตรงหน้า สุดท้ายก็ถอนหายใจเพราะรู้ว่าคงเปลี่ยนอะไรไม่ได้

“เปลืองเงินโดยใช่เหตุ”

“ไม่เป็นไร พอดีรวย”

คำตอบเรียบ ๆ จากชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะไม่คิดอะไร ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานเขาเพิ่งว่าเธอไปเองแท้ ๆ ทำให้เธอชะงัก หันมามองเขาอีกครั้งแต่เพราะไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขาจึงเลือกจะเดินหนีเข้าไปด้านในแทน

ภายในตู้คอนเทนเนอร์มีทั้งประตู หน้าต่าง โต๊ะสีขาวสะอาดริมหน้าต่างที่มองเห็นสะพานเก่าและต้นหลิวที่ลู่ไปตามแรงลม รวมถึงทางเดินที่เมื่อวานยังเป็นแผ่นหินธรรมดาก็ถูกเทด้วยปูนคอนกรีตเรียบกริบ

“สวยจัง”

เธอพึมพำเบา ๆ ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบ ๆ ในตู้ที่อากาศเย็นสบายเพราะเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงาน บนโต๊ะมีทั้งไม้บัตซ่ากระดานและอุปกรณ์ออกแบบ ตัดโมเดลที่ครบกว่าของที่เธอมีใช้เองเสียอีก

“ขาดอะไรอีกไหม เพราะหลังจากนี้เธอคงต้องย้ายโปรเจกต์ของตัวเองมาทำที่นี่แทน” เขาถามเสียงเรียบ

“ไม่นะ แล้วเมฆกับเพื่อนนายล่ะ ยังไม่มาเหรอ”

“เมื่อวานมันแค่มาเป็นเพื่อน”

“งั้นเราไปดูจุดก่อสร้างเลยไหม จะได้ไม่เสียเวลา”

ลมพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินตามหลังร่างบางในชุดนักศึกษาออกไป ทว่าในขณะที่คนตัวเล็กกำลังเอ่ยอธิบายรูปแบบของสะพานที่คิดเอาไว้ สายตาคมกับไปสะดุดเข้าที่สะโพกกลมมนภายใต้กระโปรงตัวเล็กที่อีกคนสวมใส่

ฝ่ามือหนาทาบลงบนอากาศ แล้วเลื่อนทั้งสองมือเข้าหากันช้า ๆ คล้ายกำลังวัดขนาดเอวบางเมื่อเทียบกับฝ่ามือเขา แม้จะรู้ว่าเธอตัวเล็ก แต่พอเดินใกล้ ๆ ถึงได้รู้ว่าเอวคอดนั้นเล็กจนน่าจะใช้สองมือกำได้รอบ ‘แล้วกูมาคิดเรื่องนี้ทำไมวะ’ เขาบ่นกับตัวเองในใจ

“ดูจากพื้นที่ เราคงเปลี่ยนจุดสร้างสะพานไม่ได้ คงต้องรื้อของเก่าออกก่อนถึงจะเริ่มสร้างของใหม่ได้”

อื้ม”

เสียงหวานที่ร่ายยาวออกมาหลายประโยคนานนับนาที กลับถูกตอบรับสั้นกลับไปแค่สั้น ๆ คำเดียว จนเธอต้องหันกลับมามองอีกครั้ง

“ก็อื้มไง”

เพราะเขาไม่รู้ว่าจะต้องตอบรับอะไรกลับไปถึงจะตรงกับสิ่งที่หญิงสาวกำลังอธิบายก่อนหน้า หากให้พูดกันตามตรงเขาไม่ได้สนใจฟังสิ่งที่อีกคนพูดเลยสักนิด

“ทีมงานมาแล้ว รออยู่นี่”

หลังจากที่เสียงรถกระบะดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมนักศึกษาทีมวิศวะหลายสิบคนที่ทยอยลงจากรถ ทั้งคู่หันไปมองตามเสียง ชายหนุ่มรีบเบี่ยงเบนหัวข้อสนทนาทันที

“งั้นนายไปเถอะ ฉันจะนั่งทำงานของตัวเองตรงนี้แหละ”

พรึบ!!

ลมถอดเสื้อช็อปของตัวเองวางปูลงบนขอนไม้เก่าใต้ร่มไม้ที่หญิงสาวเคยนั่งเมื่อวาน เพราะไม่คิดว่าผู้หญิงเรื่องเยอะอย่างซีลีนที่ไม่ชอบฝุ่น ควัน แสงแดดจะนั่งลงบนขอนไม้เก่า ๆ ได้

“ทำอะไร”

“นั่งไปเถอะ พูดมาก”

ซีลีนยืนมองเสื้อช็อปสีน้ำเงินที่ถูกวางลงตรงหน้าตัวเอง ก่อนจะเงยหน้ามองเจ้าของเสื้อที่ยืนกอดอกมองเธออยู่

“คิดว่าฉันจะซาบซึ้งสิ่งที่นายทำให้เหมือนสาว ๆ ของนายหรือไง” เธอเลิกคิ้วถาม

“ไม่คิด จะนั่งได้หรือยัง พูดมากนะ”

เขาตอบสั้น ๆ แต่เสียงราบเรียบนั้นกลับมีบางอย่างที่ฟังแล้วทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกบังคับให้นั่งลงโดยปริยาย ซีลีนถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วหยิบเสื้อขึ้นมา ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนขอนไม้แล้ววางเสื้อช๊อปสีน้ำเงินไว้บนตักอย่างเสียไม่ได้

“หึ”

ลมมองภาพนั้นแวบหนึ่งด้วยความรู้สึกถูกใจในการกระทำและท่าทีนั้นของหญิงอย่างบอกถูก แล้วหันไปสนใจเสียงทีมงานที่กำลังยกอุปกรณ์ลงจากรถ ทว่าหางตายังเหลือบเห็นเธอค่อย ๆ เลื่อนเสื้อมาพาดบนไหล่ตัวเองอย่างเงียบ ๆ ไม่ยอมนั่งทับลงบนเสื้อของเขา

บ่ายวันนั้น การทำงานทุกอย่างดูราบรื่นดี แสงแดดเริ่มอ่อนลงแต่ลมก็ยังพัดแรงพอให้ใบไม้เหนือหัวไหวสั่น ขณะที่ซีลีนกำลังนั่งเก็บงานลงรายละเอียดแบบบนกระดาษ เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าแบรนด์หรูก็ดังขึ้น เธอเหลือบมองหน้าจอที่ขึ้นชื่อเพื่อนสนิท เมฆ ก่อนจะรับสาย

“ว่าไง”

เสียงอีกฝ่ายดูเหนื่อยหอบเล็กน้อย เหมือนเพิ่งผ่านเรื่องวุ่นวายมา

“ซี… คือเราขอโทษนะ แต่เราคงช่วยงานไม่ได้สักพัก” คิ้วเธอขมวดเข้าหากันทันที

“เกิดอะไรขึ้น”

“เมื่อเช้าเรามอเตอร์ไซค์ล้ม ขาซ้ายหัก ตอนนี้ใส่เฝือกอยู่ รพ. หมอบอกพักอย่างน้อยหนึ่งเดือน เราคงต้องถอนตัวจากโปรเจกต์นี้เพราะคงต้องกายภาพหลังจากนั้นอีก”

มือที่ถือดินสอของเธอหยุดค้างกลางอากาศ ดวงตากวาดมองกองเอกสารและแปลนงานที่กองอยู่ ก่อนจะสูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ จากอาการที่เพื่อนสนิทบอกเล่ามันไม่ใช่แค่มาช่วยงานไม่ได้สักพัก แต่มันไม่สามารถมาช่วยงานได้เลยต่างหาก

“เดียวเราไปหา”

“ไม่เป็นไร ที่บ้านเรากำลังมา เมฆขอโทษนะซี”

“โอเคไม่เป็นไรเลย ไม่ต้องห่วงที่นี่เดียวฉันจะจัดการเอง นายดูแลตัวเองก่อน หายไว ๆ”

ลมที่ยืนอยู่ไม่ไกลหันมามองด้วยสายตาหงุดหงิด มองดูคนตัวเล็กที่กำลังคุยโทรศัพท์กับใครบางคนอยู่ ไม่รู้ว่าจะคุยกันเสียงอ่อนเสียงหวานไปถึงไหน เขาไม่พูดอะไร แค่ยืนรอให้อีกฝ่ายคุยกับปลายสายให้จบ แล้วก้าวเข้ามาใกล้ร่างบางอีกนิด

“เกิดอะไรขึ้น”

“เมฆรถล้ม ขาหักคงทำงานนี้ต่อไม่ได้”

“แล้วทำคนเดียวไหวเหรอ”

เขาถามเสียงทุ้มต่ำ หลังจากที่ได้ฟังอารมณ์ขุ่นมัวที่เคยมีก่อนหน้าหายไปเป็นปลิดทิ้ง แล้วมองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกเห็นใจยังไงเธอก็เป็นผู้หญิง

“ก็ต้องไหว ไม่มีทางเลือก”

เขามองหน้าเธออยู่นาน เหมือนกำลังพยายามค้นหาคำตอบในดวงตาคู่สวยนั้นก่อนจะพูดออกมาแค่สั้น ๆ

“งั้นก็เตรียมใจไว้… เพราะจากนี้จะต้องเจอหน้าฉันบ่อยขึ้น”

เธอเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ หากเธอต้องเตรียมใจก็ควรเตรียมใจเพราะหน้างานที่หนักขึ้น แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการที่เธอต้องเจอเขาบ่อย ๆ แต่ยังไม่ทันถามอะไร เขาก็หันหลังเดินไปคุยกับคนงานต่อ ทิ้งให้เธอจ้องตามแผ่นหลังกว้างนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหัวเบา ๆ แล้วก้มหน้ากลับไปทำงานต่อ

เย็นวันเดียวกัน แสงพระอาทิตย์ยามบ่ายเริ่มอ่อนแสงลง แต่ลมกลับแรงขึ้น เสียงเครื่องมือและแรงกระแทกจากการรื้อถอนสะพานดังสลับกับเสียงคุยของคนงานยังคงดังต่อเนื่อง

ลมยืนคุมทีมอยู่บนหัวสะพาน ฝุ่นปูนลอยคลุ้งเป็นระยะ อีกฝั่งหนึ่ง ร่างบางยังคงนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ใกล้หัวสะพานด้านที่ไม่ได้ปิดกั้น ก้มหน้าวาดแบบต่อโดยไม่สนใจความวุ่นวายรอบตัว จนกระทั่ง

“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”

เสียงร้องตะโกนดังลั่นมาจากริมคลอง ทำให้เธอเงยหน้าขึ้นทันที สายตากวาดไปทางเสียง พบร่างเล็กของเด็กผู้ชายกำลังตะเกียกตะกายกลางแม่น้ำ ท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยว

“อดทนก่อนนะ”

ซีลีนไม่ทันรอช้าทิ้งสมุดสเก็ตซ์ในมือตกลงบนพื้น เธอลุกพรวดถอดรองเท้า กระโจนลงจากริมฝั่งโดยไม่คิดสักวินาที สายน้ำเย็นจัดโถมเข้าใส่ทันที ก่อนจะเริ่มกวาดสายตามองหาเด็กคนนั้นอีกครั้ง

เธอว่ายฝ่ากระแสน้ำอย่างรวดเร็ว มือเอื้อมไปคว้าตัวเด็กคนนั้นไว้ได้พอดี เสียงคนงานกับเพื่อน ๆ ตะโกนระงม และในวินาทีถัดมา เกิดเสียงของน้ำหนักคนกระแทกเข้ากับสายน้ำดังขึ้นอีกครั้ง

ตูม!!

ลมทิ้งทุกอย่างในมือแล้วรีบกระโดดตามลงไปช่วยคนตัวเล็กในแม่น้ำทันที สิ่งที่เห็นทำเอาเขาใจหายไปชั่วขณะ รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องช่างเป็นผู้หญิงที่ทำอะไรเกินตัวซะจริง

“ช่วยด้วย”

เสียงหวานเริ่มร้องขอความช่วยเหลือ เพราะน้ำหนักของเด็กในอ้อมแขนและแรงน้ำที่ซัดแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เธอแทบหมดแรง แต่ยังกัดฟันพยายามพยุงตัวเด็กให้สูงพ้นน้ำมากที่สุด

“จับไว้!”

เสียงทุ้มดังขึ้นใกล้หู ก่อนที่แขนแกร่งของลมจะโอบรอบตัวเธอจากทางด้านหลังไว้ทั้งคู่ แล้วพาพวกเขาฝ่ากระแสน้ำเข้าฝั่งอย่างรวดเร็ว

เมื่อถึงริมฝั่ง ลมทิ้งตัวลงนอนกับพื้นดินพร้อมหอบหายใจแรง ก่อนจะส่งคืนเด็กในอ้อมแขนให้คนงานที่รีบเข้ามาช่วย จากนั้นเขาหันขวับมามองซีลีนที่เปียกโชกอยู่ข้าง ๆ

“บ้าไปแล้วเหรอ กระโดดลงไปทั้งที่ว่ายน้ำไม่แข็งแบบนั้น”

น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างหัวเสีย ดวงตาคมเต็มไปด้วยความกังวลและแฝงไปด้วยโทสะ ซีลีนยังหอบหายใจ ร่างกายสั่นจากทั้งความเย็นและความตื่นกลัว แต่ก็สวนกลับทันที

“แล้วจะให้ยืนมองดูเฉย ๆ หรือไง”

เขาจ้องเธออยู่อึดใจ ก่อนถอนหายใจแรงเหมือนจะพยายามระงับสติอารมณ์คำพูดอะไรบางอย่างไว้ แล้วเดินไปหยิบเสื้อช็อปที่ตกอยู่ไม่ไกลมาคลุมให้เธอแทน

“วันนี้พอแค่นี้ ทุกคนเก็บของแล้วแยกย้ายได้”

ลมหัวไปบอกกับหัวหน้าคนงานให้เก็บของทันที เพราะตอนนี้เขาคงไม่สามารถคุมงานต่อได้อีกแล้ว

ลมมองเด็กชายที่เนื้อตัวเปียกปอนวิ่งไปหาพ่อแม่หน้าตื่น น้ำเสียงขอบคุณจากทั้งคู่ดังสะท้อนออกมายังติดสั่นเล็กน้อย เขาพยักหน้ารับเพียงสั้น ๆ ก่อนหันหลังกลับมาหาซีลีน

“ทำอะไร”

ลมขมวดคิ้วทันที เมื่อเห็นคนตัวเล็กกำลังจะดึงเสื้อคลุมออก ไม่รู้เลยหรือไงว่าเสื้อตัวเองเปียกน้ำจนเห็นไปถึงต่อไหน ก่อนจะดึงเสื้อช็อปตัวหนามาคลุมให้อีกครั้ง

“อย่าถอด ไม่กลัวคนอื่นเห็นหรือไง แต่ถ้าอยากโชว์ไปถอดกับฉันสองคน”

“…”

น้ำเสียงเรียบแต่แฝงแรงบังคับจนเธอได้แต่เม้มปากเงียบ ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไร มือใหญ่ก็สอดผ่านข้อพับขาแล้วช้อนร่างบางขึ้นแนบอกอย่างง่ายดาย

“ทำอะไร ฉันเดินเองได้”

“เงียบ”

เขาตัดบทสั้น ๆ พร้อมก้าวยาว ๆ ออกจากจุดนั้น ขณะเดินผ่านลานกว้าง ลมเหลือบเห็นกระเป๋าและของใช้ของเธอวางอยู่บนขอนไม้ จึงส่งสายตาไปทางรุ่นน้องในทีมให้วิ่งเข้ามาเก็บให้ทันที

คนตัวโตที่มีสภาพเปียกปอนพาเธอมาหยุดตรงบิ๊กไบค์สีดำเงาที่จอดอยู่ไม่ไกล ก่อนวางเธอลงบนเบาะด้านหน้าแล้วสวมหมวกกันน็อกที่มีให้โดยไม่พูดอะไรอีก จากนั้นตัวเขาเองก็ขึ้นคร่อมรถแล้วเอื้อมแขนดึงมือบางของเธอมากอดรอบลำคอเขาไว้แน่น

“กอดดี ๆ ล่ะ”

เสียงทุ้มเอ่ยใกล้หู คนตัวเล็กหันหน้าหลบหนีด้วยความเขินอายที่อยู่ใกล้ชิดกันมากขนาดนี้ แต่มันกลับยิ่งทำให้ดูเหมือนเธอกำลังหันหน้าซุกเข้ากับอกแกร่งเสียมากกว่า

ทันทีที่เครื่องยนต์คำราม ลมก็เร่งออกตัวพาเธอเคลื่อนออกจากหน้างานไปตามถนนเลียบแม่น้ำ แม้จะมีเสียงเครื่องยนต์และเสียงสายลมปะทะร่างกายดังรอบตัว แต่ซีลีนกลับได้ยินเพียงเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นแรงภายใต้อ้อมกอดและกลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวชายหนุ่มเท่านั้น

ความเย็นจากเสื้อที่เปียก ค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นจากอ้อมแขนคนตัวโต อกแกร่งแนบชิดจนแทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน

ไอร้อนจากร่างชายหนุ่มที่คล้ายกับกำลังโอบกอดเธอทางอ้อม เป็นความอบอุ่นที่ไม่อาจถอยหนี มีเพียงเสียงหัวใจที่ดังหนักแน่นสะท้อนอยู่ตรงข้างหู ความอบอุ่นนั้นทั้งปลอบโยนและกดดันในคราวเดียวกัน ยิ่งเขาขยับใกล้ ความเย็นที่เกาะผิวก็ถูกกลืนหาย เหลือเพียงแรงสั่นสะท้านที่แล่นไปทั่วร่าง
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 65

    บ้านหลังใหญ่สไตล์โรมันที่ตั้งอยู่บนที่ดินทำเลทอง กลายเป็นจุดหมายปลายทางของชีวิตคู่ ลมตั้งใจสร้างทุกอย่างด้วยหัวใจ และใช้ทุกความรักที่เขามีต่อคนรักเป็นรากฐานที่มั่นคงในการสร้าง บ้าน ที่หมายถึงบ้านจริง ๆทว่าสิ่งที่เติมเต็มบ้านหลังนี้ให้สมบูรณ์ที่มากสุด กลับไม่ใช่เสาหินอ่อนหรือเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง หากแ

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 64

    พิธีกรเอ่ยคำกล่าวสั้น ๆ ก่อนจะเชิญทั้งคู่แลกคำสัญญา ลมมองลึกเข้าไปในตาเธอ พูดเสียงทุ้มมั่นคง“จากวันนี้…จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต ผมสัญญาจะรักและปกป้องซีลีนเพียงคนเดียวจนหมดลมหายใจ”ซีลีนกัดริมฝีปาก พยายามกลั้นน้ำตา ก่อนจะตอบกลับเสียงสั่นแต่หนักแน่น“ฉันก็จะยืนข้างที่รัก…ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”เสียงปรบ

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 63

    เช้าวันต่อมาลมขับรถเลี้ยวเข้าทางเข้าหลักของโรงแรมริมทะเล อาคารสีอ่อนทรงคลาสสิกตัดกับเสาหินอ่อนเรียงรายเป็นแถว โถงลอบบี้สูงโปร่งเปิดรับแสงธรรมชาติ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้สดลอยมากับลมทะเล พนักงานในยูนิฟอร์มสีขาวครีมเดินสวนกันปา เพื่อรีบจัดเตรียมสถานที่เพราะทุกคนรู้ดีว่าวันนี้คือ วันสำคัญของเจ้าของโร

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 62

    “บ้างครั้งอะไรใหม่ ๆ ก็เปลี่ยนบรรยากาศได้ดีนะคะ”เสียงหวานแผ่วดังขึ้น พร้อมกับมือที่ยื่นมาจับชายเสื้อเชิ้ตของเขา ลูบขึ้นลงอย่างช้า ๆ เพียงเสี้ยววินาที สายตาของลมแข็งขึ้น เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นจนมีนชะงัก ดวงตาคมจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอจนบรรยากาศในห้องหนักอึ้ง“หึ เดียวช่วยเปลี่ยนห้องนี้ให้เป็นห้องเก

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 61

    ปราณวริทร์ นิธิวราดล ชื่อนี้ถูกพาดหัวตัวโตบนหน้าหนังสือพิมพ์เช้าวันนี้ นักธุรกิจหนุ่มมาแรง ขึ้นแท่นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมหรู ภาพชายหนุ่มในสูทเข้ารูปสะท้อนความมั่นใจเต็มเปี่ยม สายตาคมกริบและรอยยิ้มเรียบนิ่ง กลายเป็นภาพจำที่หลายคนในแวดวงธุรกิจคุ้นตาไปแล้ว เขาไม่ใช่เพียงอดีตนักศึกษาวิศวกรรม

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 60

    มือใหญ่สวมแหวนลงบนนิ้วเรียวช้า ๆ เขายังคงคุกเข่าอยู่ตรงนั้น สบตากับเธอที่น้ำตาอาบแก้ม แต่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่ร่างบางจะโผเข้ากอดเขาแน่นเสียงปรบมือยังดังก้องรอบสนามหญ้า น้ำตาแห่งความยินดีเอ่อคลอในดวงตาของใครหลายคน พ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลก้าวเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นแม่ของซีลีนเ

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 4

    Re-grand คอนโด ติ๊ดเสียงประตูไฟฟ้าที่มีระบบป้องกันอัตโนมัติถูกปิดลงพร้อมสัญญาณเตือน ที่บ่งบอกว่าประตูคอนโดหรูราคาแพงถูกล็อกเรียบร้อย ร่างสูงเจ้าของห้องขนาดใหญ่ก้าวเดินเข้ามาภายในห้อง ด้วยความรู้สึกหลากหลาย เพราะไม่คาดคิดว่าจะได้เจอกับหญิงสาวในคืนวันนั้นด้วยความบังเอิญหลายครั้งติด ๆ กัน"ซีลีน”เสี

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 3

    แสงสุดท้ายของวันเริ่มเจือสีส้มอ่อนลงตามแนวขอบฟ้า เงาต้นไม้และเสาไฟริมทางทอดยาวลงบนพื้นถนนเหมือนภาพสีน้ำที่กำลังจางลงร้านคาเฟ่ของไอริสเริ่มเข้าที่เข้าทางผิดกับตอนแรกโดยสิ้นเชิง ทุกอย่างดูเรียบร้อยขึ้นผิดหูผิดตา หลังจากทุกคนช่วยกันจัดของ ขนโต๊ะ เก็บกล่อง จนสภาพร้านเริ่มเป็นรูปเป็นร่างสวยงาม“ถ้างั้นพ

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 2

    แดดยามสายส่องลอดแนวต้นไม้ใหญ่หน้าตึกคณะสถาปัตย์ เงาไม้ทอดยาวลงบนทางเดินซีเมนต์เก่า ๆ ที่เธอคุ้นเคยมานานหลายปีซีลีนเดินลงมาจากชั้นสามของอาคารเรียน ด้วยเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์ยับนิด ๆ บ่งบอกว่าเมื่อคืนเธอไม่ได้กลับหอ แถมยังไม่ได้แต่งหน้าแบบทุกที มีแค่ลิปบาล์มบาง ๆ ถูกทาลงริมฝีปากสีชมพูอ่อนพอให้ไม่ดูโทร

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 1

    Dragon Clubเสียงบีทกระหึ่มสะเทือนทั่วสถานบันเทิงชื่อดังที่แน่นขนัดไปด้วยผู้คน ที่เข้ามาด้วยจุดประสงค์ที่ต่างกัน บ้างมาเพื่อปลดปล่อย บ้างมาเพื่อผ่อนคลายตามวิถีของตัวเอง เช่นเดียวกับกลุ่มนักศึกษาจากคณะ สถาปัตย์ที่นัดรวมตัวกันเป็นประจำทุกเดือน เพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่ รุ่นน้องและสายรหัสโต๊ะยาวห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status