FAZER LOGINวิคเตอร์ถูกใจเมเบลตั้งแต่แรกเจอ เขาพยายามทำทุกทางเพื่อให้ได้เธอมาอยู่ข้างกาย ไม่สนว่าเธอจะเป็นของใคร “อย่าพูดว่ารักมันอีก” ร่างสูงพยายามพูดด้วยน้ำเสียงเรียบอย่างสุดกลั้น “ไม่อยากได้ยินก็ปล่อยเบลไปสิ” “ไม่มีวันนั้น”
Ver maisบทนำ
คอนโดมิเนียมสุดหรูย่านใจกลางเมือง ภายในห้องตกแต่งสไตล์เรียบหรูธีมสีน้ำเงินเทาเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างเน้นทำจากหินวีเนียร์ เน้นความเรียบง่ายสบายตา ระเบียงข้างนอกมองออกไปเห็นวิวได้ทั่วทั้งเมือง “ไอ่ธามรีบยิงสิวะ!” เสียงเจ้าของห้องดังขึ้น ร่างชายหนุ่มวัยยี่สิบต้น ๆ นอนเล่นโทรศัพท์อยู่ที่โซฟากลางห้องนั่งเล่น โทรทัศน์ก็เปิดรายการแข่งรถทิ้งไว้ เขาคือ วิคเตอร์ วาลิคก้า ที่หลายคนรู้จักขนานนามว่า แฝดนรก หรือหนึ่งในแก๊ง เดมอนดีม “รู้แล้ว กูก็ยิงอยู่ ทีมนุ้นแม่งเก่งใช่ย่อย ซิ๊ด!” เสียงกระเส่าของธามไทเล็ดลอดออกมาจากในเกม “ไม่ใช่ว่ามึงตอกสาวตอนเล่นเกมอยู่นะ” วาโยพูดขึ้น “กูไม่ได้ตอกเด็กมันมือไม่นิ่ง” “ไอ่เวร!” วิคเตอร์สบถด่าเพื่อนอย่างหัวเสีย “กูไม่ผิดนะเว้ย” ธามไทรีบค้านขึ้นมา “เออมึงไม่ผิด แต่มึงไม่โปรว่ะ เสียวแค่นี้ถึงกับเล่นเกมไม่ได้ อ่อน” แฟร้งค์ที่เงียบอยู่นานเอ่ยเยาะเย้ยเพื่อนด้วยความหมั่นไส้ แกร็ก!!! เสียงประตูเปิดออกพร้อมเสียงฝีเท้าหญิงสาวในร่างชุดนักศึกษาสวมเสื้อช็อปสีน้ำตาลทับข้างนอกเดินเข้ามามือทั้งสองข้างถือของพะรุงพะรัง เธอคือ เมเบล ณิรินดา กันติพิพัฒน์ นักศึกษารุ่นน้องจากมหาลัยคู่อริของวิคเตอร์ “วิค…เบลซื้อก๋วยเตี๋ยวร้านประจำมาให้” เธอพูดขึ้นขณะกำลังยืนถอดรองเท้าและไม่ทันได้สังเกตว่าเขาทำอะไรอยู่เสียงของเธอดังจนหลายคนในเกมต่างได้ยินชัดเจน “เสียงใครวะ? ” แฟร้งค์เอ่ยถามด้วยความสังสัย “แม่บ้านกู” วิคเตอร์ตอบนิ่ง ๆ ก่อนปิดเสียงแล้วยกมือหนากวักเรียกเมเบลให้มาหา เธอถือของวางไว้บนเคาน์เตอร์ครัวก่อนเดินไปนั่งบนพื้นระหว่างขาของวิคเตอร์ที่เดิม มือเล็กเอื้อมจับรีโมทเปลี่ยนช่องจากการแข่งรถที่ดุดันเป็นการ์ตูนสำหรับเด็กน้อยซึ่งคนที่นั่งบนโซฟาค่อนข้างชินกับการกระทำของเธอแล้ว จนเวลาล่วงเลยไปพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ข้างนอกมืดสนิท เสียงท้องร้องของเธอเริ่มท้วงขึ้น “เล่นเสร็จยังอะ? ” “ใกล้แล้วครับ หิวหรอ? ” เมเบล พยักหน้าเป็นคำตอบก่อนจะลุกขึ้นเดินตรงไปยังครัว ร่างบางยืนแกะอาหารใส่จานไว้รอเขาเดินตามมาทีหลัง ฟอด! วิคเตอร์สวมกอดเธอจากข้างหลัง ริมฝีปากหนาหอมเข้าที่แก้มขวาของเธอ “ทำไมวันนี้ซื้อเยอะจังครับ” “ไม่รู้สิ อะไรก็น่ากินไปหมด” “เป็นเมนหรือเปล่า? ” มือหนาจับแขนเธอให้หมุนเข้าหา ก่อนสายตาจะมองสำรวจร่างกายเธอ “น่าจะมั้ง” เมเบลทำท่านึกวันที่ประจำเดือนมาเดือนที่แล้วก็ประมาณช่วงนี้แหละ สงสัยคงจะเป็นอย่างที่เขาพูด “เอากันตอนนี้ยังทันนะ” วิคเตอร์รีบสอดมือเข้าใต้กระโปรงสาว เพี๊ยะ! มือบางฟาดเข้าแขนแกร่ง วิคเตอร์แทนที่จะร้องเจ็บแต่ใบหน้าคมกลับยกยิ้มมุมปาก “ทะลึ่ง” หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วทั้งสองก็พากันไปอาบน้ำ กิจวัตรพวกเขาจะเป็นแบบนี้แทบทุกวันเหมือนคู่รักทั่วไปแต่สถานะแท้จริงกลับไม่ใช่ ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องมันมาถึงจุดนี้ได้ยังไง รู้ตัวอีกทีก็ไม่อยากให้ทุกอย่างมันจบลง วิคเตอร์เดินเข้ามาพร้อมทิ้งตัวนอนลงข้าง ๆ เมเบล แขนแกร่งดึงร่างเธอเข้าไปกอดแน่น สายตาคมกริบนั้นจ้องมองคนในอ้อมกอดที่ไม่สนใจเขาเลยสักนิดเอาแต่จ้องโทรศัพท์ ในนั้นมันมีอะไรดีนักหนา “คุยกับใคร ยิ้มหน้าบานเชียว” “เพื่อน” เมเบลตอบเสียงนิ่ง “เพื่อนหรือไอ่เหี้ยนั่น” “อย่าเรียกพี่ต้าร์แบบนั้นนะ” เธอหันมาตวาดเสียงใส่วิคเตอร์จนลืมตัว บ่อยครั้งที่เขามักจะใช้คำหยาบเรียกแทนชื่อแฟนเธอ “พี่ต้าร์ เหอะ!” วิคเตอร์มองด้วยความไม่พอใจเช่นกัน เขาเค้นเสียงออกมาอย่างน้อยใจ “วิคลืมอะไรไปหรือเปล่า” “อะไร? ” “พี่ต้าร์แฟนเบล” ประโยคย้ำชัดที่เธอบอกเขามาหลายปีแม้ข้างในจะเจ็บปวดที่เธอไม่เคยเลือกเขาแต่วิคเตอร์ไม่สนใจ เขายอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เธอมาครอง “ไม่ลืมแต่ไม่จำ” “…” “สมองจำแค่เมเบลคือ เมีย ของผู้ชายที่ชื่อวิคเตอร์คนเดียวเท่านั้น” " งั้นก็อย่าลืมนะว่าเรื่องของเรามันเริ่มต้นจากอะไร ? "ตอนที่ 4 เก็บความสงสัยไว้ “รอยนี้หรอ ไม่มีอะไร แมวไอ่เคนมันข่วนพี่อ่ะ” มือหนาชี้เข้าหัวไหล่ตัวเองก่อนเอ่ยบอกคนบนตักด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เมเบลหรี่ตามองอย่างจับผิด “หรอคะ? ” “หนูไม่เชื่อพี่หรอ” “ไม่ได้บอกว่าไม่เชื่อค่ะ พี่ต้าร์หนูไว้ใจพี่นะคะ” เธอจับมือของเขาสอดนิ้วประสานกุมไว้แน่นบนตักตัวเอง “อย่าคิดมากเลย พี่รักหนูคนเดียว” คำพูดหว่านล้อมดวงตาสื่อความจริงใจการแสดงทั้งเพของต้าร์ล้วนทำให้เมเบลเชื่อได้ในพริบตา “ปากหวานจัง” ใบหน้าวานเอียงคอมองแฟนหนุ่ม “รู้ได้ยังไงครับ เด็กแถวนี้ยังไม่เคยชิมเลยนะ” มือหนาลูบแก้มบางของเธอก่อนมองแฟนสาวด้วยสายตาเสือร้ายที่จ้องตะครุบเหยื่อตรงหน้า “ก็…อื้อส์” ไม่ทันที่เมเบลจะตอบ ต้าร์คว้าคอเธอโน้มใกล้ใบหน้าเขาฉกจูบอันแสนหวาน นี่คงเป็นครั้งแรกตั้งแต่คบกันมาที่เขาได้ใกล้ชิดเธอมากขนาดนี้ เมเบลที่ตอนแรกเหมือนจะขัดขืนพอเริ่มปรับตัวได้เธอเคลิ้มตามเขาแต่กลับมีภาพใบหน้าของวิคเตอร์ฉายเข้ามาในหัวซะก่อน เธอจึงรีบผละตัวออก “นะ…หนูยังไม่พร้อม” “เราคบกันเข้าปีที่สามแล้วนะ” ต้าร์แสดงท่าทีอาการหัวเสียเล็กน้อย “รออีกหน่อยได้ไหมคะ? ” “โอเคครับพี่รอได้เพ
ตอนที่ 3 พยายามแสดงตัวตน“งั้นก็อย่าลืมนะว่าเรื่องของเรามันเริ่มต้นยังไง? ” “วิคไม่เคยลืมว่ามันจะเริ่มต้นยังไงแต่สิ่งที่เราทั้งสองทำมาตลอดสองปีที่ผ่านมามันก็ดีไม่ใช่หรอหรือที่วิคให้ยังไม่มากพอที่เบลจะยอมเลิกกับไอ่เหี้ยนั่น” “มันไม่เกี่ยวเลยว่าสิ่งที่เบลได้รับมันมากหรือน้อย แต่เบลรักพี่ต้าร์” เมเบลเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นสายตาไม่มีความลังเลที่จะพูดเลยสักนิดยิ่งทำให้วิคเตอร์รู้สึกถึงความพ่ายแพ้ เขาก็รักเธอไม่น้อยกว่าที่เธอรักมัน แต่ทำไม… “อย่าพูดว่ารักมันอีก” ร่างสูงพยายามพูดด้วยน้ำเสียงเรียบอย่างสุดกลั้น “ไม่อยากได้ยินก็ปล่อยเบลไปสิ” “ไม่มีวันนั้น” ยิ่งวิคเตอร์ไม่ยอมปล่อย เธอก็ไม่สามารถพาตัวเองออกมาจากความสัมพันธ์บ้า ๆ นี้ได้ ไม่ใช่ว่าไม่รู้สึก แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่เธอไม่เคยได้บอกใครเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่แท้จริงของเธอและต้าร์ ทุกอย่างมีการควบคุมจากเบื้องหลังที่เดิมพันนั้นคือ อนาคต ของเธอเอง “งั้นวิคก็ต้องทนฟังเบลบอกรักพี่เขาไปเรื่อย ๆ ” เมเบลพูดทิ้งท้ายด้วยประโยคสุดแสนเจ็บปวดก่อนล้มตัวลงนอนหันหลังให้เขา มือแกร่งจะเอื้อมแตะไหล่บางแต่ต้องชะงักกลับค่ำคืนที่แสนยาวนานมีเพีย
บทที่ 2จุดจำยอม ( อดีต ) หลังจากวันนั้นเมเบลก็ไม่ได้กลับไปที่สนามแข่งรถอีกเลย เธอกลัวจะเจอคนโรคจิตคนนั้น อีกอย่างเธอไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครเพราะไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วงยิ่งกับขิมไม่ควรที่จะรู้เด็ดขาด ในขณะที่เมเบลกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่นั้น กลับมีเสียงเรียกเข้าดังขึ้น ครืด ครืด… เสียงข้อความเข้าจาก พี่ต้าร์ มือบางกดรับทันที (ฮัลโหลค่ะ) (หนูอยู่ไหนครับ) (คอนโดค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?) (พี่จะชวนหนูไปผับ ไอ่เคนกับไอ่กิตก็ไป) (วันอื่นได้ไหมคะ วันนี้หนูอยากนอนพัก) (งั้นก็ได้ แต่คืนนี้พี่ไปนอนด้วยนะ) (ค่ะ เจอกันนะคะ) เมเบลฉีกยิ้มกว้างให้กับคนในสายแม้จะคบกันมาสองเดือนแต่ต้าร์ก็ไม่เคยทำให้เธอรู้สึกต้องระแวงเลยสักครั้ง “เบลกลับยังไง? ” จาวาเพื่อนคณะสถาปัตย์หันถาม“เบลว่าจะเรียกรถไปห้างก่อนอะพอดีอยากได้หนังสือไว้อ่าน” “งั้นกลับดี ๆ นะ ถ้ามีอะไรโทรมาได้” สมายด์ยกมือทำท่าโทรไว้แนบข้างหูก่อนพยักหน้าลง“โอเคไว้เจอกัน” ทั้งสามร่ำลากันเสร็จก็แยกย้ายกันไป ไม่รู้ว่าวันนี้เป็นอะไรนักหนาฟ้าฝนไม่เป็นใจเอาเสียเลย ร่างบางติดอยู่ป้ายรถเมล์คนเดียว หันซ้ายขวาไม่เจอใครสักคน มือเล็กโอบต
ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้น (อดีต) @ สนามแข่งรถ VV สนามแข่งรถแห่งใหม่ย่านเมืองกรุง สนามนี้พึ่งเปิดได้ไม่ถึงสัปดาห์กลับมีผู้คนมากมายเข้ามาประลองสนามกันอย่างล้นหลามทำให้เจ้าของอย่างแฝดนรกเป็นที่พอใจในธุรกิจตัวเองเป็นอย่างมาก “พวกมึงเก่งจังวะไอ่แฝด แม่งคนเต็มสนามทุกวัน” วาโยจ้องมองไปยังภาพหน้าจอที่กำลังฉายการแข่งรถบริเวณสนามด้านล่าง กวาดตามองรอบ ๆ ที่นั่งโดยรอบเต็มหมดทุกที่นั่ง ก่อนหันมาชมเพื่อนทั้งสอง “ธรรมดา ก็หน้าตาพวกกูหล่อ” วินเซนต์ยกมือขึ้นข้างหนึ่งก่อนทิ้งตัวพิงพนักโซฟาแล้วยกเท้าพาดหน้าขาตัวเองแล้วกระติกไปมา“อันนี้กูว่าไม่น่าใช่ นี่ขนาดว่าไม่มีใครรู้ว่าพวกมึงเป็นเจ้าของ ถ้ารู้นะกูไม่อยากจะคิด ครึ่งสนามคงเป็นเด็กไอ่วินมัน” แฟร้งค์ยกชี้ในขณะที่แก้วเหล้ายังอยู่ในมือก่อนกระดกเข้าปากจนหมดตามสไตล์ของเขา “ไอ่แฟร้งค์ มึงก็พูดเกิน แต่กูไม่เถียง” “เป็นไรอีกไอ่วิค จ้องอะไรขนาดนั้น” ธามไทสังเกตว่าวิคเตอร์ไม่ได้สนใจที่พวกเขากำลังพูดกันเลยสายตาคมกริบเอาแต่จ้องภาพหน้าจอนิ่งเหมือนคิดอะไรอยู่? “พวกมึงหันไปดูสิ รถคันนั้นดูแม่งโกงแอบใส่ตะกั่วถ่วงน้ำหนักรถ” นิ้วแกร่งชี้ไปที่รถคันสีแดง พ่วงท้ายสีดำ











