Se connecterสัมพันธ์ลับ(รัก)ประธานพันล้าน ตอนที่ 11. อยากอุ้มเหลนแล้ว
คฤหาสน์ตระกูลศาตนันท์ในบ่ายวันนี้ หลานชายสองคนผู้สืบทอดกิจการศาตนันท์กำลังนั่งจิบน้ำชาในสวนหย่อมอันแสนรื่นรมย์ของคฤหาสน์ แต่ใบหน้าของหัสวีร์บึ้งตึงเพราะความอดทนของเขากำลังจะหมดลง
“ถ้าไม่ชอบหนูลิลลี่ก็ลองดูหนูมิ้นต์ก็ได้ ลูกหลานเพื่อนปู่ชาติตระกูลดี รับรองว่า...”
“พอเถอะครับปู่” หัสวีร์พูดขึ้นน้ำเสียงหงุดหงิดเต็มที่ อุตส่าห์กลับมาบ้านทั้งที ปู่ก็ยังพูดเรื่องเดิมซ้ำๆ “ปู่ไม่เบื่อหรือครับ พูดเรื่องพวกนี้ทุกครั้งที่เจอหน้าผม”
“เบื่อสิ” ปู่ทำหน้าเบื่อหน่ายจริงๆ
หัสดินกลั้นหัวเราะแล้วตัดเค้กชิ้นขนาดพอดีส่งให้ปู่กับย่า “เค้กน้ำผึ้งครับ เป็นเค้กนึ่งนะครับเหมาะกับผู้สูงอายุที่รักษาสุขภาพ กินกับน้ำชาเข้ากันมากเลย”
คุณย่ารับจานเค้กมาแล้วตัดกินคำเล็กๆ แล้วพยักหน้ารับ “อร่อย ตาดินทำขนมอร่อยขึ้นทุกวัน”
“ถ้าทำขนมไม่อร่อยก็ไปปิดร้านดีกว่า เสียชื่อเชฟเปล่าๆ” หัสวีร์ไม่ชอบกินขนมจึงไปไม่สนใจแม้น้องชายต่างแม่จะตัดแบ่งให้เขาด้วย “ปู่ไม่หาเมียให้ไอ้ดินบ้างล่ะ ทำไมวุ่นวายกับผมคนเดียว”
“ดินเป็นเด็กดีเชื่อฟังปู่ ผู้หญิงของนายดินปู่ก็ดูๆ ไว้ให้แล้ว”
“แค่กๆ” หัสดินหัวเราะแห้งๆ “พี่ชายยังไม่แต่งงาน ผมแต่งก่อนไม่ได้หรอก”
“ไม่เป็นไร ฉันไม่รีบ นายแต่งก่อนเลยก็ได้”
“ไม่ได้ๆ ผมเป็นน้อง ต้องเคารพพี่ชาย”
“งานพี่ชายคนนี้เยอะมาก” หัสวีร์เค้นยิ้มให้น้องแล้วหันไปคุยกับปู่ที่กำลังกินขนมฝีมือหัสดิน “ผมแต่งงานแน่นอนครับแค่ขอเวลาอีกหน่อย”
“ปู่รู้ว่าพวกแกแต่งงานแน่นอน แต่ผู้หญิงที่แกจะแต่งด้วยนะ เป็นใครที่ไหนก็ไม่รู้ ปู่ไม่อยากเห็นแกสองคนพี่น้องเป็นเหมือนพ่อแก”
“ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่ครับ ถ้ามันไม่เวิร์คก็แค่แยกย้าย” หัสวีร์คิดแบบนั้นจริงๆ เขาไม่คิดว่าต้องยึดมั่นถือมั่นอยู่กับคนๆ เดียวไปชั่วชีวิต ถ้าเกิดไปไม่รอดก็แค่หย่าและแยกย้ายกันไป ก็เหมือนทำธุรกิจนั้นแหละ มันมีความเสี่ยงแต่เราก็ต้องลอง ถ้าไม่เวิร์คเราก็แค่ถอยทัพ”
“แล้วไม่เคยได้ยินหรือไง แค่ครอบครัวยังดูแลไม่ได้แล้วคิดจะบริหารจัดการกิจการร้อยล้านพันล้านได้ยังไง พนักงานทุกคนก็เหมือนคนในครอบครัว และครอบครัวที่ดีก็เป็นความน่าเชื่อถือของบริษัทด้วย”
“ผมมีคนที่จะแต่งด้วยอยู่แล้ว” หัสวีร์พูดครั้งที่เท่าไหร่จำไม่ได้แล้ว
“ปู่ไม่เอาผู้หญิงฝรั่ง” ปู่ขึ้นเสียงใส “พวกหัวรั้น ไม่ฟังใคร ไม่มีสัมมาคารวะ”
“ปู่ไม่ชอบมันเป็นปัญหาของปู่ แต่คนๆ นั้นคือคนที่จะอยู่กับผม นอนกับผม ผมก็ต้องเลือกเองสิ”
“แต่ผู้หญิงที่เลือกให้หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มทุกคน กริยามารยาทก็ดีงาม อีกหน่อยแต่งเข้ามาอยู่บ้านเดียวกัน ปู่กับย่าก็จะได้มีสะใภ้ไว้เป็นเพื่อนคุย แล้วก็มีเหลนๆ วิ่งเล่นในบ้าน ปู่กับย่าแก่แล้วอยากเห็นลูกหลานเหลนอยู่กันพร้อมหน้าก่อนตาย”
“เหลนยังไม่ได้เกิด ปู่จะรีบตายไปไหน”
พรวดดด
ปู่ได้ยินถึงกับสำลักน้ำชาที่กำลังดื่ม หัสวีร์ปากพล่อยพูดเร็วอย่างที่ใจคิด เขาแค่เอื้อมมือไปหยิบกระดาษทิชชู่ที่อยู่บนโต๊ะส่งให้ปู่“ไอ้หลานเวร!”
“ปู่ก็ใจเย็นๆ” ย่าเป็นคนพูดน้อยแต่พูดแต่ละครั้งก็ทำให้ทุกคนเงียบเพื่อหยุดฟังได้ “ตาวีร์ ปู่เป็นห่วงหลาน ปีนี้ก็สามสิบสองแล้ว ถึงผู้ชายจะไม่มีปัญหาเรื่องการมีลูก แต่หลานลองคิดดูสิ กว่าลูกจะห้าขวบหลานจะอายุเท่าไหร่ จะมีแรงอุ้มลูกขี่คอหรือเปล่า แล้วคนเป็นปู่เป็นย่าก็อยากเห็นเหลนๆ เติบโต มันเป็นความสุขของคนแก่ วีร์กับดินจะให้ย่ากับย่าได้ไหม”
คราวนี้หัสดินและหัสวีร์สองน้องพี่มองหน้ากัน แม้เป็นต่างมารดาแต่เติบโตมาด้วยกัน พวกเขาสนิทกันมาก คำขอครั้งนี้ทำให้ทั้งสองลำบากใจไม่น้อย
“ได้อยู่แล้วครับคุณย่า”
“จริงเหรอ” ย่ากับปู่ส่งเสียงขึ้นพร้อมกัน
“จริงสิครับ” หัสดินพูดแล้วหันมาขยิบตาให้พี่ชาย “จริงๆ พี่วีร์ก็มีข่าวดีอยากบอกปู่กับย่าแต่เกรงว่าปู่ย่าจะรับไม่ไหวเหมือนกัน”
“ข่าวดีอะไร”
ไม่ใช่แค่สองผู้เฒ่าจะงุนงงแต่หัสวีร์เองก็ยังงงด้วย ไม่รู้ว่าน้องชายพูดเรื่องอะไรออกมา
“ก็พี่วีร์จะแต่งงานไง”
“หา!”
หัสวีร์เลิกคิ้ว จ้องเขม็งไปยังน้องชาย
“ปู่กับย่าไม่ต้องห่วง เป็นผู้หญิงไทยตรงสเปคปู่แน่นอน” หัสดินเดินไปตบไหล่พี่ชายที่ยังนั่งหน้านิ่งไม่รับมุกอยู่ “เธอไม่ใช่สาวสังคมไฮโซและไม่ใช่คุณหนูตระกูลดัง แต่เป็นคนดีและเก่งมาก เรียนดีสอบชิงทุนได้ทุกปีแถมยังทำงานไปเรียนไป พอเรียนจบก็ส่งน้องชายเรียนปริญญาตรีคณะวิศวะด้วย”
“เป็นคนจนก็ไม่เป็นไร เป็นคนดีก็พอ” ย่าพูดอย่างโล่งใจ
“ไม่ได้ๆ ผู้หญิงที่ไหนไม่รู้หัวนอนปลายเท้า มาหลอกไอ้วีร์หรือเปล่า”
“ไม่หลอกหรอกครับ เท่าที่เห็นเธอก็เจียมตัวมาตลอด” หัสวีร์บีบไหล่พี่ชาย “ว่าที่พี่สะใภ้ผมนิสัยดีสุดๆ และไม่แน่ว่าคุณปู่กับคุณย่าจะได้อุ้มเหลนเร็วๆนี้แน่นอน”
“หา!”
ทั้งสองได้ฟังก็ทั้งตกใจและดีใจ เสียแต่ไม่รู้ว่าหลานสะใภ้เป็นใครนี่แหละ
“ก็ว่าอยู่ ตาวีร์ต้องมีเมียเก็บแน่ๆ บ้านช่องถึงไม่อยากกลับ”
“ปู่ก็เลิกหาผู้หญิงมาให้พี่วีร์ดูตัวเถอะครับ”
ปู่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่รู้ว่าเมียเก็บไอ้วีร์เป็นใคร แต่ถ้าอุ้มท้องเหลนปู่อยู่ก็ไม่อยากทำให้ครอบครัวของหลานมีปัญหา จะกลายเป็นซ้ำรอยเดิมที่พ่อมันทำไว้
“ได้ ปู่จะเลิกวุ่นวายกับแก แต่ต้องพาตัวเมียแกมาให้ปู่กับย่าดูตัว”
“ได้แน่นอนเลยครับปู่” หัสดินตอบรับแทนทำให้ปูขึงตาใส่หลานชาย
“แกจะตอบแทนไอ้วีร์ทำไม ตกลงเมียใครกันแน่”
“เมียพี่วีร์สิครับ” หัสดินหัวเราะแห้งๆ แล้วดึงแขนหัสวีร์ให้ลุกขึ้น “วันนี้มาอยู่รบกวนปู่ย่านานมากแล้ว พวกเรากลับก่อนนะครับ”
สองหนุ่มไหว้ลาปู่และย่า เมื่อเจ้าของร่างสูงโปร่งเดินออกมาพ้นสายตาของทั้งสองแล้ว หัสวีร์ก็พูดขึ้นอย่างหงุดหงิด
“นายพูดอะไรออกไป”
“อ้าว นี่ช่วยพี่เลยนะเนี้ย” หัสวีร์ยักไหล่ “ถ้าไม่พูดแบบนั้นปู่ก็หาผู้หญิงมายัดเหยียดให้พี่อยู่ดี และยังมาวุ่นวายถึงผมด้วย แล้วเห็นไหมล่ะ พอบอกว่าพี่มีเมียแล้ว ปู่ก็ยอมสงบยกธงพักรบแล้ว”
“แล้วฉันจะไปหาเมียที่ไหน คาเรนเขายังไม่พร้อมจะแต่งงานตอนนี้พ่อเขาป่วยด้วย”
“ก็เรื่องเมียปลอมๆ ที่ผมเสนอไง” หัววีร์ยักคิ้วให้
“ฉันยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนั้น” เขายกมือลูบท้ายทอย หลายวันนี้มานี้งานยุ่งจนเหลือเวลานอนแค่วันล่ะไม่กี่ชั่วโมงและยังต้องกลับมาเยี่ยมปู่ย่าอีก ส่วนพ่อก็พาแม่ของหัสดินไปพักผ่อนต่างจังหวัดด้วย
“วิธีของผมดีที่สุดแล้ว ถึงมันจะเหมือนในซีรีย์ไปหน่อยก็เถอะ เอ๊ะ ไม่สิ พวกคนเขียนบทเอามาจากชีวิตจริงคนอื่นแน่ๆ”
“นายนี่มันทำอะไรไร้สาระเข้าไปทุกวัน” หัสวีร์ส่ายหน้าไปมาพลางก้าวเท้าเดินไปที่รถยนต์ของตน
“แต่ถ้าพี่วีร์มีเมีย มาให้ปู่ย่าเห็น ทั้งสองก็เลิกวุ่นวายกับชีวิตพี่ แบบนี้ไม่ดีหรือไง”
“ฉันมีคาเรนอยู่นะเว้ย”
“ถามจริง พี่กับคาเรนได้คบกันจริงจังหรือแค่คู่ควง” หัสดินถอนหายใจ ไม่อยากเรียก ‘คู่ขา’ให้ฝ่ายหญิงเสียหาย “ผมว่าพี่กับเรนนี่ยังดูสนิทสนมและรู้ใจกันมากกว่าคาเรน”
คิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างตั้งคำถาม น้องชายรีบพูดต่อทันที
“ก็มันจริงนี่ นอกจากเรนนี่แล้วมีใครรับมือพี่วีร์ได้เล่า แค่พี่มองตาเธอก็รู้แล้วพี่อยากได้อะไร เรื่องที่พี่ชอบหรือไม่ชอบ แม้กระทั่งเรื่องผู้หญิงของพี่ เรนนี่ก็จัดการได้เรียบร้อยดี ทำงานเกินเงินเดือนอีก”
“นี่นายคิดอะไรกับเลขาของฉัน” เขาทำตาดุใส่น้องชายไม่รู้ตัว รู้สึกไม่พอใจที่เห็นน้องชายพูดจาสนิทสนมกับเลขาของเขา
“เรื่องนี้พี่ไปคุยกับเรนนี่ดีกว่า” หัสดินหยิบแจ็คเก็ตหนังสีดำที่พาดอยู่เบาะมอเตอร์ไซค์มาสวม เขามีรถดูคาติ เดียแวล วี4 ปี 2023 นอกจากเป็นเชฟทำอาหารแล้ว เขายังชอบขับรถมอเตอร์ไซค์อีกด้วย
หัสวีร์มองน้องชายขึ้นคร่อมรถบิ๊กไบค์แล้วก็เดินไปเปิดประตูรถยนต์ เขานั่งลงแล้วคาดเข็มขัดนิรภัยพลางคิดถึงเรื่องที่หัสดินพูด มุมปากยกยิ้มขึ้นเมื่อคิดถึงความ ‘รักเงิน’ ของรมิดา ถ้าเป็นผู้หญิงคนนั้น คงยอมทำตามเงื่อนไขไม่ยากนัก เพราะสำหรับรมิดาเรื่องเงินมาก่อนสิ่งใดเสมอ
ฝากผลงานของเพลงมีนาด้วยนะคะ ช่วยกดติดตามและเป็นกำลังใจให้ด้วยค่ะ
ฝ่ามือใหญ่สอดไปใต้เสื้อนอนน่ารัก แล้วหัสดินต้องประหลาดใจเมื่อรู้ว่าผิวเรียบเนียนนุ่มนั้นไม่มีอาภรณ์ชิ้นน้อยปกปิด เขาผละจากริมฝีปากหวานเพื่อให้หญิงสาวได้สูดอากาศหายใจ แม้อยู่ในความมืดเขายังเห็นประกายตางดงามของคนรัก “มันอึดอัด น้องแพรเลยไม่ได้ใส่...” แพรดาวพูดเสียงเบาหวิว ปกตินอนคนเดียวก็ใส่ชุดนอนแต่ไม่ใส่ชุดชั้นใน และตั้งแต่แต่งงานกันมาก็ไม่เห็นว่าสามีหมาดๆ จะเป็นฝ่ายเริ่มอะไรสักนิด แรกๆ แพรดาวถึงกับหาชุดชั้นในเซ็กส์ซี่มาใส่ แต่เพราะเขาหลับเป็นตายเธอก็ก็ถอดใจ ไม่คิดว่าคืนที่ไม่ได้เตรียมตัว เขาจะเป็นฝ่ายเริ่มแบบนี้ “ไม่ใส่อะไรนอนก็ได้นะ งั้นพี่ถอดด้วยน้องแพรจะได้ไม่เขิน” หัสดินยิ้มทะเล้นให้แล้วขยับตัวถอยออกมาเพื่อถอดเสื้อนอนของตัวเองออก สายตาของแพรดาวปรับกับความมืดในห้องได้แล้วจึงเห็นร่างกายกำยำของคนรัก เขาโน้มตัวแล้วพูดเสียงพร่า “พี่ดินเป็นของน้องแพรแล้วอยากมองก็มองอยากจับลูบคลำตรงไหนก็ได้” เขาดึงมือเล็กมาวางบนแผ่นอกของตน แพรดาวเขินอายแต่ก็ลองลูบกล้ามเนื้อแน่นของคนตรงหน้า เพียงการสัมผัสแผ่วเบากลับปลุกเร้าเลือดในกายให้เดือดพล่านจนเข
แพรดาวเพิ่งได้พบหน้าคุณพ่อคุณแม่ของหัสดินครั้งแรกก็ตอนที่ผู้หลักผู้ใหญ่มาพบหน้าเพื่อเจรจาการสู่ขอและแต่งงาน คุณแม่ของหัสดินดูเป็นกังวลอยู่ไม่น้อยแต่พอได้คุยกันตามลำพังและรู้ว่าเธอรู้เรื่องที่เขาเป็นโรคสองบุคลิกแล้วและอยู่ระหว่างการรักษาตัว ‘ถ้าหนูแพรไม่รังเกียจ ก็ฝากลูกชายแม่ด้วยนะจ๊ะ’ ‘จะรังเกียจได้ยังไงคะ พี่ดินยังไม่เคยรังเกียจตอนที่น้องแพรเป็นแค่แม่บ้านกับเด็กเสิร์ฟเลยค่ะ และไม่ว่าจะเป็นเชฟดินหรือมิสเตอร์ดาร์ก น้องแพรก็รักทั้งสองคนค่ะ’ สวนเรือนหอนั้น สร้างขึ้นใหม่ในบริเวณเดียวกับคฤหาสน์ตระกูลศาตนันท์ ตอนนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง สองหนุ่มสาวตัดสินใจพักด้วยกันที่คอนโดของหัสดิน ‘จะไม่คับแคบไปเหรอ อยู่คอนโดสองคนแบบนั้น’ คทาภัทรอดเป็นกังวลไม่ได้ แต่อีกส่วนก็ดีใจเพราะอยู่ใกล้กัน ‘ดีเสียอีก ห้องเล็กดูแลง่าย เลี้ยงแมวก็ได้ แล้วก็ใกล้ที่ทำงานด้วยค่ะ’ ตั้งแต่ตัดสินใจรับการรักษา แพรดาวไม่เห็นบุคลิกของมิสเตอร์ดาร์กเลย เพียงแค่บางครั้งเธอรู้สึกเหมือนทั้งสองคนรวมอยู่ในร่างผู้ชายตรงหน้า เชฟดินที่ดูอ่อนโยนขี้เล่นเส
การปรากฏตัวของสองหนุ่มตระกูลศาตนันท์ ทำให้นักข่าวและช่างภาพหันไปสนใจแสงแฟลชวูบวาบชวนตาพร่า แม้คนมากมายเพียงใดแต่สายตาของหัสดินมีเพียงแพรดาวเท่านั้น หัสวีร์เดินเข้ามาแล้วยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองท่าน เขาสวมสูทสีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำในขณะที่น้องชายต่างมารดาสวมสูทสีดำลบบุคลิกเชฟหนุ่มขี้เล่นไปหมดสิ้น “ผมเป็นตัวแทนตระกูลศาตนันท์ แต่คิดว่าอีกไม่กี่วันญาติผู้ใหญ่ของเราจะขอเข้าไปเยี่ยมเยือนทักทายที่บ้านนะครับ” คทาภัทรได้ยินก็กระตุกยิ้มมุมปาก ดูเหมือนจะมีคนรีบร้อนแต่งงานจริงๆ “เรื่องที่ควรทำให้ถูกต้องก็ควรรีบทำ ใช่ไหมครับคุณคทาภัทร” หัสวีร์พูดขึ้นอย่างรู้ทัน เอาเถอะอย่างไรวันข้างหน้าก็เป็นญาติกันแล้ว เขาจะมาใส่ใจท่าทีไร้สาระนี้เพื่ออะไร คนเป็นพ่อแม่ย่อมมองออกว่าลูกสาวมีใจให้ใคร ทำให้ถูกครรลองย่อมดีกว่าปล่อยให้ลูกสาวไปค้างแรมกับผู้ชายโดยไม่มีสถานะที่ชัดเจน แล้วแพรดาวก็สัญญาแล้วว่าต่อให้แต่งงานแล้วก็จะยังทำงานที่บริษัทอัครเวช ครอบครัวของศาตนันท์เองก็อยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้ห่างกันไกลจนมาเยี่ยมเยือนกันไม่ได้ หัสดินก้าวเท้าเข้าไป
ขอบตาของคทาภัทรดำคล้ำเพราะอดนอน ในขณะที่น้องสาวหน้าชื่นตาบานจนน่าหมั้นไส้ เพิ่งคุยกันเรื่องนี้แท้ๆ แต่แพรดาวกลับมาค้างคืนกับหัสดิน แม้รู้ว่าน้องสาวทำตามที่พูดแน่นอน แต่เขาก็ไม่สบายใจอยู่ดี “พี่ภัทร” แพรดาวเข้าไปกอดเอวพี่ชาย การมีพี่น้องนี้ดีแบบนี้เองเหรอที่ผ่านมาใช้ชีวิตกับแม่จ๋าแค่สองคน หนีเจ้าหนี้บ้าง หลบซ่อนคนต้องย้ายโรงเรียน ผ่านเรื่องมากมายสุดท้ายก็ได้อยู่กับครอบครัวและคนที่รัก คทาภัทรได้แต่ถอนหายใจแล้วก็ยิ้มบางๆ เคยจินตนาการไว้เขาต้องเป็นพี่ชายที่หวงน้องสาว ใครจะมาจีบน้องต้องผ่านเขาก่อน นี่พอเกิดขึ้นจริงเขาก็อดปวดหัวไม่ได้เลย แต่ทำอย่างไรได้เล่า ก็เขามีน้องสาวคนเดียว และเป็นคนที่เขาเคยทำหายไป “เอาล่ะๆ ไม่ได้ยอมรับไอ้ เอ่อ หัสดินหรอกนะ” “ค่ะ น้องแพรทราบแล้ว” หญิงสาวไม่อยากกวนอารมณ์พี่ชาย ทุกอย่างคลี่คลายไปได้ด้วยดีแล้วก็ไม่อยากให้มีเรื่องไม่สบายใจอีก “ทำไมพี่ภัทรไม่ชอบพี่ดินล่ะคะ” “พี่ก็ไม่ชอบทุกคนที่เข้าใกล้น้องแพรนั้นแหละ” เขาสารภาพไปตามตรง “แต่ที่สำคัญ หัสดินไม่ใช่คนดีนักหรอก” แพรดาว
แพรดาวออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนเสื้อยืดตัวยาวลายหมีพูห์สีเหลืองอ่อน กางเกงขาสั้นแต่เหมือนไม่ได้ใส่อะไร ชายเสื้อยืดยาวคลุมสะโพกอย่างพอดี มือเล็กก็ดึงชายเสื้อลงอีกแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรนัก กลิ่นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทำให้แพรดาวเดินไปตามกลิ่นหอมๆ ทีแรกก็ไม่คิดว่าตัวเองจะหิว แต่พอได้กลิ่นอาหารท้องก็ร้องทันที “โทษทีนะ พี่หลับไปนาน ไอ้มิสเตอร์ดาร์กมันยัดแต่เบียร์ไว้ในตู้เย็น มีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ กินรองท้องไปก่อน ถ้าไงพี่จะโทรสั่งอาหารมาให้อีกที” “ไม่เป็นไรค่ะ นี่ก็เยอะนะคะ” เธอยิ้มเขย่งปลายเท้าเพื่อเปิดตู้ชั้นบนเพื่อหยิบชาม แต่หัสดินเอื้อมมือไปหยิบก่อน “ไปนั่งรอดีๆ” เขาพูดน้ำเสียงอ่อนโยน แล้วก็ยิ้มเมื่อเห็นว่าเธอทำตามอย่างว่าง่ายก็อารมณ์ดีขึ้น เขาตักบะหมี่ใส่ชามแล้วยกมาบริการให้ จากนั้นก็ยกชามของตนเองมาวางแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม “ว้าว วันนี้เชฟดินต้มบะหมี่ให้กินเลยนะเนี้ย” แพรดาวยิ้มทะเล้นแล้วกินบะหมี่ในชามของตน “เอาไว้คราวหน้าจัดให้ทั้งคาวและหวานครบเซ็ต” “จะรอค่ะ” แพรดาวสูดเส้นบะหมี่อย่างมีควา
จูบ? แบบนี้เรียกจูบที่ไหนกัน ไอ้ดินมันไม่ได้สอนเลยหรือไงนะ นั้นคือสิ่งที่มิสเตอร์ดาร์กคิด แต่สิ่งที่แพรดาวทำคือรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีประกบริมฝีปากกับเขาก่อน เพียงสัมผัสเบาๆกลับทำให้จิตใจที่ว้าวุ่นสงบลง เธอผละจากริมฝีปากเขาแล้วกลับมานั่งที่เดิม อยากจะต่อว่าแต่ก็ทำไม่ลง ชายหนุ่มจึงได้แต่ส่ายหน้าไปมาก่อนยิ้มมุมปาก “มิน่า ไอ้ดินมันถึงได้หลงเธอนัก” “พูดแบบนี้หมายความว่าไง” แพรดาวย่นจมูกใส่ “หรือว่า...แพรไม่คู่ควรกับพี่ดินเหรอคะ” “สมัยไหนแล้วมาใช้คำโบราณแบบนี้” เขาหัวเราะแล้วนึกอยากสูบบุหรี่ แต่นึกได้ทิ้งบุหรี่และไฟแช็กไปนานแล้ว “แล้วทำไมมิสเตอร์ดาร์กพูดแบบนั้นละคะ” “ก็เธอไม่ทิ้งเขา ทั้งที่รู้ว่าเขาเป็นคนโรคจิต” “ก็ไม่ใช่ฆาตกรนี่คะ” เธอยิ้มบางๆออกมา “ตอนที่น้องแพรเป็นแค่แม่บ้าน พี่ดินก็ใจดีกับแพรมาก หรือตอนที่แพรเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ซีเคร็ทคลับ มิสเตอร์ดาร์กก็ดูแลแพร ไม่ว่าทั้งจะเป็นมิสเตอร์ดาร์กหรือพี่ดิน แพรก็รักทั้งสองคนมาก แพรให้คุณมีความสุขกับชีวิต...”







