Mag-log inเขาจ้างเธอมาเป็นภรรยาในนาม แต่เมื่อความใกล้ชิดทำให้ความสัมพันธ์เกินเลย และคนรักตัวจริงของเขากลับมา เธอจึงยอมเดินจากไปพร้อมลูกในท้องที่เขาไม่รู้ . . . . รมิดา เลขาสาวสู้ชีวิต ทำงานส่งตัวเองเรียนจนได้ทำงานเป็นเลขาของ หัสวีร์ หรือ ไรอัน หนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ปู่ย่าของหัสวีร์ ไม่ชอบผู้หญิงต่างชาติ หัสวีร์มีผู้หญิงที่คบหากันอยู่เธอเป็นเน็ตไอดอลและเป็นนางงามเวทีชื่อ ‘คาเรน’ แต่ระยะนี้คาเรนไม่ได้อยู่เมืองไทย ปู่ของหัสวีร์ต้องการให้หลานชายแต่งงานกับผู้หญิงที่ปู่ย่าเลือก หัสวีร์ตั้งใจรอคาเรนกลับมา แต่เพราะไม่ต้องการให้ปู่ย่ามาวุ่นวายเรื่องว่าที่ภรรยาจึงตัดสินใจจ้างเลขามาเป็นเมียปลอมๆ เพื่อปู่ย่ายกเลิกการดูตัวทั้งหมด รมิดายอมรับเงื่อนไขเพราะต้องการใช้เงิน เขาทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเธอไม่ยอมหย่ากับเขาง่ายๆ แต่เมื่อได้ใกล้ชิดกัน ความสัมพันธ์จึงเกินเลย และเมื่อคาเรนกลับมา รมิดาจึงจากมาพร้อมลูกในท้องที่เขาไม่รู้
view more‘ได้เดิมตามฝัน จะมีอะไรเป็นของตัวเอง ชอบอิสระ ไม่พึ่งพาใคร ไม่ง้อใคร รวยด้วยลำแข็ง เก่ง แกร่ง เสน่ห์แรง เกินต้าน สวยมากจนน่าขยี้ หาเงินเก่ง หาเงินดุ เงินคือสามีที่เรารักที่สุด...’
หญิงสาวถึงกับสำลักเครื่องดื่มสีสวยที่กำลังยกขึ้นจิบ บาร์เทนเดอร์ที่อยู่ใกล้หันมามองอย่างห่วงใย แต่เจ้าของมือเรียวโบกมือไปมาก่อนหยิบกระดาษทิชชู่มาซับมุมปากแล้วกวาดสายตาอ่านข้อความที่หน้าจอสมาร์ทโฟนของตนเอง
“เงินคือสามีที่รักที่สุด”
รมิดาพึมพำอ่านข้อความนั้นซ้ำอีกครั้งแล้วก็ต้องกลั้นหัวเราะ มันเป็นหน้าแฟนเพจเวบดูดวงเพจหนึ่งที่เธอเลื่อนอ่านฆ่าเวลา แม้ไม่ใช่คนชอบดูดวงชะตาแต่ถ้าเจอก็อดอ่านไม่ได้ เธอเป็นสาวราศีมีน และหมอดูท่านนี้ก็ทำนายได้โดนใจเป็นที่สุด
สำหรับรมิดาแล้วไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเงิน
หญิงสาวนึกขำเมื่อเห็นภาพใบหน้าตนเองฉีกยิ้มหวานแล้วพูดว่า ‘ภูมิใจที่ได้ทำงานที่บริษัทในเครือศาตนันท์กรุ๊ฟ’ ซึ่งความจริงแล้ว เพราะเงินเดือนที่สูงกว่าบริษัทอื่นรวมทั้งค่าล่วงเวลาทำให้เธอกัดฟันทำงานที่นี่ต่างหาก
ต้องเรียกว่า ‘ฟาดฟันเพื่อให้ได้ทำงานที่นี่เลยต่างหากล่ะ’
หญิงสาวในชุดเดรสสีดำเรียบง่ายยกแก้วเครื่องดื่มของตนขึ้นมาจิบ เธอคิดถึงวันแรกที่มาสมัครงานที่บริษัทแห่งนี้ เธอเพิ่งเรียนจบยังไม่ทันรับปริญญาด้วยซ้ำ แต่ภาระของชีวิตผลักดันให้เธอต้องเร่งรีบหางานทำ และช่วงนั้นบริษัทศาตนันท์กรุ๊ฟประกาศรับสมัครเลขานุการของประธานบริษัท เงินเดือนสูงกว่าบริษัททั่วไป รมิดารีบยื่นใบสมัครทันที แม้จะรู้ว่าผู้ยื่นใบสมัครมีเกินห้าสิบคน แต่ละคนโปรไฟล์ยอดเยี่ยม แต่งกายเรียบหรูดูดี แต่วันนั้นเธอสวมชุดนักศึกษาไปสมัครไปงาน สะพายกระเป๋าผ้าไปรอสัมภาษณ์
ยังไม่ทันสัมภาษณ์ก็รู้ว่าเธอไม่ใช่ตัวเลือกในสายตาของกรรมการทั้งสามที่ทำหน้าที่สัมภาษณ์ผู้สมัครงาน สายตาเธออดเหลือบมองไปยังชายหนุ่มที่ยืนพิงกรอบหน้าต่างด้านหลังไม่ได้ เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวแต่พับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก เนคไทเลื่อนลงมาเล็กน้อย สายตามองไปนอกหน้าต่างของชั้นที่สิบหก
“แล้วเราจะติดต่อกลับไปนะครับ”
กรรมการท่านหนึ่งเอ่ยด้วยรอยยิ้ม แต่รมิดารู้ทันทีว่าตัวเองพลาดงานนี้แน่นอน เธอทั้งเหนื่อย ทั้งหิวและเริ่มจะหมดแรง คนพวกนี้คงไม่รู้หรอกว่าแต่ละวันของเธอต้องเจอเรื่องใดมาบ้าง การมาเข้าสัมภาษณ์งานนี้ที่ก็ไกลบ้านที่เธอพักอยู่มาก ด้วยความประหยัดค่าใช้จ่าย เธอต้องนั่งรถเมล์ตั้งสามต่อกว่าจะมาถึง
“มีกำหนดไหมคะว่าต้องรอกี่วันถึงจะรู้ผล” เธอถามไปตรงๆ
“มีผู้สมัครเข้ามามาก เราคงต้องใช้เวลาคัดเลือกคนที่เหมาะกับตำแหน่งนี้สักหน่อย”
“กี่วันคะ” รมิดาถามย้ำ เธอรู้ว่ามันเสียมารยาท แต่เธอไม่มีเวลาสำหรับการรอที่ไร้ความหวัง “อันที่จริงถ้ามีตัวเลือกอยู่แล้วก็ไม่ควรเรียกคนอื่นๆมาสัมภาษณ์ให้เสียเวลาเสียค่าเดินทางหรอกค่ะ”
ประโยคของเธอเรียกสายตาของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังให้หันกลับมาจ้องมองเธอ เขามีดวงตาสีน้ำตาลอ่อน ยามที่ยืนอยู่ในทิศทางที่แสงตกกระทบทำให้เห็นชัดว่าผมเขาสีเดียวกับดวงตา
เสียงกระแอมไอของกรรมการทำไม่ได้ทำรมิดาหลบตา เธอกลับยืดแผ่นหลังตั้งตรงกว่าเดิม อาจเพราะรวบผมเป็นหางม้าทำให้ลำคอดูงามระหง
“คุณคิดว่าตัวเองมีอะไรดีกว่าผู้สมัครคนอื่น” ชายหนุ่มเอ่ยถามมุมปากยกยิ้มท่าทียียวนทำให้ดูเหมือนเด็กหนุ่มวัยรุ่น
“จ้างดิฉันสิคะ แล้วจะรู้ว่าดิฉันแตกต่างจากคนอื่น” เธอฉีกยิ้มหวาน
“ระยะทดลองสามเดือน” เขายิ้มกลับ
“ทดลองงานได้เงินค่าตอบแทนไหมคะ” เธอสบตากับเขา “ถ้าไม่ได้ ดิฉันไม่มาค่ะ”
คราวนี้เขาหัวเราะออกมาแล้วพยักหน้ารับก่อนจะชี้นิ้วมาที่เธอ
“ผมเอาคนนี้ ผู้หญิงแบบนี้ถึงจะทำงานกับผมได้” เขายิ้มแต่เป็นรอยยิ้มที่ดูร้ายกาจ “แต่คุณต้องรู้เงือนไขที่จะทำงานกับผมด้วย”
“ค่ะ” เธอตอบรับ
“ถ้าผ่านโปรฯ ได้เซ็นสัญญาทำงานกับผม สัญญาทำงานห้าปี ระหว่างนี้ห้ามคุณคนรัก และห้ามตั้งครรภ์ ผมอยากได้พนักงานที่ทุ่มเทกับงานไม่ต้องมากังวลว่าจะลาคลอดเมื่อไหร่”
“ได้ค่ะ”
‘ชีวิตนี้ไม่คิดจะแต่งงานอยู่แล้ว!’
“ดี พรุ่งนี้เริ่มงานได้เลย”
“ได้ค่ะ”
“ไม่เอาชุดนักศึกษานะ”
“ค่ะ”
แม้ปากจะตอบรับไปแบบนั้น แต่ในใจได้แต่ร้อง ฉิบหายแล้ว! แต่จะพูดตามที่คิดก็ไม่ได้ เธอยกมือไหว้ลาแล้วเดินออกมา นั่งรถเมล์กลับบ้านมาขุดเสื้อผ้าสำหรับใส่ไปทำงาน
จากวันนั้น ....ผ่านมาถึงตอนนี้ก็4 ปี 9เดือนแล้ว เธอยังหวังว่าตัวเองจะได้ต่อสัญญางานกับบริษัทนี้อีก
รมิดาดื่มเครื่องดื่มของตัวเองหมดแก้ว คนอย่างเธอไม่ยอมเสียเงินค่าเครื่องเดิมแก้วละหลายร้อยแบบนี้แน่นอน แต่เพราะเธอไม่ได้จ่ายและมาในฐานะเลขาของท่านประธานซึ่งดูเหมือนว่าได้เวลาที่เธอต้องกลับพร้อมกับเขาแล้ว
แก้วเครื่องดื่มแก้วใหม่ถูกเลื่อนมาวางตรงหน้า รมิดามองหน้าบาร์เทนเดอร์ด้วยสายตาตั้งคำถาม
“คุณผู้ชายตรงนั้นขอเลี้ยงเครื่องดื่มคุณครับ”
“ขอบคุณค่ะ” เธอยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นและส่งยิ้มตามมารยาท ตั้งแต่ทำงานหน้าที่นี้มาเธอยิ้มได้หลากรูปแบบจนนึกชื่นชมตัวเองจริงๆ
“แต่คงดื่มอีกไม่ได้แล้วค่ะ เกรงใจสามีค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” รมิดายังคงโปรยยิ้มแล้วหยิบกระเป๋าหนังสีดำขึ้นคล้องไหล่เดินออกมารอที่ประตูทางออกของผับหรู ไม่กี่นาทีต่อมา ประธานหนุ่มเดินออกมาเพียงลำพัง แม้รมิดาแปลกใจเล็กน้อยแต่เก็บอาการใต้สีหน้าเรียบเฉย
“จะให้เรียกรถเลยไหมคะ” เธอถามตามหน้าที่ เขาตอบด้วยการพยักหน้า
“กลับคอนโด”
“ทราบแล้วค่ะ” รมิดาหยิบโทรศัพท์โทรเรียกคนขับรถซึ่งเตรียมตัวไว้รออยู่ก่อนแล้ว จึงใช้เวลาไม่กี่นาที รถเก๋งก็เข้ามาจอด
หญิงสาวยื่นมือไปหมายจะเปิดประตูรถให้เช่นทุกครั้ง แต่ชายหนุ่มชิงเปิดประตูรถด้านหลังแล้วพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้เธอเข้าไปนั่งด้านใด มุมปากของเธอกระตุกยิ้มเล็กน้อยแล้วเข้าไปนั่งด้านใน ชายหนุ่มตามเข้ามาข้างๆ ปิดประตูรถเรียบร้อยแล้วทิ้งตัวลงนอนบนตักของเลขาสาว
“บอสคะ?” ก็ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่เขานอนหนุนตักเธอแบบนี้
“ออกรถ”
“ค่ะ”
ถึงอยากรู้แต่เธอไม่มีหน้าที่ต้องถาม หญิงสาวบอกสารถีให้มุ่งหน้ากลับคอนโด เจ้านายพักอยู่บนชั้นบนสุด และเป็นคอนโดเดียวกับที่รมิดาพักอยู่เพียงแต่เธอพักอยู่ชั้นสิบ มันคือสวัสดิการที่เจ้านายมอบให้ นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้รมิดาต้อง ‘เกาะ’ ตำแหน่งเลขาของท่านประธานพันล้านไว้ให้นานที่สุด เพราะงานดีๆ แบบนี้เธอจะไปหาที่ไหนได้อีก
“คุณยังจำได้ไหม เงือนไขในการเป็นเลขาของผม”
“ค่ะ”
“ห้ามคุณมีสามี...รวมทั้งตั้งครรภ์”
“ค่ะ” เธอนิ่งไปเล็กน้อย “บอสอยากได้ใบรับรองแพทย์ไหมคะ”
“ช่างเถอะ เธอจำได้ก็พอ”
ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมองเลขาสาวแวบหนึ่งแล้วหลับตาลง รมิดาแอบถอนหายใจเบาๆ ท่องไว้สิรมิดา เงินเท่านั้นที่ทำให้ชีวิตมีความสุข อย่าได้เผลอไปยั่วโมโหผู้ชายที่ชื่อ หัสวีร์ ศาตนันท์ เด็ดขาด!
ฝ่ามือใหญ่สอดไปใต้เสื้อนอนน่ารัก แล้วหัสดินต้องประหลาดใจเมื่อรู้ว่าผิวเรียบเนียนนุ่มนั้นไม่มีอาภรณ์ชิ้นน้อยปกปิด เขาผละจากริมฝีปากหวานเพื่อให้หญิงสาวได้สูดอากาศหายใจ แม้อยู่ในความมืดเขายังเห็นประกายตางดงามของคนรัก “มันอึดอัด น้องแพรเลยไม่ได้ใส่...” แพรดาวพูดเสียงเบาหวิว ปกตินอนคนเดียวก็ใส่ชุดนอนแต่ไม่ใส่ชุดชั้นใน และตั้งแต่แต่งงานกันมาก็ไม่เห็นว่าสามีหมาดๆ จะเป็นฝ่ายเริ่มอะไรสักนิด แรกๆ แพรดาวถึงกับหาชุดชั้นในเซ็กส์ซี่มาใส่ แต่เพราะเขาหลับเป็นตายเธอก็ก็ถอดใจ ไม่คิดว่าคืนที่ไม่ได้เตรียมตัว เขาจะเป็นฝ่ายเริ่มแบบนี้ “ไม่ใส่อะไรนอนก็ได้นะ งั้นพี่ถอดด้วยน้องแพรจะได้ไม่เขิน” หัสดินยิ้มทะเล้นให้แล้วขยับตัวถอยออกมาเพื่อถอดเสื้อนอนของตัวเองออก สายตาของแพรดาวปรับกับความมืดในห้องได้แล้วจึงเห็นร่างกายกำยำของคนรัก เขาโน้มตัวแล้วพูดเสียงพร่า “พี่ดินเป็นของน้องแพรแล้วอยากมองก็มองอยากจับลูบคลำตรงไหนก็ได้” เขาดึงมือเล็กมาวางบนแผ่นอกของตน แพรดาวเขินอายแต่ก็ลองลูบกล้ามเนื้อแน่นของคนตรงหน้า เพียงการสัมผัสแผ่วเบากลับปลุกเร้าเลือดในกายให้เดือดพล่านจนเข
แพรดาวเพิ่งได้พบหน้าคุณพ่อคุณแม่ของหัสดินครั้งแรกก็ตอนที่ผู้หลักผู้ใหญ่มาพบหน้าเพื่อเจรจาการสู่ขอและแต่งงาน คุณแม่ของหัสดินดูเป็นกังวลอยู่ไม่น้อยแต่พอได้คุยกันตามลำพังและรู้ว่าเธอรู้เรื่องที่เขาเป็นโรคสองบุคลิกแล้วและอยู่ระหว่างการรักษาตัว ‘ถ้าหนูแพรไม่รังเกียจ ก็ฝากลูกชายแม่ด้วยนะจ๊ะ’ ‘จะรังเกียจได้ยังไงคะ พี่ดินยังไม่เคยรังเกียจตอนที่น้องแพรเป็นแค่แม่บ้านกับเด็กเสิร์ฟเลยค่ะ และไม่ว่าจะเป็นเชฟดินหรือมิสเตอร์ดาร์ก น้องแพรก็รักทั้งสองคนค่ะ’ สวนเรือนหอนั้น สร้างขึ้นใหม่ในบริเวณเดียวกับคฤหาสน์ตระกูลศาตนันท์ ตอนนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง สองหนุ่มสาวตัดสินใจพักด้วยกันที่คอนโดของหัสดิน ‘จะไม่คับแคบไปเหรอ อยู่คอนโดสองคนแบบนั้น’ คทาภัทรอดเป็นกังวลไม่ได้ แต่อีกส่วนก็ดีใจเพราะอยู่ใกล้กัน ‘ดีเสียอีก ห้องเล็กดูแลง่าย เลี้ยงแมวก็ได้ แล้วก็ใกล้ที่ทำงานด้วยค่ะ’ ตั้งแต่ตัดสินใจรับการรักษา แพรดาวไม่เห็นบุคลิกของมิสเตอร์ดาร์กเลย เพียงแค่บางครั้งเธอรู้สึกเหมือนทั้งสองคนรวมอยู่ในร่างผู้ชายตรงหน้า เชฟดินที่ดูอ่อนโยนขี้เล่นเส
การปรากฏตัวของสองหนุ่มตระกูลศาตนันท์ ทำให้นักข่าวและช่างภาพหันไปสนใจแสงแฟลชวูบวาบชวนตาพร่า แม้คนมากมายเพียงใดแต่สายตาของหัสดินมีเพียงแพรดาวเท่านั้น หัสวีร์เดินเข้ามาแล้วยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองท่าน เขาสวมสูทสีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำในขณะที่น้องชายต่างมารดาสวมสูทสีดำลบบุคลิกเชฟหนุ่มขี้เล่นไปหมดสิ้น “ผมเป็นตัวแทนตระกูลศาตนันท์ แต่คิดว่าอีกไม่กี่วันญาติผู้ใหญ่ของเราจะขอเข้าไปเยี่ยมเยือนทักทายที่บ้านนะครับ” คทาภัทรได้ยินก็กระตุกยิ้มมุมปาก ดูเหมือนจะมีคนรีบร้อนแต่งงานจริงๆ “เรื่องที่ควรทำให้ถูกต้องก็ควรรีบทำ ใช่ไหมครับคุณคทาภัทร” หัสวีร์พูดขึ้นอย่างรู้ทัน เอาเถอะอย่างไรวันข้างหน้าก็เป็นญาติกันแล้ว เขาจะมาใส่ใจท่าทีไร้สาระนี้เพื่ออะไร คนเป็นพ่อแม่ย่อมมองออกว่าลูกสาวมีใจให้ใคร ทำให้ถูกครรลองย่อมดีกว่าปล่อยให้ลูกสาวไปค้างแรมกับผู้ชายโดยไม่มีสถานะที่ชัดเจน แล้วแพรดาวก็สัญญาแล้วว่าต่อให้แต่งงานแล้วก็จะยังทำงานที่บริษัทอัครเวช ครอบครัวของศาตนันท์เองก็อยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้ห่างกันไกลจนมาเยี่ยมเยือนกันไม่ได้ หัสดินก้าวเท้าเข้าไป
ขอบตาของคทาภัทรดำคล้ำเพราะอดนอน ในขณะที่น้องสาวหน้าชื่นตาบานจนน่าหมั้นไส้ เพิ่งคุยกันเรื่องนี้แท้ๆ แต่แพรดาวกลับมาค้างคืนกับหัสดิน แม้รู้ว่าน้องสาวทำตามที่พูดแน่นอน แต่เขาก็ไม่สบายใจอยู่ดี “พี่ภัทร” แพรดาวเข้าไปกอดเอวพี่ชาย การมีพี่น้องนี้ดีแบบนี้เองเหรอที่ผ่านมาใช้ชีวิตกับแม่จ๋าแค่สองคน หนีเจ้าหนี้บ้าง หลบซ่อนคนต้องย้ายโรงเรียน ผ่านเรื่องมากมายสุดท้ายก็ได้อยู่กับครอบครัวและคนที่รัก คทาภัทรได้แต่ถอนหายใจแล้วก็ยิ้มบางๆ เคยจินตนาการไว้เขาต้องเป็นพี่ชายที่หวงน้องสาว ใครจะมาจีบน้องต้องผ่านเขาก่อน นี่พอเกิดขึ้นจริงเขาก็อดปวดหัวไม่ได้เลย แต่ทำอย่างไรได้เล่า ก็เขามีน้องสาวคนเดียว และเป็นคนที่เขาเคยทำหายไป “เอาล่ะๆ ไม่ได้ยอมรับไอ้ เอ่อ หัสดินหรอกนะ” “ค่ะ น้องแพรทราบแล้ว” หญิงสาวไม่อยากกวนอารมณ์พี่ชาย ทุกอย่างคลี่คลายไปได้ด้วยดีแล้วก็ไม่อยากให้มีเรื่องไม่สบายใจอีก “ทำไมพี่ภัทรไม่ชอบพี่ดินล่ะคะ” “พี่ก็ไม่ชอบทุกคนที่เข้าใกล้น้องแพรนั้นแหละ” เขาสารภาพไปตามตรง “แต่ที่สำคัญ หัสดินไม่ใช่คนดีนักหรอก” แพรดาว
ภาพข่าวนักแข่งรถหนุ่มกับผู้บริษัทหนุ่มชกต่อยกันหน้าสถานบันเทิงกลายเป็นภาพที่แพร่หลายในสื่อโซเซียลทุกแห่ง ต่างมุ่งเป้าไปที่เรื่องชู้สาวเพราะดาราสาวสุดเซ็กซี่ซึ่งเคยมีข่าวควงหนุ่มทั้งสองคนนั้นกลับมาเมืองไทยและคาดว่าจะอยู่ถาวร แต่คนในข่าวไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านี้นัก เรื่องเดียวที่
หัสดินเปิดประตูคลินิกเข้าไปด้วยความคุ้นเคย เขาส่งยิ้มให้พยาบาลที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ก่อนยกกล่องขนมวางบนนั้น “วันนี้คุณดินมาส่งขนมเองเลยหรือคะ” “ผมมาธุระแถวนี้เลยแย่งหน้าที่ไรเดอร์มาส่งข
หัสวีร์ประหลาดใจที่หน้าห้องทำงานมีโต๊ะเพิ่มและยังมีคนที่เป็น ‘เลขา’ เป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยอายุก็พอๆ ก็รมิดา แต่ทำไมเขาเห็นแล้วหงุดหงิดจนพาลโมโหก็ไม่รู้ “ชื่อปอไหมค่ะ เรียกปอก็ได้ค่ะ คุณอาอัศวินให้ปอมาทำหน้าที่เลขาพี่วีร์ค่ะ “คุณ...เข้ามาคุยข้างใน” “ค่ะ”
“ทำตัวสูงส่งกว่าคนอื่น ที่แท้ก็จับผู้ชายรวยนั้นแหละ” “อย่าเสียงดังไป ยังไงก็เป็นผู้หญิงของท่านประธาน” “หึหึ” รมิดาได้ยินทุกอย่างแต่ก็ยังทำเป็นไม่ได้ยิน เธอเดินเลี่ยงออกมานั่งพักผ่อนที่บริเวณจุดที่จัดไว้ให้สูบบุหรี่ เธอไม่สูบบุหรี่แต่มุมนี้ไม่ค่อยมีคนนัก ทำให้เธอได้ผ่












RebyuMore