LOGINเขาจ้างเธอมาเป็นภรรยาในนาม แต่เมื่อความใกล้ชิดทำให้ความสัมพันธ์เกินเลย และคนรักตัวจริงของเขากลับมา เธอจึงยอมเดินจากไปพร้อมลูกในท้องที่เขาไม่รู้ . . . . รมิดา เลขาสาวสู้ชีวิต ทำงานส่งตัวเองเรียนจนได้ทำงานเป็นเลขาของ หัสวีร์ หรือ ไรอัน หนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ปู่ย่าของหัสวีร์ ไม่ชอบผู้หญิงต่างชาติ หัสวีร์มีผู้หญิงที่คบหากันอยู่เธอเป็นเน็ตไอดอลและเป็นนางงามเวทีชื่อ ‘คาเรน’ แต่ระยะนี้คาเรนไม่ได้อยู่เมืองไทย ปู่ของหัสวีร์ต้องการให้หลานชายแต่งงานกับผู้หญิงที่ปู่ย่าเลือก หัสวีร์ตั้งใจรอคาเรนกลับมา แต่เพราะไม่ต้องการให้ปู่ย่ามาวุ่นวายเรื่องว่าที่ภรรยาจึงตัดสินใจจ้างเลขามาเป็นเมียปลอมๆ เพื่อปู่ย่ายกเลิกการดูตัวทั้งหมด รมิดายอมรับเงื่อนไขเพราะต้องการใช้เงิน เขาทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเธอไม่ยอมหย่ากับเขาง่ายๆ แต่เมื่อได้ใกล้ชิดกัน ความสัมพันธ์จึงเกินเลย และเมื่อคาเรนกลับมา รมิดาจึงจากมาพร้อมลูกในท้องที่เขาไม่รู้
View MorePelajaran matematika disekolah tadi membuat kepala ku pusing
Bagaimana cara nya aku bisa menguasai pelajaran itu huff."Dhea..." seseorang dengan suara berat memanggilku dan membuyarkan lamunanku"Eh iya pah kenapa?""Kenapa kamu slalu melamun nak? Apa yg kamu pikirkan?" Tanya papa"Ee..enggak pah gkpp Dhea cuman mikirin pelajaran tadi disekolah hehe""Yaudh sana lebih baik kamu belajar ya nak jadi anak yang pinter dan rajin, biar jadi orang yang sukses" kata kata yang slalu papah lontarkan pada ku"Iya pah.." aku pun segera masuk dan belajar agar aku bisa meraih ranking pertama lagiNamaku Dhea DermaAku mempunyai 3 saudara2 kakak laki laki dan 1 adik perempuanYaps aku adalah anak ketigaAku baru duduk dikelas 2 SMPKakak pertamaku menduduki SMA kelas 2 nama nya Rifki dan kakak kedua ku nama nya Raka dia duduk di bangku SMA kelas 1Sedangkan adik perempuan ku nama nya Naya baru duduk dibangku SD kelas 4Aku slalu berprestasi sejak SD dan slalu menduduki ranking pertamaOrang tua ku slalu bangga dengan hasil kerja keras belajarkuOrang tua ku hanya lah tukang sayurMemang orang tua ku hanya penjual sayur, tapi mereka mendidik kami sangat baik sehingga aku slalu mendapatkan ranking pertama dikelas kuAku bangga dengan orang tua ku, mereka adalah orang tua terbaik di dunia ini*****Hari mulai beranjak senjaBatang hidung mama mulai keliatan baru pulang dari menjual sayuranBiasa nya yang jualan sayur adalah papa sebagai pencari nafkah untuk keluarga, tapi beberapa hari akhir ini papa sedang sakit jadi mama menggantikan papa untuk sementara berjualanKalau sedang hari libur, secara bergantian kami ingin menjadi anak yang berbakti membantu mama dan papa berjualan sayurMama papa punya kebun sayur walaupun tak luas tapi cukuplah buat dijual dan mencukupi kehidupan kami sehari hari"Assalamualaikum""Waalaikumsalam mah.." sembari menyalami mama"Mamaaa..." Naya adik kecilku langsung kegirangan dan memeluk mama karena mama udh pulang"Heh Naya kek anak kecil aja haha sayang coba lihat mama udah beliin kue kesukaan Naya buat kita semua, ayok kita masuk, Dhea sayang ayok nak" kata mama"Mama sama Naya masuk aja duluan, Dhea mau beresin gerobak sayur ini dulu" kata ku sambil membereskan sayuran yang tersisaHari ini penjualan sayuran mama hampir habisAku bersyukur punya mama yang sangat bersemangat bekerja tapi aku juga kasian karena mama adalah orang tua ku masih saja bekerja sangat keras untuk keluarga nyaAku sangat berdoa semoga setelah aku menyelesaikan sekolah aku segera mendapatkan pekerjaan yang layak dan bisa memberikan apa yang keluarga ku inginkanAku kembali membersihkan gerobak nya dan tiba tibaCling!Sebuah cincin jatuh dari sudut gerobakAku pun mengambilnya dan memerhatikannyaMungkin kah ini cincin emas? Atau mungkin kah ini cincin pertunangan? Tidak mungkin lahAku pun menyimpannya di saku dan kembali membersihkan gerobak sayur ituBeberapa saat kemudian..."Dheaaa...nak ayok masuk udh senja" mama memanggilku dan aku pun segera masukSeperti biasa setiap malam aku membantu mama memasak sayur sisa penjualan untuk makan malamSetelah selesai makan malam kami semua pun belajarMama papa hanya duduk menikmati acara tvYah seperti itu lah malam malam hari yang kami lewati*****Keesokann pagi nya seperti biasa mama lah yang slalu menjadi alarm pagi ku"Dheaa.. nakk bangun nak, kamu harus berangkat sekolah ini udah jam berapa ayok bangun" mama terus mengguncangkan badan ku sampai akhirnya aku pun bangun menuju rumah belakang, karena kami hanya mandi di sumurSetelah selesai beres beres semua perlengkapan sekolah aku bersiap siap pergi ke sekolah bersama adek ku, NayaKebetulan kami satu arah"Kakaaa ayokkk kita berangkatt ntar telat ih" Naya adek ku memang orang yang tidak suka keterlambatan"Iya dekk iyaa sabar bentar ini sepatu kaka kek nya kekecilan deh udh mulai sesek""Kaka kali yang udh mulai gendut hahahaha" ledeknya"Ada ada aja kamu deh, ayok berangkat"Kami berangkat dengan menggunakan sepeda, sekolah kami tak terlalu jauh dan juga tak terlalu dekatTpi sekolah ku masih agak lebih jauh dari sekolah nya adek kuNaya adek ku tiba sampe duluan dan bersalaman pada ku, sekarang aku harus lekas lekas mengayuh sepeda biar cepat sampai di sekolah agar tidak terlambatSeperti hari hari biasa juga setiap aku bertemu satpam sekolah slalu disapa hangat karena aku salah satu pelajar terpintar yang cukup terkenal disekolah*****ฝ่ามือใหญ่สอดไปใต้เสื้อนอนน่ารัก แล้วหัสดินต้องประหลาดใจเมื่อรู้ว่าผิวเรียบเนียนนุ่มนั้นไม่มีอาภรณ์ชิ้นน้อยปกปิด เขาผละจากริมฝีปากหวานเพื่อให้หญิงสาวได้สูดอากาศหายใจ แม้อยู่ในความมืดเขายังเห็นประกายตางดงามของคนรัก “มันอึดอัด น้องแพรเลยไม่ได้ใส่...” แพรดาวพูดเสียงเบาหวิว ปกตินอนคนเดียวก็ใส่ชุดนอนแต่ไม่ใส่ชุดชั้นใน และตั้งแต่แต่งงานกันมาก็ไม่เห็นว่าสามีหมาดๆ จะเป็นฝ่ายเริ่มอะไรสักนิด แรกๆ แพรดาวถึงกับหาชุดชั้นในเซ็กส์ซี่มาใส่ แต่เพราะเขาหลับเป็นตายเธอก็ก็ถอดใจ ไม่คิดว่าคืนที่ไม่ได้เตรียมตัว เขาจะเป็นฝ่ายเริ่มแบบนี้ “ไม่ใส่อะไรนอนก็ได้นะ งั้นพี่ถอดด้วยน้องแพรจะได้ไม่เขิน” หัสดินยิ้มทะเล้นให้แล้วขยับตัวถอยออกมาเพื่อถอดเสื้อนอนของตัวเองออก สายตาของแพรดาวปรับกับความมืดในห้องได้แล้วจึงเห็นร่างกายกำยำของคนรัก เขาโน้มตัวแล้วพูดเสียงพร่า “พี่ดินเป็นของน้องแพรแล้วอยากมองก็มองอยากจับลูบคลำตรงไหนก็ได้” เขาดึงมือเล็กมาวางบนแผ่นอกของตน แพรดาวเขินอายแต่ก็ลองลูบกล้ามเนื้อแน่นของคนตรงหน้า เพียงการสัมผัสแผ่วเบากลับปลุกเร้าเลือดในกายให้เดือดพล่านจนเข
แพรดาวเพิ่งได้พบหน้าคุณพ่อคุณแม่ของหัสดินครั้งแรกก็ตอนที่ผู้หลักผู้ใหญ่มาพบหน้าเพื่อเจรจาการสู่ขอและแต่งงาน คุณแม่ของหัสดินดูเป็นกังวลอยู่ไม่น้อยแต่พอได้คุยกันตามลำพังและรู้ว่าเธอรู้เรื่องที่เขาเป็นโรคสองบุคลิกแล้วและอยู่ระหว่างการรักษาตัว ‘ถ้าหนูแพรไม่รังเกียจ ก็ฝากลูกชายแม่ด้วยนะจ๊ะ’ ‘จะรังเกียจได้ยังไงคะ พี่ดินยังไม่เคยรังเกียจตอนที่น้องแพรเป็นแค่แม่บ้านกับเด็กเสิร์ฟเลยค่ะ และไม่ว่าจะเป็นเชฟดินหรือมิสเตอร์ดาร์ก น้องแพรก็รักทั้งสองคนค่ะ’ สวนเรือนหอนั้น สร้างขึ้นใหม่ในบริเวณเดียวกับคฤหาสน์ตระกูลศาตนันท์ ตอนนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง สองหนุ่มสาวตัดสินใจพักด้วยกันที่คอนโดของหัสดิน ‘จะไม่คับแคบไปเหรอ อยู่คอนโดสองคนแบบนั้น’ คทาภัทรอดเป็นกังวลไม่ได้ แต่อีกส่วนก็ดีใจเพราะอยู่ใกล้กัน ‘ดีเสียอีก ห้องเล็กดูแลง่าย เลี้ยงแมวก็ได้ แล้วก็ใกล้ที่ทำงานด้วยค่ะ’ ตั้งแต่ตัดสินใจรับการรักษา แพรดาวไม่เห็นบุคลิกของมิสเตอร์ดาร์กเลย เพียงแค่บางครั้งเธอรู้สึกเหมือนทั้งสองคนรวมอยู่ในร่างผู้ชายตรงหน้า เชฟดินที่ดูอ่อนโยนขี้เล่นเส
การปรากฏตัวของสองหนุ่มตระกูลศาตนันท์ ทำให้นักข่าวและช่างภาพหันไปสนใจแสงแฟลชวูบวาบชวนตาพร่า แม้คนมากมายเพียงใดแต่สายตาของหัสดินมีเพียงแพรดาวเท่านั้น หัสวีร์เดินเข้ามาแล้วยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองท่าน เขาสวมสูทสีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำในขณะที่น้องชายต่างมารดาสวมสูทสีดำลบบุคลิกเชฟหนุ่มขี้เล่นไปหมดสิ้น “ผมเป็นตัวแทนตระกูลศาตนันท์ แต่คิดว่าอีกไม่กี่วันญาติผู้ใหญ่ของเราจะขอเข้าไปเยี่ยมเยือนทักทายที่บ้านนะครับ” คทาภัทรได้ยินก็กระตุกยิ้มมุมปาก ดูเหมือนจะมีคนรีบร้อนแต่งงานจริงๆ “เรื่องที่ควรทำให้ถูกต้องก็ควรรีบทำ ใช่ไหมครับคุณคทาภัทร” หัสวีร์พูดขึ้นอย่างรู้ทัน เอาเถอะอย่างไรวันข้างหน้าก็เป็นญาติกันแล้ว เขาจะมาใส่ใจท่าทีไร้สาระนี้เพื่ออะไร คนเป็นพ่อแม่ย่อมมองออกว่าลูกสาวมีใจให้ใคร ทำให้ถูกครรลองย่อมดีกว่าปล่อยให้ลูกสาวไปค้างแรมกับผู้ชายโดยไม่มีสถานะที่ชัดเจน แล้วแพรดาวก็สัญญาแล้วว่าต่อให้แต่งงานแล้วก็จะยังทำงานที่บริษัทอัครเวช ครอบครัวของศาตนันท์เองก็อยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้ห่างกันไกลจนมาเยี่ยมเยือนกันไม่ได้ หัสดินก้าวเท้าเข้าไป
ขอบตาของคทาภัทรดำคล้ำเพราะอดนอน ในขณะที่น้องสาวหน้าชื่นตาบานจนน่าหมั้นไส้ เพิ่งคุยกันเรื่องนี้แท้ๆ แต่แพรดาวกลับมาค้างคืนกับหัสดิน แม้รู้ว่าน้องสาวทำตามที่พูดแน่นอน แต่เขาก็ไม่สบายใจอยู่ดี “พี่ภัทร” แพรดาวเข้าไปกอดเอวพี่ชาย การมีพี่น้องนี้ดีแบบนี้เองเหรอที่ผ่านมาใช้ชีวิตกับแม่จ๋าแค่สองคน หนีเจ้าหนี้บ้าง หลบซ่อนคนต้องย้ายโรงเรียน ผ่านเรื่องมากมายสุดท้ายก็ได้อยู่กับครอบครัวและคนที่รัก คทาภัทรได้แต่ถอนหายใจแล้วก็ยิ้มบางๆ เคยจินตนาการไว้เขาต้องเป็นพี่ชายที่หวงน้องสาว ใครจะมาจีบน้องต้องผ่านเขาก่อน นี่พอเกิดขึ้นจริงเขาก็อดปวดหัวไม่ได้เลย แต่ทำอย่างไรได้เล่า ก็เขามีน้องสาวคนเดียว และเป็นคนที่เขาเคยทำหายไป “เอาล่ะๆ ไม่ได้ยอมรับไอ้ เอ่อ หัสดินหรอกนะ” “ค่ะ น้องแพรทราบแล้ว” หญิงสาวไม่อยากกวนอารมณ์พี่ชาย ทุกอย่างคลี่คลายไปได้ด้วยดีแล้วก็ไม่อยากให้มีเรื่องไม่สบายใจอีก “ทำไมพี่ภัทรไม่ชอบพี่ดินล่ะคะ” “พี่ก็ไม่ชอบทุกคนที่เข้าใกล้น้องแพรนั้นแหละ” เขาสารภาพไปตามตรง “แต่ที่สำคัญ หัสดินไม่ใช่คนดีนักหรอก” แพรดาว
รมิดาเผชิญหน้ากับชายสวมหน้ากากอนามัยสีดำ ความหวาดกลัวที่มีหายไปหมดสิ้นเมื่อคิดว่าต้องช่วยลูกออกมาให้ได้ แม้จะมีหน้ากากปิดครึ่งหน้าแต่แววตามันกำลังแสยะยิ้มให้เธออยู่ “น่าปรบมือให้จริงๆ ภรรยาของประธานหัสวีร์กล้ามาด้วยตัวเองคนเดียวจริงๆ” ภาคภูมิที่ออกมาต้อนรับด้วยตัวเองพูดน้ำเ
ริมฝีปากหยักทาบทับลงมาอย่างรวดเร็ว รมิดาได้แต่ส่งเสียงประท้วงอู้อี้เพราะเขาตะโบมจูบอย่างบ้าคลั่ง ทำเอาเธอแทบหายใจไม่ทัน มือเล็กพยายามดันเขาออกแต่นั้นกลับยิ่งเหมือนยั่วยุให้เขาโกรธยิ่งขึ้น ใช่! หัสวีร์โกรธและโกรธมาก มันเป็นความรู้สึกเหมือนวันที่รู้ว่าเธอตั้งใจไปจากเ
ภาพข่าวนักแข่งรถหนุ่มกับผู้บริษัทหนุ่มชกต่อยกันหน้าสถานบันเทิงกลายเป็นภาพที่แพร่หลายในสื่อโซเซียลทุกแห่ง ต่างมุ่งเป้าไปที่เรื่องชู้สาวเพราะดาราสาวสุดเซ็กซี่ซึ่งเคยมีข่าวควงหนุ่มทั้งสองคนนั้นกลับมาเมืองไทยและคาดว่าจะอยู่ถาวร แต่คนในข่าวไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านี้นัก เรื่องเดียวที่
“ทำตัวสูงส่งกว่าคนอื่น ที่แท้ก็จับผู้ชายรวยนั้นแหละ” “อย่าเสียงดังไป ยังไงก็เป็นผู้หญิงของท่านประธาน” “หึหึ” รมิดาได้ยินทุกอย่างแต่ก็ยังทำเป็นไม่ได้ยิน เธอเดินเลี่ยงออกมานั่งพักผ่อนที่บริเวณจุดที่จัดไว้ให้สูบบุหรี่ เธอไม่สูบบุหรี่แต่มุมนี้ไม่ค่อยมีคนนัก ทำให้เธอได้ผ่
reviewsMore