LOGIN“...” โปรดระบายยิ้มหล่อ ก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้าไปข้างพวงแก้ม สูดกลิ่นกายหอมอ่อน ๆ เอ่ยเสียงแผ่วริมใบหูของเธอ
“เจอกันครั้งที่สอง ไม่น่าเรียกว่าบังเอิญแล้วนะครับ คนสวย”
ลมปากของอีกฝ่ายกระทบใบหู พลันทำให้คนที่ถูกกักขังอยู่ในอ้อมแขนรู้สึกสยิวอย่างบอกไม่ถูก ขณะที่ใบหน้าหล่อเลื่อนออกปลายจมูกโด่งก็สัมผัสกับพวงแก้มอมชมพูแผ่วเบา คนตัวสูงกระตุกยิ้มมุมปากราวกับตั้งใจ
“พี่ขอเข้าไปนั่งเล่นในห้องได้ไหมครับ”
“ฝันไปเถอะ”
“ไม่ต้องบอกก็ฝันถึงทุกคืนอยู่แล้ว ใครจะกล้าลืมคนสวยที่นอนกอดกันในคืนนั้นได้ลง”
“ไอ้บ้า เลิกพูดถึงเรื่องนี้สักที”
“ยอมรับแล้วเหรอครับ ว่าน้องคือผู้หญิงคนนั้น”
มายูชะงักนิ่งเริ่มทำตัวไม่ถูก เมื่อถูกอีกฝ่ายจับผิดที่เธอแกล้งทำเป็นไม่รู้จักกัน ทันใดนั้นประตูลิฟต์ก็เปิดออกเมื่อขึ้นมาถึงชั้นบนสุด
“ปล่อย” เธอผลักแผงอกของหนุ่มรุ่นพี่ และครั้งนี้เขาก็ยอมปล่อยท่อนแขนออกจากเอวของเธอแต่โดยดี
“ถ้าก้าวออกจากลิฟต์แม้แต่นิดเดียว รับรองว่าชีวิตของนายจะไม่สงบสุขเหมือนเดิมแน่”
“พี่ต้องกลัวไหม”
“ไอ้โรคจิต ถ้าไม่กลัวตายก็ลองก้าวออกมาสิ”
โปรดกระตุกยิ้มทำตาใสซื่อ จ้องมองหญิงสาวแสดงสีหน้าเกรี้ยวกราดเดินออกจากลิฟต์ไป แต่กลับไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวเธอขึ้นมาเลยสักนิด
ได้เห็นคนตัวเล็กขี้งอนแบบนี้ ก็น่ารักดีเหมือนกัน
ลิฟต์เคลื่อนตัวลงมาที่ชั้น 34 โปรดก็หยิบคีย์การ์ดออกมาเปิดประตูเข้าไปในห้องพักสุดหรูอย่างอารมณ์ดี
เขามั่นใจแล้วว่าเธอพักอยู่ที่นี่จริง ๆ จากนั้นก็โทรสั่งให้แม่บ้านมาช่วยเก็บของที่คอนโด แล้วย้ายเข้ามาอยู่ที่เพนต์เฮาส์ในวันต่อมา
.
.
หลังเลิกเรียนมายูแวะไปที่ซูเปอร์มาเก็ตเพื่อซื้อของกินและของใช้ เธอออกแรงผลักรถเข็นไปด้านหน้า แวะตามชั้นวางของต่าง ๆ หยิบของใช้ที่ต้องการวางลงในรถเข็น คิดว่ากลับไปถึงช้าหน่อยจะได้ไม่เจอใครบางคน
ทว่าจู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น พลันทำให้อารมณ์ที่ดีอยู่ก่อนหน้า สลายหายไปทันที
“พี่ช่วยเข็นรถให้นะครับ”
อีกฝ่ายไม่เพียงแค่พูดปากเปล่า ยังแทรกตัวมาแย่งรถเข็นของเธอไปจับไว้หน้าตาเฉย
“เป็นผีหรือไง ไปที่ไหนก็เจอ”
“ไหน ๆ ก็เป็นเพื่อนบ้านกันแล้ว ผูกมิตรกันไว้ดีกว่านะครับ น้อง…” โปรดลากเสียงยาวเป็นเชิงคำถาม เพื่อให้เธอหลุดพูดชื่อของตัวเองออกมา
“มิจฉาชีพน่ะสิไม่ว่า”
“บอกชื่อหน่อยสิครับ พี่อยากรู้จัก”
“ก็เคยบอกไปแล้วไง ถ้าว่างมากก็แวะไปเช็กสมองที่โรงพยาบาลบ้างนะ ดูแล้วน่าจะเป็นอัลไซเมอร์”
“ถึงจะความจำสั้นแต่รักพี่ยาวนะครับ แล้วอีกอย่างชื่อนั้นก็ไม่ใช่ชื่อของน้อง ทำไมพี่ต้องจำ”
คิ้วเรียวของคนตัวเล็กย่นเข้าหากัน “รู้ว่าไม่ใช่ชื่อของฉัน ก็น่าจะรู้ว่าฉันไม่อยากเล่นด้วย ทำไมถึงได้ตามตอแยไม่เลิก”
“พี่กำลังตามตอแยน้องอยู่เหรอ ไม่รู้ตัวเลยแฮะ อีกอย่างพี่จะไปรู้ได้ไงครับว่าน้องเลิกเรียนเวลาไหน แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าน้องจะแวะมาซื้อของที่นี่ พอดีพี่เพิ่งย้ายมาอยู่เพนต์เฮาส์ ของในห้องยังขาดอีกเยอะ ก็เลยมาซื้อของเข้าห้อง”
“ทำเป็นร่ายยาว สรุปก็คือจะบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญอีกว่างั้น”
มายูหันแผ่นหลังแล้วเดินหนีขณะบ่นอีกฝ่าย ดูเหมือนว่าเธอจะลืมเรื่องที่คิดว่าหนุ่มรุ่นพี่แอบตามเธอ เมื่อเห็นของที่ต้องการซื้อก็หยิบวางลงในรถเข็น
โปรดเดินตามคนตัวเล็กเงียบ ๆ เลือกของที่เขาต้องการด้วยเช่นกัน มายูมารู้ตัวอีกทีก็ตอนจะมาถึงเคาน์เตอร์คิดเงิน พบว่าอีกฝ่ายหยิบของมาวางรวมกันจนเต็มรถเข็น
“อ้าว ใครใช้ให้นายเลือกของมาใส่รถเข็นของฉันเนี่ย ลำบากมาแยกตอนคิดเงินอีกละ”
“คิดรวมเลยครับ”
โปรดไม่ได้สนใจเสียงบ่นแผ่วเบาของสาวสวย เขาเอ่ยกับแคชเชียร์ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสแกนจ่ายของที่ซื้อมาด้วยกันทั้งหมดหลังจากคิดเงินเสร็จ แล้วรีบผลักรถเข็นออกไปที่ลานจอดรถทันที
“ขอถุงเพิ่มสองใบค่ะ” มายูซื้อถุงที่มีขายตรงเคาน์เตอร์คิดเงิน แล้วรีบเดินตามเขาไปที่รถ
“นี่นาย หยุดก่อน แบ่งของแล้วจะไปไหนก็ไป ส่วนเรื่องเงินฉันจะโอนคืนให้”
“ค่อยไปแบ่งกันที่ห้องนะครับ ตรงนี้มันร้อน”
โปรดเปิดกระโปรงท้ายรถ หยิบถุงสามใบขนาดใหญ่วางลงในนั้นแล้วปิดทันที โดยไม่ฟังคำทัดทานของหญิงสาว
มายูถอนหายใจ ช้อนดวงตามองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าบึ้งตึง ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือตั้งใจกับการเจอกันในครั้งนี้ ทว่าเรื่องจ่ายเงินและนำของที่ซื้อไปใส่ไว้ในรถของเขา มันคือความตั้งใจของโปรดร้อยเปอร์เซ็นต์
มายูเปิดประตูลงจากรถสปอร์ตคันหรู จากนั้นก็เดินขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านเพื่อเอากระเป๋าสะพายขึ้นไปเก็บ ทว่ากลับต้องประหลาดใจ เมื่อเธอเปิดประตูเข้าไปในห้องนอน ซึ่งคืนนี้ควรจะได้นอนอยู่บนเตียงอันคุ้นเคยเพียงลำพัง เพราะสามีเดินทางไปประชุมกับฝ่ายบริหารประจำปีที่สาขาใหญ่ของห้างสรรพสินค้า Siam PP Mall ของภาคกลางเมื่อช่วงเช้าตรู่ และบอกว่าจะกลับมาวันพรุ่งนี้ กำลังยืนอยู่ปลายเตียงราวกับว่ารอต้อนรับภรรยาคนสวยกลับมาบ้าน“พี่โปรด”มายูฉีกยิ้มหวานวิ่งเข้าไปสวมกอดผู้เป็นสามี ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้ม มือหนาเลื่อนขึ้นลูบเรือนผมของเธออย่างเบามือหญิงสาวผละออกจากอ้อมกอดและเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อของเขา แล้วเอ่ยถาม“ไหนบอกว่าจะกลับมาวันพรุ่งนี้ไงคะ”“ทีแรกพี่ก็ว่าจะกลับวันพรุ่งนี้ แต่คิดถึงเมียจนอดใจไม่ไหว ก็เลยต้องรีบกลับมานอนกอดเมีย”ดวงตากลมโตเปล่งประกายระยิบระยับเมื่อได้ฟังคำหวานจากปากของสามี ทั้งสองแต่งงานกันมาสามปีแล้ว ทว่าโปรดก็ยังคงเสมอต้นเสมอปลาย และความรักที่มีให้กันก็ยังหวานชื่นไม่มีเปลี่ยนมือหนาประคองใบหน้าสีเลือดฝาดของเมียรัก เลื่อนริมฝีปากลงมาพรมจูบริมฝีปากอวบอิ่มของเธอแผ
ภายในห้องเริ่มกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง คนทั้งสองต่างจ้องใบหน้าของกันและกัน พลันใจเต้นแรงตึกตักในจังหวะเดียวกัน ก่อนที่โปรดจะก้มลงมาจูบริมฝีปากอวบอิ่มที่ทาเพียงลิปบาร์ม บดคลึงกลีบปากสวยอย่างอ่อนโยน พลางพลิกตัวขึ้นไปนอนทาบทับอยู่บนร่างของคนตัวเล็กมายูเลื่อนสองแขนขึ้นไปกอดลำคอของแฟนหนุ่ม เผยอปากเปิดรับลิ้นอุ่นเข้าไปจูบแลกลิ้นกันในโพลงปากหวานคนทั้งสองเกิดอารมณ์ปรารถนาต่อร่างกายของกันและกัน จึงผลัดกันปลุกเร้าอารมณ์กระสัน และปลดเปลื้องเสื้อผ้าออก จนเหลือเพียงเรือนร่างเปลือยเปล่าที่พร้อมสำหรับกิจกรรมเข้าจังหวะลำกายใหญ่แข็งขึงสอดเข้าไปในช่องทางรักของแฟนสาว ทำให้สองร่างประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน เอวสอบเริ่มขยับเพื่อให้เจ้ามังกรเคลื่อนเข้าออกในถ้ำแห่งความสุขได้คล่องตัว จากนั้นก็เร่งจังหวะระบายอารมณ์ดิบเถื่อนในกายอย่างบ้าคลั่งหญิงสาวขบเม้มริมฝีปากอย่างเย้ายวน ข่มตัวเองไม่ให้เปล่งเสียงครวญครางดังเล็ดลอดออกไปนอกห้อง เพราะเกรงว่าจะทำให้พ่อกับแม่ที่นอนอยู่อีกห้องหนึ่งได้ยิน ทว่าความเสียดเสียวที่ได้รับนั้นไม่ลดน้อยลงจากที่เคยทำตอนอยู่เพนต์เฮาส์แม้แต่นิดเดียว“อ๊ะ อึก ซี้ด… ที่รักขา อึ อื้อ…”“อืม… ขย่ม
ช่วงเวลาประมาณห้าทุ่มของคืนที่สาม พระพายกับมาคัสที่อยู่ในชุดนอนและมีเสื้อแขนยาวตัวใหญ่ใส่คลุมตัวเอาไว้ ก็ได้เปิดประตูออกมาจากห้อง แล้วพบว่าระเบียงบนชั้นสองของคฤหาสน์มีหนุ่มสาวได้ลักลอบออกมาพบกัน“ไปแกล้งลูกไม่ให้นอนด้วยกัน เห็นไหมคะว่าเด็กทั้งสองก็แอบออกมาคุยกันจนดึกอยู่ดี” พระพายเอ็ดผู้เป็นสามีเสียงแผ่ว“ก็พี่อยากลองใจเจ้าหนุ่มนั่นว่าจะมีความอดทนมากแค่ไหนนี่ครับ”“ถ้าเป็นพี่ตอนหนุ่ม แล้วมีคนมาขัดขวางไม่ให้อยู่กับพระพายแบบนี้ พี่จะยอมไหม”“ใครกล้าก็ลองดู” เสียงเข้มเอ่ยอย่างไม่เกรงกลัวผู้ใด“นั่นไงคะ ทีตัวเองยังไม่อยากให้มีใครมายุ่งเลย”“ก็พี่ไม่อยากอยู่ห่างจากเมียนี่ครับ”“แล้วลูกอยากอยู่ห่างกับแฟนเหรอคะ มายูก็บอกตั้งแต่แรกแล้วว่าคบกับโปรดและอยู่ด้วยกัน พี่ยังจะใจดำปล่อยให้ลูกนอนไม่หลับ เพราะคิดถึงแฟนที่โดนพ่อแกล้งจับแยกให้นอนกันคนละห้องแบบนี้เหรอ นี่มันก็คืนที่สามแล้วนะคะ ลูกมานอนบ้านแค่อาทิตย์เดียวเอง”มาคัสและภรรยาก้าวเข้าไปยืนอยู่ทางด้านหลังโดยไม่ให้เด็กทั้งสองคนที่ยืนหันหลังรู้ตัว มายูกำลังกอดแขนของแฟนหนุ่ม เอนศีรษะลงมาพิงต้นแขน“นี่ก็ดึกมากแล้ว เข้าไปนอนก่อนไหมคะ ข้างนอกอากาศเย็น
“เมื่อกี้แม่เห็นแม่บ้านหิ้วของเข้าไปในครัว ซื้ออะไรมาเหรอลูก” พระพายเอ่ยเปลี่ยนเรื่อง“หลายอย่างเลยค่ะ เดี๋ยวเย็นนี้พี่โปรดจะโชว์ฝีมือทำอาหาร โดยที่มีลูกสาวคนนี้คอยเป็นลูกมือ พ่อกับแม่รอชิมได้เลยนะคะ” ได้ทีมายูก็รีบอวยยศให้แฟนหนุ่มเพื่อเรียกคะแนน“ทำกับข้าวเป็นด้วยเหรอ” มาคัสเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ“ครับ”“พี่โปรดทำอาหารเก่งมากเลยนะคะ แล้วก็อร่อยมากด้วย พ่อกับแม่ดูสิคะ หนูน้ำหนักขึ้นมาตั้งสองโลแหนะ อีกหน่อยคงได้อ้วนเป็นหมูแน่เลยค่ะ”มือเล็กยกขึ้นลูบพุงน้อย ๆ ที่แทบมองไม่เห็นของตัวเอง มายูเป็นคนมีน้ำหนักคงที่ เมื่อก่อนกินอย่างไรก็ไม่อ้วน ทว่าอยู่กับแฟนหนุ่มแค่ไม่กี่เดือน น้ำหนักของเธอดันเพิ่มขึ้นมาเฉยเลยพระพายส่งเสียงขำ ไม่ต่างจากสามีที่ลอบขำในลำคอแผ่วเบา ทั้งสองพอจะมองออกว่าลูกสาวผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง และดูมีน้ำมีนวลขึ้นมาก เห็นแบบนี้ก็คิดว่าคงเป็นเพราะได้แฟนชอบทำอาหารและเอาใจเก่งแน่ ๆช่วงเย็นโปรดกับมายูก็อาสาเข้าครัวกันแค่สองคน เพื่อให้พ่อกับแม่ได้มีเวลาสวีตกันในห้องนั่งเล่นขณะรอกินมื้อเย็น หลังจากทำอาหารเสร็จแม่บ้านก็มาช่วยนำจานอาหารไปจัดวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเข้าไปเรียกผู้เป็นนายมาที่ห้อ
มายูลุกออกจากโต๊ะเครื่องแป้งหลังแต่งหน้าเสร็จ คว้ากระเป๋าสะพายแบรนด์หรู เดินเข้าไปหาแฟนหนุ่มที่นั่งรออยู่ปลายเตียง ก่อนจะถูกลำแขนของอีกฝ่ายโอบเอวบางรั้งให้นั่งลงบนตักของเขา“พร้อมไปกันรึยังคะ” เสียงหวานถามแฟนหนุ่ม“ค่ะ”โปรดเอ่ยตอบน้ำเสียงละมุน ใบหน้าหล่อเงยขึ้นมองแฟนสาว ริมฝีปากมีรอยยิ้มบางเบา ก่อนจะกดลงสัมผัสกับกลีบปากสวยสีแดงอมชมพู แล้วอุ้มเธอลุกออกจากตักทั้งสองลากกระเป๋าเดินทางคนละใบ ซึ่งได้ถูกจัดเตรียมเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวออกจากห้อง ลงไปขึ้นรถที่จอดอยู่ชั้นล่าง เพื่อเดินทางกลับบ้านของมายูเนื่องจากเป็นช่วงปิดภาคเรียนที่สอง และโปรดก็ได้เรียนจบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอจึงถือโอกาสพาแฟนหนุ่มไปทำความรู้จักกับครอบครัวอย่างเป็นทางการออกจากเพนต์เฮาส์ก็ได้แวะซูเปอร์มาเก็ตเพื่อซื้อของฝากผู้ใหญ่ และซื้อวัตถุดิบสำหรับทำอาหารเย็นนี้ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถหรูก็ขับเข้าไปจอดที่โรงจอดรถของคฤหาสน์หลังใหญ่ มายูจับมือของแฟนหนุ่ม ริมฝีปากสวยมีรอยยิ้มหวานมอบให้อีกฝ่าย แม้ว่าโปรดจะไม่แสดงอาการอะไรออกมา ทว่าเธอก็ยังอยากเติมกำลังใจ เพราะนึกถึงวันที่ได้เจอกับแม่ของเขาเป็นครั้งแรก และเกิดอาการประหม่าจนเหง
หลังจากกินมื้อเย็นด้วยกันเสร็จ ปานรวีก็เปิดกระเป๋าแบรนด์หรู หยิบแบล็กการ์ดออกมาจากกระเป๋าเงิน ยื่นให้กับลูกชายเพราะอยากไถ่โทษที่พรากเวลาอันมีค่าของทั้งสองคนไป ในช่วงที่ให้โปรดไปดูแลลูกสาวของเพื่อน“เดี๋ยวพาหนูมายูไปเดินเล่นในห้างของเรานะ ถ้าอยากได้อะไรก็ใช้บัตรแม่รูดได้เต็มที่ ย้ำว่าต้องซื้อทุกอย่างที่น้องอยากได้”“ครับแม่” โปรดยื่นมือออกไปรับบัตรสีดำทั้งสามคนเดินออกจากร้านอาหารไทย แม่ของเขาก็แยกตัวเพื่อเดินทางกลับบ้าน มือหนาเลื่อนไปจับกับมือของคนตัวเล็ก พาแฟนสาวขึ้นบันไดเลื่อนไปยังชั้นบน“ไม่เห็นเคยบอกกันเลยนะคะ ว่าแม่พี่เป็นเจ้าของที่นี่”ครั้งแรกที่ทั้งสองคนเจอกันที่นี่ ก็คือในวันที่ริษาเดินควงแขนมากับอดีตคนรักของเธอ แล้วเข้ามาเยาะเย้ยเพื่อทำให้เธอเสียใจ แต่ก็ได้โปรดมาช่วยกอบกู้สถานการณ์ ด้วยการแกล้งเป็นแฟนกันครานั้นเธอยังคิดว่าอะไรมันจะบังเอิญเจอเขาแทบทุกที่ ที่แท้ก็เป็นลูกชายเจ้าของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้นี่เอง“พี่เคยบอกกลาย ๆ แล้วว่าถ้าหนูอยากได้อะไร พี่สามารถซื้อให้ได้ทั้งห้าง หนูจำได้ไหมคะ”“จำได้ค่ะ”“เมื่อก่อนพี่พูดอะไรไปหนูก็ไม่เชื่อหนิคะ ขนาดพี่บอกว่าเป็นเจ้าของเดอะบลิสพี







