เข้าสู่ระบบโรงสีข้าว โรงน้ำมัน โรงน้ำแข็ง ร้านขายยา ตลอดจนร้านขายส่งผัก หมู ไก่ ผลหมากรากไม้ ที่จ้อกแจ้กจอแจในช่วงเช้ามืดเพราะผู้คนจากหลายหมู่บ้านจะพายเรือมาหาซื้อสินค้าเพื่อนำไปขายต่อในหมู่บ้านของตน ทั้งเรือของแม่ค้าที่นำสินค้ามาแลกเปลี่ยนหมุนเวียนกันก็มาก ตลอดจนเรือขายข้าวต้มเครื่อง ปากริมไข่เต่าและขนมหวานในยามค่ำคืน ทำให้ย่านตลาดแห่งนี้ตั้งแต่เวลาย่ำรุ่งไปจนถึงย่ำค่ำไม่เคยพบกับความเงียบเหงา มีเพียงในเวลานี้เท่านั้น
เมื่อผีตากผ้าอ้อมลาลับความมืดมิดมาเยือน มีเพียงแสงตะเกียงจากครัวเรือนและแสงไฟจากโรงสี โรงน้ำมัน ซึ่งเป็นเวลาที่เธอจะได้อาบน้ำผลัดผ้าผ่อนที่ซึมซับเอาเหงื่อไคลจากการขายของมาตลอดทั้งวันให้เนื้อตัวได้สะอาดสะอ้าน เรือขายเกลือ กะปิ น้ำปลา ทำให้กระไอความเค็มเหมือนจะอยู่ติดเนื้อติดตัวหรือแม้แต่ปลายจมูกที่ทำให้เธอหายใจไม่สะดวกอยากออกมานั่งรับลมอยู่ที่หัวเรือทั้งวันทั้งคืน
เรือนร่างอวบอัดตามวัยลุกขึ้นยืนก่อนจะพาตัวเองเข้าไปสู่ด้านในลำเรือเพื่อผลัดผ้าเตรียมอาบน้ำและท่าน้ำใต้สะพานก็คือสถานที่ที่เธอจะปล่อยกายปล่อยใจให้ล่องลอยอยู่ในสายน้ำ ถึงแม้เธอจะไม่ชอบอยู่ในเรือแต่หากการพาตัวเองลงไปว่ายวนอยู่ในน้ำก็ช่วยให้จิตใจฟุ้งซ่านของเธอสงบลงได้
.
.
‘ผัวไทย’ ถ้อยคำฟุ้งซ่านจากปากของลูกสาวทำให้เหมยฮัวนั่งไม่ติดพื้น ความคิดที่จะเตรียมกับข้าวไว้ตอนเช้าต้องชะงักลงไม่เป็นท่า เพราะเธอหยุดความนึกคิดของตัวเองไม่ได้ ‘ผัวไทย’ ที่ลูกสาวอยากได้เธอได้ลิ้มลองมาแล้ว แม้ความสุขสมจะมาเยือนแบบไม่สุดแต่กลิ่นคาวคลุ้งก็เหมือนยังรับรู้ได้ติดปลายจมูก กลิ่นคาวที่ไม่ใช่ของผัวแก่ชาวจีนแต่เป็นผัวไทยที่เธอไม่รู้จักหน้าตา แม้ไม่เห็นหน้าแต่กลิ่นรำข้าวก็ทำให้รู้ว่าเป็นคนงานที่โรงสีอย่างแน่นอน น่าแปลกที่เธอไม่คิดจะบอกเรื่องนี้กับนายตำรวจที่มาสอบปากคำ หรือจริงๆ แล้วเธอหวังว่าจะได้กลิ่นนั้นอีกครั้งในอีกไม่นานนี้หรือก่อนที่เรือจะออกจากท่า
ความร้อนรนบังเกิดจนอดรนทนไม่ไหว ร่างอวบอัดและสมส่วนตามวัยดอกไม้เบ่งบานเต็มที่ขยับกายซุกเข้าที่ซอกหลืบสำหรับเก็บข้าวของที่ไม่ได้ใช้งาน ท่อนขาขาวนวลเนียนแยกออกจากกันปล่อยให้ดอกเหมยฮัวเบ่งบานตามความต้องการที่ร้องประท้วง ยิ่งคิดถึงเหตุการณ์น่าระทึกในวันนั้นดอกไม้บานยิ่งผลิตน้ำหวานออกมาอย่างมากล้น
เหมยฮัวซูดปากขึ้นอย่างลืมตัวเมื่อนิ้วมือเล็กๆ เผลอสัมผัสหยาดน้ำนั้น เธอทนไม่ได้ที่จะไม่สัมผัส ทนไม่ได้ที่ต้องรอคอยจนกว่าจะถึงเวลาอาบน้ำในคลอง และทนไม่ได้จนกว่าเฮียย้งจะกลับมา เพราะความคิดจุดแรงปรารถนายั้งไม่อยู่เสียแล้วและมันก็ร้อนเสียจนนิ้วมือเอาไม่อยู่
ดวงตากวาดมองหาบางสิ่งที่จะช่วยมาเติมเต็ม อะไรก็ได้ที่จะมาต้านทานแรงบีบรัดของดอกเหมยฮัวได้อย่างพอดิบพอดี อะไรที่... เหมยฮัวคลานสี่ขาไปยังสุดสายตาที่เห็น ตะกร้าผักที่เธอทั้งซื้อและนำเกลือไปแลกมาเมื่อช่วงเช้าวางอยู่ที่ตรงนั้น แตงกวาลูกสั้น มะเขือยาวลูกเขื่อง หัวไชเท้าลูกโต และมะระจีนลูกยาวป้อม เหมยฮัวยิ้มราวสวรรค์ตกลงมาตรงหน้า มือสั่นเพราะความอยากรีบคว้าสิ่งที่พอเหมาะมือก่อนจะรีบคลานเข่ากลับมา ณ จุดเดิม
เธอไม่อยากเดิน เธออยากให้บั้นท้ายได้อากาศจากภายนอก และตอนนี้บั้นท้ายของเธอกำลังกดนาบกับพื้นเรือเพื่อรอคอยมะเขือยาวลูกเขื่องเข้าไปสำรวจ ขนาดที่เธอต้องการไม่ใช่ขนาดของเฮียย้งที่คงได้แค่แตงกวาลูกสั้น แต่ที่เธอต้องการคือขนาดของจับกังโรงสีข้าวคนนั้น ขนาดที่ทำให้เธอแน่นขนัดจนต้องจิกเท้าแนบแน่นกับผืนกระดาน ก่อนจะยกบั้นท้ายลอยร่อนไม่ติดพื้น
"อูย... อา... ซี้ด... โอว..."
ใบหน้าสวยงามตามแบบฉบับสาวจีนบิดเบี้ยวทั้งเสียวและสุข สลับกับส่งเสียงครวญครางบางเบา มะเขือลูกยาวทำหน้าที่แทนเฮียย้งไม่ขาดตกบกพร่อง มือน้อยกำส่วนหัวติดขั้วของมันแน่นก่อนจะส่งความเขียวอ่อนกินอร่อยเข้าไปสำรวจดงดอกเหมยฮัวเข้าๆ ออกๆ ตามจังหวะที่เธอต้องการ ฝ่ามืออีกข้างบีบเคล้นเต้าอวบใหญ่รุนแรงจนรู้สึกเจ็บแต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอ สิ่งที่เธอต้องการยังมากกว่านั้น
ร่างอวบอิ่มลุกขึ้นนั่งยอง มะเขือลูกเก่าถูกผลักไสไม่ไยดี ลูกใหญ่สุดนั่นคือจุดหมาย มือกำแน่นที่ส่วนหัวบริเวณขั้วก่อนจะจับปลายให้ชี้ขึ้นเพื่อส่งความยาวนั้นเข้าไปในดงดอกไม้ที่หยาดเยิ้มไปด้วยน้ำหวาน
เหมยฮัวค่อยๆ กดร่างลงนั่งปล่อยให้ดอกเหมยฮัวฉ่ำน้ำอ้าอมเอามะเขือยาวลูกเขื่องเข้าไปจนเกือบมิด เฮียย้งชอบให้เธออยู่บนและถึงเธอจะชอบท่านี้อยู่มากแต่ความอายก็มีมากเสียจนไม่กล้าจะขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวต้องปล่อยให้เฮียย้งเป็นคนจับสะโพกของเธอเข้าออก แต่ในยามนี้ผืนกระดานสีดำเท่านั้นที่เธอเห็น เหมยฮัวยิ้มด้วยความสุขเพราะสิ่งที่เธอค้นพบจะทำให้เธอสามารถมีความสุขได้ทุกที่ทุกครั้งที่ต้องการและคราวต่อไปหัวไชเท้ากับมะระคงได้มาเติมเต็ม และภายในลำเรือแห่งนี้คงไม่ขาดพืชผักที่แสนจะอร่อยเหล่านี้ไปอีกตลอดกาล
เหมยกุ้ยสั่นสะท้านไปกับความอ่อนโยน ดวงตาคมเข้มของเขาเผยความปรารถนามากมายในนั้นทำให้เธอต้องเสมองไปทางอื่นหลบหลีกสายตา แต่นิ้วมืออุ่นของเขาก็บังคับให้เธอต้องมองเขาด้วยความซ่านไปทั้งหัวใจจนได้ "นะครับ.. ผมอยากรู้จักคุณให้มากกว่านี้.. โรส" "คะ คุณเรียกฉันว่า.." "โรสยังไงล่ะครับ เหมยกุ้ย.. กุหลาบแสนสวย แต่โรสสวยงามกว่า เพราะสวยและมีเสน่ห์อย่างที่สุด" เหมยกุ้ยพยักหน้าเอียงอาย เขาคนนี้ทำให้เธอสะท้านสะเทือนไปทั้งหัวใจและเรือนร่าง ถ้าไม่ติดว่าแม่อยู่บนเรือและเตี่ยกำลังจะกลับมา รวมทั้งพวกผู้ชายที่มากับเขาหลายคนกำลังรอคอยอยู่ทางฝั่งโน้น เธอคงจะอดใจไม่ไหวพร้อมกระโจนเข้าไปสู่อ้อมกอดของเขาอย่างแน่นอนที่สุด ‘ผมชื่อสนนะครับ ตลาดน
"เอ่อ.. เดี๋ยวครับ"สนรีบปิดไฟฉายพร้อมเสื้อเชิ้ตของนอกราคาแพงถูกถอดออกจากร่างแข็งแกร่งเต็มไปด้วยเลือดเนื้อแห่งบุรุษเพศในทันที ก่อนจะห่มคลุมเรือนร่างที่เปล่าเปลือยและงดงามไม่ต่างจากนางฟ้าเมื่อเห็นว่าเธอขยับกายและพยายามปกปิดเรือนร่างที่เขาใช้เวลาเพียงพริบตาก็สำรวจตรวจตราจนหมดสิ้น "เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ เจ็บตรงไหน เอ่อ... มันรังแกคุณตรงไหนบ้าง" น้ำเสียงสุภาพเอ่ยถามไม่อยากคาดเดาสิ่งที่เห็นได้จากสายตา เธอที่เปล่าเปลือยไปทั้งร่างจะถูกมันทำอะไรไปบ้างแล้ว "ไม่ค่ะ มันยังไม่ได้ทำอะไรพอดีคุณมาช่วยไว้ก่อน ฉันอาบน้ำอยู่ที่ท่าฝั่งโน้นมันไปฉุดลากฉันมา" เหมยกุ้ยตอบรัวเร็วเมื่ออ่านสายตาที่ใกล้ในระยะกระชั้นชิดนั้นออก ดวงตาคมเข้มที่ทอดมองไปทุกส่วนในเนื้อตัวทำให้เธอรู้สึกวูบวาบไปทั้งร่างแม้ว่าเธอจะห่มคลุมเสื้อของเขาไว้อย่างหมิ่นเหม่ก็ตาม ‘เขากำลังสงสัยที่เราเปลือยไปทั้
เหมยกุ้ยหมดแรงดิ้นรนแม้ใจอยากจะขัดขืนไม่ให้มือหยาบใหญ่ของไอ้ยอดมาสัมผัสถูกเนื้อตัว เพราะความกักขฬะของมันไม่ใช่สิ่งที่เธอใฝ่หา‘เล่นผัวเมีย’ ถ้าสิ่งที่มันทำกับเธอเรียกว่าการเล่นผัวเมีย นั้นมันก็เหมือนกับที่เตี่ยทำกับแม่และแม่ก็ต้องอยู่ในอำนาจของเตี่ยไปตลอดกาล เธอไม่ต้องการเป็นเหมือนแม่ เธอไม่อยากให้ไอ้ยอดคนงานเรือน้ำแข็งที่มักจะแอบมองเธออยู่เสมอมามีอำนาจเหนือเธอทุกทาง เธอไม่อยากเล่นผัวเมียกับมัน แต่จะทำยังไงได้เพราะในเวลานี้มันก็เหมือนจะกุมอำนาจไปทั่วทั้งร่างกายของเธอเสียแล้วจะดิ้นรนขัดขืนก็ไม่ได้ จะร้องเรียกให้ใครมาช่วยก็มีแต่จะอายเขาและนั่นจะเป็นการตีกลองร้องป่าวประกาศว่ามันเล่นผัวเมียกับเธอสำเร็จลุล่วงไปแล้ว เหมยกุ้ยหมดปัญญาจะคิดค้นหาทางเมื่อร่างกายพร้อมจะให้มันแตะต้องและกุหลาบดอกงามของเธอก็อ้าออกจนสุดไม่ฟังเสียงทัดทานร่ำร้องจากในหัวใจเธอเลยสักนิด"น้องกุหลาบจ๋า... พี่ยอดจะทำให้น้องกุหลาบมีความสุขที่สุด"ยอดจ่อลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของมันไปที่ดอกกุหลาบแสนจะบอบบาง ผิวขาวราวหยวกกล้วยตัดกับความมืดมิดของมันสร้างความตื่นตัวมากกว่าครั้งไหนที่เคยได้
ปลายลิ้นทำหน้าที่ตวัดขึ้นลงชอนไชกลีบดอกเข้าไปด้านในโดยไม่สนใจแรงทุรนทุรายและเสียงครางระงมของเจ้าของกุหลาบดอกงาม เพราะมันรู้ดีว่ายิ่งเสียงครวญครางเร่งเร้าเพียงใด นั่นคือสัญญาณแห่งความสุขสมที่มันจะหยุดไม่ได้เด็ดขาด"อา... โอว... อื้อ... อูย..."เหมยกุ้ยครวญครางไม่ได้ศัพท์ เธอกำลังถูกเจ้าผีพรายตัวนี้ทำอะไรกันแน่ ทุกส่วนที่มันแตะต้อง ทุกที่ที่มันสัมผัส มันทำให้เธอใจจะขาด และกุหลาบดอกงามของเธอที่กำลังถูกมันหยอกเย้าก็ทำให้เธอมึนงงจนไม่คิดจะจดจำอะไรอีกแล้ว ดวงตาปรือขึ้นมองตามอารมณ์และแรงปรารถนา ในเวลานี้เธอไม่กลัวที่จะเห็นมันอีกแล้ว เพราะเธออยากรู้ว่ามันใช้อะไรสัมผัสกุหลาบดอกงามของเธอ เธอถึงได้ทั้งทรมานและทั้งรู้สึกล่องลอยราวกับกำลังจะขึ้นสวรรค์แบบนี้"อา..."ปลายลิ้นสีชมพูของมันยาวแต่ไม่น่ากลัวเพราะมันทำหน้าที่ชอนไชกุหลาบงามของเธอไปทั่ว จากกลีบซ้ายไปกลับขวา จากด้านบนลงไปด้านล่าง และในโพรงกุหลาบที่มันกำลังชอนไชปลายลิ้นแข็งๆ ลงไปก็ทำให้เธอสะท้านเสียจนต้องบิดกายไปมา นี่ใช่ไหมคือสิ่งที่เตี่ยทำให้แม่ทรมานจนต้องร้องครวญครางและตอนนี้เธอก็อยากทรมานเหมือนแม่"อา.
"ว้าย!.."เสียงร้องเปล่งออกมาได้แค่นั้นเพราะร่างเปล่าเปลือยถูกตวัดรัดรอบเอวก่อนจะฉุดดึงลงสู่ใต้น้ำ ประสาทสัมผัสตื่นตัวเต็มที่เมื่อนึกถึงว่าเธอกำลังเผชิญกับสิ่งที่ไม่มีตัวตน สิ่งที่คนสัญจรทางน้ำต่างพากันหวาดกลัว สิ่งที่เธอไม่เคยพบและก็ไม่เคยกลัวเสียด้วยซ้ำ แต่ในเวลานี้สิ่งนั้นกำลังทำให้เธอหายใจไม่ออกเหมยกุ้ยพยายามดีดตัวออกจากแรงกอดรัด ดิ้นรนให้พ้นไปจากอ้อมกอดที่ช่างใหญ่โตเกินที่เธอจะจินตนาการได้ก่อนที่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายจะหมดลง ทว่าผีพรายไม่เพียงแต่กอดรัดรอบเอวแต่กลับบีบเคล้นที่หน้าอกอวบอิ่มและบดขยี้ริมฝีปากของเธออย่างรุนแรงบ้าคลั่ง ความเจ็บทำให้เธอร้องประท้วงส่งผลให้เจ้าผีพรายตัวผู้แทรกปลายลิ้นเข้ามาในปาก ก่อนแรงถีบส่งของมันจะส่งตัวเธอให้ทะลึ่งขึ้นสู่ผืนน้ำด้านบนเฮือก..เหมยกุ้ยตาเหลือกพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดให้มากที่สุดเมื่อเจ้าผีพรายคลายจูบจากปากเธอ ดวงตากลมโตหลับปี๋ไม่กล้าลืมมอง แม้ว่าฝ่ามือหยาบใหญ่ของมันจะแตะต้องไปทั่วทุกส่วนที่อยู่ใต้น้ำไม่เว้นแม้แต่กุหลาบดอกงามของเธอที่ยังไม่เคยผ่านมือชายใดก็ถูกมันตะปบและเคล้นคลึงราวกับกุหลาบดอกนี้เป็นสมบัติของมันเหมยกุ้ยรู้สึกคล้ายกับว่าร่าง
กระบวยตักน้ำที่ทำจากกะลามะพร้าวใบโตขัดมันเรียบลื่นจ้วงน้ำในคลองขึ้นมาวางบนหน้าตัก น้ำเต็มปรี่เอ่อล้นจนซึมผ่านต้นขาลงไปด้านล่าง เหมยกุ้ยหลับตาพริ้มซึมซับเอาความเย็นที่แทรกผ่านนั้นจนอดไม่ได้ต้องเทน้ำลงไปตรงๆ เพราะแค่น้ำซึมผ่านเธอก็รู้สึกดีเสียยิ่งกระไร ความเย็นที่รับรู้ได้เป็นสายเล็กนั้นแทรกซอนผ่านผ้าถุงลงไปหาบางอย่างที่ร้อนรนเหลือเกินฝ่ามือขาวจั๊วะตามเชื้อสายวักน้ำแตะซับไปมาตามใบหน้า ลำคอและท่อนแขนทั้งสองข้าง ผ้าถุงชื้นน้ำกระโจมขัดกันไว้เหนือดอกบัวคู่งามมันเป็นความอึดอัดที่เธอไม่อยากจะรู้สึก เวลาจะชำระคราบไคลทำความสะอาดต้องลงไปลอยคอในน้ำก่อนจะล้วงมือเข้ามาขัดถู แต่ถ้าโชคไม่ดีหากเรือไปเทียบท่าในจุดที่บันไดสูงหรือเป็นช่วงน้ำลง ก็ไม่พ้นที่เธอต้องค่อยๆ ตักน้ำราดเข้าไป แม้แต่ดอกบัวเธอยังหมดโอกาสที่จะชำระแล้วนับประสาอะไรกับดอกกุหลาบแรกแย้มเธอยิ่งไม่มีสิทธิ์ไปแตะต้อง ดังนั้นสายน้ำเย็นฉ่ำในคืนเดือนมืดช่างเป็นสิ่งที่เธอปรารถนา เพราะจะได้ไม่ต้องกระมิดกระเมี้ยนกลัวว่าใครจะเห็น ได้ขัดได้ถูความงดงามที่แม่มอบให้กับเธอไม่มีตกหล่นนั้นได้อย่างสะอาดหมดจนที่สุดดวงตากลมโตสวยหวานล้อมกรอบไปด้วยแพขนตางอนงา
‘อะ! อย่า! อย่า...’‘ผัวมึงมาแล้ว ให้มันเอามึงต่อล่ะกัน หึหึ..’เธอไขว่คว้าร่างของมันเพราะแรงตอดรัดอย่างรุนแรงต้องการสิ่งมาเติมเต็ม แต่มันกลับกระโดดลงน้ำไปทางท้ายเรือปล่อยให้เธอลอยเคว้งทั้งที่กลิ่นคาวแข็งแกร่งนั้นยังคงคลุ้งไปทั่ว แต่เพราะเสียงผู้คนและแรงสะเทือนที่รู้ได้ว่ามีคนลงมาในเรือเธอจึงต้องรี
ในยามนั้นเธอเปรียบดั่งดอกเหมยฮัวแรกแย้มส่งกลิ่นล่อแมลง และในยามนี้เธอก็ยังคงเป็นดอกเหมยฮัวที่เบ่งบานเต็มที่พร้อมจะได้รับการผสมพันธุ์จากแมลงครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่าแมลงที่คุ้นเคยกลับไม่สามารถทำได้ เพราะวัยที่แตกต่างกันมาก บ่อยครั้งที่ลูกค้ามักจะคิดว่าเธอและเหมยกุ้ยเป็นลูกสาวของเฮียย้ง กว่าสี่ปีที่ล่อ
แสงสีส้มที่เริ่มจะลาลับไปจากขอบฟ้าทำให้บรรยากาศจ้อกแจ้กจอแจเมื่อครู่ใหญ่ๆ คลายลง ผู้คนที่พายเรือสัญจรไปมาในลำคลองสายนี้เริ่มบางเพราะต่างฝ่ายต่างรีบจะกลับให้ถึงบ้านถึงเรือนก่อนค่ำ ใครโชคดีบ้านอยู่ไปทางหน้าตลาดก็ยังพายเรือไม่ได้เร่งรีบมากนัก หากแต่ใครโชคร้ายที่บ้านอยู่ค่อนไปทางวัดแต่ดันทำธุระเสียจนเก







