Beranda / รักโบราณ / สาปรักบุษบัน / นิ้วพี่คงเอาไม่อยู่แล้ว

Share

นิ้วพี่คงเอาไม่อยู่แล้ว

last update Tanggal publikasi: 2026-09-19 22:18:03

“อ๊ะ...!”

บุษย์สะดุ้งโหยงแอ่นตัวขึ้นสุดเหยียด ใบหน้างามแดงก่ำเมื่อปลายนิ้วหนาบดขยี้ลงบนติ่งเกสรอวบ ก่อนจะคลี่แหวกสองแคมขาวนวลให้แบะอ้าออกจากกัน ความรู้สึกที่โดนชายหนุ่มแตะต้องตรงนั้น ทำให้ช่องทางคับแคบขมิบตอดรัวระริก ด้วยความเสียวซ่านทรมานปานใจจะขาด

“พี่หาญ...”

เสียงหวานครางครวญแผ่วเบา เรียวขาขาวผ่องสั่นสะท้านอ้ากว้าง ราวกับจะอ้อนวอนให้เขาช่วยเติมเต็มความว่างเปล่าอันร้อนรุ่ม คันยุบยิบ

ทว่ายังไม่ทันที่หล่อนจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด ปากหยักและปลายลิ้นร้อนสากก็โฉบลงปาดเลียร่องสวาทที่เผยออ้า ตวัดชอนไชดูดกลืนน้ำหวานฉ่ำเยิ้มอย่างตะกรุมตะกราม จนธารน้ำรักสีใสแตกซ่าน พุ่งกระจายเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้าหล่อเหลา

แม้ว่าร่างบางจะดิ้นเร่าทุรนทุรายจนสติแทบแตกกระเจิง แต่ชายหนุ่มก็ยิ่งย่ามใจไม่ยอมหยุดรังแก ปากหนาอ้าครอบดูดดึงเม็ดละมุดอวบอิ่ม รัวลิ้นสะกิดยอดเกสรจนเนื้อสาวบวมเป่งแดงก่ำ ฝ่ามือหยาบกร้านบีบเค้นแก้มก้นแน่นหนั่นของหล่อนอย่างเมามัน ก่อนจะเลื่อนขึ้นมากอบกุมสองเต้าอวบอัดคัดตึง นวดขยำเคล้นคลึงจนเนื้อนุ่มหยุ่นยวบทะลักล้น

“พี่หาญ... พี่หาญจ๋า...” หญิงสาวร้องครางเสียงหวาน สองมือเรียวบางสอดขยุ้มเส้นผมดกหนาของชายหนุ่มไว้แน่น แล้วออกแรงกดศีรษะเขาให้แนบชิดติดหว่างขา เพื่อเปิดทางให้ปลายลิ้นร้อนร้ายทะลวงลึก ดูดกลืนความกำหนัดของหล่อนให้ถึงแก่นถึงทรวง

ทันทีที่ปลายนิ้วหนาทะลวงพรวดเข้าสู่ซอกหลืบชุ่มฉ่ำ บุษย์ถึงกับหวีดเสียงร้องดังระงม ผนังเนื้ออุ่นบวมบีบรัดตอดขมิบนิ้วแกร่งหนุบหนับ เพียงชายหนุ่มเร่งสาวนิ้วชักเข้าชักออก บดขยี้เน้นย้ำจุดกระสันแค่ไม่ถึงอึดใจ ร่างบางก็แอ่นสะโพกเกร็งกระตุกจนยอดอกสีหวานชูชันสั่นระริก

“แม่บุษย์ของพี่... แตกน้ำไปอีกยกแล้วรึ”

หาญแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่เปรอะคราบน้ำหวานฉ่ำเยิ้มอย่างไม่รู้จักอิ่ม ขยับร่างบึกบึนคร่อมทับร่างบางอ้อนแอ้น สายตาหื่นกระหายโลมเลียไปทั่วผิวกายอ่อนปวกเปียกจนหล่อนสยิวสะท้านขนลุกชัน

“น้ำเอ็งทะลักทลายปานเขื่อนแตกเยี่ยงนี้... ลำพังแค่นิ้วพี่คงเอาไม่อยู่แล้วกระมัง”

ชายหนุ่มกระชากผ้าผ่อนท่อนล่างเหวี่ยงทิ้งไปอย่างใจร้อน เผยมัดกล้ามตึงแน่นสีทองแดงและเรือนร่างกำยำของชายชาตรีเต็มขั้น

บุษย์กวาดสายตามองสรีระแข็งแกร่งด้วยความตะลึงตะลาน ทว่าพอสายตาเลื่อนไปปะทะเข้ากับสัดส่วนสัณฐานที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกึ่งกลางกายของเขา แม่กวางสาวก็ถึงกับขวัญผวา

ท่อนเอ็นยาวใหญ่หนาหนัก ที่มีเส้นเลือดเขียวปูดโปนขึ้นเป็นริ้วระเกะระกะบนผิวหนังร้อนฉ่า และส่วนหัวหยักบานถอกสีม่วงคล้ำที่คายหยาดน้ำหล่อลื่นสีใสหยดย้อยออกมา กำลังชูชันผงาดง้ำท้าทายอยู่ตรงกลางระหว่างขาของหล่อนอย่างคุกคาม

“พี่หาญ...” บุษย์ครางเรียกชื่อชายหนุ่มเสียงสั่นพร่า ละล้าละลังด้วยความหวั่นเกรง

“อย่าเพิ่งร้อนใจไป... ขืนยัดเข้าไปตอนนี้ ร่างน้อยๆ ของเอ็งคงแหลกคามือพี่แน่”

เสียงทุ้มแหบห้าวของหาญเอ่ยสำทับชิดริมหูเล็ก มือหนาข้างหนึ่งสอดช้อนข้อพับเข่าซ้ายของหล่อนยกขึ้นพาดบ่า กดตรึงสะโพกงามให้อ้ากว้างติดพื้น อีกมือหนึ่งกอบกุมลำเอ็นร้อนผ่าว ปาดป่ายบดขยี้ส่วนหัวบานฉ่ำ ไถดันไปตามร่องเนื้อสาวที่เปียกแฉะแดงแจ๋

“อืม... พี่หาญ... อูย... เสียว... ตรงนั้น... อ๊ะ!”

บุษย์เผลอร้องคราง แล้วก็รีบยกมือขึ้นมาอุดปากตัวเองด้วยความเหนียมอาย มือบางอีกข้างเอื้อมไปผลักดันแผ่นท้องแกร่งเป็นลอนคลื่นที่กำลังบดเบียดลงมา ทว่าเนื้อแนบเนื้อที่ถูไถเสียดสีกลับทำให้เกิดเสียงน้ำกระฉอกดังเฉอะแฉะ กระตุ้นความเสียวกระสันจนหล่อนแทบเสียจริต ดิ้นพล่านอยู่ใต้ร่างหนาเหมือนปลาดุกถูกหัว

หาญโน้มใบหน้าลงไปกระซิบสั่งเสียงเข้มนัยน์ตาพราวระยับ

“เอามือออกเสียเถิดแม่คุณ... ปล่อยเสียงครางหวานๆ ของเอ็งออกมา... พี่อยากฟังให้ชื่นใจ”

เขาใช้มือแกร่งข้างเดียวรวบจับข้อมือเรียวทั้งสองข้างกดตรึงไว้เหนือศีรษะของหล่อน สะโพกสอบขยับโยก บดคลึงเนิบนาบ กระตุ้นเร้ากายสาวให้กระสันซ่านลุ่มหลงในความใหญ่โตอลังการที่ดุนดันอยู่ตรงร่องเนื้อ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สาปรักบุษบัน   นิ้วพี่คงเอาไม่อยู่แล้ว

    “อ๊ะ...!”บุษย์สะดุ้งโหยงแอ่นตัวขึ้นสุดเหยียด ใบหน้างามแดงก่ำเมื่อปลายนิ้วหนาบดขยี้ลงบนติ่งเกสรอวบ ก่อนจะคลี่แหวกสองแคมขาวนวลให้แบะอ้าออกจากกัน ความรู้สึกที่โดนชายหนุ่มแตะต้องตรงนั้น ทำให้ช่องทางคับแคบขมิบตอดรัวระริก ด้วยความเสียวซ่านทรมานปานใจจะขาด“พี่หาญ...”เสียงหวานครางครวญแผ่วเบา เรียวขาขาวผ่องสั่นสะท้านอ้ากว้าง ราวกับจะอ้อนวอนให้เขาช่วยเติมเต็มความว่างเปล่าอันร้อนรุ่ม คันยุบยิบทว่ายังไม่ทันที่หล่อนจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด ปากหยักและปลายลิ้นร้อนสากก็โฉบลงปาดเลียร่องสวาทที่เผยออ้า ตวัดชอนไชดูดกลืนน้ำหวานฉ่ำเยิ้มอย่างตะกรุมตะกราม จนธารน้ำรักสีใสแตกซ่าน พุ่งกระจายเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้าหล่อเหลาแม้ว่าร่างบางจะดิ้นเร่าทุรนทุรายจนสติแทบแตกกระเจิง แต่ชายหนุ่มก็ยิ่งย่ามใจไม่ยอมหยุดรังแก ปากหนาอ้าครอบดูดดึงเม็ดละมุดอวบอิ่ม รัวลิ้นสะกิดยอดเกสรจนเนื้อสาวบวมเป่งแดงก่ำ ฝ่ามือหยาบกร้านบีบเค้นแก้มก้นแน่นหนั่นของหล่อนอย่างเมามัน ก่อนจะเลื่อนขึ้นมากอบกุมสองเต้าอวบอัดคัดตึง นวดขยำเคล้นคลึงจนเนื้อนุ่มหยุ่นยวบทะลักล้น“พี่หาญ... พี่หาญจ๋า...” หญิงสาวร้องครางเสียงหวาน สองมือเรียวบางสอดขยุ้มเส้นผมดกหนาข

  • สาปรักบุษบัน   สีชมพูชูชัน

    จนกระทั่งคืนวันเพ็ญสิบห้าค่ำ...พระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นสาดแสงสีเงินยวบยาบทะลุม่านไม้ลงมายังสระบัวหลวง ผืนน้ำนิ่งสนิทสะท้อนเงาจันทร์กระจ่างดั่งกระจกเงาบานยักษ์หาญนั่งเหยียดกายอยู่ริมตลิ่ง บนแผงอกเปลือยเปล่าตึงแน่นมีเพียงรอยแผลเป็นจางๆ ข้างกายมีบุษย์ในชุดสไบแพรบางเบานั่งเคียงชิด กลิ่นดอกจำปาหอมจรุงใจโชยมาตามสายลมชื้น ผสมผสานกับกลิ่นเนื้อสาวอันเย้ายวน ชวนให้เลือดลมในกายของชายหนุ่มเดือดพล่านขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม“บุษย์...” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยทำลายความเงียบงัน“จ๊ะพี่?”“ถ้าพี่ชวนเอ็งออกไปจากดงอาถรรพ์นี่ ไปสร้างเรือนอยู่กินกันบนแผ่นดินใหญ่... เอ็งจะยอมไปกับพี่หรือไม่?”รอยยิ้มหวานหยดย้อยบนใบหน้างามพลันอ่อนจางลง ดวงตากวางคู่งามทอดมองไปยังผืนน้ำสีนิลของสระบัวหลวง แววตาหม่นแสงลงคล้ายซ่อนความลับอันหนักอึ้งไว้จนล้นอก“ข้าไปไม่ได้ดอก...”“เพราะเหตุใด?”บุษย์นิ่งเงียบไปนาน นานจนได้ยินเพียงเสียงยอดหญ้าเสียดสีกันไปมาตามแรงลมราตรี กว่าหล่อนจะหันกลับมาสบตาเขาอีกครั้ง นัยน์ตาคู่นั้นก็เปี่ยมล้นไปด้วยรอยโศกเศร้าลึกล้ำ“สักวันหนึ่ง... พี่หาญจะรู้เอง”หาญจ้องมองดวงหน้าสะคราญอย่างแสนรัก แทนที่จะซักไ

  • สาปรักบุษบัน   รักจนยอมตายแทนได้

    “โกรธพี่รึแม่คุณ...”หาญกระซิบเสียงพร่าต่ำ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดกกหูขาวผ่อง นัยน์ตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มแน่นด้วยความกระหายอยากครอบครอง“พี่แค่ร้อนวิชา อยากรีบหาย... จะได้มีแรงกอดเอ็งให้หนำใจเสียที”“คนบ้า! เลือดยังไหลไม่หยุด ยังจะมาพูดจาลามก”บุษย์คว้าหมับเข้าที่ข้อมือหนา แม้เรือนร่างของหล่อนจะบอบบางกว่าเขามาก ทว่าคราวนี้หญิงสาวกลับออกแรงฉุดกระชากอย่างไม่เกรงใจ“ขึ้นเรือน!” เสียงหวานสะบัดห้วน แววตาวาวโรจน์ราวกับแม่เสือ“บุษย์... พี่เดินเองได้” ชายหนุ่มยิ้มกริ่ม ยอมก้าวตามแรงดึงทั้งที่ร่างสูงใหญ่กว่าหล่อนเป็นเท่าตัว“ก็เดินสิ! แต่ถ้าแผลปริเลือดทะลักออกมาอีก ข้าจะเอาไม้เรียวฟาดเสียให้เข็ด”หาญหัวเราะหึในลำคออย่างชอบใจ“เป็นห่วงพี่หรือแม่คุณ?”“ข้ารำคาญต่างหาก”“รำคาญจนขอบตาแดงก่ำ เหมือนคนจะร้องไห้เชียวหรือ?”หญิงสาวชะงักงัน กัดริมฝีปากอิ่มแน่น “ใครร้อง”“ตาเอ็งแดงก่ำจนปิดไม่มิด”“เพราะข้าโมโหพี่หาญน่ะสิ”“อ้อ...” หาญลากเสียงยาวในลำคอ นัยน์ตาคมพราวระยับ ปล่อยให้ร่างนุ่มนิ่มลากจูงขึ้นเรือนไปแต่โดยดี“นั่งลง” หล่อนสั่งเสียงเขียว ผลักแผงอกตึงให้นั่งลงบนตั่งไม้“พี่ไม่ได้เป็น

  • สาปรักบุษบัน   ยิ้มแห้งเอาใจ

    ทว่าหาญมีสัญชาตญาณนักสู้ที่ว่องไวกว่าไอ้เศรษฐีร่างท้วมที่วันๆ เอาแต่นอนเสวยสุขบนฟูกนวมหลายขุมนักก่อนที่นิ้วสั่นระริกของขุนเรืองจะทันได้เหนี่ยวไก หาญก็เบี่ยงกายหลบพ้นวิถีกระสุนพร้อมสืบเท้าพุ่งเข้าประชิด มือแกร่งปานคีมเหล็กคว้าข้อมือขุนเรืองแล้วบิดหักกระชากลงล่าง เสียงกระดูกข้อมือลั่นเป๊าะจนปืนร่วงหล่น ก่อนที่หมัดขวาของพ่อหมอหนุ่มจะซัดตูมเข้ายอดอกจนขุนเรืองจุกแอ้กล้มทั้งยืน"ไอ้เศษสวะ... สันดานชั่วช้าเยี่ยงมึง อยู่ไปก็หนักแผ่นดิน!"คราวนี้ขุนเรืองสิ้นท่าหมดทางสู้ แข้งขาสั่นพั่บๆ ปัสสาวะราดรดกางเกงแพรเนื้อดีจนเปียกโชก กลิ่นคาวเยี่ยวคละคลุ้ง มันละล่ำละลักทรุดตัวลงก้มกราบแทบเท้าหาญปลกๆ สองมือพนมไหว้งกๆ หน้าผากโขกดินจนเลือดซิบ"พ่อหาญ! อย่าฆ่ากูเลยนะพ่อ กูยอมแล้ว! มึงอยากได้ทองคำกี่หีบกูจะยกให้หมด... ทรัพย์สมบัติที่บ้านกูมีเป็นร้อยชั่ง กูจะเอามากองให้ตรงนี้ อย่าเอาชีวิตกูเลยนะพ่อคุณ!"หาญยันกายลุกขึ้นยืนตระหง่าน แววตาดุดันเย็นเยียบปานพญายมราชผู้ไร้ความปรานี ร่างสูงใหญ่ก้าวสามขุมเข้าประชิดตัวไอ้คนชั่วช้าที่ไร้สัจจะ"เงินทองของมึง... จงเอาไปใช้ในนรกเถิด"สิ้นเสียงห้าวห้วน ฝ่าเท้าหนักหน่วงปาน

  • สาปรักบุษบัน   หนึ่งรุมสาม

    "ปล่อยมือโสโครกของมึงออกจากตัวหล่อน... เดี๋ยวนี้!"เสียงห้าวห้วนทรงอำนาจดั่งลั่นเหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงลงกลางวง ดังก้องกังวานออกมาจากแนวพงชัฏเบื้องล่างพวกสารเลวทั้งสามหันขวับไปมองเป็นตาเดียว ภาพที่ปรากฏคือร่างสูงใหญ่กำยำของหาญ ยืนตระหง่านท้าทายแสงจันทร์ ไหล่กว้างข้างหนึ่งพาดคันธนูไม้มะค่าขนาดเขื่อง ด้านหลังสะพายซากกวางป่าที่เพิ่งล่ามาสดๆใบหน้าคมคายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อไคลจากไอแดดลม ทว่านัยน์ตาคมกริบคู่นั้นกลับเย็นเยียบดุดันและกระหายเลือด จ้องเขม็งมาราวกับจะควักตับไตไส้พุงของพวกมันออกมาสับเป็นชิ้นๆ แม้แต่พรานดำผู้เจนจัดในไสยเวทมนตร์ดำยังถึงกับสะท้านเยือก วาบขึ้นมาตามกระดูกสันหลังจนขนหัวลุกชัน"ไอ้หาญ!"พรานดำตะคอกเสียงหลง ละล่ำละลักจำหน้าจอมขมังเวทหนุ่มได้ทันควัน "เอ็ง... เอ็งยังไม่ตาย ยังเสือกกบดานอยู่ที่นี่อีกรึ!""ข้าเตือนพวกเอ็งแล้วมิใช่รึ... ว่าอย่าได้เสนอหน้ากลับเข้ามาเหยียบที่นี่อีก" น้ำเสียงของหาญราบเรียบ ทว่าแฝงรังสีอำมหิตรุนแรงจนบรรยากาศรอบข้างหนาวเหน็บปานน้ำแข็งขุนเรืองผู้ถือดีว่าตนมีพวกมากกว่าและพกอาวุธปืนผาหน้าไม้มาครบมือ แค่นหัวเราะเย้ยหยัน"ฮ่าๆๆ ไอ้หมอผีกระจอกเนื้อตัวมอมแม

  • สาปรักบุษบัน   คนร้ายกว่าผี

    เปรี้ยง !เสียงปืนดังขึ้นจากชายป่า ฝูงนกแตกฮือกระพือปีกบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ตามด้วยเสียงหัวเราะอย่างย่ามใจของชายฉกรรจ์ต่างถิ่นคณะนักล่าสมบัติกลุ่มใหม่เดินทางมาถึงหมู่บ้านเกาะกช คราวนี้ขนกำลังคนมามากกว่าเดิม และเตรียมอาวุธมาพร้อมสรรพผู้นำขบวนคือ ขุนเรือง เศรษฐีหนุ่มร่างท้วมผู้มั่งคั่งจนแทบไม่เคยต้องเดินด้วยเท้าตนเอง เขาสวมเสื้อผ้าแพรพรรณเนื้อดีเกินกว่าจะเหยียบย่างเข้าพงชัฏ มีสายสร้อยทองคำเส้นโตคล้องคอปานโซ่ล่ามช้างแกว่งไกวอยู่บนอก ปากก็คอยกำชับสั่งลูกสมุนซ้ำๆซากๆ มุ่งมั่นจะขุดกรุสมบัติโบราณขึ้นมาครอบครองให้เกลี้ยงแผ่นดินข้างกายคือ พรานดำ พรานป่าผู้เหี้ยมเกรียมและเจนจัดในเชิงไสยดำ คอยสอดส่ายสายตาระแวดระวังภัย ขณะที่ ไอ้แมน สมุนหนุ่มเลือดร้อนจอมห่าม ถือปืนยาวเดินอาดๆ ตามหลังมาติดๆ"พวกชาวบ้านมันลือกันหนาหู ว่าที่นี่มีผีหวงสมบัติเฮี้ยนนักนะนาย" ไอ้แมนเอ่ยปากพลางหัวเราะร่าเย้ยหยันฟ้าดินพรานดำถ่มน้ำลายเหนียวลงพื้น “ผีสางหรือคนเป็น ถ้ามีของดีฝังอยู่ใต้ตีนกู กูจะขุดมันขึ้นมาให้เหี้ยน!”ขุนเรืองหัวเราะร่วนอย่างสบอารมณ์ หารู้ไม่ว่าบนคาคบไม้สูงตระหง่านเหนือกระหม่อม มีสายตาคมกริบดุจนางเสือสมิงคู

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status