LOGINนางยอมแต่งงานแทนพี่สาวด้วยรู้ดีว่าไม่อาจหลีกเลี่ยง ไหนเลยจะรู้ว่าเจ้าบ่าวซึ่งได้ชื่อว่าพิการจะเอาแต่หิวโหยกลืนกินนางทั้งวันทั้งคืนเช่นนี้ อวี้หลันเจียว คุณหนูรองสกุลอวี้โดนท่านพ่อและพี่สาวต่างมารดายัดเยียดเจ้าบ่าวซึ่งร่ำลือว่าพิการมาให้โดยไม่อาจหลีกหนี คืนเข้าหอซึ่งคิดว่าคงได้แต่ปลอบโยนชายคนนั้นหรือไม่ก็ถูกปล่อยให้นอนเดียวดาย กลับกลายเป็นคืนเร่าร้อนดุเดือดอย่างไม่คาดฝัน ทั้งหลังจากนั้นนางยังถูกพาตัวไปยังชายแดนโดยไม่ทันตั้งตัว แล้วยังโดนเจ้าบ่าวผู้ได้ชื่อว่าพิการกลืนกันไม่มีเว้นว่าง พิการหรือ ส่วนใดของเขาที่พิการกัน เหตุใดจึงดุดันหนักหน่วงไม่มีออมแรงเช่นนี้
View Moreตอนที่สี่ ไม่ยอมหยุดโดยง่ายเจ้าสาวร่างบางบ่นคร่ำครวญ ยามพยายามยกตนเองขึ้นสู้ด้วยโดนกระหน่ำจนรู้สึกว่าก้นด้านชาและเนื้อตัวแทบจมหายไปกับเตียงนอน“พี่จะเบาหน่อย ไม่ต้องกลัวนะ น้องหญิง” ได้ยินคำเว้าวอน สายตาหิวโหยจึงหมุนใบหน้าแดงก่ำมาประกบจุมพิตปลอบ พลางไล้มือไล่หยดน้ำตาที่เกาะอยู่ตรงหางตาอย่างละมุนละไมระหว่างนั้น ท่อนลำแข็งเพียงขยับเล็กน้อยโดยปล่อยให้นิ้วมือสากเลื่อนลงไปหยอกเย้ากลีบดอกไม้ที่เบ่งบานเพื่อเพิ่มอารมณ์คล้อยตามจนร่องบุปผางามหลั่งน้ำหวานใสไหลรินออกมามากขึ้นเห็นเช่นนั้น แผ่นหลังแข็งเกร็งจึงเตรียมตัวโหมแรงดันความใหญ่โตอีกครั้งก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเฮือกหนึ่ง แล้วค่อยๆ สอดแทรกความแข็งใหญ่เข้าๆ ออกๆ อย่างเชื่องช้าพลางกระซิบเสียงแหบพร่า “ครั้งนี้พี่จะรอเจ้าไปพร้อมกัน”พร้อมกัน!...เขาหมายถึงจะเบาแรงลงแล้วใช่หรือไม่หญิงสาวใช้ช่วงเวลาเล็กน้อยที่พอผ่อนคลายครุ่นคิด ระหว่างที่ความแข็งขืนร้อนผะผ่าวที่ทั้งใหญ่และยาวดันเข้าถอนออกช้าๆ พาตัวตนแหวกผ่านกลีบดอกไม้บอบบางแล้วแวะปัดป่ายด้านบนดอกไม้งามอย่างยั่วเย้าด้วยความค่อยเป็นค่อยไป จึงมีจังหวะให้สายตาหื่นกระหายมองจุดอ่อนไหวซึ่งเชื่อมต่อแนบช
ตอนที่สาม เบาลงอีกหน่อยได้หรือไม่ระหว่างใคร่ครวญ ใบหน้างามที่โดนแรงโยกขย่มจนแทบจมกับเตียงนอน จำต้องเงยหน้าขึ้นส่งเสียงครวญครางพลางประคองทรวงอกเต่งตึงให้แอ่นขึ้นเพื่อกระเพื่อมไหวไปตามแรงถาโถมโดยไม่บี้แบนจมหายไปกับเตียงตามแรงโหมกระหน่ำ“อื้อ...อู้ววว...”เสียงครางกระเส่าพร้อมเสียงหายใจหอบเร็วของหญิงสาว ราวเป็นการเร่งเร้าความปรารถนาแห่งกามา ชักพาให้แท่งเนื้อด้านล่างซึ่งฝากฝังอยู่ในส่วนกลางกายอันอ่อนนุ่มเร่งการขยับเข้าเคลื่อนออกกระแทกก้นกลมกลึงจนสั่นกระเพื่อมป๊าบ ป๊าบ ป๊าบเมื่อมองเห็นหญิงสาวยกเต้าทรวงขึ้นจนเกิดช่องว่างให้สอดมือเข้าไป ชายหนุ่มย่อมไม่รอช้าเอื้อมมือเข้ากอบกุม บีบขยำบดขยี้จนสองก้อนเนื้อบิดเบี้ยวไปตามแรงราคะที่ร้อนแรง แทบหลงลืมคำว่าทะนุถนอมอ่อนโยนไปทีเดียวยิ่งแท่งกายของเจ้าบ่าวหนุ่มนั้นช่างแข็งขันมุ่งมั่นนัก นั่นก็เพื่อให้เจ้าสาวของเขาได้เห็นว่าแม้จะได้รับบาดเจ็บจากการตกม้า แต่ส่วนกลางกายอันสำคัญนี้ยังคงความสามารถในการร่วมสวาทไม่ว่าจะกี่ครั้งกี่คราก็ตามเสียงกระแทกตอกอัดดังขึ้นไปตามจังหวะหฤหรรษ์โดยไม่ได้สื่อถึงความอ่อนโยนแม้แต่น้อย ทั้งริมฝีปากอุ่นร้อนยังไล่จุมพิตดอมดมหวั
ตอนที่สาม เบาลงอีกหน่อยได้หรือไม่หญิงสาวอดขมวดคิ้วไม่ได้ ยามคิดไปว่าแม้ปากของเขาจะบอกว่าพยายามเบาแรงและอ่อนโยนแล้ว แต่ยามโหมกระหน่ำลงมาแต่ละคราล้วนเจ็บปวดรวดร้าวจนแทบขาดใจทุกคราเจ้าสาวคนงามมัวหลับตาครุ่นคิดมากมาย จึงไม่ได้รู้ตัวว่าโดนจับพลิกร่างขาวโพลนให้นอนคว่ำหน้าแล้วยกก้นกลมกลึงให้โด่งเด้งขึ้นมาอีกแล้ว เจ้าบ่าวผู้ได้ชื่อว่าเป็นชายพิการโอบเอวคอดจากด้านหลัง ก้มลงจุมพิตดอมดมหลังคอขาว ก่อนจะสอดมือทั้งสองข้างเข้าประคองเต้าทรวงที่ห้อยย้อยพลางกอบกุมปลอบประโลมด้วยคำกระซิบแผ่ว “เมื่อครู่ พี่ใจร้อนไปหน่อย อาจด้วยร่องของเจ้าช่างคับแคบนัก ทั้งยังบีบรัดแน่นจนทนไม่ไหว คราวนี้ รับรองว่าพี่จะเบาแรงลง ไม่ให้น้องหญิงต้องเจ็บอีก” กล่าวจบประโยค ริมฝีปากอุ่นจึงเริ่มขบเม้มติ่งหูเล็กสร้างความซ่านสยิว ขณะที่อวี้หลันเจียวคิดโมโหในใจ เชอะ ตนเองใจร้อนกลับมาโทษว่านางบีบคั้น ความไม่พอใจนั้นยังไม่ทันคืบหน้าก็โดนความอุ่นร้อนที่ไล่ประทับไปตามไหล่สลักเสลา ลำคองามระหง วนมาตามแผ่นหลังขาว กระทั่งผ่านเอวคอดกิ่ว แล้วมาละเลงเลียขบเม้มไปทั่วบั้นท้ายโด่งเด้งจนทั้งกายสั่น
ตอนที่สอง อ่อนโยน‘อวี้หลันเจียว’ เจ้าสาวคนงามคิดขณะนอนนิ่งไม่กล้าขยับ เพียงค่อยๆ ผ่อนคลายและรับสัมผัสจากของเหลวที่หลั่งไหลออกมาโดยมีแท่งกายแข็งที่ยังคงค้างคาไม่ยอมถอนออกจากร่องรูของนาง รวมทั้งร่างสูงใหญ่ของเจ้าบ่าวหนุ่มที่ยังคงทาบทับอยู่ด้านบนด้วยแสงจากเปลวเทียนที่ริบหรี่เต็มที หญิงสาวจึงไม่อาจมองใบหน้าของเจ้าบ่าวสกุลฟู่ได้ชัดถนัดตานักในใจได้แต่คิดไปถึงพิธีแต่งงานอันรวบรัดเมื่อตอนบ่าย ด้วยข้ออ้างว่าคุณชายใหญ่สกุลฟู่ยังคงบาดเจ็บอยู่พิธีสำคัญในชีวิตของนางจึงมีเพียงการยกเกี้ยวเจ้าสาวซึ่งมีสินเดิมเพียงเล็กน้อยออกจากจวนสกุลอวี้แล้วเข้าประตูจวนสกุลฟู่อย่างเรียบง่ายก่อนที่เจ้าสาวจะต้องเดินมายังห้องโถงกลางเพียงลำพังแล้วคุกเข่ายกน้ำชาให้กับมารดาของ ‘ฟู่ชิงฟง’ ผู้เป็นเจ้าบ่าวของนางเมื่อนับว่าเสร็จพิธีการแล้ว นางผู้เป็นเจ้าสาวจึงถูกพามายังห้องหอและได้แต่นั่งรอคอยอยู่เนิ่นนานจนเผลอหลับไป ก่อนจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นเมื่อรู้สึกหนาวเย็นแล้วพบว่าโดนถอดชุดเจ้าสาวออกจนร่างเปลือยเปล่าแล้วเมื่อคิดไปถึงว่านางและเจ้าบ่าวยังไม่ทันได้ดื่มสุรามงคลหรือเอ่ยวาจาทักทายกันสักคำ กลับถูกการทักทายด้วยการเล้าโลมเร