สาปรักบุษบัน

สาปรักบุษบัน

last updateLast Updated : 2026-09-19
By:  กามาสุตราUpdated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
11Chapters
11views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

หากไม่มีชายใดที่มอบดวงใจรักแท้และปลดเปลื้องกำหนัดแห่งความตายด้วยชีวิต วิญญาณของหล่อนจะต้องวนเวียนเสพสมอยู่กับความเปล่าเปลี่ยว และไม่มีวันได้ไปผุดไปเกิดชั่วกัปชั่วกัลป์

View More

Chapter 1

เรื่องย่อ

กลิ่นคาวโคลนและกลิ่นดอกบัวเน่ายังคงลอยคลุ้งอยู่ในความทรงจำอันมืดมิด ไม่มีใครในแผ่นดินล่วงรู้หรอกว่า ความรักที่แท้จริงของมนุษย์นั้น หน้าตาเป็นเช่นไร

คนเขลามักพร่ำเพ้อถึงความเสียสละ ความเมตตา และการปล่อยวาง ทว่าสำหรับ หลวงไกรพ ขุนศึกผู้ยอมกรีดเฉือนหัวใจตนเอง ความรักมิใช่สิ่งขาวสะอาด หากแต่มันคือความละโมบ ตัณหา และการยึดติดถือมั่น

ในราตรีที่เมืองเกาะกชล่มสลายลงสู่กองเพลิง คมดาบกล้าแทงทะลวงตัดขั้วหัวใจเพื่อปลิดชีพตามเมียรักลงสู่ก้นสระบัวหลวง โลหิตแดงฉานหลอมรวมเข้ากับสายน้ำเยือกเย็น พร้อมคำสบถสาบานที่สะท้านไปถึงนรกภูมิ

“ไม่ว่าชาติภพใด พี่จะตามหาเอ็งให้พบ และขอเป็นผัวเอ็งทุกชาติไป!”

ร้อยปีผ่านพ้น เขากลับมาเกิดเป็น พ่อหมอหาญ ผู้ถือครองอาคมแกร่งกล้า ทว่าทันทีที่ได้สบตากับ นางพรายบุษบัน ดวงวิญญาณสาวงามที่ถูกจองจำอยู่ใต้บาดาล

เขากลับเขวี้ยงไสยเวทย์วิชาทิ้งอย่างไม่ไยดี ยอมเปลื้องผ้า เดินลุยสายน้ำลึก กอดกระเตงร่างไร้วิญญาณจมดิ่งลงสู่โคลนตม ยอมละทิ้งความเป็นคน กลายสภาพเป็นภูตผีร่วมเสพสมความตายเพื่อเคียงคู่นางตราบชั่วนิรันดร์

จนกระทั่งกงล้อแห่งกรรมหมุนเวียนมาบรรจบในภพที่สาม

วันนั้นที่สุโขทัย ใต้ร่มเงาของต้นดอกปีบที่ส่งกลิ่นหอมระรวย เจ้าหลวงรวินท์ ในวัยหนุ่มฉกรรจ์ ได้ทอดสายตามองลงไปยังร่างของเด็กหญิงวัยสิบสองปีที่นั่งกอดเข่าสะอื้นไห้ เพียงวินาทีเดียวที่แววตากวางคู่นั้นสะท้อนในคลองจักษุ สัตว์ร้ายที่หลับใหลมานานนับร้อยปีในกมลสันดานก็คำรามลั่น “บุษบัน... เมียกู!”

เขารู้ทันทีว่าวิญญาณของนางหวนกลับมาเกิดแล้ว และครั้งนี้ เขาจะไม่ยอมปล่อยให้นางต้องตายจากไปไหนอีก

แม้จะต้องใช้อุบายอันโสมม แม้จะต้องกลืนน้ำลายตัวเอง และแม้จะต้องสวมหน้ากาก พ่อเลี้ยงผู้แสนดี กักขังนางไว้ในอาณาจักรของตนเองนานถึงหกปีเต็มเขาก็ยอม

ทว่าบัดนี้แม่นกน้อยกลับคิดจะทรยศคำสาบาน คิดจะโบยบินไปหารังใหม่ รวินท์จึงจำต้องฉีกกระชากหน้ากากของผู้ดีทิ้งลงกับพื้น แล้วใช้เขี้ยวเล็บของสัตว์ป่า สั่งสอนให้นางรู้ซึ้งถึงรสชาติของการเป็นเมียอีกครา 

............

คำนำนักเขียน

ยินดีต้อนรับนักอ่านทุกท่านเข้าสู่โลกของความรักอันมืดหม่น ดิบเถื่อน และเพรงดำกฤษณา

นิยายเรื่องสาปรักบุษบัน ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นเพื่อเชิดชูความรักอันอ่อนหวานตามขนบนิยม หากแต่ถูกรังสรรค์ขึ้นจากเศษเสี้ยวตัณหาอันลึกซึ้งของมนุษย์ ความลุ่มหลง การยึดติด ความหึงหวง และสัญชาตญาณความเป็นชายชาตรีที่ปฏิเสธแม้กระทั่งความตายและกฎแห่งวัฏสงสาร

บนเส้นทางรักข้ามภพชาติ สู่สมรภูมิอารมณ์ที่เต็มไปด้วยการช่วงชิง แรงบีบคั้น และไฟราคะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้ ตัวละครในนิยายเรื่องนี้ไม่ใช่คนดีสีขาวบริสุทธิ์ พระเอกของเราคือสัตว์ร้ายผู้หิวกระหายและพร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งเพื่อผูกมัดผู้หญิงที่เขารักไว้แต่เพียงผู้เดียว

สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เปิดเปลือยหัวใจให้พร้อมรับแรงปะทะ แล้วก้าวเท้าตามข้าพเจ้าลงสู่ห้วงเสน่หาอันไร้ทางออกนี้ไปด้วยกันเถิด

รักคนอ่าน

บุษบาหนึ่งหรัด

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
11 Chapters
เรื่องย่อ
กลิ่นคาวโคลนและกลิ่นดอกบัวเน่ายังคงลอยคลุ้งอยู่ในความทรงจำอันมืดมิด ไม่มีใครในแผ่นดินล่วงรู้หรอกว่า ความรักที่แท้จริงของมนุษย์นั้น หน้าตาเป็นเช่นไรคนเขลามักพร่ำเพ้อถึงความเสียสละ ความเมตตา และการปล่อยวาง ทว่าสำหรับ หลวงไกรพ ขุนศึกผู้ยอมกรีดเฉือนหัวใจตนเอง ความรักมิใช่สิ่งขาวสะอาด หากแต่มันคือความละโมบ ตัณหา และการยึดติดถือมั่นในราตรีที่เมืองเกาะกชล่มสลายลงสู่กองเพลิง คมดาบกล้าแทงทะลวงตัดขั้วหัวใจเพื่อปลิดชีพตามเมียรักลงสู่ก้นสระบัวหลวง โลหิตแดงฉานหลอมรวมเข้ากับสายน้ำเยือกเย็น พร้อมคำสบถสาบานที่สะท้านไปถึงนรกภูมิ“ไม่ว่าชาติภพใด พี่จะตามหาเอ็งให้พบ และขอเป็นผัวเอ็งทุกชาติไป!”ร้อยปีผ่านพ้น เขากลับมาเกิดเป็น พ่อหมอหาญ ผู้ถือครองอาคมแกร่งกล้า ทว่าทันทีที่ได้สบตากับ นางพรายบุษบัน ดวงวิญญาณสาวงามที่ถูกจองจำอยู่ใต้บาดาลเขากลับเขวี้ยงไสยเวทย์วิชาทิ้งอย่างไม่ไยดี ยอมเปลื้องผ้า เดินลุยสายน้ำลึก กอดกระเตงร่างไร้วิญญาณจมดิ่งลงสู่โคลนตม ยอมละทิ้งความเป็นคน กลายสภาพเป็นภูตผีร่วมเสพสมความตายเพื่อเคียงคู่นางตราบชั่วนิรันดร์จนกระทั่งกงล้อแห่งกรรมหมุนเวียนมาบรรจบในภพที่สามวันนั้นที่สุโขทัย ใต้ร่ม
last updateLast Updated : 2026-09-19
Read more
พ่อหมอหาญ
ยามบ่ายคล้อยแดดร่มลมตก ป่าดงดิบเบื้องหน้าดูราวกับกำแพงสีเขียวมหึมาที่ไม่มีผู้ใดมองทะลุผ่านเข้าไปถึงก้นบึ้งข้างในได้เถาวัลย์ดึกดำบรรพ์พันเกี่ยวรัดรึงต้นไม้ใหญ่จนแน่นหนา รากไม้ชอนไชขึ้นเหนือผืนดินประหนึ่งงูเหลือมยักษ์กำลังขดกายจำศีล ใบไม้หนาทึบเบียดเสียดกันจนแสงอาทิตย์ส่องลอดลงมาได้เพียงริ้วบาง ๆ ละอองฝนที่ตกค้างจากเมื่อคืนยังเกาะพราวบนปลายใบ พอสายลมพัดผ่านก็ร่วงกราวลงมาราวกับหยาดฝนเม็ดเล็กกลิ่นไอดินชื้น กลิ่นใบไม้เน่าผุ และกลิ่นดอกไม้ป่าลอยอวลคละคลุ้ง ทว่าเหนือกว่ากลิ่นสาบสางพงไพร กลับมีกลิ่นประหลาดโชยแตะจมูก กลิ่นดอกบัวหลวงหอมระรวยเย็นยะเยือก ชวนสะท้านสันหลังชายหนุ่มหัวขบวนชะงักฝ่าเท้าลงตรงทางแพร่ง ยกมือหนาขึ้นส่งสัญญาณให้คณะผู้ติดตามหยุดฝีเท้าเขาคือ หาญ พ่อหมอหนุ่มคะนองวัยยี่สิบปลาย ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือระบือไกลไปทั่วหัวเมืองบูรพา ทั้งในเชิงวิชาอาคมและเวชศาสตร์โบราณ รูปร่างสูงใหญ่ล่ำสัน ไหล่ผึ่งผาย อกแน่นตึงปานรูปหล่อ ผิวสองสีเข้มกร้านแดดลมบ่งบอกถึงความทรหดเยี่ยงชายชาตรี ใบหน้าคมคายดุดัน เรือนผมดำสนิทมัดรวบตึงไว้ที่ท้ายทอย บนคอคล้องตะกรุดโทนสามกอกลงอาคม สะพายย่ามผ้าดิบสีหม่นพาด
last updateLast Updated : 2026-09-19
Read more
กับดักของคนเป็น
ท่ามกลางดงป่ารกชัฏและซากปรักหักพังอันโสโครก ผิวพรรณของหล่อนกลับผุดผ่องนวลเนียนสะอ้านตาเหลือใจ น่าพิศน่าชมประหนึ่งดอกบัวสวรรค์ที่โผล่พ้นตมขึ้นมาโดยไม่เคยแตะต้องละอองดินโคลนแม้แต่รอยเดียวหาญหรี่ตาคมกริบ ลอบพินิจสายเชือกป่านเส้นเขื่องที่หล่อนกำลังขึงตึงระหว่างตอไม้ใหญ่ ปลายเชือกนั้นต่อโยงซ่อนเข้าไปในพุ่มหนามกับกระบอกไม้ไผ่เหลากระเดื่องกลที่พร้อมจะลั่นปลิดชีพผู้มาเยือนหึ... ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ผีสางเทวดาที่ไหน แต่เป็นกับดักของคนเป็นๆ ที่จงใจวางล่อเอาชีวิตเสียนี่กระไรมุมปากหยักลึกยกยิ้มกวนโทสะ พ่อหมอหนุ่มผ่อนฝีเท้าย่างสุขุมปานเสือย่อง เงียบกริบจนใบไม้แห้งใต้ฝ่าเท้าไม่กล้าส่งเสียง เขาแทรกกายเข้าประชิดแผ่นหลังบางในระยะเผาขน กลิ่นดอกบัวหอมเยือกเย็นที่ลอยเตะจมูกเมื่อครู่ แท้จริงแล้วกำจายออกมาจากซอกคอขาวผ่องของแม่หญิงตรงหน้านี่เองหาญแกล้งกระแอมกระไอขึ้นมาเบาๆ พอให้สะเทือนอก"แค่ก ๆ"ร่างบางสะดุ้งสุดตัวจนไหล่ไหว ทว่าไม่ยอมหันกลับมาประจันหน้า มือเรียวยังแสร้งทำทีดึงเชือกกลไว้แน่น หาญเห็นดังนั้นจึงกอดอก เอียงคอพูดลอยชายด้วยน้ำเสียงยียวนระคนขบขัน"ผีบ้านผีเรือนแถวนี้ช่างขยันขันแข็งเสียจริงหนอ..."
last updateLast Updated : 2026-09-19
Read more
ข้าไม่ใช่ผี
"ใช้ผงกำมะถันคลุกสมุนไพรรมควัน... ล่อให้แสบตาแสบจมูกสินะแม่ตัวดี"หญิงสาวชะงักกึก รอยยิ้มค้างเติ่งดั่งคนโดนจี้จุด หาญสาวเท้าก้าวฉับๆ ย่อตัวลงหยิบกิ่งไม้แห้งขึ้นมาเขี่ยกลไกกับดักที่ซ่อนอยู่ใต้พุ่มไม้อย่างช่ำชอง"ส่วนเสียงผีเปรตกรีดร้อง ก็อาศัยกระบอกไม้ไผ่เหลาทำปากแตร ซ่อนดักลมใต้พุ่มไม้ให้เกิดเสียงหวีดหวิว..."ชายหนุ่มหันไปสบนัยน์ตากลมโตที่เบิกกว้าง ยิ้มหยอกเย้าอย่างผู้ที่กุมความลับ"ผีป่าตนนี้ ทั้งเฉลียวทั้งเก่งกาจสมคำร่ำลือแท้ๆ"หล่อนเม้มริมฝีปากอิ่มแน่นจนห้อเลือด ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความแค้นเคืองที่ถูกจับไต๋ได้คาหนังคาเขา"ถ้ารู้แล้วก็รีบไสหัวกลับไปเสีย!""ไม่กลับ" หาญตอบสั้นแต่น้ำเสียงหนักแน่น"ดื้อด้านนัก! หรือเอ็งอยากจะนอนเป็นผีตายซากเฝ้ากรุสมบัติอยู่ที่นี่อีกคน!?"พ่อหมอหนุ่มขยับย่างสามขุมเข้าประชิด เลิกคิ้วตอบหน้าตาเฉย"สมบัติพัสถานน่ะข้าหาไม่สนใจดอก... แต่ถ้าให้อยู่เฝ้าผีสาวตรงหน้านี้ล่ะก็ ต่อให้ต้องสู้กับผีทั้งป่า ข้าก็ยอม""ปากสว่าง! ข้าไม่ใช่ผี!"หล่อนตวาดแหว เชิดหน้าอย่างไม่ยอมจำนน"อย่างนั้นก็ดี..." ชายหนุ่มคลี่ยิ้มกว้าง แววตาวาวโรจน์ด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนา“ข้าจะได้เห็น
last updateLast Updated : 2026-09-19
Read more
ไม่อ้างว้างหนาวเหน็บอีกต่อไป
เสียงเอะอะโวยวายร้องแรกแหกกระเชอดังกึกก้อง พวกล่าสมบัติต่างแตกตื่นโกยอ้าว คว้าข้าวของสัมภาระได้ก็ใส่ตีนสุนัขวิ่งเตลิดเปิดเปิงกลับไปตามทางเดิมอย่างไม่คิดชีวิตพรานขามเหลียวหลังกลับมามองหาญเป็นคำรบสุดท้าย ภาพเงาร่างสูงใหญ่กำยำยืนตระหง่านท้าทายเงาไม้ครึ้ม มือข้างหนึ่งกุมมีดหมอด้ามงาแน่น อีกแขนกอดอกนิ่งขรึม ยิ่งตอกย้ำให้พรานเฒ่าปักใจเชื่ออย่างโง่งมว่า แม้แต่พ่อหมอหาญก็ยังจนปัญญาจะสะกดวิญญาณร้ายแห่งเกาะกชหารู้ไม่ว่า ทันทีที่เงาร่างของคนทั้งคณะลับหายไปในดงทึบ พ่อหมอหนุ่มกลับหลุดหัวเราะหึในลำคออย่างผู้มีชัยเขาหมุนตัวก้าวฉับๆ ตรงดิ่งไปยังเรือนร้างหลังหนึ่งอย่างสบายอารมณ์"คราวนี้... ก็สงบปากสงบคำ ปลอดคนกวนใจเสียที"นับแต่วันนั้นมา หาญก็กลายสภาพเป็นแขกไม่ได้รับเชิญ สถาปนาตนเองเป็นเจ้าถิ่นหน้าด้านๆ ประจำหมู่บ้านเกาะกชตะวันยังไม่ทันโผล่พ้นทิวไม้ ร่างล่ำสันกำยำก็หายลับเข้าป่าทึบ พอสายโด่งก็แบกเสบียงกรัง หอบปลาแห้งคล้องข้าวสารกลับมา บางเพลาก็ตระเวนเด็ดดอกกุหลาบมอญแดงก่ำหอมฟุ้งมากำใหญ่ บางคราวก็ฟันอ้อยหวานฉ่ำมาสองสามลำ นำไปวางเซ่นไว้ตรงหน้าชานเรือนของแม่กวางสาว โดยไม่ยอมปริปากเอ่ยสักคำเดียวทว่า
last updateLast Updated : 2026-09-19
Read more
คนร้ายกว่าผี
เปรี้ยง !เสียงปืนดังขึ้นจากชายป่า ฝูงนกแตกฮือกระพือปีกบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ตามด้วยเสียงหัวเราะอย่างย่ามใจของชายฉกรรจ์ต่างถิ่นคณะนักล่าสมบัติกลุ่มใหม่เดินทางมาถึงหมู่บ้านเกาะกช คราวนี้ขนกำลังคนมามากกว่าเดิม และเตรียมอาวุธมาพร้อมสรรพผู้นำขบวนคือ ขุนเรือง เศรษฐีหนุ่มร่างท้วมผู้มั่งคั่งจนแทบไม่เคยต้องเดินด้วยเท้าตนเอง เขาสวมเสื้อผ้าแพรพรรณเนื้อดีเกินกว่าจะเหยียบย่างเข้าพงชัฏ มีสายสร้อยทองคำเส้นโตคล้องคอปานโซ่ล่ามช้างแกว่งไกวอยู่บนอก ปากก็คอยกำชับสั่งลูกสมุนซ้ำๆซากๆ มุ่งมั่นจะขุดกรุสมบัติโบราณขึ้นมาครอบครองให้เกลี้ยงแผ่นดินข้างกายคือ พรานดำ พรานป่าผู้เหี้ยมเกรียมและเจนจัดในเชิงไสยดำ คอยสอดส่ายสายตาระแวดระวังภัย ขณะที่ ไอ้แมน สมุนหนุ่มเลือดร้อนจอมห่าม ถือปืนยาวเดินอาดๆ ตามหลังมาติดๆ"พวกชาวบ้านมันลือกันหนาหู ว่าที่นี่มีผีหวงสมบัติเฮี้ยนนักนะนาย" ไอ้แมนเอ่ยปากพลางหัวเราะร่าเย้ยหยันฟ้าดินพรานดำถ่มน้ำลายเหนียวลงพื้น “ผีสางหรือคนเป็น ถ้ามีของดีฝังอยู่ใต้ตีนกู กูจะขุดมันขึ้นมาให้เหี้ยน!”ขุนเรืองหัวเราะร่วนอย่างสบอารมณ์ หารู้ไม่ว่าบนคาคบไม้สูงตระหง่านเหนือกระหม่อม มีสายตาคมกริบดุจนางเสือสมิงคู
last updateLast Updated : 2026-09-19
Read more
หนึ่งรุมสาม
"ปล่อยมือโสโครกของมึงออกจากตัวหล่อน... เดี๋ยวนี้!"เสียงห้าวห้วนทรงอำนาจดั่งลั่นเหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงลงกลางวง ดังก้องกังวานออกมาจากแนวพงชัฏเบื้องล่างพวกสารเลวทั้งสามหันขวับไปมองเป็นตาเดียว ภาพที่ปรากฏคือร่างสูงใหญ่กำยำของหาญ ยืนตระหง่านท้าทายแสงจันทร์ ไหล่กว้างข้างหนึ่งพาดคันธนูไม้มะค่าขนาดเขื่อง ด้านหลังสะพายซากกวางป่าที่เพิ่งล่ามาสดๆใบหน้าคมคายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อไคลจากไอแดดลม ทว่านัยน์ตาคมกริบคู่นั้นกลับเย็นเยียบดุดันและกระหายเลือด จ้องเขม็งมาราวกับจะควักตับไตไส้พุงของพวกมันออกมาสับเป็นชิ้นๆ แม้แต่พรานดำผู้เจนจัดในไสยเวทมนตร์ดำยังถึงกับสะท้านเยือก วาบขึ้นมาตามกระดูกสันหลังจนขนหัวลุกชัน"ไอ้หาญ!"พรานดำตะคอกเสียงหลง ละล่ำละลักจำหน้าจอมขมังเวทหนุ่มได้ทันควัน "เอ็ง... เอ็งยังไม่ตาย ยังเสือกกบดานอยู่ที่นี่อีกรึ!""ข้าเตือนพวกเอ็งแล้วมิใช่รึ... ว่าอย่าได้เสนอหน้ากลับเข้ามาเหยียบที่นี่อีก" น้ำเสียงของหาญราบเรียบ ทว่าแฝงรังสีอำมหิตรุนแรงจนบรรยากาศรอบข้างหนาวเหน็บปานน้ำแข็งขุนเรืองผู้ถือดีว่าตนมีพวกมากกว่าและพกอาวุธปืนผาหน้าไม้มาครบมือ แค่นหัวเราะเย้ยหยัน"ฮ่าๆๆ ไอ้หมอผีกระจอกเนื้อตัวมอมแม
last updateLast Updated : 2026-09-19
Read more
ยิ้มแห้งเอาใจ
ทว่าหาญมีสัญชาตญาณนักสู้ที่ว่องไวกว่าไอ้เศรษฐีร่างท้วมที่วันๆ เอาแต่นอนเสวยสุขบนฟูกนวมหลายขุมนักก่อนที่นิ้วสั่นระริกของขุนเรืองจะทันได้เหนี่ยวไก หาญก็เบี่ยงกายหลบพ้นวิถีกระสุนพร้อมสืบเท้าพุ่งเข้าประชิด มือแกร่งปานคีมเหล็กคว้าข้อมือขุนเรืองแล้วบิดหักกระชากลงล่าง เสียงกระดูกข้อมือลั่นเป๊าะจนปืนร่วงหล่น ก่อนที่หมัดขวาของพ่อหมอหนุ่มจะซัดตูมเข้ายอดอกจนขุนเรืองจุกแอ้กล้มทั้งยืน"ไอ้เศษสวะ... สันดานชั่วช้าเยี่ยงมึง อยู่ไปก็หนักแผ่นดิน!"คราวนี้ขุนเรืองสิ้นท่าหมดทางสู้ แข้งขาสั่นพั่บๆ ปัสสาวะราดรดกางเกงแพรเนื้อดีจนเปียกโชก กลิ่นคาวเยี่ยวคละคลุ้ง มันละล่ำละลักทรุดตัวลงก้มกราบแทบเท้าหาญปลกๆ สองมือพนมไหว้งกๆ หน้าผากโขกดินจนเลือดซิบ"พ่อหาญ! อย่าฆ่ากูเลยนะพ่อ กูยอมแล้ว! มึงอยากได้ทองคำกี่หีบกูจะยกให้หมด... ทรัพย์สมบัติที่บ้านกูมีเป็นร้อยชั่ง กูจะเอามากองให้ตรงนี้ อย่าเอาชีวิตกูเลยนะพ่อคุณ!"หาญยันกายลุกขึ้นยืนตระหง่าน แววตาดุดันเย็นเยียบปานพญายมราชผู้ไร้ความปรานี ร่างสูงใหญ่ก้าวสามขุมเข้าประชิดตัวไอ้คนชั่วช้าที่ไร้สัจจะ"เงินทองของมึง... จงเอาไปใช้ในนรกเถิด"สิ้นเสียงห้าวห้วน ฝ่าเท้าหนักหน่วงปาน
last updateLast Updated : 2026-09-19
Read more
รักจนยอมตายแทนได้
“โกรธพี่รึแม่คุณ...”หาญกระซิบเสียงพร่าต่ำ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดกกหูขาวผ่อง นัยน์ตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มแน่นด้วยความกระหายอยากครอบครอง“พี่แค่ร้อนวิชา อยากรีบหาย... จะได้มีแรงกอดเอ็งให้หนำใจเสียที”“คนบ้า! เลือดยังไหลไม่หยุด ยังจะมาพูดจาลามก”บุษย์คว้าหมับเข้าที่ข้อมือหนา แม้เรือนร่างของหล่อนจะบอบบางกว่าเขามาก ทว่าคราวนี้หญิงสาวกลับออกแรงฉุดกระชากอย่างไม่เกรงใจ“ขึ้นเรือน!” เสียงหวานสะบัดห้วน แววตาวาวโรจน์ราวกับแม่เสือ“บุษย์... พี่เดินเองได้” ชายหนุ่มยิ้มกริ่ม ยอมก้าวตามแรงดึงทั้งที่ร่างสูงใหญ่กว่าหล่อนเป็นเท่าตัว“ก็เดินสิ! แต่ถ้าแผลปริเลือดทะลักออกมาอีก ข้าจะเอาไม้เรียวฟาดเสียให้เข็ด”หาญหัวเราะหึในลำคออย่างชอบใจ“เป็นห่วงพี่หรือแม่คุณ?”“ข้ารำคาญต่างหาก”“รำคาญจนขอบตาแดงก่ำ เหมือนคนจะร้องไห้เชียวหรือ?”หญิงสาวชะงักงัน กัดริมฝีปากอิ่มแน่น “ใครร้อง”“ตาเอ็งแดงก่ำจนปิดไม่มิด”“เพราะข้าโมโหพี่หาญน่ะสิ”“อ้อ...” หาญลากเสียงยาวในลำคอ นัยน์ตาคมพราวระยับ ปล่อยให้ร่างนุ่มนิ่มลากจูงขึ้นเรือนไปแต่โดยดี“นั่งลง” หล่อนสั่งเสียงเขียว ผลักแผงอกตึงให้นั่งลงบนตั่งไม้“พี่ไม่ได้เป็น
last updateLast Updated : 2026-09-19
Read more
สีชมพูชูชัน
จนกระทั่งคืนวันเพ็ญสิบห้าค่ำ...พระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นสาดแสงสีเงินยวบยาบทะลุม่านไม้ลงมายังสระบัวหลวง ผืนน้ำนิ่งสนิทสะท้อนเงาจันทร์กระจ่างดั่งกระจกเงาบานยักษ์หาญนั่งเหยียดกายอยู่ริมตลิ่ง บนแผงอกเปลือยเปล่าตึงแน่นมีเพียงรอยแผลเป็นจางๆ ข้างกายมีบุษย์ในชุดสไบแพรบางเบานั่งเคียงชิด กลิ่นดอกจำปาหอมจรุงใจโชยมาตามสายลมชื้น ผสมผสานกับกลิ่นเนื้อสาวอันเย้ายวน ชวนให้เลือดลมในกายของชายหนุ่มเดือดพล่านขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม“บุษย์...” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยทำลายความเงียบงัน“จ๊ะพี่?”“ถ้าพี่ชวนเอ็งออกไปจากดงอาถรรพ์นี่ ไปสร้างเรือนอยู่กินกันบนแผ่นดินใหญ่... เอ็งจะยอมไปกับพี่หรือไม่?”รอยยิ้มหวานหยดย้อยบนใบหน้างามพลันอ่อนจางลง ดวงตากวางคู่งามทอดมองไปยังผืนน้ำสีนิลของสระบัวหลวง แววตาหม่นแสงลงคล้ายซ่อนความลับอันหนักอึ้งไว้จนล้นอก“ข้าไปไม่ได้ดอก...”“เพราะเหตุใด?”บุษย์นิ่งเงียบไปนาน นานจนได้ยินเพียงเสียงยอดหญ้าเสียดสีกันไปมาตามแรงลมราตรี กว่าหล่อนจะหันกลับมาสบตาเขาอีกครั้ง นัยน์ตาคู่นั้นก็เปี่ยมล้นไปด้วยรอยโศกเศร้าลึกล้ำ“สักวันหนึ่ง... พี่หาญจะรู้เอง”หาญจ้องมองดวงหน้าสะคราญอย่างแสนรัก แทนที่จะซักไ
last updateLast Updated : 2026-09-19
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status